<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ส่งข้อมูลแจงศาลปกครอง ยันโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งโขกค่ายาเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 2562 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 กรมการค้าภายใน ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปให้ศาลปกครอง ภายหลังจากที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และกกร.ได้มีมติให้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 62 และศาลได้แจ้งมายังกระทรวงพาณิชย์ให้ทำหนังสือชี้แจงภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องไปชี้แจงต่อศาลด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากมีข้อมูลใดเพิ่มเติม สามารถส่งไปให้ศาลได้อีกจนถึงวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยหลังจากนี้ ต้องรอให้ศาลพิจารณาและตัดสินก่อน ซึ่งไม่ว่าในที่สุดแล้ว ศาลจะตัดสินอย่างไร กระทรวงพาณิชย์พร้อมดำเนินการตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กกร. ที่นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุม โดยอ้างว่า ก่อนที่กกร.จะนำเข้าสู่บัญชีควบคุม สมาคมไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นใดๆ และคำสั่งดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรงพยาบาลของรัฐด้วย จึงส่งผลเสียหายต่อโรงพยาบาลเอกชน และขอให้ศาลคุ้มครองคำสั่งชั่วคราว เพื่อให้การออกประกาศของกกร.หยุดการบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังสือชี้แจงดังกล่าว &amp;nbsp;เป็นการชี้แจงถึงสาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเสนอให้ กกร. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งคิดค่ายา และค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง จนได้รับความเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงอีกว่า ก่อนที่จะเสนอให้ กกร. และครม.อนุมัติให้เป็นสินค้าควบคุมนั้น กระทรวงได้หารือ และขอความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประกาศของกกร.ไม่ได้บังคับใช้เฉพาะกับยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ทั้งของรัฐ และเอกชนด้วย ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และการขอข้อมูลราคาซื้อขาย ราคานำเข้ายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน ก็เพื่อนำมาศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา เพื่อให้รู้ว่า โรงพยาบาลคิดราคาสูงเกินจริงอย่างที่ผู้บริโภคร้องเรียนหรือไม่ ก่อนที่จะหามาตรการกำกับดูแลต่อไป ซึ่งต้องเป็นมาตรการที่โปร่งใส เป็นธรรม แลทุกฝ่ายเห็นชอบ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ กระทรวงยังไม่ได้ควบคุมราคาขาย และจะไม่มีมาตรการควบคุมราคาขายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พร้อมกันนั้น กระทรวงได้ส่งข้อมูลราคาซื้อขาย และนำเข้า ที่ได้จากการสอบถามโรงพยาบาเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และร้านขายยารายใหญ่ ไปให้ศาลด้วย ซึ่งจากราคาดังกล่าว กระทรวงได้วิเคราะห์แล้วพบว่า โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง คิดราคายาชนิดเดียวกันแตกต่างกันมาก โดยบางแห่งคิดราคาขายโดยบวกเพิ่มจากราคาต้นทุนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่บางแห่งบวกเพิ่มสูงถึง 200-300% เมื่อสอบถามโรงพยาบาลถึงสาเหตุที่คิดราคาสูงเกินจริง บางแห่งตอบไม่ได้ แต่บางแห่งบอกว่า จะนำรายได้ไปลงทุนเพิ่ม ซึ่งกระทรวงมองว่า ไม่ควรนำค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือค่าใช้จ่ายจากการลงทุนมาบวกเพิ่มในราคายา เพราะไม่เป็นธรรมกับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, ราคายา, ศาลปกครอง, สมาคมโรงพยาบาลเอกชน, แจงข้อมูลศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4e80bc8700f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
