<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจก3พันกระตุ้นใช้จ่าย จ้างงานใหม่2.6แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ ศบศ. ไฟเขียว 4.5 หมื่นล้านกระตุ้นใช้จ่าย ผุดโครงการ &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; แจก 3 พัน คล้ายชิมช้อปใช้ เน้นร้านค้าย่อย-หาบเร่-แผงลอย ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. ทุ่มอีก 2.3 หมื่นล้านจ้างงาน นศ.จบใหม่ 2.6 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 กันยายน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบศ.) โดยมีรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะมาทำหน้าที่ รมว.การคลังคนใหม่แทนนายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลังที่ได้ยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้ เข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า มีการพิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ เรื่องของมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชน มีการพูดถึงใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทที่อยู่ในแผนฟื้นฟู ซึ่งระยะแรกใช้ไปเกือบแสนล้านบาทแล้ว และเราจะใช้อย่างไรต่อไป ต้องไปพูดคุยกัน และยังได้หารือถึงการช่วยเหลือซอฟต์โลน ช่วยเหลือภาคธุรกิจ เอสเอ็มอีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และพูดถึงการจ้างงาน ทั้งนิสิตนักศึกษาที่จะจบในปีนี้ รวมถึงคนที่ตกงานอยู่เดิมของปี 62 ปี 63 ซึ่งนอกจากงบในการจ้างงานของกระทรวงแรงงานแล้ว ยังมีงบจ้างงานของกระทรวงอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีรายได้น้อยก็ตาม งบตรงนี้จะลงไปถึงท้องถิ่นและในพื้นที่ด้วย ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างที่รัฐบาลใช้งบ มีการใช้อย่างระมัดระวัง และมีมาตรการที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว วันนี้เราเน้นการท่องเที่ยวในประเทศ จะเห็นว่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศมีมากขึ้น จะเห็นได้ว่าโรงแรมต่างๆ มีการจองกันมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทดแทนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่รัฐบาลยืนยันว่าเพียงแค่ศึกษาไว้ก่อนเท่านั้น ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่ตนได้นำเสนอโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและภาคเอกชน และส่งเรื่องดังกล่าวให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปดำเนินการต่อ เพราะโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณจากเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 400,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อ? สศช.พิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงเป้าต่อกรณีการว่างงานของผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ประกอบด้วย 1.มาตรการจ่ายเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนค่าจ้างแรงงานใหม่ให้กับลูกจ้างที่เพิ่งจบการศึกษา ด้วยการโอนเงินตรงเข้าบัญชีของลูกจ้างในธนาคารกรุงไทย ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างแต่ละเดือนตามวุฒิการศึกษา ซึ่งต้องไม่เกิน 7,500 บาทต่อราย โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563-30 ก.ย.2564 กรอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ 23,476.4 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายจ้างงานผู้จบการศึกษาใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 260,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ จ๊อบ เอ็กซ์โป (Thailand Job Expo 2020)&amp;rdquo; ที่จะรวมตำแหน่งงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประมาณ 1 ล้านตำแหน่ง เพื่อจับคู่ตำแหน่งงานกับตัวบุคคล และ 3.การใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อ &amp;ldquo;ไทยมีงานทำ&amp;rdquo; ซึ่งกระทรวงแรงงานจะนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลใหญ่ (บิ๊กดาต้า) สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์ จ๊อบ เอ็กซ์โป&amp;rdquo; ซึ่งได้เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงมาประชุมที่กระทรวงแรงงานในช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ย.