<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;เตรียมแจกของขวัญปีใหม่จับกลุ่มคนว่างงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้เรียกประชุมเพื่อมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาแนวทางการออกมาตรการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่คลังได้ออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านโครงการคนละครึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้า และมาตรการช้อปดีมีคืน ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค ส่วนลักษณะมาตรการที่จะเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะออกมาจะเป็นอย่างไร และ จะแจกให้ใครบ้าง ขอเวลาพิจารณาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้รับทราบการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 และแนวโน้มของเศรษฐกิจในปี 2564 โดย สศค. โดยคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐจะต้องเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายการคลังที่จะต้องเน้นการประสานนโยบายและมาตรการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างยั่งยืน (Fiscal Sustainability) ในระยะสั้นจะให้ความสำคัญกับการบริหารเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ตามมติของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (ศบศ.) โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วน คือ การกระตุ้นการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจต่างๆ&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของทั้งภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เช่น มาตรการซอฟท์โลน การเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงมาตรการการพักชำระหนี้ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยกระทรวงการคลังต้องประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในระยะต่อไป ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรต้องรอความชัดเจนจาก ธปท. อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวว่า อีกภารกิจสำคัญของกระทรวงการคลังคือต้องพยายามให้เอกชนรักษาการจ้างงานขององค์กรไว้ให้ได้มากที่สุด โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชนไว้แล้ว รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้ฐานะการคลังอย่างยั่งยืน ดูแลกระแสเงินสดของภาครัฐ ให้เพียงพอต่อการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บรายได้ &amp;nbsp;ให้ได้ตามเป้าหมาย ยังไม่มีการปรับเป้าหมายจัดเก็บใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2564 ทั้งงบประมาณรายจ่ายและงบลงทุนโดยเฉพาะงบการจัดประชุมสัมมนาในต่างจังหวัดซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้ รวมถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เพื่อเร่งนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการระยะปานกลาง เป้าหมาย คือ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและดูแลให้เศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาเติบโตได้ตามศักยภาพหลังจากวิกฤตโควิด-19 &amp;nbsp;โดยมีประเด็นเร่งด่วน คือ การเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังเศรษฐกิจเปิด (Reopening economy) ทั้งมาตรการด้านการเงินการคลังเพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าว และการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยชูจุดแข็งว่าไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยในการลงทุน (Safe Heaven) ของการลงทุน เพราะเป็นประเทศปลอดเชื้อ ซึ่งอาจจะเจาะกลุ่ม Investment Travel หรือ การท่องเที่ยวเพื่อการลงทุน จากเดิมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแจกของขวัญปีใหม่ จะเน้นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา เป็นคนละส่วนกับมาตรการช้อปดีมีคืน และ คนละครึ่ง ซึ่งขอเวลาไปศึกษาว่า จะแจกอย่างไร &amp;nbsp;เบื้องต้นอาจจะเจาะกลุ่มผู้ว่างงาน ซึ่งขณะนี้มีตัวเลขอยู่ราว 1 ล้านคนที่เข้าไปช่วยก่อน โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบประมาณที่นำมาใช้ เพราะยังเหลือเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท อีกประมาณ 5 แสนล้านบาท ที่ยังนำมาใช้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนว่างงานฃ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, แจกของขวัญปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86b3c1b27d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” เร่งถกก่อนแจกของขวัญปีใหม่ชิมช้อปใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการพิเศษ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ ผู้ที่ได้สิทธิ์ในมาตรการชิมช้อปใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ตกผลึก ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่า มาตรการชิมช้อปใช้ เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม ในภาวะที่ต้องดูแลเศรษฐกิจขณะนี้ ก็ดูว่าจะสามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้หรือไม่ และมาตรการเดิมที่มีอยู่มีข้อจำกัด หรือต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร
