<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กติ๊ก&#039; ยันให้ข้อมูล &#039;ปปช.&#039; หมดแล้ว ไม่รู้ขั้นตอนจะให้ทำอะไรบ้าง ลั่นพร้อมชี้แจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 มิ.ย.64 - พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา ชี้แจงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 9 ต่อ 0 แจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ข้อหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเท็จและเอกสารประกอบ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบในส่วนของการปกปิดมิได้แจ้งถือครองบ้าน จ.พิษณุโลก รวมถึงปกปิดบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา ว่าทุกอย่างตนชี้แจงไปหมดแล้ว ก็แล้วแต่เขา ตนยังไม่ทราบว่าเขาจะให้ทำอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนมติที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ ก็แล้วแต่เขาจะมีมติอย่างไร ผมไม่ทราบว่าเขามีเหตุผลอย่างไร ก็แล้วแต่ หากข่าวออกมาอย่างนี้ ผมก็จะชี้แจงต่อไป และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; พล.อ.ปรีชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขั้นตอนจากนี้จะเป็นอย่างไร พล.อ.ปรีชา กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่&amp;nbsp;ป.ป.ช. ตนทำตามขั้นตอน และได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็แล้วแต่เขาว่าจะว่าทำอย่างไร ตนก็พร้อมทำตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายนิวัติไชย​ เกษมมงคล​ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก​ ป.ป.ช.​ เปิดเผยว่า ข่าวที่ออกไปว่าป.ป.ช.ชี้มูลความผิดพล.อ.ปรีชาแล้วนั้น ยืนยันว่าไม่จริง​ ยังไม่ได้มีการชี้มูล เป็นขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105704</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, ปปช., พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, สนช., สมาชิกวุฒิสภา, แจงบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf5e595a05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยเต้&#039;ฮึ่มใส่!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยันแจงราคาพระเครื่องต่อป.ป.ช.ไม่เว่อร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62-นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน รายการพระเครื่องในราคาสูงเกินจริง พร้อมกับนำพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาท &amp;nbsp;พระร่วงหลังรางปืน ราคา 30 ล้านบาท &amp;nbsp;พระสมเด็จไกเซอร์ราคา &amp;nbsp;12 ล้านบาท &amp;nbsp;โชว์ต่อสื่อมวลชนว่า ราคาพระเครื่องที่แจ้งต่อป.ป.ช. ไม่ได้มีราคาสูงเกินจริง น่าจะแจ้งราคาต่ำไปด้วยซ้ำ &amp;nbsp;มีพุทธคุณสูงมากช่วยให้ทำอะไรก็สำเร็จ ยืนยันเป็นของแท้ให้หน่วยงานต่างๆมาตรวจพิสูจน์ได้ อย่างพระกริ่งปวเรศ ราคาตลาดปกติขั้นต่ำอยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ของตนเป็นพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาท จึงไม่แปลก ขณะที่พระร่วงรางปืน เคยมีข้าราชการระดับสูงขอเช่าในราคา 5 ล้านบาทก็ไม่ขาย อย่างพระกริ่งปวเรศทองคำครอบครองมานานแล้ว มีคนนำมาให้ เพราะตนช่วยเหลือคนมาเยอะ กลัวจะถูกปองร้ายจึงนำมาให้ เพราะเห็นว่าตนเป็นช่วยเหลือคนมาเยอะ กลัวจะถูกปองร้ายจึงนำมาให้ เพราะเห็นว่าตนเป็นคนดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นายศรีสุวรรณ จะยื่นตรวจสอบคงอิจฉาที่ไม่มีแบบตน &amp;nbsp;เพราะต้องคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง และหากนายศรีสุวรรณก้าวล่วงกระทบสิทธิตนทำให้เกิดความเสียหาย จะยื่นฟ้องเอาให้ล้มละลาย ถ้าต้องการก็พร้อมจัดให้ แค่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย200 ล้านบาท นักร้องก็ล้มละลายแล้ว ส่วนที่นายศรีสุวรรณระบุว่า การตั้งราคาพระเครื่องที่สูงเกินจริง เป็นการสร้างมูลค่าลวง เพื่อใช้ฟอกเงินนั้น ไม่ต้องกังวลจะเป็นการฟอกเงิน เพราะไม่คิดที่จะขายพระเครื่อง บัญชีทรัพย์สินตนทั้งตอนยื่นเข้าและยื่นออก ยังไงก็มีเท่าเดิม หรือหากขายไปก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าขายให้ใคร มีหลักฐานทางภาษี จึงไม่ใช่การฟอกเงิน ส่วนป.ป.ช. หากจะเรียกไปตรวจสอบ พร้อมไปชี้แจงข้อมูล แต่จะไม่ให้พระเครื่องป.ป.ช.ไปดู กลัวถูกเปลี่ยน อยากถามว่า ป.ป.ช.เอาบรรทัดฐานอะไรมากำหนดว่า ตั้งราคาสูงเกินจริง เพราะไม่มีราคากลางกำหนด แต่เป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึกส่วนตัว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46413</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเครื่อง, มงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์, ศรีสุวรรณ จรรยา, เสี่ยเต้, แจงบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4be8d7bcb74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.แจกเค้กขรก.การเมือง สส.สอบตก-เครือญาติพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียว ขรก.การเมืองล็อตใหญ่ ปลอบใจ ส.ส.สอบตก-เครือญาติพรึ่บ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำเช็กข้อ กม.แจงบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้อง รัฐบาลแต่งตั้งอธิบดี-ผู้ว่าฯ 31 ตำแหน่ง &amp;quot;ธนาคม&amp;quot; ผงาดอธิบดีปกครอง &amp;quot;ผู้ว่าฯ หมูป่า&amp;quot; ย้ายไปลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.ได้แต่งตั้งข้าราชการการเมือง เช่น เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษาบางกระทรวง ซึ่งจะทยอยแต่งตั้งเข้ามาเรื่อยๆ ขอให้มีการตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องกฎหมาย และเรื่องเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ที่เราห่วงกังวลกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ พล.อ.สุชาติ หนองบัว เป็นเลขานุการ รมว.กลาโหม, นายสิรภพ ดวงสอดศรี เป็นที่ปรึกษา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เป็นเลขานุการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เป็นเลขานุการ รมว.ยุติธรรม, นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร เป็นที่ปรึกษา รมว.แรงงาน, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เป็นเลขานุการ รมว.แรงงาน, นางสุวรรณี คำมั่น เลขานุการ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นที่ปรึกษา รมว.คมนาคม, นางสุขสมรวย วันทนียกุล เป็นเลขานุการ รมว.คมนาคม, นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.คมนาคม ของนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ,
