<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูตรเดิมแจกน้ำแก้ภัยแล้ง พท.ฉะเทงบหมื่นล้านเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ส่ง &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; ลงพื้นที่โคราช เร่งหามาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง &amp;quot;รมว.คมนาคม&amp;quot; สั่งกรมทางหลวงแจกน้ำดื่มน้ำใช้ 717,200 ลิตร บรรเทาความเดือดร้อน ปชช.ทั่วประเทศ &amp;quot;สุโขทัย&amp;quot; วิกฤติแม่น้ำยมแห้งขอด ข้าวยืนต้นตายแล้วกว่า 2 หมื่นไร่ &amp;quot;พท.&amp;quot; ข้องใจรัฐบาลเทงบนับหมื่นล้านแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งแต่ยังเกิดปัญหาทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่ อ.โชคชัย และ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เนื่องจากในพื้นที่ อ.โชคชัย &amp;nbsp;จากทั้งหมด 10 ตำบล ปัจจุบันเกิดปัญหาภัยแล้งใน 2 ตำบล คือ ต.พลับพลา และ ต.ท่าอ่าง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน สระน้ำที่ใช้ทำน้ำประปาหมู่บ้านแห้งขอด และพบว่าบางพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคเข้าไม่ถึง ประชาชนใช้น้ำจากบ่อบาดาลซึ่งเป็นบ่อขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ ในส่วนของ อ.ปักธงชัย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญกล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งของทั้ง 2 อำเภอ มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ การเจาะบ่อบาดาล การสูบน้ำและแจกจ่ายน้ำ การรณรงค์ชาวบ้านไม่ทำข้าวนาปรัง และการใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวมีการปรับปรุงวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดิน การจัดหาถังน้ำกลาง และรณรงค์การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมาอย่างใกล้ชิด ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนหลายด้าน อาทิ จัดหารถแรงดันน้ำ ขุดบ่อบาดาลเพิ่ม โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกลางจำนวน 3,000 ล้านบาท และมอบหมายให้ สทนช.ดำเนินการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนต่อไป ในส่วนของงบประมาณปกติของรัฐบาล 3.2 ล้านล้านที่เพิ่งผ่านสภา คาดว่าสามารถใช้ได้เดือน มี.ค.และอาจจะมีการสนับสนุนช่วยเหลือแก้ปัญหาสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า หลังจากได้มอบนโยบายให้กรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ทั้งสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงบรรเทาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น, อำเภอ, &amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านการประสานความร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคในโครงการ &amp;quot;กรมทางหลวง-การประปาส่วนภูมิภาค รวมใจต้านภัยแล้ง&amp;quot; พบว่าตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.62 จนถึงปัจจุบัน (12 ม.ค.63) &amp;nbsp;ได้สนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวงเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น &amp;nbsp;717,200 ลิตร และคาดว่าความต้องการขอความช่วยเหลือดังกล่าวจะยังคงเพิ่มขึ้นตลอดฤดูแล้งนี้ จึงได้สั่งการให้ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมทางหลวงยังรายงานว่า ได้สนับสนุนน้ำในการระงับอัคคีภัยหรือไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณสองข้างทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามและสร้างความเสียหายในวงกว้างกว่า 42 แห่ง และยังคงเฝ้าติดตาม รวมทั้งยืนยันความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าไปแก้ไขปัญหา&amp;quot; รมว.คมนาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนอย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชม. โดยประชาชนผู้เดือดร้อน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น อำเภอ &amp;nbsp;จังหวัดสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้ภัยแล้งมาเร็วและคาดว่าจะเป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนาน ซึ่ง รมว.