<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อติวิชญ์&#039; แชมป์ส่งท้ายปีศึกเอเชียนทัวร์ ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โปรแจ๊ซซ์&amp;quot; อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ สวิงหนุ่มจากหัวหิน วัย 23 ปี คว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพเอเชี่ยนทัวร์ รายการไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2019&amp;nbsp; ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี หลังหวดสี่วันสกอร์รวม 23 อันเดอร์พาร์ 261 ที่สนาม ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ พัทยา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ, กอล์ฟอาชีพ, นักกอล์ฟอาชีพ, นักกอล์ฟอาชีพไทย, ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ, อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์, เอเชียนทัวร์, เอเชียนทัวร์ 2019, แจ๊ซซ์ อติวิชญ์, แชมป์เอเชียนทัวร์, โปรแจ๊ซซ์, โปรแจ๊ซซ์ อติวิชญ์, ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff377d7aeb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกท จับมือเอเชี่ยนทัวร์ระเบิดศึก &#039;ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 48&#039; 7-10 พ.ย.2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ เอเชียนทัวร์ ระเบิดศึกกอล์ฟอาชีพ &amp;quot;ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 48&amp;rdquo; หนึ่งในเนชั่นแนล โอเพ่น ที่เก่าแก่ที่สุดของเอเชีย ชิงเงินรางวัลรวม 300,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2562 ณ สนามไทยคันทรีคลับ จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมลุ้นนักกอล์ฟไทยครองแชมป์เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่คลับเฮ้าส์ สนามไทยคันทรี่คลับ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย มร.โช มินน์ ตันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอเชียนทัวร์ และ มร.จอห์น บลันช์ ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟไทยคันทรีคลับ ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันกอล์ฟเอเชียนทัวร์ รายการ &amp;quot;ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 48&amp;quot; ชิงถ้วยพระราชทาน รัชกาลที่ 9 พร้อมเงินรางวัล 300,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9 ล้านบาท โดยมี ภาณุพล พิทยารัตน์ แชมป์เก่า ปี 2018 และ โคสุเก ฮามาโมโต้ นักกอล์ฟดาวรุ่ง ร่วมงาน ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมจัดการแข่งขัน ไทยแลนด์ โอเพ่น กับ เอเชียนทัวร์ อีกครั้งในสัปดาห์นี้ เราทำงานร่วมกับเอเชียนทัวร์มาอย่างยาวนานเพื่อยกระดับมาตรฐานของการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งการแข่งขัน ไทยแลนด์ โอเพ่น มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากีฬากอล์ฟในประเทศไทยตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา สำหรับปีนี้เราหวังว่าจะได้เห็นการแข่งขันไทยแลนด์ โอเพ่น ประสบความสำเร็จเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน ทำให้การแข่งข้นรายการไทยแลนด์โอเพ่นสามารถดึงดูดนักกอล์ฟระดับแนวหน้าชาวไทยและต่างประเทศ เข้ามาร่วมการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งแชมป์รายการนี้จะได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้จากความสนใจของนักกอล์ฟฝีมือดีที่เข้าร่วมแข่งขัน ทำให้การแข่งขันไทยแลนด์โอเพ่นมีความเข็มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายมาเป็นเวทีสำคัญให้นักกอล์ฟได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นประเทศที่ผลิตนักกอล์ฟฝีมือดีเข้าสู่วงการกอล์ฟโลกมากมาย&amp;rdquo; นายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศฯ กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน มร.