<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุตตม”ชงครม.เคาะมาตรการเข็นเศรษฐกิจชุดใหม่!ปัดฝุ่นแจกเงินอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อเป็นการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง อาทิ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้า โดยคาดว่าชุดมาตรการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน มี.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ จะเน้นดูแลเรื่องความเชื่อมั่นผ่านการสนับสนุนการอุปโภคบริโภค โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบผ่านการใช้จ่ายจากสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้ และยังมีมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยจะมีการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรในภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งจะมีมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีรายได้มากขึ้น ดูแลผ่อนภาระทางการเงินให้ ขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการดูแลพนักงาน ลูกจ้างให้ยังมีงานทำ ไม่ตกงาน การผ่อนภาระทางการเงินด้านอื่น ๆ โดยทั้งหมดจะออกมาเป็นแพ็คเกจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมตั้งใจว่าหากมีมาตรการออกมาก็อยากจะให้มีผล ดังนั้นก็จะมีการใช้เม็ดเงินในการดำเนินการพอประมาณ ดังนั้นขนาดของมาตรการก็มีผลเช่นกัน อยากให้ปัง แต่จะปังหรือไม่ต้องรอดู เพราะในรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ยังทำไม่เสร็จ โดยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมว่าจะมีการแจกเงินให้ประชาชนหรือไม่ ดังนั้นรายละเอียดทั้งหมดจึงอยากให้ผ่าน ครม. ก่อน&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการไปยังส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหมดให้เตรียมความพร้อมในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือนครึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายได้ โดยมีการประเมินว่าภายในเดือน พ.ค. 2563 จะสามารถเบิกจ่ายได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวอีกว่า ภายหลังการหารือร่วมกันกับ EU-ASEAN Business Council (EU-ABC) ว่า ต่างชาติยังแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในระยะยาว โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการลงทุนในประเทศไทยถือเป็นโอกาส แม้ว่าขณะนี้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่จากมาตรการดูแลเศรษฐกิจในระยะสั้นของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เชื่อมั่นว่าไทยมีความพร้อม และเมื่อปัจจัยลบต่าง ๆ คลี่คลายไป ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะลงทุนได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ได้ประกาศว่า จะถอนธุรกิจรถยนต์เชฟโรเลตออกจากตลาดของไทยภายในสิ้นปี 2563 ว่า เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงแสดงความสนใจและตั้งใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าเป็นแผนงานของบริษัทที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ในประเทศอื่นที่บริษัทมีการลงทุนก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้สำหรับธุรกิจข้ามชาติที่บางทีจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจในบางประเทศ เป็นเรื่องของบริษัทในการปรับตัว&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57682</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), พิจารณาเห็นชอบชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่, อุตตม สาวนายน, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e26476bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นช่วยผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่แจกของขวัญหวังบุญคุณ แต่เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลต้องทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อใช้กำหนดและติดตามประเมินผลการจัดสวัสดิการภาครัฐ และการนำระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบชี้เป้า (TPMAP) มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งบันทึกความร่วมมือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 11 หน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลต้องการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน วันนี้บ้านเรามีทั้งคนที่พัฒนาได้และพัฒนาได้ช้า เราจึงจำเป็นต้องมีสวัสดิการ ในขณะที่เรากำลังพัฒนาไปพรางๆก่อน การทำงานด้านรัฐสวัสดิการมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องมีกลไกในการขับเคลื่อน ที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ตราบใดที่ยังมีผู้มีรายได้น้อย เราคงไปไม่พ้นกับดักประเทศผู้มีรายได้น้อยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่รัฐบาลมีโครงการต่างๆในเรื่องของรัฐสวัสดิการมาช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่เป็นเรื่องของการสร้างบุญคุณ การให้ของขวัญหรือเปย์ แต่เป็นหน้าที่ของทุกๆรัฐบาล อะไรทำได้ก็ต้องทำ แต่รัฐบาลก็ต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณ ขอร้องว่าอย่าให้ใครมาบิดเบือน รัฐบาลไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากการช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการสวัสดิการแห่งรัฐมีมากกว่า 40 โครงการ ช่วยเหลือประชาชนอย่างครอบคลุม การที่รัฐบาลลงทุนในโครงการต่างๆ ก็เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเอาเงินไปดูแลข้างล่างให้มากขึ้น เพราะถือว่าทุกคนคือคนไทย เราจะสร้างความขัดแย้งบาดหมางกันอีกไม่ได้ เพราะเป็นห่วงโซ่ร่วมกัน เราต้องทำทุกอย่างให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ผลีผลามดี ไม่ใช่ดีแล้วซ้ายก็วูบไป งบประมาณภาครัฐเสียหาย ระบบการเงินการคลังล้มเหลว เราจะปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ ต้องมีการถ่วงดุล ประชาชนเองก็ต้องเข้าใจนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลเองก็ต้องมีวิธีการอันเหมาะสมในการดูแลประชาชน เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่เกิดความขัดแย้ง หรือปล่อยให้ใครเอามาใช้ประโยชน์ สวัสดิการแห่งรัฐจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อสามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า การสร้างสุขทุกช่วงวัยต้องทำตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นก้าวแรกของรัฐบาล ที่มีการชี้เป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าทำ แต่รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้ใครพอใจหรือไม่พอใจ ไม่ต้องการอะไรเลย แต่มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำแบบนี้ ในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งจะเห็นว่าทุกคนเริ่มมีความสุขมากขึ้น แต่ความต้องการก็มีมากขึ้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา จะไปโกรธเคืองไม่ได้ เพราะเขาขาดมานาน ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะขยายการดูแลรัฐสวัสดิการให้เพิ่มขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า และอย่าไปตั้งเป้าว่าเราจะแก้ไขปัญหาความยากจนได้ภายในปีนี้หรือปีหน้า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนและขั้นตอน ไม่เช่นนั้นก็คงจบ โดยคำสั่งไม่กี่คำสั่ง หลายคนบอกให้แก้ปัญหาด้วยมาตรา 44 ยืนยันว่าทำไม่ได้ การทำโครงการบัตรสวัสดิการไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่คิดเป็นคนเก่ง คนใช้ก็ต้องคิดให้ทันว่าจะใช้อย่างไร ขอให้ใช้ให้เป็น ให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าได้บัตรสวัสดิการไปแล้วยังใช้ไม่เป็น แล้วต้องไปจ้างคนมากด หักค่าหัวคิว 50 บาท 100 บาท บางทีก็เชิดเงินไปเลย อย่างนี้ถือว่าอันตรายที่สุด ขอร้องว่าอย่าไปสอนคนแบบนั้น และขอร้องอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาบิดเบือน ว่าจะต้องเสียอย่างนั้นอย่างนี้ มีคนมามุงหน้าตู้เอทีเอ็ม เราต้องสร้างการรับรู้ให้ทุกคน คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ช่วยหาคนมากดเงินให้คนเหล่านี้ได้หรือไม่ เดี๋ยวก็กดเป็นเอง คนเราใช้เงินเป็น ใช้เก่งอยู่แล้ว การที่รัฐให้เงินไปก็เพื่อให้ไปซื้อของที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ไปซื้อถั่วแระถั่วเน่า ของแบบนั้นซื้อร้านค้าปีกก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ปัญหาเรามีหลายอย่าง แต่อย่าให้ทุกอย่างมาเป็นปัญหาความขัดแย้งจนทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เราจะทำอย่างไรที่จะปรับความคิดที่แตกต่างให้ตรงกับมาตรฐานได้ ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในระดับล่าง รวมถึงการเป็นประชาธิปไตยที่มาจากรัฐธรรมนูญ กฎหมายและประชาชนมีหลักคิดที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาธิปไตยมีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง ขอให้ทุกคนเดินหน้าไปด้วยกันตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนแม่บทที่เราวางไว้ อย่าให้ใครที่กล่าวอ้างว่า จะทำอย่างนี้ทำอย่างนู้น ให้เรียนตรงนี้ตรงนั้น ตนถามว่าเอาเงินมาจากไหน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ.2561 ว่าอย่างไร ทำอย่างนั้นก็ผิดหมด เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้มุ่งหวังไม่ให้มีความผิดเช่นนี้เกิดขึ้นมาอีก รัฐบาลนี้เองก็ต้องระวัง ซึ่งเป็นเรื่องของการตรวจสอบ รัฐบาลนี้ก็ถูกตรวจสอบมาโดยตลอด อย่าหาว่าไม่ถูกตรวจสอบ ซึ่งแล้วแต่ความรู้สึกจะคิด ตนไม่แก้ตัว ใครทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ ทั้งนี้ ตนขอให้ทุกคนมั่นใจในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24611</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a16e65c448.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกางแผนโอน500 บาท ของขวัญปีใหม่ให้คนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมบัญชีกลาง ลั่นพร้อมโอน500 บาท ของขวัญปีใหม่ให้คนรายได้น้อย&amp;nbsp; 11.4 ล้านคน เริ่ม 8 &amp;ndash; 10 ธ.ค. นี้ สำหรับผู้ลงทะเบียนเพิ่มเติมฯ กว่า 3 ล้านคน จะได้รับบัตรสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค.&amp;nbsp;

