<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้พันสู้&#039; ชี้เปรี้ยง &#039;เยล&#039; ไม่ใช่สายทหาร จวกยับ &#039;ก้าวหน้า-3 นิ้ว&#039; เพ้อเจ้อตั้งแต่ศาสดายันสมุนปลายแถว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64 - จากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล การ์ดราษฎร อายุ 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;จับกุมได้ที่จังหวัดลพบุรี เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารทหารกรุงเทพ ที่ 36/2564 ลงวันที่ 21 ม.ค. 64 ในข้อหาแจ้งความเท็จ และหลบหนีราชการทหาร จากกรณีกล่าวอ้างว่าถูกชายฉกรรจ์อุ้ม&amp;nbsp;ขณะนี้นายมงคลถูกนำตัวไปศาลทหารกรุงเทพ โดยไม่มีญาติและทนายความ รวมถึงมวลชนหรือกลุ่มการ์ดราษฎรมาชุมนุมให้กำลังใจที่หน้าศาลเหมือนที่เคยทำมาก่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ คล้ายคลึง หรือ ผู้พันสู้ อดีตนายทหารกองทัพอากาศ&amp;nbsp;และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเครือข่ายคนเสื้อแดง&amp;nbsp;ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;สรุปว่า &amp;quot;เยล&amp;quot; หนีทหารเกณฑ์ แต่เสือกมาคุยว่าตัวเองเรียนนายสิบ ใช้ชื่อ id ในไลน์และเฟซบุ๊กว่า ผู้กองเยล หลังจากนั้นก็มาเป็นการ์ดม๊อบมุ้งมิ้ง เห่อ...การ์ดวีโว่&amp;nbsp;ทีมงานของโตโต้ ลูกน้องตี๋ธนาธร พรรคใกล้กาว&amp;nbsp;ต่อมาก็กุเรื่องว่าถูกอุ้ม พวกแกนนำแม่งก็โวยวาย พาลไปด่าว่าเจ้าสั่ง ทั้งๆที่พวกแม่งไม่มีข้อมูล...อะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ &amp;quot;เยล&amp;quot; โดนเท ไปมอบตัวติดคุกขี้ไก่ไปก่อน พวกแกนนำก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ด่าเจ้าฟรี&amp;nbsp;ม๊อบหัว...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยลลี่ 00กร๊ากๆ กลายเป็นสายทหาร สายพ่อง #เด็กเลี้ยงแกะ #คบเด็กสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ผู้พันสู้ โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ก้าวหน้า...นี่แม่ง...ตั้งแต่ศาสดายันลูกสมุนปลายแถว&amp;quot; และ &amp;quot;แกงกันเอง เทกันเอง ออกตัวล้อฟรี ด่าเจ้า&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91480</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดราษฎร, ชนินทร์ คล้ายคลึง, หนีทหาร, เยล มงคล, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec43be2b31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ้มการ์ด3นิ้วส่อแจ้งเท็จ เร่งดำเนินคดีธงแดงวีโว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันบุก สตช. จี้เอาผิดการ์ดวีโว ปลดธงชาติชักธงแดงขึ้นเสาแทนที่ สภ.คลองหลวง ขณะเจ้าหน้าที่ห้างไอคอนสยาม-ตร.รวบตัว 3 นิ้วชูป้ายประท้วงปมวัคซีน การ์ดราษฎรงานเข้า! ตร.ไล่เช็กวงจรปิด-พยานแวดล้อมไม่มีวี่แววโดนอุ้ม จ่อเอาผิดแจ้งความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือเต้&amp;nbsp; กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและทุกภาคส่วน พร้อมมวลชนเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนดำเนินคดีกลุ่มการ์ดวีโว (wevo) ที่กระทำความผิดโดยการปลดธงชาติลงแล้วชักธงแดงเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ขึ้นแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเหยียบย่ำหัวใจคนไทยที่รักชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้ายื่นหนังสือได้อ่านแถลงการณ์ว่า &amp;quot;กรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp; 15 มกราคม 2564 กลุ่มผู้ชุมนุม (การ์ดวีโว) ได้ร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากเสาและนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธงมีข้อความ &amp;#39;ม.112&amp;#39;&amp;nbsp; ขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงชาติ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าการกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันมีความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีการฉีดสเปรย์บนสถานที่ราชการและชูป้ายผ้ามีข้อความเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ พนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ จึงขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอัครวุธพร้อมตัวแทนได้เข้ายื่นหนังสือ โดยมี&amp;nbsp; พ.ต.อ.