<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฝ่ายค้าน’โวมีหลักฐานมัดทั้งพยาน-คลิปแจกเงิน5ล้าน!   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค ได้หารือสรุปการทำงานหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นการสรุปจุดอ่อน จุดแข็งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พอใจผลการทำงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ วัดจากความพึงพอใจจากประชาชนอยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ อาจจะมีข้อบกพร่องเรื่องการวางน้ำหนักในการวางตัวบุคคลเพื่ออภิปรายอยู่บ้าง ส่วนคะแนนโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ออกมาเป็นไปตามคาด ไม่เคยมีรัฐบาลแพ้โหวตในสภา แต่ครั้งนี้มีปัจจัยการโหวตชนะที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้อภิปรายไป พบว่ารัฐมนตรีในรัฐบาล ตอบไม่ชัดเจนหลายประเด็น เจตนาหลีกเลี่ยงไม่ตอบ เช่น เรื่องส่วนต่างราคาวัคซีนซิโนแวค วันนี้รัฐบาลยังไม่แสดงหลักฐานการซื้อ รวมถึงเรื่องการจัดซื้อแบบจีทูจี ที่ฝ่ายค้านเอาหลักฐานการเสียภาษีมาแสดง ในส่วนนี้รัฐบาลก็ไม่ตอบ เรื่องชุดตรวจโควิดแบบ ATK ยังมีเงื่อนงำ บริษัทหนึ่งประมูลแล้วเซ็นสัญญากับอีกบริษัท รวมถึงเรื่องทุจริตยาง รัฐบาลตอบแบบเลี่ยงบาลีไม่ตอบตรงๆ เบื้องต้นมี 3 &amp;ndash; 4 เรื่อง ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นดำเนินคดีต่อไป ประกอบด้วย &amp;nbsp;
1.เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค 2.การที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการแทรกแซง หรือล้มกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ ATK &amp;nbsp;เป็นการประพฤติมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 3.เรื่องยางพารา เชื่อว่าพยานหลักฐานมัดแน่นอน 4.การทุจริตในกองทัพอากาศ ตามที่นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสัปดาห์หน้า ผู้อภิปรายทุกคนจะเข้ามาหารือเพิ่มเติมซึ่งอาจจะมีหลายคดีกว่านี้ การจะยื่นเอาผิดแต่ละเรื่อง นั้นจะพิจารณากันต่อไปว่า เรื่องใด ควรยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;หรือ หน่วยงานอื่นให้ตรวจสอบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า เรื่องใหญ่ที่สุด คือ เหตุการณ์แจกจ่ายเงินบนชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ ส.ส.ลงคะแนน ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดประเด็น เรื่องนี้พบว่ามีหลักฐานหลายอย่าง เราเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และไม่แน่ว่าข้อมูลที่มีอาจยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรม ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง หลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดกรณีแจกจ่ายเงินชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสุทิน กล่าวว่า มีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราไปขอล็อกไว้ ภาพถ่าย พยานบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นคนที่พบเห็นเหตุการณ์ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย และคนที่ได้รับการทาบทาม แต่เขาปฏิเสธ แม้นายกฯ ไม่ใช่ผู้จ่ายเอง แต่ก็อาจมีความเชื่อมโยงไปถึงได้ มีบุคคลที่เป็นตัวแทนจ่าย จะเป็นคนแรกที่จะถูกร้องดำเนินคดี ยืนยันว่า มีพยานสมบูรณ์ คนที่ได้รับการทาบทามแล้วยินดีที่จะมาเป็นพยาน และต่อสู้คดีในศาลให้เราด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแจกจ่ายเงิน ส.