คมนาคมมีความเป็นห่วงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และได้สั่งการให้กรมทางหลวงดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยการประสานงานกับการประปาส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิดให้มีแผนการสำรองน้ำอย่างเพียงพอ โดยพิจารณาจากปริมาณความต้องการของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เป็นรายวัน และยืนยันว่าจะมีน้ำเพื่อการดื่มการใช้อย่างเพียงพอ และเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งประชาชนและหน่วยงานต่างๆ สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกรมทางหลวงผ่านสายด่วน 1586&amp;quot; นายสราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงทั่วประเทศใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประโยชน์สูงสุด และยังได้รับความร่วมมือในการประหยัดน้ำที่ใช้ในการก่อสร้างจากผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างต่างๆ ของกรมทางหลวงอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มขยายวงกว้าง ประชาชนหลายหมู่บ้านต่างเร่งสร้างฝายกักเก็บกลางแม่น้ำยม หลังปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่บริเวณสะพานป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย ลงมาถึงท้ายน้ำบริเวณสะพานพระร่วง-สะพานพระแม่ย่า ใจกลางเมืองสุโขทัย และที่สะพานบ้านบางปะ ต.กง อ.กงไกรลาศ แม่น้ำยมมีสภาพเกือบแห้งขอด หลายจุดมองเห็นพื้นทรายก้นแม่น้ำจนสามารถเดินข้ามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า สุโขทัยเริ่มประสบภัยแล้งมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2562 และผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ 4 &amp;nbsp;อำเภอ คือ ศรีสัชนาลัย, ศรีสำโรง, คีรีมาศ และเมืองสุโขทัย ซึ่งมีนาข้าวยืนต้นตายทั้งหมดกว่า 27,261 &amp;nbsp;ไร่ จังหวัดจึงได้เตรียมเสนอของบประมาณกว่า 30 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,113 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อ่างทอง สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างเช่นกัน ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งในพื้นที่กลางทุ่งนา หมู่ที่ 2 ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่ขาดแคลนแหล่งน้ำเลี้ยงเป็ด ต้องเดินไล่เป็ดไปไกลกว่าจะได้แหล่งน้ำ ทำให้เป็ดไล่ทุ่งที่นำไปเลี้ยงในนาข้าวไม่มีน้ำกิน ไม่มีสระน้ำให้เป็ดว่ายเล่น ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัดส่งผลกระทบทำให้เป็ดไล่ทุ่งโตช้า ไข่ตก แถมล้มตายคาทุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปีนี้ภัยแล้งมาเร็วและมาแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่การแก้ปัญหาของรัฐบาลถือว่าล่าช้ามาก ไม่ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาล คสช.ต่อมาจนถึงรัฐบาลนี้ใช้งบประมาณมหาศาลในการแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม &amp;nbsp;แต่ไร้ประสิทธิภาพ งบประมาณละลายน้ำไม่เกิดผล เป็นการหลอกลวงประชาชน และ พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะโกหกประชาชนว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสารกล่าวว่า ผลการบริหารงานที่ไร้ความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบปัญหาในทุกด้าน ทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม รัฐบาลทำงานไม่เป็น ไม่รับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่ &amp;nbsp; ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด รวมทั้งทำงานไม่เป็น หลายครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรตามพื้นที่ต่างๆ บรรดาส่วนราชการทำการเกณฑ์ชาวบ้านมารอรับ จัดฉากซักซ้อมเพื่อเอาใจ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์เลยไม่รู้ว่าประชาชนคิดอย่างไร การแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้รับการนำเสนอ จึงส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณนับหมื่นนับแสนล้านแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม ให้หน่วยทหารลงไปขุดบ่อกักเก็บน้ำ ผลสุดท้ายหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณไปก็เกิดข้อสงสัยมากมายว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ ล่าสุดเตรียมอนุมัติงบประมาณอีก 3,000 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ประชาชนคงได้แต่มองตาปริบๆ ที่รัฐบาลใช้เงินภาษีไร้ประสิทธิภาพ คนไทยคงรับกรรมอีกนานหากรัฐบาลนี้ยังอยู่&amp;quot; ส.ส.พรรค พท.รายนี้ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาภัยแล้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาภัยแล้ง, แจกน้ำดื่มน้ำใช้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7ab3571fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