ถาวร มีขำ รองผู้บังคับการกองทะเบียนพล เป็นตัวแทนรับเรื่อง ทั้งนี้นายอัครวุธเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การกระทำของกลุ่มการ์ดวีโวเหมือนพยายามสร้างสถานการณ์ให้เป็นไอดอล เป็นที่สนใจของสังคม เพราะจะไปทุกสถานี และพยายามจะกระทำอีก ยืนยันว่าหากเป็นการออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล ตนไม่เคยคัดค้านหรือกดดัน แต่การมาทำกับธงชาติไทย พวกตนรับไม่ได้ และพร้อมเคลื่อนไหวและตามไปกดดันทุกที่เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย แต่จะไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแก่นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก หรือไมค์ ข้อหามาตรา 112 กรณีติดแผ่นป้ายที่หน้าช่างกลปทุมวัน (400 โครงการ 70 ปี ด้อยพัฒนา) ซึ่งจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เร็วๆ นี้ และเตรียมแจ้งความกลับไมค์ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยกรณีเหตุที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. วันเดียวกันนี้ กลุ่มราษฎรเปิดเผยผ่านแฟนเพจ &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ว่า &amp;quot;นางสาวเบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดนรวบขณะชูป้ายเรื่อง&amp;nbsp; #วัคซีนพระราชทาน ณ ห้างสรรพสินค้า ICONSIAM เบนจาเป็นหนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เธอโดนคดี 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมันตรวจสอบในหลวงวชิราลงกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ห้างได้เข้าล้อมเบนจาและควบคุมตัวไว้มิให้ออกจากห้าง ในขณะที่เพื่อนของเบนจาได้ไลฟ์เหตุการณ์ทั้งหมดลงเฟซบุ๊ก ระหว่างการไลฟ์เจ้าหน้าที่ได้ให้หยุดไลฟ์และพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตบหน้าเบนจาและอาศัยจังหวะชุลมุนแย่งโทรศัพท์มือถือไปและปิดไลฟ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; และควบคุมตัวเบนจากับเพื่อนไปยังสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีแถลงการณ์ของไอคอนสยามระบุว่า &amp;quot;สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีผู้มาแสดงออกทางสัญลักษณ์ จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งจากการยื้อแย่งระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้แสดงสัญลักษณ์ ไอคอนสยามรับทราบเรื่องและขอแสดงความเสียใจ และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง ทันทีที่รับทราบเรื่อง ศูนย์ฯ ได้เร่งสอบสวน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น หากพบว่าพนักงานกระทำผิดจริง จะดำเนินการลงโทษด้านวินัยร้ายแรงกับพนักงานคนดังกล่าวตามระเบียบของศูนย์ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอคอนสยาม ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของศูนย์การค้าตลอดเวลาที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ของศูนย์การค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งดเว้นการจัดกิจกรรมหรือการเรียกร้องหรือการแสดงออกทางการเมืองทุกรูปแบบ รวมถึงการกระทำที่ไม่เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ภายในอาคารและทั่วพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์การค้า ไอคอนสยามขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือห้ามทำกิจกรรมหรือการแสดงออกใดๆ ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมในพื้นที่ของศูนย์การค้า&amp;nbsp; รวมถึงการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะพึงมีโดยชอบธรรม ไอคอนสยามขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและให้ความร่วมมือที่ดียิ่งตลอดมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.1732/2563&amp;nbsp; ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว กรรมการโฆษกกลุ่มไทยภักดี เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp; มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนี้ โจทก์นำสืบว่าจำเลยโพสต์ข้อความใส่ความโจทก์ให้เสียหายต่อบุคคลที่สาม ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น คดีจึงมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยนัดพร้อมและสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมทีมทนายความเดินทางมายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้ถอนฟ้องคดีที่นายจาตุรนต์ถูกฟ้องในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ&amp;nbsp; พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว จากกรณีแถลงข่าวคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากการที่ตนไม่ได้ไปรายงานตัวต่อ คสช.และไปแถลงข่าว นำไปสู่การตั้งข้อหา ทั้งหมดเป็นลักษณะคดีกลั่นแกล้งปิดปากผู้เห็นต่าง ไม่ให้ความเป็นธรรม และทำให้เดือดร้อนอย่างมากตลอดกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ดูจากพยานหลักฐานแล้วไม่อาจตั้งได้ ในที่สุดศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้อง ด้วยเหตุผลเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความคืบหน้าจากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ก่อนปล่อยตัวที่บริเวณปากซอยเทศบาลบางปู 49 การเคหะสมุทรปราการ โดยหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีรายงานว่า พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp; พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) ระดมทีมสืบสวนทั้งในส่วนของ&amp;nbsp; สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมทั้ง กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ&amp;nbsp; และ บก.สส.ภ.