<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช อ้น ณ บางช้าง&#039;จ่อร้องทุกข์ ถูกแก๊งตุ๋นทำบุญกระตุกหนวดเสือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช.อ้น ณ บางช้าง ร็อกเกอร์สตาร์ชื่อดัง บิดาของศิลปินอย่าง เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง , ช เอ ณ บางช้าง, ฐาปนา ณ บางช้าง หรือ แฮ็ค วงแคลช รวมถึง&amp;nbsp; ฮันเตอร์ ณ บางช้าง เจ้าของบีธเพลงโง่ๆ &amp;nbsp;ที่กำลังโด่งดังในช่อง VIROFT STUDIO อยู่ในขณะนี้ &amp;nbsp;ร่วมด้วย นางสาวพัสกร ยาชูชีพ (ลูกสาวบุญธรรม)&amp;nbsp; พร้อมผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่ง และทนายความ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ เกี่ยวกับพฤติกรรมแก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นทำบุญพระธาตุ &amp;nbsp;หลังจากที่แก๊งดังกล่าวได้หาเหตุติดต่อสื่อสารกับตัวของ ช.อ้น ณ บางช้าง ตั้งแต่ปี 2559 พร้อมอ้างตนเป็นผู้ดำเนินธุรกิจใหญ่โต ก่อนจะออกอุบายแอบอ้างเรื่องการทำบุญ มาชักชวนให้ ช.อ้น และผู้ร่วมเสียหายทั้งหลาย ได้สูญเสียทรัพย์สินกันหลายต่อหลายครั้ง ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในวันอังคารที่&amp;nbsp; 21 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72021</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.อ้น ณ บางช้าง, บก.ปอศ., เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง, แก๊งหลอกลวง, แจ้งความร้องทุกข์, แฮ็ค วงแคลช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1571d0b65cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยรองผกก.ฯไม่เป็นธรรม ไล่ตะเพิดชาวบ้านแจ้งความกก.กองทุนหมู่บ้านโกงเงิน 20 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวขอนแก่นกว่า 30 รายรวมตัวแจ้งความจับกรรมการกองทุนหมู่บ้านและเป็นเจ้าของร้านส้มตำโกงเงินกว่า 20 ล้านบาทหลบหนีลอยนวล &amp;nbsp;แต่กลับถูกรองผกก.สีชมพู ไล่ตะเพิด วอนให้ความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 71 ม.10 บ้านเทพประทาน ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้านกว่า 30 คน รวมตัวกันเพื่อรวบรวมหลักฐานในการที่จะเอาผิดกับเจ้าของร้านส้มตำชื่อดังในอำเภอสีชมพู ข้อหาฉ้อโกงเงินและหารือร่วมกันกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู พร้อมทั้งนำหลักฐานการพูดคุยกับเจ้าของร้านส้มตำ รวมทั้งสลิปโอนเงิน โดยข้อความล่าสุดที่มีผู้เสียหายสอบถามแม่ค้าส้มตำรายนี้ว่า จะมามอบตัวกับตำรวจตอนไหน แม่ค้าสำตำรายนี้บอกกับผู้เสียหายล่าสุดว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวตำรวจก็แจ้งหรอก เพราะหมายเป็นชื่อเธอกับพวกแจ้ง ถ้าเป็นแบบนี้คงเคลียร์กันไม่ได้ ตอนแรกว่าจะไปคุย ตอนนี้ก็คงปล่อยเลยตามเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัลยา ปิยะวาจี อายุ 30ปี เจ้าของบ้าน&amp;nbsp;กล่าวว่า ทุกคนที่มารวมตัวกันถูก น.ส.จุ๊บแจง(นามสมมุติ) อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านส้มตำชื่อดังในอำเภอสีชมพู โกงเอาเงินไปคนละ 30,000 - 3,000,000 บาท แล้วหลบหนีไป ทั้งยังท้าทายให้แจ้งความกับตำรวจด้วย ซึ่ง&amp;nbsp;น.ส.จุ๊บแจงเป็นชาวบ้านผาสุก ม.11 และเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เป็นเจ้าของร้านขายส้มตำแยกน้ำ&amp;nbsp;จึงเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน.ส.จุ๊บแจงได้เข้ามาตีสนิทพูดคุยและขอยืมเงินครั้งแรก 500,000บาท โดยให้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทและ 5 บาท โดยอ้างว่า จะเอาไปให้กรรมการ กทบ.หมู่บ้านต่างๆในพื้นที่ ต.บริบูรณ์ และพื้นที่ใกล้เคียง เอาไปปิดยอดเงินกองทุนหมู่บ้านและกองทุนเงินล้าน ไม่เกิน 3 วันก็เอามาคืน รวมทั้งยังอ้างว่า ชาวบ้านที่เป็นลูกค้าธกส.ร้อนเงิน ต้องการเงินไปปิดบัญชีหนี้ ธกส. หากให้กู้ไปจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาท หากเกิน 3 วันจะให้เพิ่มเป็นร้อยละ 5 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น.