<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประจวบ-ชุมพร จมไป11อำเภอ! กระทบ2หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปภ.รายงานน้ำท่วมประจวบฯ-ชุมพร จม 11 อำเภอ กระทบประชาชน ร่วม 2 หมื่นชีวิต ตายไป 2 ราย เร่งให้ความช่วยเหลือด่วน ขณะที่นายกฯ สั่งสาธารณสุข เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ ต้องมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร รวม 11 อำเภอ 65 ตำบล 477 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,382 ครัวเรือน 20,665 คน เสียชีวิต 2 ราย สูญหาย 1 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพัดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 2 จังหวัด รวม 11 อำเภอ 65 ตำบล 477 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,382 ครัวเรือน 20,665 คน เสียชีวิต 2 ราย สูญหาย 1 ราย ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ รวม 18 ตำบล 129 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,500 ครัวเรือน 10,000 คน เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดชุมพร ฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปะทิว อำเภอสวี อำเภอเมืองชุมพร อำเภอหลังสวน อำเภอทุ่งตะโก อำเภอท่าแซะ และอำเภอละแม รวม 47 ตำบล 348 หมูบ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,882 ครัวเรือน 10,665 คน เสียชีวิต 1 ราย สูญหาย 1 ราย สะพาน 11 แห่ง ฝาย 5 แห่ง ประปา 3 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ท่อระบายน้ำ 22 แห่ง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 2,811 ไร่ ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป ท้ายนี้หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ว่าสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดฝนตกหนักลงมาติดต่อกัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่สะสมอยู่เพิ่มขึ้น ก่อนไหลเข้าท่วมถนนสายเพชรเกษม-บางสะพานหลายแห่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สูงประมาณ 50 ซม. เป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร หน้าวัดห้วยทรายขาว ระดับน้ำสูง 60 ซม. หน้าโรงเรียนอนุบาลบางสะพาน ท่วมเลยทางเข้าวัดถ้ำม้าร้อง ระดับน้ำสูง 50-80 ซ.ม. นอกจากนี้ยังไหลเข้าท่วมหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ตำบลกำเนิดนพคุณ ชาวบ้านต้องอพยพออกมาอยู่ตามบ้านญาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ สั่งการให้ พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก นำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือประชาชน ไปยังที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางสะพาน โดยมีการร่วมบูรณาการวางแผนกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่โดยเร่งด่วน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนโรงพยาบาลบางสะพาน หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ได้นำกำลังพลเข้าช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก 10 ราย ไปยังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ในส่วนของผู้ป่วยที่เหลืออีก 100 ราย ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพานยืนยันว่า ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพิ่มเติม แต่ติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง และยังเปิดให้บริการรับผู้ป่วยทั่วไป ยกเว้นผู้ป่วยอาการหนัก และที่จะต้องผ่าตัดงดรับในช่วงนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อ่างเก็บโป่งสามสิบ ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน มีปริมาณน้ำเต็มอ่าง ทำให้น้ำล้นออกจากสปิลเวย์ (spillway) โดยประชาชนในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ได้รับความเดือดร้อน จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ครัวเรือน ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นที่โดยใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง และยังคงเร่งเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งยังเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นในการช่วยเหลือประชาชน เพราะ &amp;ldquo;ทหารต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ติดตามและได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เน้นปฏิบัติการที่มุ่งดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก เช่น การอพยพไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งจัดอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของที่จำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพอใจที่ทุกหน่วยงานได้วางแผนและเร่งระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและจัดเรือเข้าพื้นที่ โดยกำลังพลจากหน่วยทหาร การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในบ้านโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคโดยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยติดเตียงตามบ้านพักอาศัยเป็นพิเศษ เนื่องจากบางคนไม่สามารถดูแลตัวเองได้ รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องรับการล้างไต ผู้ที่ต้องได้รับยาต่อเนื่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก จึงสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขออกสำรวจข้อมูลผู้ป่วย เพื่อให้ได้รับยาและดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน เตือนภาคใต้บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือ ภาตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมอ่าวเบงกอล ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลบนเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชุมพร, น้ำท่วม, ประจวบคีรีขันธ์, หนังสือพิมพ์, แจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181110/image_big_5be6c7d0429b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