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาทต่อคน เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านคน ในระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 10 ธ.ค. 2561 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะแบ่งการจ่ายเงินตามเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ดังนี้คือวันที่ 8 ธ.ค. 2561 จะจ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 32&amp;nbsp; 33 และ 34 มีจำนวนกว่า 4.08 ล้านราย , วันที่ 9 ธ.ค. 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 31&amp;nbsp; 35&amp;nbsp; 36&amp;nbsp; 37&amp;nbsp; 38 และ 39 มีจำนวนอีก 4.23 ล้านราย
และวันที่ 10 ธันวาคม 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 1&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; 4&amp;nbsp; 5 และ 8 มีจำนวน 2.96 ล้านราย

สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ส่งข้อมูลผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกให้กับธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp; ดำเนินการผลิตบัตร จำนวน 3.04 ล้านใบ ซึ่งจะจัดส่งบัตรไปยังสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 แห่งทั่วประเทศและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อไปยังผู้มีสิทธิ ได้รับบัตรฯ ผ่านทีมไทยนิยมยั่งยืน จนถึงระดับอำเภอ ตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และเมืองพัทยา ในส่วนภูมิภาค และระดับเขต แขวง ในกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิกลุ่มดังกล่าว โดยจะเริ่มแจกบัตรฯ ให้กับผู้มีสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2561 จนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธ.ค.2561 เพื่อจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่
1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป โดยสิทธิในกระเป๋าวงเงิน ประกอบด้วย วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านธงฟ้าประชารัฐ 200 บาทต่อคนต่อเดือน (ผู้มีรายได้เกินกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี) และ 300 บาทต่อคนต่อเดือน (ผู้มีรายได้ไม่เกิน 3หมื่นบาทต่อปี) ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่าโดยสารรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบบ e-ticket/รถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าโดยสารรถ บริษัท ขนส่ง&amp;nbsp; (บขส.) 500 บาทต่อคนต่อเดือน และค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน&amp;nbsp;

นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ม.ค. 2562 จะได้รับเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี 500 บาทต่อคน เงินชดเชยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายดังกล่าวจะนำมาประมวลผลเพื่อจ่ายเงินชดเชย 6% ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน (5% โอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพื่อใช้จ่ายต่อไป และ 1% โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิเพื่อการออม กำหนดจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) ซึ่งเป็นสิทธิเช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสิทธิ 11.4 ล้านคน ข้างต้น


ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในรอบแรกและได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ หากผ่านการพิจารณาอุทธรณ์แล้วมีสิทธิได้รับบัตรฯ จะดำเนินการผลิตบัตรฯ และแจกให้แก่ผู้มีสิทธิอีกจำนวน 2 รอบ คือ ภายในเดือนม.ค. และก.พ. 2562 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะยกยอดวงเงินสวัสดิการทุกประเภทให้ไปใช้ต่อได้อีก 1 เดือน และจะโอนเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาท ให้ในวันที่ 1 ก.พ. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, ของขวัญปีใหม่, บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการของรัฐ, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บ! &#039;โอ๊ค&#039; แขวะ 4 รมต.พปชร.รวม &#039;พลัง&#039; แจกเงิน &#039;ประชารัฐ&#039; ให้เสร็จแล้วค่อยลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 61 - นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความว่า&amp;quot; อ่อ..