&amp;ldquo;ชิมช้อปใช้อยากให้ติดตามดู คงไม่หมายถึงชิมช้อปใช้เฟส 4 แต่เป็นการให้สิทธิเพิ่มเติม ภายในเดือนนี้จะมีความชัดเจน เพราะต้องการให้มีผลก่อนช่วงปีใหม่ เรียกว่าเป็นของขวัญปีใหม่เลยก็ได้ ผมก็ยังบอกไม่ได้ เพราะยังทำมาตรการกันไม่เสร็จ&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินที่ได้รับการสนับสนุน จำนวน 1,000 บาท และเงินชดเชย (แคชแบ็ก) ตามมาตรการชิมช้อปใช้ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ผ่านช่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ครม.จึงเห็นสมควรกำหนดให้เงินดังกล่าวที่ผู้มีเงินได้ได้รับจากมาตรการชิมช้อปใช้ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รมว.การคลัง ระบุว่า การเว้นภาษีดังกล่าว ไม่ได้กระทบกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เพราะกรมสรรพากรไม่ได้คำนวณภาษีในส่วนนี้อยู่ในประมาณการอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51744</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการชิมช้อปใช้, รมว.การคลัง, อุตตม สาวนายน, แจกของขวัญปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c27185671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังแจกของขวัญปีใหม่ ออกแพ็กเกจกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ปัดปรับ ครม.เศรษฐกิจ แค่ขันนอตทำงานให้กระชับขึ้น คลังจ่อคลอดแพ็กเกจกระตุ้น ศก. แจกของขวัญปีใหม่ประชาชน บอร์ดค่าจ้างเลื่อนเคาะขึ้นค่าแรงไป 6 ธ.ค. จ่อขยับ 5-6 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ว่ามีการคุยกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯ บอกว่า ครม.เศรษฐกิจควรที่จะพูดจากันให้มากขึ้นกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ต้องการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนว่ารัฐบาลรับทราบและเข้าใจถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นอย่างดี จึงได้มีการหารือระหว่างการประชุม ครม. ถึงแนวทาง รูปแบบ วิธีการ การทำงานของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจให้กระชับรัดกุมมากยิ่งขึ้น มุ่งให้เกิดผลทั้งเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค โดยเฉพาะประโยชน์แก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และนโยบายเร่งด่วนที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ แต่ไม่มีแนวคิดการปรับคณะรัฐมนตรีหรือทีมเศรษฐกิจ มีแต่ช่วยกันเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งมีมาตรการต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังปาฐกถาในงานสัมมนา &amp;quot;EEC NEXT : ทุนไทย-เทศ ปักหมุด EEC&amp;quot; ว่า ล่าสุดกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เนื่องจากจะเป็นการทำให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นของเศรษฐกิจภายใน ที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้ในขณะที่ภาพรวมของโลกมีความผันผวน ซึ่งจะมีมาตรการออกมาเร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะเป็นแพ็กเกจเพื่อสนับสนุนให้ได้ทุกภาคส่วน และให้มีการช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง ทั้งด้านของการอุปโภค บริโภค ด้านการพัฒนาแรงงาน ด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดคลังได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเวลา คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ที่มาตรการจะออกมาก่อนสิ้นปีนี้ และถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ได้ แต่ทั้งหมดต้องผ่านการนำเสนอในที่ประชุม ครม.ก่อน โดยจะสนับสนุนด้านใดนั้น ต้องดูถึงความจำเป็นด้วย&amp;quot; รมว.การคลังระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำปี 2562 ว่า มีการพิจารณาบนฐานข้อมูลตัวเลขค่าครองชีพในปัจจุบัน เรื่องขีดความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง เรื่องค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับอัตภาพ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขที่จะมีการปรับเพิ่มแล้ว แต่เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ จึงยังไม่สามารถเคาะสรุปได้ โดยนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ก่อนเสนอเข้า ครม.ให้เร็วที่สุด หรืออย่างช้าคือ 17 ธ.ค. เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีรายงานในที่ประชุมว่าที่ประชุมเห็นชอบตรงกัน ว่าตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำคือ 5-6 บาทเท่ากันทั้งประเทศ ซึ่งอัตรา 6 บาทจะเป็นจังหวัดเศรษฐกิจ นายสุทธิตอบว่า &amp;ldquo;ตัวเลขนี้ไม่ได้ออกจากผมนะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างฯ 5-6 บาทต่อวัน ก็พอรับได้ เพราะถือว่าเป็นตัวเลขที่เท่ากันทั่วประเทศ แต่ยังไม่พอกิน แม้จะยังไม่พูดนโยบายที่พรรคการเมืองหาเสียงว่าจะปรับเพิ่ม 425 บาทก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า ในที่ประชุมได้เห็นตรงกันว่าจะให้ปรับขึ้นเฉลี่ย 5-6 บาท โดยจังหวัดที่จะได้ปรับอัตราสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯและปริมณฑล สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต ส่วนจังหวัดที่เหลืออยู่ในอัตรา 5 เท่ากัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ครม.เศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจกของขวัญปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd54f02057fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