ส. เป็นเรื่องความเสียหายต่อสภามาก จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงไปโดยไม่ชัดเจน แต่จะติดตามให้ถึงที่สุด คนที่อยู่ในกระบวนการแจกจ่ายเงินต้องถูกดำเนินคดี และลงโทษอย่างถึงที่สุด คาดว่าช่วงต้นเดือนตุลาคม น่าจะยื่นต่อองค์กรต่างๆได้ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น&amp;rdquo;นายสุทิน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า สถานทูตจีนประณามคนด้อยค่าวัคซีน พรรคเพื่อไทยจะมีการชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับความเข้าใจอะไร เพราะการพูดถึงวัคซีนซิโนแวคเป็นการอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และองค์การที่น่าเชื่อถือ เราไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116041</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน, พท., พรรคเพื่อไทย, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส.มหาสารคาม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61385e01bf6f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม!แจกเงินเยียวยาโควิดรอบใหม่4พันบาท2เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ม.ค.2564 - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้รายงานข่าวปลอม อย่าแชร์!ล่าสุด ถึงกรณีครม. อนุมัติแจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบ 2 จำนวน 2 เดือนระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในประเด็นเรื่อง ครม. อนุมัติแจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบ 2 จำนวน 2 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปรากฏข่าวที่มีเนื้อหากล่าวถึง ครม. แจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบที่ 2 เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทางกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ไม่เป็นความจริง ขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการระบาดของ COVID-19 อย่างใกล้ชิด โดยอยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th โทร. 02-618-2323
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้รายงานข่าวปลอม, เยียวยา, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6c31ddaebc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม!จแกเงินเยียวยาโควิดรอบใหม่4พันบาท2เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ม.ค.2564 - ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้รายงานข่าวปลอม อย่าแชร์!ล่าสุด ถึงกรณีครม. อนุมัติแจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบ 2 จำนวน 2 เดือนระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในประเด็นเรื่อง ครม. อนุมัติแจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบ 2 จำนวน 2 เดือน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปรากฏข่าวที่มีเนื้อหากล่าวถึง ครม. แจกเงินเยียวยา 4,000 บาท รอบที่ 2 เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทางกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า ไม่เป็นความจริง ขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการระบาดของ COVID-19 อย่างใกล้ชิด โดยอยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th โทร. 02-618-2323
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้รายงานข่าวปลอม, เยียวยา, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6c31ddaebc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โห! &#039;หญิงหน่อย&#039; สุดหยามรัฐบาลบิ๊กตู่ &#039;กู้เงินมาแจก ก็ยังแจกไม่เป็น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ศบศ. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศโดยแจกเงิน 3,000 บาท ให้คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 15 ล้านคน ให้เวลาใช้ 3 เดือนโดยกำหนดให้ใช้วันละ 100-250 บาท ผ่านร้านค้าที่ขึ้นทะเบียน ทำให้ดิฉันมีความเป็นห่วงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ายังจำกัดได้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 รัฐบาลได้ออก พรก. กู้เงินจำนวน 1.0 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งนับเป็นการกู้เงินจำนวนมากที่สุดของประเทศ แต่จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 5 เดือน รัฐบาลก็ยังคงวนเวียนกับการแจกเงินแบบที่เคยทำมาก่อนเกิดโควิด และทำมาตลอด 6 ปีกว่าที่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี แปลว่ารัฐบาลยังคิดมาตรการอื่นที่ดีกว่าการแจกเงินไม่ออก ปัญหาคือจะมีปัญญาแจกเงินไปได้อีกนานเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของความล้มเหลวของการแจกเงิน ดังกล่าวแสดงออกมาในรูปของการจัดเก็บภาษี ปรากฏว่าสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม 2563 รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 267,810 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2563 การจัดเก็บภาษีอากรน่าจะติดลบเกินกว่า 300,000 ล้านบาท แสดงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่กู้เงินมาใช้เงินอย่างมโหฬารไม่ได้ผล คาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2564 หนี้สาธารณะจะสูงเกินร้อยละ 60 ที่เป็นกรอบความยั่งยืนทางการคลังซึ่งจะทำให้รัฐบาลก่อหนี้ไม่ได้อีก แปลว่ารัฐบาลประยุทธ์จะล้มละลายทางการคลัง ความหายนะจะบังเกิดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความน่าเป็นห่วงของมาตรการแจกเงินครั้งนี้คือ เงินที่แจกที่มาจากการกู้และเป็นหนี้ที่ประชาชนต้องชดใช้ซึ่งกว่าจะใช้หนี้หมดคงใช้เวลาเกือบ 100 ปี แต่จะไม่เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยหรือเอสเอ็มอี เพราะรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการอะไรที่จะทำให้พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กรายน้อยได้ประโยชน์จากเงินที่แจก โดยทำกระบวนการแจกยุ่งยากต้องใช้ผ่านแอ๊พ ซึ่งเอื้อกิจการรายใหญ่ทั้งสิ้น ถ้าคิดจะแจกให้คนจนได้ประโยชน์ก็แจกเป็น &amp;quot;เงินสด&amp;quot; เลยดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่รัฐบาลคิดว่าคนไทยไม่มีกำลังซื้อจึงต้องแจกเงินแล้วทำไมจึงคิดว่าพ่อค้าแม่ค้าที่หมดตัวไปแล้วยังมีทุนไปซื้อของมาขายเพื่อรับเงินที่รัฐบาลแจกคน 15 ล้านคน ผลคือเงินที่กู้มาแจกจะไหลไปสู่กระเป๋าเจ้าสัวเพียงไม่กี่รายทำให้ความเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กู้เงินมาแจก ก็ยังแจกไม่เป็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาของรัฐบาลนี้คือการที่นายกมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีความจริงใจต่อประชาชน คิดแต่จะอุ้มคนรวย โดยอ้างคนจนบังหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76566</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, กู้เงิน, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, รัฐบาล, เพื่อไทย, แจกเงิน, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e785aac3bef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทด์ เอกพัน&#039;ทำดีไม่มีข้อแม้  เผยที่มาแจกเงินชาวบ้านสู้โควิค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงเกิดโควิด-19 ระบาดหนักไปทั่วทั้งโลก แม้แต่เมืองไทยก็มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อย แต่ในวิกฤตกับมีเรื่องราวดีๆ ให้คนทั้งประเทศได้ปลื้มไปตามๆ กัน เมื่อ ไทด์ เอกพัน&amp;nbsp; และ บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ จับมือกันลงพื้นที่ช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แบบถึงหน้าบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง ไทด์ เอกพัน