นี้ เพื่อให้นำฐานข้อมูลตัวเลขการจ้างงานของปี 2564 ของแต่ละกระทรวงมาพิจารณาว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องสถานที่จัดงานเรากำลังพิจารณาอยู่ โดยจะจัดช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการ สศช. เปิดเผยว่า ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท โดยรัฐจะให้เงินสนับสนุนการใช้จ่ายคนละไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้อของในร้านค้า หาบเร่ แผงลอยที่เป็นรายย่อย ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในลักษณะเดียวกับชิมช้อปใช้ คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยมาตรการนี้มีชื่อว่า โครงการคนละครึ่ง ดำเนินการผ่าน www.คนละครึ่ง.com กลุ่มเป้าหมายคือ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป จำกัดไว้ 15 ล้านคน ส่วนกลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไปครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ มีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.63&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชากล่าวว่า สิทธิประโยชน์ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ต้องจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า เบื้องต้นจำกัดไว้ว่า จะให้ใช้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 100-250 บาท ภายใต้วงเงินที่ได้รับคนละไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งวงเงินที่ประชาชนจ่ายไปให้ร้านค้านั้นจะจ่ายเพียง 50% ส่วนที่เหลือ 50% ร้านค้าจะได้รับจากรัฐในวันถัดไป คาดว่าจะมีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 9 หมื่นล้านบาท กระตุ้นจีดีพีได้ 0.25% ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงการคลังจะไปจัดทำรายละเอียดเสนอ ศบศ.ครั้งหน้า เพื่อให้เริ่มโครงการได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใน 3 กลุ่ม คือ ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 260,000 อัตรา ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเงินค่าจ้าง 50% ของเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา คือ ปริญญาตรี ไม่เกิน 7,500 บาท, ปวส.ไม่เกิน 5,750 บาท และ ปวช.ไม่เกิน 4,700 บาท มีระยะเวลาการจ้างงานทั้งสิ้น 12 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค.63-30 ก.ย.64 โดยจะเสนอ ครม.ในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องอยู่ในระบบประกันสังคม มีการยืนยันตัวตนผ่านกระทรวงแรงงาน และต้องมีเงื่อนไขเลิกจ้างลูกจ้างเดิมไม่เกินกว่า 15% ภายในระยะเวลา 1 ปี (กรณีที่ลูกจ้างลาออกในระหว่างโครงการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถหาลูกจ้างใหม่ทดแทนได้) ขณะที่ลูกจ้างที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปี หรืออายุเกินกว่า 25 ปี ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปี 62 หรือปี 63&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ให้ผู้ลงทะเบียน 3 สิทธิ คือ เพิ่มส่วนลดค่าที่พัก 40% จำนวน 10 คืนต่อคน, เพิ่มคูปองอาหารต่อการท่องเที่ยว โดยหากท่องเที่ยวในวันจันทร์-พฤหัสบดี จะอุดหนุน 900 บาท ขณะที่วันศุกร์-อาทิตย์ จะอุดหนุน 600 บาท และให้เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน 2,000 บาทต่อที่นั่ง เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.63 และยังเห็นชอบให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักผ่อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาเมื่อลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ในแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน ทั้งนี้นายกฯ ยังสั่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปหาแนวทางให้กลุ่มคนสูงวัย หรือคนที่มีกำลังซื้อสูงสามารถเข้าถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันสะดวกมากขึ้น เพราะโครงการนี้เดิมใช้งานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีแอปเป๋าตัง อาจทำให้บางกลุ่มเข้ามาไม่ได้ เพราะล่าสุดมีการเข้ามาใช้สิทธิ์เพียง 7 แสนสิทธิ์เท่านั้น จากที่มี 5 ล้านสิทธิ์ ดังนั้น อาจมีมาตรการเพิ่มเติมทำเป็นคูปอง หรือบัตรสมาร์ทการ์ดขึ้นมาให้ขยายกลุ่มเป้าหมายให้สะดวกมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระตุ้นใช้จ่าย, คนละครึ่ง, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, ศบศ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจก 3 พัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba5c04a25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MAYDAYพันคอช่อสีข้างถูกังขาใช้เลข2475แอบแฝง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; MAYDAY MAYDAY พันคอ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; อ้างไม่คิดว่าจะดรามาถูกโจมตี สีข้างถูไม่ใช่เกมโชว์ ขนาดรัฐบาลก็ยังแจกให้ได้ไม่ครบตามที่คนต้องการเลย ลั่นหว่าน 3 พันยึดหลักศักดิ์ศรี เมินพิสูจน์สิทธิ์ ไม่ต้องแข่งกันจน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จี้กรมการปกครองตรวจสอบคณะก้าวหน้าจัดเรี่ยไรระดมทุนขออนุญาตหรือไม่ อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติตั้งข้อสังเกต ใช้เลข 24 75 ห้วงเวลาที่รำลึกถึงงานมหามงคลฉัตรมงคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำกลุ่มคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกิจกรรมคอนเสิร์ตออนไลน์ระดมทุน MAYDAY MAYDAY ว่ายอดเงินบริจาคเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม รวมทั้งสิ้น 7,282,897.34 บาท สามารถส่งต่อให้ผู้ขอรับสิทธิ์คนละ 3,000 บาท เป็นจำนวน 2,427 คน โดยขณะนี้โอนเงินไปได้กว่า 700 คนแล้ว เนื่องจากเราไม่ใช่รัฐบาล เราใช้ระบบโอนเหมือนคนทั่วไป จึงค่อนข้างใช้เวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีเฟสสองหรือไม่นั้น คงต้องพูดคุยกันก่อน แต่เบื้องต้นเอาเฟสแรกให้จบก่อน เพราะว่าต้องใช้เวลาพอสมควร ตอนนี้เป้าหมายหลักคือโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ์เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ที่ระบบการคัดกรองค่อนข้างจะมีปัญหานั้น เราทราบอยู่แล้วว่าคนที่ได้เงินจะมากกว่าคนที่ไม่ได้ โดยตอนแรกเราตั้งเป้าไว้ว่าจะรับบริจาคประมาณ 3 ล้านบาท สามารถช่วยได้ประมาณ 1,000 คน แต่เกินไปถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนบริจาคกันเข้ามาเกินคาดหมายมากๆ อีกทั้งเราไม่ได้คาดว่าคนจะใช้สิทธิ์เป็นล้านคนแบบนี้ ซึ่งเราไม่สามารถจะให้ได้ทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราคิดแต่ว่าจะโดนโจมตี จะเป็นดรามา ก็จะไม่ได้ทำอะไรให้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ที่ไม่ได้เงินอาจจะไม่พอใจ เราก็ได้แต่ทำความเข้าใจไปว่าเราไม่ใช่รัฐบาล ขนาดรัฐบาลก็ยังแจกให้ได้ไม่ครบตามที่คนต้องการเลย ซึ่งเราชัดเจนในกฎเกณฑ์ตั้งแต่แรกแล้วว่าเราได้รับบริจาคมาเท่าไหร่ เราจะโอนออกเท่านั้น หมดบัญชีไม่ให้เหลืออยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์เผยว่า ขณะนี้เรายังปิดบัญชีไม่ได้ เพราะยังมีคนบริจาคเข้ามาต่อเนื่อง และเราต้องใช้บัญชีเดียวกันนี้โอนออกให้ผู้ได้รับสิทธิ์ จึงจำเป็นที่จะมีโครงการอื่นๆ ในอนาคต เพื่อใช้เงินที่เกินมากจาก 14.00 น. เมื่อวานนี้ ไปสู่การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 โครงการต่อไป แต่ขอเคลียร์โครงการแรกให้หมด แล้วเงินที่เกินมาหลังจากตัดบัญชี จะไปช่วยโครงการอะไรต่อ เราจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการนี้ไม่ใช่เกมโชว์ ว่าถ้าไม่ทำตามที่ระบุจะถูกตัดสิทธิ์ ทุกคนที่ขอเข้ามาเป็นผู้ที่เดือดร้อนทั้งนั้น ผู้ที่ขอรับสิทธิ์จะต้องแจ้งรหัสชื่อ เลขบัญชี และเหตุผลว่าจะนำเงินไปใช้ทำอะไร เราไม่ได้บอกไปว่าหากไม่ใส่ หรือใส่เลขบัญชีจะไม่ได้รับสิทธิ์ เราไม่ได้บอกรัดกุมขนาดนั้น และถ้าหากเราตัดสิทธิ์ผู้ที่บอกเลขที่บัญชีมาด้วยตามที่มีกระแส จะต้องเกิดการวิพากษ์วิจารณ์หนักแน่นอน ฉะนั้นเราจะใช้วิธีใครมาก่อนได้ก่อน ไม่ใช่เป็นการสุ่ม ใครจะใส่เลขบัญชีหรือไม่ ถ้ามาก่อนก็จะได้สิทธิ์ไป ดังนั้น 2,427 คนที่มาก่อนได้ก่อนแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า ผู้ที่ใช้เฟซอวตารนั้น อย่างน้อยต้องมีข้อมูลคือชื่อ นามสกุล และเหตุผลในการใช้เงิน เรายืนยันหลักการที่จะให้โดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน ไม่ต้องให้เขามาลดทอนศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยการแข่งกันจน เราไม่อยากให้เกิดขึ้น เราจึงไม่ได้ถามว่าทำไมถึงอยากได้เงิน เพราะทุกคนจะแข่งกันจนเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ แต่เราถามว่าจะเอาเงิน 3,000 บาทไปทำอะไร ซึ่งมันคนละเรื่องกันเลย เราไม่ได้จะไปพิจารณาให้สมเหตุสมผลแล้วจึงจะให้เงิน แต่เราจะให้เห็นว่าคนที่เขาเดือดร้อน จะเอาเงินไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เผยว่า กิจกรรมดังกล่าวแม้จะมีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่มิได้เป็นการดำเนินการโดยภาครัฐหรือทางราชการ กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนตามความใน ม.6 ประกอบ ม.8 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ซึ่งตามกฎกระทรวงแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการขออนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไรและทำการเรี่ยไร พ.