ส.จุ๊บแจงจะมีกลอุบายในการใช้คำพูดที่ฟังแล้วน่าเชื่อถือ รวมถึงหากเราให้ยืมเงิน เขาจะให้เราหักดอกเบี้ยก่อนโอนทุกครั้ง เมื่อได้เงินไปแล้วประมาณ 3 วัน จะโอนเงินมาคืนให้ตามที่นัดหมาย แต่จากนั้นไม่ทันข้ามวันก็จะโทรมาขอยืมอีก ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ โดยล่าสุดยังคงค้าง 300,000บาทไม่ยอมให้ดอกเบี้ย แล้วยังไลน์มาบอกเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่า ไม่มีเงินคืนให้ ให้ไปแจ้งความกับตำรวจได้เลย เดี๋ยวจะเข้ามามอบตัวเอง วันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายจำนวน 20 คน ได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู&amp;nbsp;เพื่อให้มีการสืบสวนจับกุม น.ส.จุ๊บแจงมาดำเนินคดีตามกฏหมายและให้เอาเงินที่ยืมไปมาคืนให้ชาวบ้านด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ปริสา ยอดดี อายุ 31 ปี ชาวบ้านหาดสวรรค์ ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู กล่าวว่า ผู้เสียหายที่ถูก น.ส.จุ๊บแจงยืมเงินไปแล้วไม่คืนนั้น มีในหลายหมู่บ้านของ ต.บริบูรณ์ , ต.วังเพิ่ม , ต.นาจาน อ.สีชมพู คือหลอกยืมเงิน ด้วยเหตุผลที่เหมือนกันทุกรายคือเอาไปปิดยอดกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเงินล้าน และลูกค้าธกส.เอาไปปิดยอดหนี้ รวมแล้วที่สื่อสารกันขณะนี้ประมาณ 30 ราย ในจำนวนนี้มีเพื่อนสนิทที่สูญเงินไปคนละ 3 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยส่วนตัว ครอบครัวสูญเงินให้กับ น.ส.จุ๊บแจงไปจำนวน 2,200,000 บาท ช่วงแรกก็จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท แต่ระยะหลังไม่จอมจ่ายแล้วก็หนีหายไป ทั้งยังท้าให้แจ้งความกับตำรวจอีกด้วย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามนาวสาวจุ๊บแจงมารับผิดชอบเงินที่ยืมไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกับ น.ส.นฤมล มุลลุน อายุ 31 ปี ชาวบ้านผาขาม ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า &amp;nbsp;ความไว้ใจเกิดจากการที่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน และเมื่อไปที่ธนาคาร ธกส.ก็จะเจอ น.ส.จุ๊บแจงประจำ ที่ร้านขายส้มตำก็ขายดี ทั้งยังเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านต่างก็ให้ความไว้วางใจ จึงได้ให้ยืมเงินไปจำนวน 180,000บาท แต่เมื่อเดือน ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา น.ส.จุ๊บแจงได้มายืมเงิน จำนวน 180,000บาท โดยบอกว่าจะทยอยคืนให้ แต่ยังไม่คืน มีเพียงการโอนจ่ายค่าดอกเบี้ยเป็นรายสัปดาห์ ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาท ส่วนเงินต้นยังไม่คืน ระยะหลังไม่จ่ายดอกเบี้ย แล้วก็หายไปเฉย กระทั่งช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา น.ส.จุ๊บแจงแชทมาบอกว่า ไม่มีเงินมาคืนให้ วันที่ 29 ก.พ.แชทมาบอกให้ไปแจ้งความกับตำรวจ จึงเชื่อว่า น.ส.จุ๊บแจงมีเจตนาที่จะโกงเงิน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.สีชมพู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกู้ยืมเงินระหว่างเรากับ น.ส.จุ๊บแจงนั้น ไม่มีการทำสัญญา แต่มีหลักฐานการโอนรวมถึงหลักฐานในข้อความที่พูดคุยผ่านไลน์และแชทเฟสบุ๊ค ซึ่งเมื่อพอทราบว่าถูกโกงก็เข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.สีชมพู โดยมีนายตำรวจระดับ รองผกก.