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อมจุดที่ผู้เสียหายอ้างถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพลได้เน้นย้ำให้ชุดทำงานลงพื้นที่แสวงหาหลักฐานทั้งในส่วนของภาพวงจรปิด พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; รวมทั้งพยานแวดล้อมโดยรอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ&amp;nbsp; รวมถึงการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่าผู้เสียหายถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มไปจริงหรือไม่ เป็นเหตุการณ์จริงหรือต้องการสร้างกระแสทางการเมืองโจมตีดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่อย่างไร และพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองสมุทรปราการ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และ บก.สส.ภ.1 ได้นำพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ได้จากที่เหตุเกิดตามคำกล่าวอ้าง รวมทั้งคำให้การจากพยานแวดล้อม ประจักษ์พยานที่เชื่อได้ว่า ในวันเวลาดังกล่าวนายมงคลยังเดินอยู่ในละแวกบ้าน ไม่พบรถยนต์หรือชายฉกรรจ์มาดักรอตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง ว่าออกจากร้านเซเว่นฯ แล้วถูกอุ้มไปทันที ทำให้อนุมานได้ว่าไม่ได้เกิดเหตุอุ้มจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง และได้รายงานให้&amp;nbsp; ผบช.ภ.1 ทราบเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนจากนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดแจ้งความเท็จ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังนายมงคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทราบว่าจะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90379</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว, ปลดธงชาติ, ปลดธงชาติชักธงแดงขึ้นแทน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชีวะปกป้องสถาบัน, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006ee87d1f10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กใหม่&#039;ไม่ให้ราคา&#039;เสี่ยโป้&#039;ใหญ่แค่ไหนก็ช่วยไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงกรณีที่นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านเพชรเกษมเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมคดียิงกันที่ร้านนวดสรีย่านราชพฤกษ์ว่า ไม่รู้สึกกังวลใดๆ ยืนยันว่าตำรวจมีการแสดงหมายค้นให้บุคคลในบ้านรับรู้ก่อนเข้าทำการตรวจค้นตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งก่อนปฏิบัติหน้าที่ก็มีการบันทึกวิดิโอไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้เห็นว่าเสี่ยโป้ต้องมองให้รอบคอบหากจะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ เพราะหากไม่ใช่ข้อเท็จจริง ในการแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ก็จะกลายเป็นแจ้งความเท็จ แต่อย่างไรก็ดี ย้ำว่าการฟ้องร้องของเสี่ยโป้ เป็นสิทธิ์ทำได้ แต่หากไม่มีความชัดเจน และไม่มีมูลความจริงก็จะเข้าข่ายกระทำผิดเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เสี่ยโป้ อ้างว่าหมายค้น มีแค่2คูหา แต่เจ้าหน้าที่เข้าค้นรวม7คูหานั้น ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้เข้าค้นบ้านของบิดาของเสี่ยโป้แต่อย่างใด แต่เป็นการเข้าตรวจค้นแค่2คูหาเท่านั้น รวมทั้งการอ้างว่าเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายและเอาปืนจ่อนั้น ตำรวจมีวิดิโอบันทึกการทำหน้าที่อย่างชัดเจน ไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่างอ้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เผยต่อว่า ยืนยันมีหลักฐานชัดเจนในการเอาผิดผู้ก่อเหตุในคดีนี้ได้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่พิจารณาออกหมายจับ ส่วนที่มองว่า เสี่ยโป้เป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนในสังคมนั้น ตำรวจไม่ได้ให้ราคา ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นใครหรือใหญ่ขนาดใหญ่ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหากกระทำความผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกันทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83602</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, อภิรักษ์ ชัชอานนท์, อภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5faccaa514caf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 23:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสหรัฐดำเนินคดีหญิงผิวขาวแจ้งเท็จใส่ความชายผิวดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอาให้เข็ด ทางการสหรัฐดำเนินคดีหญิงผิวขาวฐานแจ้งความเท็จ จากเหตุการณ์ที่เธอโทรศัพท์แจ้งตำรวจกล่าวหาชายผิวดำนักดูนกว่าคุกคามเธอในสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์ก หลังจากวิดีโอมัดว่าเขาเพียงทักท้วงที่เธอทำผิดกฎนำสุนัขเข้าในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งจากวิดีโอของคริสเตียน