ศ.2548 กำหนดให้อธิบดีกรมการปกครอง เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.8 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่าผู้ขออนุญาตเคยต้องโทษเกี่ยวกับลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ รับของโจร หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่ หากใครฝ่าฝืนย่อมมีความผิดตาม ม.17 ประกอบ ม.19 ได้ หรือหากผู้จัดกิจกรรมปิดบังอำพรางข้อเท็จจริงก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ปอ.ม.172 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครองเพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป หากพบว่าเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ก็ย่อมที่จะฝ่าฝืน พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามไปด้วย ย่อมถือได้ว่า &amp;ldquo;เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว&amp;rdquo; ขอให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อลงโทษตามครรลองของกฎหมายสูงสุดต่อไป ทั้งนี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่อาจมีข้อยกเว้นให้บุคคลใดหรือคณะใดได้ แม้จะอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เผยว่า May Day เมย์เดย์มีสองความหมาย ความหมายแรก หมายถึงวันแรงงาน ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี อีกความหมายหนึ่ง เป็นคำที่กัปตันเรือจะใช้ส่งสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือกรณีเรือประสบอุบัติเหตุกำลังจะจม เพื่อให้เรือลำอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยอพยพลูกเรือหรือผู้โดยสาร และถูกปรับมาใช้กับเครื่องบินกรณีที่เครื่องบินกำลังจะตกจากฟ้า เครื่องบินมีปัญหาขอลงฉุกเฉิน กัปตันจะส่งสัญญาณวิทยุว่า เมย์เดย์ ซ้ำ เมย์เดย์ เพียงสองครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนเอาคำนี้มาใช้ในการแจกเงินคนที่เดือดร้อน โดยใช้คำว่า MayDay. MayDay. มีการชี้แจงว่าเงินที่นำมาแจกเป็นเงินจากการจัดคอนเสิร์ต และมีคนบริจาคร่วมสมทบทุน ไม่ใช่เงินส่วนตัวของคนจัด ในความเป็นจริงจะมีคนบริจาคเท่าใด มีคนสมัครขอรับเงินจริงกี่คน และมีการแจกเงินจริงให้กี่คน ไม่ใช่ประเด็นที่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สงสัยในวิธีคิด ทำไมต้องใช้เลขรหัส 24 และ 75 ในการขอรับเงินช่วยเหลือ ซึ่งวิญญูชนทั่วไปก็เข้าใจได้ว่า เลขนี้หมายความถึงอะไร เลขอย่างนี้ หากไปเล่นในช่วง 24 มิถุนายน จะไม่ออกมาท้วงติง เพราะเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองที่คณะราษฎรยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเหมาะมันควรหรือไม่ เพราะในห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเวลาที่รำลึกถึงงานมหามงคลฉัตรมงคล แต่กลับมีคนที่อยากอาสามาเป็นนักการเมืองแทนที่จะสำนึกในงานมหามงคลฉัตรมงคล (แม้ในปีนี้จะไม่มีงานพระราชพิธีฯ) แสดงความจงรักภักดี กลับมาเล่นอะไรที่ไม่เข้าเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ตั้งข้อสังเกตว่า การให้ผู้ต้องการรับเงิน แจ้งชื่อสกุล เลขบัญชี ประเด็นความเดือดร้อน พร้อมรหัส 24 และรหัส 75 ในแต่ละรอบของการแจกนั้น ข้อสังเกต : 1.ตัวเลขดังกล่าวมีนัยอะไรแอบแฝงหรือไม่? อย่างไร? 2.เงินนี้รับบริจาคจากประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เงินของคุณธนาธร แต่คุณเป็นเพียงตัวกลางรับบริจาคเท่านั้น แต่เหตุใดคุณจึงแจ้งว่า &amp;quot;ผมจะแจกเงิน 3,000 โดยไม่ต้องพิสูจน์สิทธิ์ ให้ inbox เข้ามา&amp;quot; นั่นแสดงว่าคุณมีฐานความคิด เชื่อว่าเงินบริจาคเหล่านั้นเป็นของคุณใช่หรือไม่?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65055</URL_LINK>
                <HASHTAG>MAYDAY MAYDAY, คณะก้าวหน้า, จัดเรี่ยไรระดมทุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจก 3 พัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00fca4eca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
