<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยียวยาเกษตรกร ขวางเปิดวิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้าแจกเงินเยียวยาเกษตรกร ยันเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเพียงพอดูแลผลกระทบจากโควิด-19 ยังไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่ม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยนายกฯ เซ็น 4 พ.ร.ก.ส่งสภาไปแล้ว โยนวิป รบ.พิจารณาเปิดสภาสมัยวิสามัญหรือไม่รอความพร้อมห้องประชุมสุริยัน เพราะประชุม &amp;nbsp;2 สภาต้องเข้มความปลอดภัยป้องกันโรค ฝ่ายค้านลั่นต้องเปิดวิสามัญให้ได้ แต่ประธานวิปรัฐบาลไม่เห็นด้วยย้อนถาม ส.ส.แพร่เชื้อใครรับผิดชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง เกี่ยวกับความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า มาตรการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยการแจกเงินเกษตรกร 5,000 บาทต่อเดือน จะต้องเสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณารูปแบบว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยจะใช้ฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 เม.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการแจกเงินเกษตรกรจะต้องมีการหารือในคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน เนื่องจากจะใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท โดยอาจเป็นไปได้ว่าสัปดาห์หน้าเรื่องจะถึง ครม. ส่วนเงื่อนไขสุดท้ายจะเป็นอย่างไรขอให้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก่อน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกำหนดวงเงิน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้รู้ว่าการใช้งบประมาณจะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ และกระทรวงการคลังก็จะมากำหนดงบประมาณว่าเงินที่ต้องใช้จาก พ.ร.ก.ควรเป็นเท่าไหร่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวอีกว่า มาตรการช่วยเกษตรกรจะยึดข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก เพราะมีการขึ้นทะเบียนมาโดยตลอด จึงต้องเริ่มที่จุดนี้ก่อน ส่วนโครงการสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระแจกเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ผ่านการลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ดำเนินการไปแล้ว วันนี้เข้าสู่การทบทวนสิทธิ์ จะเป็นกระบวนการต่อเนื่องไป ส่วนวงเงินจะออกมาเท่าไหร่ขอให้การทบทวนสิทธิ์เสร็จก่อนจะเห็นภาพชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยืนยันว่าวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จะเพียงพอดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายกู้เพิ่ม โดยในหลักการของ พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวจะใช้สำหรับเยียวยาผลกระทบ วงเงิน 6 แสนล้านบาท ถ้าไม่พอก็สามารถดึงเงินบางส่วนจาก พ.ร.ก.ในส่วนที่ใช้สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท มาช่วยได้ตามความจำเป็น &amp;nbsp;ส่วนการชำระคืนหนี้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทยังไม่สามารถระบุได้ เพราะยังไม่รู้จะต้องกู้มาใช้เท่าไหร่ อาจจะไม่กู้ถึง 1 ล้านล้านบาทก็ได้ ซึ่งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) อยู่ระหว่างการเตรียมแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน? 1?ล้านล้านบาทว่า นายกรัฐมนตรีได้เซ็นส่งสภาไปแล้วทั้ง 4 &amp;nbsp;ฉบับ แล้วแต่ว่าประธานรัฐสภาจะบรรจุอันไหนก่อนอันไหนหลัง ซึ่งต้องตกลงกันระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้าน ส่วนจะเปิดเป็นการประชุมวิสามัญหรือไม่นั้นยังไม่มีใครพูดกัน คงต้องคุยกันอีกทีว่าถ้าหากเปิดวิสามัญแล้วต้องมีสมาชิกมาประชุมและจะปลอดภัยหรือไม่ ห้องประชุมสุริยันพร้อมแล้วหรือยัง เนื่องจากต้องประชุมร่วมกันสองสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกข้อหนึ่งคือ การดูแลรักษาความปลอดภัยป้องกันโรคมีมาตรการที่ดีหรือไม่ และอีกข้อคือสมาชิกจะเดินทางมาหรือไม่ เพราะขณะนี้ ส.ส.ทั้งหลายท่านอยู่ต่างจังหวัด การจะเดินทางข้ามจังหวัดโดยเฉพาะทางเครื่องบินอาจไม่สะดวกเหมือนตอนปกติ เราต้องเอาทุกอย่างมาประกอบกัน ฉะนั้นคนที่ไปดูเรื่องนี้คือวิปทั้งสองฝ่าย รัฐบาลยังไม่ได้พูดอะไรกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามรัฐธรรมนูญการออกพระราชกำหนดจะต้องนำเสนอต่อสภาโดยเร็ว แต่เมื่อสภากำลังจะเปิดอยู่แล้ว คำว่าโดยเร็วจึงต้องยืดหยุ่นไปได้ แต่ถ้าเห็นพร้อมกันในเรื่องสถานที่ การเดินทาง และสมาชิกเองไม่ห่วงเรื่องความปลอดภัยในการอภิปราย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายวัน ถ้าอย่างนั้นก็เปิดได้ แต่กลัวเปิดแล้วจะไม่มีใครมา เพราะว่าจะต้องคิดไปถึงเจ้าหน้าที่สภาด้วย ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่เป็นร้อย&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะทดสอบความพร้อมการใช้ห้องประชุมสุริยันในครั้งที่ 3 หลังจากการทดสอบใน 2 ครั้งแรกพบระบบเสียงในห้องประชุมไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงต้องปรับปรุงแก้ไข คาดว่าการทดสอบระบบครั้งที่ 3 จะลงตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