ได้มาเล่าไทม์ไลน์ถึงที่มาของการเริ่มต้นจิตอาสาผ่านรายการ ต้มยำอมรินทร์ ว่าตัวเองได้ทำมานานมากกว่า 30 ปีแล้ว และที่ทำอย่างต่อเนื่องมาตลอดเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ คือ ทำด้วยหัวใจ เช่นเดียวกันในช่วงโควิคทั้งคู่ได้นำเงินส่วนตัว&amp;nbsp; 10 ล้านบาท มามอบให้ประชาชนเพื่อบรรเทาทุกข์ของทุกคนลงได้บ้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความคิดดีๆ ของคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ซึ่งเข้าเนี่ยเห็นสภาพหลังจากโควิคเกิดได้สัก 1 สัปดาห์ ที่บ้านเราจะต้องล็อกดาวน์ 1 สัปดาห์ ไปตามสี่แยกเขาจะเห็นเด็กมาเคาะกระจกขอเงินกินข้าว&amp;nbsp; ไม่ใช่เด็กอย่างเดียว ทั้งคนแก่ ทั้งคนหนุ่ม ขอเลย แบบขอกินข้าวเลยไม่มีตังค์ เพราะว่าทำงานไม่ได้ ออกจากบ้านไม่ได้ ทีนี่บิณฑ์เขาก็เกิดมีความคิดขึ้นมาว่า เงินที่เขาได้มาจากการไปช่วยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานีก็ มีสินค้าหลายตัวที่ให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์ได้เงินประมาณ 10 กว่าล้าน ก็เลยมีความคิดว่า ไอ้เงิน 10 กว่าล้าน มันไม่ใช่ของเขา มันเป็นเหมือนกับว่าลาภลอยที่เราไปทำเป็นฮีโร่ของพี่น้องประชาชนอีสาน เขาก็เลยตัดสินใจว่า เขาจะขอเดินแจกเงินให้กับชุมชนทุกชุมชนในกรุงเทพมหานครด้วยเงิน 10 ล้านบาทนี่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามทำไมไม่รับเงินบริจาค เพราะเงินบริจาคน้ำท่วมมันเกิดวิกฤตที่อุบลราชธานี ที่เขาเปิดรับบริจาค ตอนแรกเขาก็กะว่าได้สักล้านนึงหรือสองล้านที่จะเอาไปช่วยให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานี พรึ่บเดียวซัดไป 422 ล้านบาท ทีนี่เขามาคราวนี้เขาก็คิดว่าวิกฤตนี้ต้องช่วยกันทั่วทุกคนในแผ่นดินต้องช่วยกัน เพราะว่าประเทศไทยนี่เกิดขึ้นทั้งประเทศเลย &amp;nbsp;เขาก็เลยตัดสินใจเอาเงิน 10 ล้านเนี่ย เอามาให้เลย แจกทุกวันๆ ให้ครอบครัวละ 500 คนไหนที่ครอบครัวมี 4 คนให้พันนึง คนไหนอยู่ 2 คนให้ 500 เพิ่มขึ้นตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ที่เขาเป็น พรีเซนเตอร์เขาเห็นว่าเอาแจกจริง เขาก็เลยบริจาคมาให้ล้านนึง สองล้าน ตอนนี้ทั้งหมด 16 ล้าน รวมของเขาด้วย 10 ล้าน เป็น 16 ล้าน วันที่ 14 (เดือนพฤษภาคม) เป็นวันสุดท้ายที่เราต้องแจก 16 ล้านนี้ต้องหมด &amp;nbsp;สิ่งที่มีความสุขที่สุด คือทำให้คนอื่นมีความสุข นี่คือเรา 2 คนจะพูดกันเสมอว่า วันนี้เป็นยังไงเหนื่อยไหม? ไม่เหนื่อย แต่จริงๆ แล้วมันเหนื่อยมาก แต่ที่ไม่เหนื่อยก็เพราะว่า เห็นสีหน้าชาวบ้านมานั่งรอหน้าประตูยกมือไหว้ คนเฒ่าคนแก่เห็นเรา น้ำตานี่ไหลออกมา เข้ามากอด ได้เห็นความรู้สึกของแต่ละครอบครัว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปฟังเรื่องราวของพระเอกฝาแฝดที่หล่อใจหล่อมากได้ในรายการต้มยำอมรินทร์  ย้อนหลังได้ที่ https://youtu.be/wvdI38qTsx4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำอมรินทร์, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, แจกเงิน, โควิค-19, ไทด์ เอกพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbb1d41401f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อคิวยาวเหยียด &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; หอบเงินสดลงพื้นที่แจกชาวบ้านบรรเทาทุกข์โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส &amp;nbsp;เปิดเผยเมื่อ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อเเละหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเเละเเกนนำพรรคลงพื้นที่เป็นวันที่สี่ นำเครื่องอุปโภคบริโภคเเละเงินสด ไปเยียวยาประชาขนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ชุมชนวัดจันทร์สโมสรเเละชุมชนวัดบางกระบือ เขตดุสิต กทม.รวมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเพื่อนำไปอภิปรายในสมัยประชุมสภาผู้เเทนราษฎรที่จะเปิดขึ้นในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเเละผู้บริหารพรรครวมทั้งสมาชิกพรรคลงพื้นที่ใน กทม.เเละจังหวัดใกล้เคียงรวมสี่วัน เพื่อดูแลประชาชนที่ไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควรจากไวรัสโควิด-19 โดยการเดินลงพื้นที่ชุมชนแออัด พบว่าหลายชุมชนไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร ภาพที่ประชาขนเข้าเเถวยาวเป็นกิโลเมตรเพื่อรับเงินสดเเละสิ่งของที่พรรคนำไปเยียวยานั้นสะท้อนว่า การลดความเหลื่อมล้ำตามที่รัฐบาลเคยบอกไว้ไม่ได้ผล ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ณ เวลานี้หวังเพียงแต่ว่า รัฐจะดูแลทุกคนให้ทั่วถึง ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อมาเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ดูแลที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัด เพิ่มคุณภาพชีวิตและส่งเสริมธุรกิจชุมชนให้เดินต่อไปได้ ตรงนี้จะนำไปหารือในการประชุมรัฐสภา โดยพรรคจะกระจายส.ส.10คนของพรรคในการติดตาม การเเก้ไขปัญหาของประชาชนให้เร็วที่สุดเเละวางมาตรฐานการดูเเลประชาชนที่มีรายได้น้อยให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องเหล่านี้จะสอบถามหัวหน้ารัฐบาลเเละครม. ที่เกี่ยวข้อง เพราะเสียงสะท้อนที่ออกมาจากปากชาวบ้านนั้น เป็นความจริง เพราะการบูรณาการระบบข้อมูลของชาวบ้านจากหน่วยงานรัฐพบว่าบกพร่อง บางกระทรวงก็ให้ชาวบ้านไปกรอกคำร้องหากจะรับเงินเยียวยา5000บาทที่กระทรวงตั้งอยู่ ชาวบ้านรายได้เเทบไม่มี ต้องเสียเงินเเละเวลาไปลุ้นอีกหรือ ทำไมไม่ให้ชาวบ้านไปกรอกเอกสารกับหน่วยราชการในพื้นที่เพื่อประหยัดต้นทุน เเละเวลาหากิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบAIเเละระบบออนไลน์ของรัฐบาลที่บอกว่าตอนนี้อยู่ในยุคไทยเเลนด์4.0มันก็พบว่า ระบบมั่วเเละฐานข้อมูลของภาครัฐจากเเต่ละหน่วยงานไม่เชื่อมกัน จนชาวบ้านหลายคนเสียสิทธิไปฟรีๆเเบบนี้ต้องเร่งปรับปรุง พรรคเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เเล้วเเละจะเร่งติดตามการเเก้ไขทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65477</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส, เยียวยา, เสรีรวมไทย, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb6903e13452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดขอร่วมกิจกรรรมรับเงินจาก &quot;คณะก้าวหน้า&quot; ทะลุ 3.7 ล้านข้อความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 2563 &amp;nbsp;หลังจากกรณีที่ &amp;quot;คณะก้าวหน้า&amp;quot; จัดกิจกรรมไลฟ์สด &amp;quot;คอนเสิร์ตระดมทุน #MAYDAYMAYDAY เราช่วยกัน&amp;quot; โดยให้ศิลปินอิสระซึ่งในช่วงนี้ไม่มีงานได้มาแสดงดนตรี พร้อมกับเปิดรับระดมทุน เพื่อจะส่งมอบต่อเงินช่วยดังกล่าวให้กับผู้ที่เดือดร้อนและขอรับสิทธิจำนวน 3,000 บาท ซึ่งกิจกรรมจัดในวันที่ 1 และ 2 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในวันมี่ 3 พ.ค. เวลา 8.23 น. มีประชาชนทราบข่าวสารการแจกเงิน แห่ร่วมกิจกรรมที่เพจ &amp;quot;คณะก้าวหน้า - Progressive Movement&amp;quot; จำนวนมาก โดยคลิปวีดีโอคอนเสิร์ตนั้น มียอดรับชมสูงถึง 13 ล้านครั้ง ขณะที่ยอดคนมาพิมพ์ขอรับสิทธิจำนวนมาก โดยมีจำนวนข้อความในโพสต์ดังกล่าวมีมากกว่า 3.7 ล้านข้อความ &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพิมพ์มาเพื่อขอรับสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64911</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, คอนเสิร์ตระดมทุน #MAYDAYMAYDAY เราช่วยกัน, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eae1f01af09b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