ฯมารับเรื่องและเรียกไปสอบปากคำ ภายหลังสอบปากคำในรายละเอียดกรณีที่เกิดขึ้น นายตำรวจรายนี้ได้ให้เซ็นเอกสารท้ายคำให้การ จึงขออ่านดูทั้งหมด ซึ่งในการพิมพ์คำให้การปรากฏว่าเราที่เป็นผู้เสียหายกลายเป็นการร่วมมือกับผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันโกงเงินชาวบ้าน&amp;nbsp;จึงไม่ยอมเซ็นเอกสารท้ายคำให้การ นายตำรวจรายดังกล่าวไม่พอใจ ฉีกเอกสารคำให้การทิ้งแล้วบอกว่า ไม่ต้องมาแจ้งความอีก และไล่ให้ออกจากโรงพัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นฤมล กล่าวต่ออีกว่า ชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีของนาวสาวจุ๊บแจงในวันเดียวกัน 20 ราย ทุกคนก็เข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ต้องมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และสอบสวนผู้เสียหายหลายคน คงจะเหนื่อยหล้า แต่ก็น่าจะอธิบายทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ไม่ใช่มาไล่ออกจากโรงพักเช่นนี้ หรือถ้าร่างกายไม่พร้อมจะทำงานก็ควรจะออกไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวชาวบ้านหลายคนเชื่อว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายตำรวจระดับรองผกก.ไล่ชาวบ้านออกจากโรงพัก จึงได้ประสานให้สื่อมวลชนลงพื้นที่มาพบชาวบ้าน และขอให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สีชมพูด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.จำรัส ไชยศักดิ์ ผกก.สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยอมรับว่ามีเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ว่า ตำรวจไม่รับแจ้งความหรือไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่า กรณีลักษณะนี้ ตำรวจต้องสอบปากคำทีละคน รวบรวมพยานหลักฐานเป็นรายๆไป และจะไม่มีการบอกว่าใครผิดใครถูก หากคนที่ทำผิด ไม่ว่าความผิดทางแพ่งหรืออาญา ก็จะต้องมีการแยกเป็นรายๆไป และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายและรับคดีไปเรียบร้อยแล้ว 2 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59385</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สภ.สีชมพู, แจ้งความร้องทุกข์, แม่ค้าส้มตำโกงเงิน, โวยตำรวจไม่เป็นธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6782c09abcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนาคตใหม่&#039; จ่อแจ้งจับ &#039;ณฐพร&#039; ข้อหาแจ้งเท็จต่อกกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 ม.ค.นายคารม &amp;nbsp;พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จะมีการหารือและรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้เอาผิดกับนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2560 มาตรา 101 วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรา 101 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม กล่าวว่า ทั้งนี้เราเห็นว่าการกระทำของนายณฐพรเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุเป็นอย่างยิ่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว โดยมีเหตุผลหนึ่ง คือ ข้อกล่าวหาของผู้ร้องยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงเพียงพอ แต่ปรากฎว่านายณฐพรยังจะพยายามมากล่าวหาพรรคอนาคตใหม่อีกด้วยการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำของคุณณฐพรมีเจตนาที่ชัดเจนและสร้างผลเสียหายให้กับพรรคอนาคตใหม่ ดังนั้น ส.ส.ในฐานะผู้เสียหายหากมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจริง จึงเตรียมที่จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน หลังจากที่ผ่านมาถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด&amp;quot; นายคารม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแน่วแน่ แต่กลับมีกลุ่มคนบางพวกมากล่าวหาพรรคอนาคตใหม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการสร้างวาทกรรมชังชาติ ดังนั้น นับจากนี้ไปพรรคอนาคตใหม่จะไม่นิ่งเฉยกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และพร้อมใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของพรรคและเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับการตรวจสอบเช่นกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55500</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, คารม  พลพรกลาง, ณฐพร โตประยูร, แจ้งความร้องทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191116/image_big_5dcfa96173d61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