คูเปอร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เผยภาพเอมี คูเปอร์ คู่กรณีของเขาที่พาสุนัขมาเดินเล่นในสวนสาธารณะโดยไม่สวมสายจูง จนเป็นเหตุโต้เถียงแล้วฝ่ายหญิงแจ้งตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์ของไซรัส แวนซ์ จูเนียร์ อัยการเขตแมนฮัตตัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวว่า อัยการจะดำเนินคดีกับเอมี คูเปอร์ สตรีผิวขาวรายนี้ ฐานแจ้งความเท็จ ความผิดนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และออกหมายศาลให้เธอมารับฟังข้อกล่าวหาในวันที่ 14 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูเปอร์ วัย 41 ปี โทรศัพท์แจ้งตำรวจเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม กล่าวหาคริสเตียน คูเปอร์ วัย 57 ปี นักดูนกผิวดำ ว่าเขาคุกคามเธอและสุนัขของเธอ ขณะที่เธอนำสุนัขมาเดินเล่นบริเวณโซนป่าของสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผู้นิยมมาดูนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎของพื้นที่นั้นกำหนดว่าผู้ที่นำสุนัขมาบริเวณนี้จะต้องใส่สายจูงตลอดเวลา แต่เอมีไม่ได้ใส่สายจูงสุนัข คริสเตียนจึงขอให้เธอใส่สายจูงสุนัข แต่เธอกลับโทรศัพท์แจ้งตำรวจกล่าวหาเขา ขณะเกิดเหตุคริสเตียนถ่ายวิดีโอไว้และนำมาโพสต์ทางทวิตเตอร์ ซึ่งมีผู้มาชมวิดีโอนี้เกือบ 45 ล้านครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอเหตุการณ์นี้โพสต์วันเดียวกับที่จอร์จ ฟลอยด์ โดนตำรวจใช้เข่ากดคอระหว่างจับกุมที่เมืองมินนีแอโพลิสและเสียชีวิตในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายผิวดำ, ดำเนินคดีหญิงผิวขาว, เซ็นทรัลพาร์ค, เหยียดผิว, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f049ec53e098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องมทภ.4นำร่องบิ๊กตู่จ่อคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 7 พรรคฝ่ายค้านฟ้องแล้ว &amp;ldquo;แม่ทัพภาค 4-บุรินทร์&amp;rdquo; หมิ่นประมาท-แจ้งความเท็จ &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; เล็งลามถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ด้วย หลังพิงฝารัฐบาลก็ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญการพูดจึงไม่ผิด &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ไปไกลบอกเป็นความฝันของยุคสมัยที่ต้องเดินหน้ารื้อ ไม่อย่างนั้นเผด็จการไม่มีวันหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และ 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 กรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 นำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกับ 7 พรรคพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ที่ได้จัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่บริเวณลานวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.&amp;nbsp;
ทั้งนี้ มีกลุ่มมวลชนประมาณ 50 คน โดยสารมากับรถทัวร์ ได้มอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจพร้อมตะโกน &amp;quot;ฝ่ายค้านสู้ๆ&amp;quot; โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไม่ให้เข้าไปภายในอาคาร ก่อนเดินทางกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีการสัมมนาเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญและอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งในหัวข้อที่สัมมนาเป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านปกติที่ปฏิบัติในฐานะนักการเมืองที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งย่อมมีสิทธิพูดจากับประชาชนในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้กระทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร จึงต้องเข้ามาร้องทุกข์ เพราะเป็นการใส่ความเราโดยที่ไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น เราจึงต้องแจ้งความกลับว่าสิ่งที่คุณจะทำนั้นไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราไปพบปะประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งวันที่ 28 ก.ย. ทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวมทั้งรัฐบาลด้วย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลข้อที่ 12 ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะให้มีการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และแนวนโยบายของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาตั้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 เป็นการกล่าวโทษที่ละเมิดต่อสิ่งที่เรากระทำไป ทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ประชาชนทั่วไปนักวิชาการเกิดความหวั่นวิตกว่า การแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นอาจมีความผิด มันเป็นการปิดปากประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ซึ่งการที่ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บังคับบัญชานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 จะทำไปโดยฝ่ายเดียวเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ เราอาจต้องกล่าวโทษตั้งแต่ผู้แจ้งถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวเช่นกันว่า เราต้องฟ้อง กอ.