รวม &amp;rdquo;พลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; แจกเงิน &amp;ldquo;ประชารัฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ให้เสร็จก่อน&amp;nbsp; แล้วค่อยลาออกไป &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22690</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พปชร., พลังประชารัฐ, พานทองแท้ ชินวัตร, เลือกตั้ง, แจกเงินคนจน, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd867cda883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยออกแถลงการณ์จวกยับรัฐบาลคสช.ช่วยคนจนหวังผลการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 - พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ออกแถลงการณ์เรื่อง การช่วยคนจนต้องช่วยอย่างจริงจัง ยั่งยืน และไม่หวังผลทางการเมือง &amp;nbsp;ระบุว่า ตามที่รัฐบาล คสช.ได้เห็นชอบงบประมาณเกือบแสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคนยากจนผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ฯลฯ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนจำนวน 14.5 ล้านใบ ในช่วงเวลาที่ประเทศจะมีการเลือกตั้งในอีก 3 เดือนเศษ และรัฐมนตรีที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลอย่างน้อย 4 คน เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยนั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐบาลนี้บริหารประเทศย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว โดยจัดงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกัน รวมตัวเลขขาดดุลเกือบ 2 ล้านๆบาท แต่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ประเทศมีคนยากจนเกือบ 15 ล้านคน และจากการสำรวจความเห็นของโพลสำนักต่างๆพบว่า ประชาชนกำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง กำลังซื้อในประเทศหดตัว ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ เช่นปาล์มน้ำมัน ยางพารา และที่น่ากังวลคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 (เดือน ก.ค.-ก.ย. 2561) ลดลงเหลือเพียง &amp;nbsp;3.3% (ไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 4.6%) &amp;nbsp;เนื่องจากภาคการส่งออก ภาคการเกษตรและ ภาคท่องเที่ยวชะลอตัวลง เศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุด และในปีหน้ายังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าและการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคนยากจนผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุควรได้รับการช่วยเหลือ เพราะรายได้จาก GDP ของประเทศตกอยู่กับคนจำนวนน้อยที่ร่ำรวย จึงเป็นหน้าที่รัฐจะต้องดูแลคนรากหญ้าอย่างจริงจัง และช่วยให้พวกเขาพ้นจากความยากจน เศรษฐกิจฐานรากจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะขับเคลื่อนระบบใหญ่ทั้งระบบ &amp;nbsp;แต่รู้สึกประหลาดใจที่ทำไมรัฐบาลเพิ่งมาออกมาตรการดังกล่าวหลังจากบริหารประเทศมา 4 ปี เศษแล้ว และมาตรการให้ความช่วยเหลือก็จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งเพียง 3 เดือน จึงมีคำถามว่ามาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อหาเสียงล่วงหน้าและเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นอกจากนั้น รัฐมนตรี 4 คนที่เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองหนึ่งได้ร่วมอนุมัติงบประมาณดังกล่าวหรือไม่ ถ้าใช่ ถือว่ามีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐบาลที่มีความสามารถย่อมรู้วิธีการที่จะช่วยเหลือคนยากจนและผู้มีรายได้น้อยอย่างชาญฉลาด &amp;nbsp;ไม่หวังผลทางการเมืองระยะสั้น แต่รู้วิธีใช้งบประมาณช่วยให้คนยากจนและผู้มีรายได้น้อยสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตน สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การแจกเงิน นอกจากนั้น พรรคเพื่อไทยได้เคยคัดค้านการจำกัดการใช้เงินตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อสินค้าจากร้านในโครงการเท่านั้นเนื่องจากไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แต่เสมือนเป็นการส่งเงินผ่านมือคนจนต่อไปให้บริษัทขนาดใหญ่หรือไม่ การใช้จ่ายดังกล่าวจึงไม่ได้ช่วยสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ที่ถูกต้องและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคนยากจน คนมีรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ควรได้รับการเอาใจใส่และช่วยเหลือ เราต้องขจัดความยากจนให้สิ้นไปจากประเทศไทย เพราะมิเช่นนั้นจะไม่พ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและเป็นประเทศที่ประชาชนมีอันจะกินได้อย่างไร แต่การช่วยเหลือต้องกระทำด้วยยุทธศาสตร์ งบประมาณต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งต้องไม่ใช่การกู้มาแจกและสร้างหนี้ให้ลูกหลาน พรรคจึงเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกทางการเมือง เปิดให้พรรคการเมืองต่างๆนำเสนอนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสำคัญอื่นๆของชาติได้ เพื่อให้ประชาชนเจ้าของประเทศมีโอกาสได้พิจารณานโยบายของแต่ละพรรคและใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างรอบคอบ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พรรคเพื่อไทย