สภาหั่นงบ 336 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วที่จะเปิดใช้งานส่วนของห้องประชุม ส.ส. เหลือแค่ระบบเสียง ส่วนการคัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่ต้องคุมเข้ม เช่นใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งช่วงการเปิดประชุมสภา หากพบว่าใครมีไข้สูงแล้วเข้ามาในบริเวณสภา จะถูกส่งต่อไปให้สถาบันบำราศนราดูรวินิจฉัยต่อทันที ขณะนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่สภาไม่พบว่ามีใครติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เคยถูกกักตัวเพื่อดูอาการก่อนหน้านี้ 14 &amp;nbsp;วันก็ไม่พบว่าใครติดเชื้อ ดังนั้นบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีใครติดเชื้อแม้แต่รายเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ยังเผยว่า สำนักงานเลขาฯ ได้ตัดงบประมาณจำนวน 336 ล้านบาท ส่งคืนสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นงบประมาณส่วนที่ไม่มีความจำเป็น ประกอบด้วย งบการฝึกอบรมและจัดสัมมนาต่างๆ, งบการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของกรรมาธิการ 35 คณะ จำนวนคณะละ 4.8 ล้านบาท และเบี้ยประชุมของ กมธ.ทุกคณะ เนื่องจากงบประมาณเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลานี้ เพราะไม่มีการจัดฝึกอบรมและไม่มีการประชุม กมธ.คณะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 13.00 น. ห้องประชุมชั้น 10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการประชุมของหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ในการเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 และการเสนอให้มีการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ มีหัวหน้าพรรคทุกพรรคมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขาดแต่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่ติดภารกิจในต่างจังหวัด แต่ได้ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมนายภูมิธรรมกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาโควิดเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอเสนอให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหาทางออกให้ประเทศ ให้ ส.ส.ได้สะท้อนเสียงประชาชนในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างถูกทาง ฝ่ายค้านจะทำหนังสือถึงนายกฯ และประธานสภา 24 เม.ย.นี้ เพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วหน้า รวดเร็ว เพราะการใช้เงินจากเงินกู้ที่เป็นเงินล่วงหน้าในอนาคต &amp;nbsp;ต้องมียุทธศาสตร์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด จะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการใช้งบประมาณไปโดยไม่มีการตรวจสอบ สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะหมดลงในวันที่ 30 เม.ย. วันนี้มาตรการสาธารณสุขทำได้ดีพอสมควร จึงไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป แค่ใช้กฎหมาย มาตรการทั่วไปก็น่าจะควบคุมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญของสภาจำเป็นต้องใช้เสียง ส.ส.หนึ่งในสาม หรือ 246 เสียง แต่ฝ่ายค้านมี 213 เสียง จำเป็นต้องขอเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.อีก 33 เสียง จากนี้จะเร่งประสานไปยังวิปรัฐบาลที่จะมีการหารือในวันที่ 27 เม.ย. เพื่อให้มีการเร่งพิจารณาเรื่องของฝ่ายค้าน เพราะในส่วนของฝ่ายค้านเชื่อว่าการให้ ส.ส.แต่ละคนลงชื่อทั้ง 213 เสียงจะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ เราขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลขอให้ความร่วมมือ เพราะข้อติดขัดในการประชุมสภาเรื่องการควบคุมโรค ตอนนี้ทำได้ดีขึ้นห้องประชุมสุริยันเสร็จเรียบร้อย เชื่อว่าจะรองรับการประชุมโดยมีระยะห่างระหว่างบุคคลได้ หวังว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนและจะรับฟังความคิดเห็นฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันแก้ปัญหาไวรัสโควิด โดยการขอเปิดประชุมสภาวิสามัญของฝ่ายค้าน ก็เพื่อต้องการเสนอแนะให้รัฐบาลนำไปปรับใช้แก้ไขปัญหา เพราะทุกวันนี้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ซึ่งปัญหาหลังจากหมดโควิดก็ยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาอีก ดังนั้นเราจึงต้องทั้งรีบแก้ไขและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น
วิปรัฐบาลขวางเปิดวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเสนอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญว่า วันนี้เห็นใจนายกรัฐมนตรีที่กำลังแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 จึงผลีผลามไม่ได้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่กำลังลดลงอาจเพิ่มสูงขึ้นเหมือนบางประเทศได้ อยากให้รอสถานการณ์ของเราสะเด็ดน้ำมากขึ้นกว่านี้ก่อน หรืออาจจะรอพิจารณากันในสภาสมัยสามัญที่จะประชุมนัดแรกวันที่ 22 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามแกนนำฝ่ายค้านหลายคนได้พูดคุยกับตนแล้ว จะทำเรื่องเสนอรัฐบาลซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงนี้ แล้ว ส.ส.เข้ามาจนทำให้มีการแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ ใครจะรับผิดชอบ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดในช่วงนี้ แต่เพื่อความรอบคอบผมจะหารือกับแกนนำวิปรัฐบาลคนอื่นๆ นอกรอบก่อน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ความชัดเจนระดับหนึ่ง&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเคารพความชอบธรรมของฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล แต่ไม่คิดว่าการขอเปิดสภาสมัยวิสามัญตอนนี้ จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐมีเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่ต้องทำก่อนในวันนี้คือการชั่งน้ำหนักหลักคิดเพื่อรับมือการเเพร่ระบาดที่เหมาะสมกับประเทศ ซึ่งทั่วโลกแก้ปัญหาโควิด-19 ใน 2 รูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ด้านสาธารณสุขนำเศรษฐกิจ เป็นแบบเดียวกับที่ไทยกำลังใช้อยู่ มีข้อดีเรื่องจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ และตัวเลขผู้เสียชีวิตจะค่อนข้างต่ำ แต่ต้องเเลกมากับเรื่องปากท้องที่เริ่มจะมีปัญหา 2.ด้านเศรษฐกิจนำสาธารณสุข เเบบที่ยุโรปบางประเทศใช้อยู่ เศรษฐกิจของเขาได้รับผลกระทบน้อย แต่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจความหวังดีของฝ่ายค้าน แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลเองคงไม่ดันทุรังและจะฟังเสียงเรียกร้องของชาวบ้านอยู่ตลอดเช่นกัน การปรับวิธีการเยียวยาหรือแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ว่า รัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนเเนวคิดกลับไปกลับมา เพราะดำเนินนโยบายผิดพลาด แต่จำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการรับมือปัญหาแบบไม่ตายตัวเพื่อทางออกของประเทศเวลานี้ ผมไม่ขัดข้องกับการขอเปิดสภาสมัยวิสามัญของฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่จะมาเปิดเพียงเพื่อจะชำแหละหรือท้วงติงการใช้จ่ายเงินกู้เวลานี้ ถ้าจะเปิดก็ควรจะเป็นการระดมสมองของฝ่ายค้านอีกแรงเพื่อชั่งน้ำหนักมากกว่า ว่าเวลานี้จะสร้างสมดุลระหว่างมาตรการด้านสาธารณสุข และแนวทางเยียวยาเงินในกระเป๋าของชาวบ้านได้อย่างไร&amp;quot; นายอิสระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเศรษฐีของเมืองไทย เพื่อขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดเพจ &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่ตูน&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เผยแพร่รายชื่อมหาเศรษฐีที่ตอบรับคำขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) ยินดีและพร้อมช่วยเหลือเพิ่มเติมจากที่เคยทำ 2.นายฉัตรชัย แก้วบุตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทและกลุ่มศรีสวัสดิ์ ยืนยันพร้อมจะช่วยเหลือให้ประเทศฝ่าวิกฤติตามคำขอของนายกฯ &amp;nbsp;และ 3.นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังพ้นวิกฤติโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64076</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผลกระทบจากโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เงินกู้ 1 ล้านล้าน, เปิดสภาสมัยวิสามัญ, แจกเงินเยียวยาเกษตรกร, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea19039a761c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