รมน.ภาค 4 และอาจถึงตัวนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป.กล่าวว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพรรคฝ่ายค้านไว้ 2 ข้อหา คือหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความกับแกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะกระทบการดำเนินการในสภาหรือไม่ ว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชนมาทั้ง 4 ภาค และพูดกับสื่อมวลชนชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 แต่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญบนหลักการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนขึ้นมา ซึ่งการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไป และจะไม่กระทบกับการทำงานในสภา โดยฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การฟ้องแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน เป็นการกระทำที่น่าจะเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย เพราะตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนักวิชาการที่ได้แสดงความเห็นถือเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่รัฐธรรมนูญในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพฯ บัญญัติรับรองคุ้มครองให้กระทำได้ ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ก็เป็นอำนาจและเป็นสิทธิของประชาชนหรือนักการเมืองที่สามารถกระทำได้เช่นกัน จึงถือว่าเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่มีเจตนาพิเศษ ในการกระทำความผิด ตามมาตรา 116 แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การที่กองทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อนักวิชาการและนักการเมืองดังกล่าว อาจเป็นการบังคับใช้กฎหมายเกินไปกว่าอำนาจและกฎหมาย และน่าเชื่อว่าหวังผลในการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองเพื่อต้องการหยุดกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปต่อไป&amp;rdquo; นายชุมสายกล่าว
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม &amp;ldquo;มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง&amp;rdquo; เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านไม่ช้าก็เร็วจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่าจะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนาหรือการปราศรัย ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่มองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าข้อหามาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่คิดว่าเมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้วก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47461</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, มาตรา 1, มาตรา 116, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา1, แจ้งความเท็จ, แม่ทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99eb69eb7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนขี้จุ๊พึงสังวร! คุก12เดือน&#039;ป้าติ้น&#039;แจ้งเท็จถูกหวย30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีแจ้งความเท็จหวย 30 ล้าน หมายเลขดำ อ.1802/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา&amp;nbsp; 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางเรวดี หาแก้ว หรือป้าติ้น อายุ 54 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น, แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด อันเป็นการแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษทางอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรณีระหว่างวันที่ 12 เม.ย. - 8 พ.ค. 2560 จำเลยได้บังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดอาญาแก่ ร.ต.อ.คะนอง โสมทอง เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาประจำ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 จำเลยได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลร่วมกับนางจรูญ เฮก อายุ 63 ปี ที่วัดศิริสุทโธ (คำชะโนด) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 จำนวน 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท โดยออกเงินกับนางจรูญกันคนละ 250 บาท ตกลงกันว่าเมื่อถูกรางวัลจะแบ่งคนละครึ่ง โดยมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ นางจรูญ เฮก ผู้เสียหาย เก็บรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 เม.