ขอย้ำว่าประชาชนตั้งตาคอยที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ คสช. และรัฐบาลที่ต้องคืนความเป็นปกติให้บ้านเมือง ต้องสร้างบรรยากาศของประเทศให้พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง และต้องงดเว้นการออกคำสั่งหรือมาตรการใดๆที่มีคนเชื่อว่าจะกระทบการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ เนื่องจาก การเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือคือทางออกของประเทศและคนไทยทุกคน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22504</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, หาเสียงเลือกตั้ง, เพื่อไทย, เลือกตตั้ง, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d01ef12497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;ฉะรัฐบาลคสช.ไร้ระบบช่วยผู้มีรายได้น้อย จากสวัสดิการกลายเป็นประชานิยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ ค่าน้ำและค่าไฟ ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกำลังซื้อของชาวบ้านที่ขณะนี้กำลังย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม เราเคยคาดหวังว่าหากจะมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องทำอย่างเป็นเป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องที่จะให้รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งทำตามใจชอบ วันนี้ถือว่ารัฐบาลไม่ได้ทำเป็นระบบ เพราะมติที่ออกมาไม่ทราบว่าในปีหน้าจะมีอีกหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มแรกอุตส่าห์จะสร้างให้เป็นสวัสดิการ แต่วันนี้กลับเข้าไปสู่ประชานิยมเหมือนเดิม เนื่องจากไม่มีหลักเกณฑ์และระบบ เพราะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลในขณะนั้นๆ จะด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจหรือปัจจัยทางการเมือง ก็ตัดสินใจได้ตามใจชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า มาตรการที่ออกมาในรายละเอียดงบประมาณมีทั้งให้แบบเงินสดส่วนหนึ่ง ซึ่งความจริงปชป.ได้บอกแล้วว่าถ้าทุกอย่างทำด้วยเงินสดตั้งแต่ต้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวมีอีกหลายส่วนที่รายละเอียดสลับซับซ้อนพอสมควร เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ต้องจ่ายไม่เกินเท่าไหร่ จึงกลับมาเป็นเครดิตได้ หรือแม้แต่ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ก็มีเกณฑ์กำหนดอายุ เท่ากับจะทำให้ระบบดังกล่าวมีความซับซ้อน ยุ่งยาก และเริ่มนำนโยบายอื่นมาพันกับบัตรสวัสดิการมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อะไรที่ช่วยเหลือประชาชน เราอยากให้ช่วย แต่การช่วยก็นึกว่าจะตั้งหลักว่าช่วยแบบเป็นระบบ แบบมีหลักเกณฑ์ ยั่งยืน แต่ลักษณะการตัดสินใจของครม.กลับไม่ได้ออกมาตามแนวทางนี้&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามาตรการช่วยค่าน้ำค่าไฟจะช่วยจนถึงเดือนก.ย. 62 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าคิดว่าดีเหตุใดจึงสิ้นสุดแค่เดือนก.ย.ปีหน้า นี่คือตัวอย่างว่ารัฐบาลไม่ได้คิดเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าเป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เชื่อประชาชนมองออก และคิดว่าไม่เป็นอย่างที่รัฐบาลหวังว่าจะให้ประชาชนสนับสนุนในหลายอย่างมากขึ้น ส่วนมาตรการดังกล่าวจะเป็นการหาเสียงหรือไม่ ไม่ทราบเช่นกัน แต่คิดว่าจะไม่ได้เสียงมาก ทั้งนี้ ลักษณะการอนุมัติดังกล่าวไม่ต่างจากประชานิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าหากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจะจัดการกับมาตรการนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า แนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย ปชป.สนับสนุนแต่ต้น และหากจะทำต้องมีระบบที่มีหลักเกณฑ์และทำได้ตลอด หากทำแบบรัฐบาลนี้จะทำให้ผู้ที่ถือบัตรได้อะไรขึ้นมากเรื่อยๆทั้งที่หลายคนอาจพ้นจากสถานภาพเป็นคนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่ได้ถือบัตรจะเสียสิทธิ์เรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าสิทธิ์ที่พึ่งได้ควรให้เป็นการทั่วไปให้มากที่สุด และควรให้ในรูปแบบที่สะดวกที่สุด อีกทั้งหากต้องการเพิ่มกำลังการซื้อของประชาชนไม่ควรจะจำกัดช่องทางการใช้เงิน เพราะทำให้ประชาชนไม่สะดวกไม่มีทางเลือก อีกทั้งเงินก็จะไม่หมุนเวียนในตลาดหรือร้านค้า ที่สำคัญ คนที่ขายของให้กับผู้มีรายได้น้อยจะสูญเสียมูลค่าทางธุรกิจอย่างมหาศาล ทำให้เพิ่มจำนวนคนที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22439</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชานิยม, ผู้มีรายได้น้อย, สวัสดิการแห่งรัฐ, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, หาเสียงเลือกตั้ง, แจกเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf25609a6c58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