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย เป็นเลขานุการ รมว.พลังงาน, นายภูผา ลิกค์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นเลขานุการ รมว.การคลัง, นายภิรมย์ พลวิเศษ เป็นเลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม, นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เป็นเลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายนพดล พลเสน เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี เป็นผู้ช่วย รมว.การต่างประเทศ, นายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นเลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ เป็นที่ปรึกษา รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.ยังแต่งตั้งข้าราชการการเมืองประจำรองนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.อ.ธนู ปานสุวรรณ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายประสาน หวังรัตนปราณี เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร, นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีประจำนายวิษณุ เครืองาม, พล.ต.ท.พิจาร จิตติรัตน์ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีประจำนายวิษณุ, นายรณภพ ปัทมะดิษ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายวิษณุ, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประจำนายอนุทิน ชาญวีรกูล, นางใยอนงค์ ทิมสุวรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประจำนายอนุทิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นญาติของ ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่สอบตก ได้แก่ นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และน้องชายของนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย น้องชายของนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ที่พลาดเก้าอี้รัฐมนตรี, นายภูผา ลิกค์ น้องชายนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร คนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัส, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร., นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา, นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล มีการนำอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตกมาดำรงตำแหน่งเช่นกัน อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย, นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และยังเป็นนักวิชาการ กปปส. และ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรค รปช. ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า? ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับบริหารสูง 31 ราย ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แก่ 1.นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นรองปลัดกระทรวง 2.นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการปกครอง 3.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน 4.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นอธิบดีกรมที่ดิน 5.นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมที่ดิน เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 6.นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.หนองบัวลำภู เป็น ผวจ.กาฬสินธุ์ 7.นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก เป็นผวจ.เชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ว่าที่ ร.ต.พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.ตราด 9.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผวจ.ลำพูน เป็น ผวจ.ตาก 10.นายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.พังงา เป็น ผวจ.นครศรีธรรมราช 11.นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผวจ.นนทบุรี 12.นายสนิท ขาวสะอาด ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.บึงกาฬ 13.นายภานุ แย้มศรี ผวจ.นนทบุรี เป็น ผวจ.พระนครศรีอยุธยา 14.นายกมล เชียงวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.พะเยา 15.นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็น ผวจ.พังงา 16.นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผวจ.พิจิตร 17.นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ตวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.แพร่ 18.นายสุวพงศ์ กิตติภัทย์พิบูลย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน 19.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ตราด เป็น ผวจ.ยโสธร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา เป็นผวจ.ลำปาง 21.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.แพร่ เป็นผวจ.ลำพูน 22.นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี เป็น ผวจ.ศรีสะเกษ 23.นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผวจ.สกลนคร 24.นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.สตูล เป็น ผวจ.สงขลา 25.นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สงขลา เป็น ผวจ.สตูล 26.นายชรัส บุญณสะ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เป็นผวจ.สมุทรสงคราม 27.นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.ศรีสะเกษ เป็น ผวจ.สมุทรสาคร 28.นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.พิจิตร เป็น ผวจ.สระแก้ว 29.นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็น ผวจ.สุรินทร์ 30.นายสุธี ทองแย้ม ที่ปรึกษาด้านการปกครอง เป็น ผวจ.อำนาจเจริญ และ 31.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถวร ผวจ.บึงกาฬ เป็น ผวจ.อุดรธานี ทั้งนี้? ให้นายวิเชียร? จันทรโณทัย ให้ดำรงตำแหน่ง ผวจ.นครราชสีมา ต่อไปอีก? 1? ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ? เวลา 14.00 น.? มีการประชุมแกนนำพรรค โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง? ในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นประธาน ซึ่งมีการหารือถึงการคัดสรรวางตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองอื่นๆ อาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรี &amp;nbsp;ทีมงานรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจาณาต่อไป ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบรรดาอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเดินทางมาที่พรรคกันอย่างคึกคัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42899</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.การเมือง, ส.ส.สอบตก, หนังสือพิมพ์, แจงบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d498b9f427e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืมนาฬิกาเพื่อนไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน! ปปช.แจงชัดมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่าในงานสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสอบถามวิทยากรผู้แทนของสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าการยืมของหรือยืมนาฬิกาเพื่อนจะต้องแจ้งทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่ ซึ่งต่อมามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสื่อมวลชนและสาธารณชนว่าการยืมทรัพย์สินของบุคคลอื่นไม่ต้องนำมาแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนชี้แจงว่า การกำหนดให้เจ้าพนักงานของรัฐมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสให้ระบบการเมืองและระบบราชการ เป็นการป้องกันการทุจริต และเป็นมาตรการเสริมในด้านการปราบปรามการทุจริต เพื่อตรวจสอบว่าระหว่างที่เจ้าพนักงานของรัฐดำรงตำแหน่งได้ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์จนร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยกฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบทบัญญัติของกฎหมายมีความมุ่งหมายให้แสดงทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลดังกล่าว นอกจากนั้นการยื่นบัญชีต้องยื่นตามแบบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามแบบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ประกอบไปด้วยรายการทรัพย์สินจำนวน 9 รายการ ได้แก่ 1.เงินสด 2.เงินฝาก 3.เงินลงทุน 4.เงินให้กู้ยืม 5.ที่ดิน 6.โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7.ยานพาหนะ 8.สิทธิและสัมปทาน 9.ทรัพย์สินอื่น และหนี้สินจำนวน 4 รายการ ได้แก่ 1.เงินเบิกเกินบัญชี 2.เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และ4.หนี้สินอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสอบถามเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยืมบุคคลอื่นมาจะต้องนำมาแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณา คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 &amp;ldquo;กำหนดว่ายืมใช้คงรูป คือ สัญญาที่บุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว&amp;rdquo; และมาตรา 640 กำหนดว่า &amp;ldquo;ยืมใช้สิ้นเปลือง คือ สัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้น เป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณียืมใช้คงรูป กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้ยืม เพียงแต่ผู้ยืมยังคงมีหน้าที่จะต้องคืนทรัพย์สินแก่เจ้าของตามข้อตกลงที่ให้ยืมหนี้ตามสัญญายืมใช้คงรูป จึงไม่ได้กำหนดไว้ในแบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกรณียืมใช้สิ้นเปลือง โดยเฉพาะการยืมเงิน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืมมาได้โอนมาเป็นของผู้ยืม และผู้ยืมมีหนี้ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงกำหนดรายการหนี้สินดังกล่าวไว้ในแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องนำมาแสดงตามที่ปรากฏอยู่ในรายการหนี้สิน 4 รายการข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีประเด็นการยืมทรัพย์สินระหว่างกันและมีการกล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการยืมทรัพย์สินกันจริงหรือไม่ หรือเป็นการกล่าวอ้างของผู้ยื่นบัญชี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป ดังเช่น กรณีมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อโฟล์กสวาเกน ที่พบอยู่ในบ้านพักอาศัยของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมีการกล่าวอ้างว่าบุคคลอื่นให้ยืมใช้ทรัพย์สิน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าเป็นทรัพย์สินของนายสุพจน์ ที่ต้องนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับนาฬิกาที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สวมใส่ในสถานที่ต่างๆ จำนวนหลายเรือน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า พล.อ.ประวิตร ได้ยืมเพื่อนมาใส่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วคืนกลับไป จึงไม่เป็นทรัพย์สินของพล.อ. ประวิตร ที่ต้องนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่อย่างใด ทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องใด ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง&amp;nbsp; พยานหลักฐาน และหลักกฎหมาย ที่ปรากฏในเรื่องนั้น ไม่อาจพิจารณาวินิจฉัยตามความรู้สึกหรือกระแสสังคมในทางใดทางหนึ่งได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในกรณีที่เป็นเรื่องไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ก็ต้องเปิดเผยเหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย และหากปรากฏพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่คดีซึ่งอาจทำให้ผลของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็สามารถรับหรือยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สุจริต และเที่ยงธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงรูป-สิ้นเปลือง, ป.ป.ช., ยืมนาฬิกาเพื่อน, วรวิทย์ สุขบุญ, แจงบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12f0322966e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
