<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;รับประกาศปปช.เรื่องแจงบัญชีทรัพย์สินวุ่น หลังกรรมการสภามหาลัยจ่อไขก๊อกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีบรรดาประธานสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ทยอยลาออกจากตำแหน่งหลังต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.&amp;nbsp;ว่า ขณะนี้เรากำลังรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และรอรับหนังสือแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัยต่างๆ หลังจากที่ได้ทราบอย่างไม่เป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัย ทราบว่ามหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยราชภัฎทุกแห่ง จะส่งหนังสือทักท้วงมาถึง ป.ป.ช. จากนั้นป.ป.ช. จะรับไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ. วัชรพล กล่าวว่า เบื้องต้นได้ชี้แจงไปว่า จะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่หากพบว่ามีเหตุผลที่สามารถรับไว้พิจารณาได้ก็จะต้องพิจารณา ซึ่งยังมีเวลา เนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ แต่ตอนนี้กฎหมายเขียนไว้อย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้นไม่มีทางเป็นอย่างอื่น โดยกฎหมายใหม่บัญญัติให้ข้าราชการทุกคนต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ข้าราชการระดับสูงต้องยื่นต่อป.ป.ช. ส่วนที่เหลือยื่นต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้น เจ้าหน้าที่รัฐกว่าล้านคน ในอนาคตจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินทุกคนเพื่อความโปร่งใส แต่อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.พร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สภามหาวิทยาลัยขอให้ทบทวนและยกเลิกให้ผู้บริหารในสภามหาวิทยาลัย ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินต่อป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้เราทำเช่นนั้น เพราะถ้าทำได้คงไม่ออกประกาศดังกล่าวตั้งแต่ต้น เนื่องจากกฎหมายบัญญัติว่าผู้บริหารระดับสูงจะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาเช่นในกรณีนี้ ที่จะให้ส่งผลมีการลาออกจากตำแหน่ง ทำให้หน้าที่การงานต้องสะดุดหยุดลง ดังนั้น จึงต้องหาหนทางอย่างอื่นว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง หากไม่สามารถแก้ไขได้ก็อาจต้องเลื่อนระยะเวลาการยื่นในช่วงเริ่มต้นนี้ เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น เราเข้าใจถึงปัญหาดี แต่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช.&amp;nbsp;กล่าวว่า ป.ป.ช. จะรายงานปัญหาดังกล่าวให้รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบต่อไป พร้อมกับประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก ไม่ใช่ว่าเราไม่รับฟัง โดยในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 6 พ.ย.นี้ จะมีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม เป็นเรื่องเร่งด่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ต้องมีทางออกอยู่แล้ว เรารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้วก็ปิดบ้านทันที ส่วนจะขอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 หรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เสียก่อนว่าควรจะมีทางออกอย่างไร เพราะเจตนารมย์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เขียนกฎหมาย ป.ป.ช.นี้เกี่ยวกับการแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้นเพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรจะชี้แจงให้สาธารณะชนได้ทราบต่อไป&amp;rdquo;ประธาน ป.ป.ช.&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, แจ้งบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdffa01291b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งคุก1เดือนไม่รอลงอาญา &#039;อดีต ผบช.ก.&#039;  แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;ก.พ. 61 - &amp;nbsp;เวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีหมายเลขดำ อม.250/2560 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.หรือนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือเดอะกิ๊ก อายุ 64 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จรวม 59 รายการ ประกอบด้วยที่ดิน 53 แปลงและห้องชุด 6 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำ ซึ่งภายหลังจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงพิพากษาจำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลา 5 ปีด้วย นับจากพ้นตำแหน่ง ผบช.ก.เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2557 พร้อมให้นับโทษจำคุกต่อจากคดีอาญาที่ศาลอาญาเคยพิพากษาตัดสินมาแล้ว 4 สำนวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น ก่อนหน้านี้ถูกฟ้องและพิพากษาคดีอาญารวม 7 สำนวนเมื่อปี 2558 ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง, คดีเรียกรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจใน บช.ก., คดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน, คดีลักลอบเปิดบ่อนการพนันย่านพระราม 9, คดีร่วมกันฟอกเงิน, คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้, คดีลักลอบครอบครองโบราณวัตถุ และคดีรับของโจร รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3968</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก1เดือน, ปปช., พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์, อดีต ผบช.ก., แจ้งบัญชีทรัพย์สิน, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95098053a23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