ย. 2560 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศรางวัลปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 ที่ตนและนางจรูญร่วมกันซื้อไว้ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงินทั้งสิ้น 30 ล้านบาท เมื่อทวงถามนางจรูญ ได้บ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนางจรูญ ข้อหายักยอกทรัพย์ของผู้อื่นจนกว่าคดีถึงที่สุดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ทั้งที่ความจริงแล้ว การแจ้งข้อความดังกล่าวของจำเลยนั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยมิได้ร่วมกับนางจรูญ ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 แต่อย่างใด เพราะว่าจำเลยกับนางจรูญ ผู้เสียหาย มิได้ถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 เม.ย. 2560 แต่อย่างใดเลย การที่จำเลยได้นำความเท็จดังกล่าวแจ้งนั้น ทำให้นางจรูญได้รับความเสียหาย โดยเป็นการเพื่อจะแกล้งให้ต้องรับโทษทางอาญา ข้อหายักยอกทรัพย์ อันเป็นการแจ้งความเท็จว่านางจรูญ ได้กระทำความผิดอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เหตุเกิดที่ ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,173, 174 จำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง ผู้เสียหายที่ 1 และ นางจรูญ หรือป้าติ๋ว ผู้เสียหายที่ 2&amp;nbsp; เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยที่นำสืบหักล้างแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากพนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น พยานโจทก์ซึ่งให้การว่า ภายหลังรับแจ้งจากจำเลยแล้ว พนักงานสอบสวนได้ไปตรวจสอบการรับรางวัลของผู้ถูกสลากงวดดังกล่าวพบว่าหมายเลขชุด ทั้งหมด 5 ชุด ที่จำเลยอ้างว่าซื้อไว้นั้น ก็มีผู้มารับเงินรางวัลไปแล้วโดยหมายเลขชุดดังกล่าวที่จำเลยอ้าง ไม่ได้รวมอยู่ในชุดเดียวกันตามที่จำเลยอ้าง อีกทั้งลายมือชื่อที่จำเลยอ้างว่าลงไว้หลังสลากนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบการแก้ไขหรือร่องรอยการขูดลบลายชื่อแต่อย่างใด เชื่อว่าพยานไม่เคยรู้จักกับจำเลยและผู้เสียหายที่ 2 มาก่อน เชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักน้อย ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้อีกทั้งผู้เสียหายที่ 2 ไม่ได้ซื้อเลขรางวัลที่ 1 ไม่ได้รับรางวัล 30 ล้าน ตามที่จำเลยไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น มีคำสั่งไม่สมควรฟ้องนางจรูญ&amp;nbsp; ผู้เสียหายที่ 2&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 173 ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้ง แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้เป็นเวลา 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทนายความของนางเรวดี ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราวไประหว่างอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่นางเรวดี หรือป้าติ้น และนางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือป้าเล็ก อายุ 59 ปี ตกเป็นจำเลยในข้อหาแจ้งความเท็จลักษณะเดียวกัน กรณีเมื่อปี 2559 นางเรวดีและนางวิไลพร ได้เข้าแจ้งความตำรวจ สน.ประเวศ ว่าถูกนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือป้าดา ผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 066720 จำนวน 5 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 เม.ย. 2559 มูลค่า 30 ล้านบาท ศาลอาญามีนบุรีได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ก.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43428</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก12เดือน, ป้าติ้น, ศาลอาญา, หวย30ล้าน, อัจฉริยะ, เรวดี หาแก้ว, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53b30871c95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเข้า!คสช.แจ้งตำรวจจับ &#039;เอกชัย-คู่หู&#039; แจ้งความเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมทางการเมือง ที่สน.ลาดพร้าว ในข้อหาแจ้งความเท็จ ตามความผิดประมวลอาญามาตรา 137 ที่ระบุว่า ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลอาญามาตรา 172 ระบุว่า ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประมวลอาญามาตรา 173 ระบุว่า ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากภายหลังที่นายเอกชัยและนายโชคชัยไปแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคสช. ในข้อหาผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ที่ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต โดยทางคสช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพได้รับความเสียหาย เนื่องจากวันที่พล.อ.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นวันที่มีการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) เท่ากับเป็นการกล่าวหาว่าพล.อ.อภิรัชต์จะนำกองทัพทำการรัฐประหาร โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะมีการเชิญนายเอกชัย และนายโชคชัยมาให้ปากคำต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20445</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, เอกชัย หงส์กังวาน, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4c2e70968ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