โช มินน์ ตันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอเชียนทัวร์ เผยว่า &amp;ldquo;ทางเอเชียนทัวร์ต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ และสนามกอล์ฟไทยคันทรีคลับ สำหรับความมุ่งมั่นทุ่มเทและการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งการสนับสนุนอันทรงค่าดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับวงการกอล์ฟอาชีพทั่วภูมิภาคเอเชีย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการว่ากอล์ฟรายการ ไทยแลนด์ โอเพ่น จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มร.จอห์น บลันช์ ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟไทยคันทรีคลับ กล่าวว่า &amp;ldquo;เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกอล์ฟไทยแลนด์ โอเพ่น เป็นปีที่สามติดต่อกัน และยินดีต้อนรับเหล่านักกอล์ฟดาวดัง รวมทั้งเจ้าหน้าเอเชียนทัวร์ กลับสู่สนามไทยคันทรีคลับอีกครั้งในสัปดาห์นี้ พนักงานของเราช่วยกันทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าสนามอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด สำหรับเป็นสังเวียนทดสอบความท้าทายของเหล่านักกอล์ฟชั้นนำของเอเชียนทัวร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยแลนด์ โอเพ่น นับเป็นรายการเนชั่นแนล โอเพ่น ที่เก่าแก่ที่สุดรายการหนึ่งของเอเชีย ในปีนี้จะเป็นรายการที่เจ็ดในปฏิการแข่งขันเอเชียนทัวร์ ฤดูกาล 2019 และจะเป็นเอเชี่ยนทัวร์รายการแรกของฤดูกาลที่มาจัดในประเทศไทย&amp;nbsp; โดยจะมีนักกอล์ฟ 144 คนจาก 20 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน&amp;nbsp; ที่ผ่านมานักกอล์ฟไทยเคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 5 คน ประกอบด้วย สุเทพ มีสวัสดิ์ (1991), บุญชู เรืองกิจ (1992 และ 2004), ประหยัด มากแสง (2013), รฐนน วรรณศรีจันทร์ (2017) และ&amp;nbsp; ภาณุพล พิทยารัฐ (2018)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โปรมะพร้าว&amp;rdquo; ภาณุพล พิทยารัฐ วัย 26 ปี ในฐานะแชมป์เก่าเผยว่า &amp;ldquo;ผมรู้สึกตื่นเต้นและเฝ้ารอที่จะได้ลงป้องกันตำแหน่งแชมป์ในสัปดาห์นี้ ผมยังจำบรรยากาศการคว้าแชมป์เมื่อปีที่แล้วได้ดี รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คว้าแชมป์ระดับเนชั่นแนล โอเพ่น ในบ้านเกิดได้สำเร็จ มาปีนี้เกมการเล่นของผมตอนนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แม้ยังไม่ใช่ระดับท็อปฟอร์ม แต่ก็กำลังปรับอยู่ และเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนักกอล์ฟชั้นนำของเอเชียนทัวร์ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ยังให้สิทธิ์นักกอล์ฟสมัครเล่น 10 คน รวมถึงสวิงทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อหาประสบการณ์ก่อนลุยมหกรรมกีฬาซีเกมส์ด้วย ประกอบด้วย เด่นวิทย์ เดวิด บริบูรณ์ทรัพย์, นพรัฐ พานิชผล, วันชัย หลวงนิติกุล, วาริษ มั่นธรณ์, ธนกร ตอสี, วิชญ์ ปิติพัฒน์, วีรวิชญ์ นาคประชา, จอร์จ (ธนรัฐ) ดวงมณี และ เอกปริษฐิ์ หวู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันกอล์ฟไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 48 ถือเป็นทัวร์นาเมนท์ของพานาโซนิค สวิง ซีรีส์ 2019/2020 รายการที่สาม โดยเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2017 ทั้งนี้พานาโซนิค สวิง เป็นซีรีส์เก็บคะแนนจาก 5 รายการของเอเชียนทัวร์ ซึ่งผู้ที่ครองอันดับหนึ่งจะได้รับเงิน 70,000 เหรียญสหรัฐ อันดับสอง 5,000 เหรียญสหรัฐฯ และอันดับสาม 3,000 เหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49572</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ, กอล์ฟอาชีพ, กอล์ฟอาชีพไทย, กอล์ฟไทยแลนด์ โอเพ่น, ฉะเชิงเทรา, ภาณุพล พิทยารัฐ, รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์, สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย, เอเชียนทัวร์, เอเชียนทัวร์ 2019, แชมป์เอเชียนทัวร์, ไทยคันทรี่คลับ, ไทยแลนด์ โอเพ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc11ddf1cbb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรดิษ&#039; คว้าแชมป์เอเชียนทัวร์ที่ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรดิษ ยงค์เจริญชัย นักกอล์ฟจากนครปฐมคว้าแชมป์เอเชียนทัวร์รายการแรกในชีวิตด้วยชัยชนะ 1 สโตรก ในรายการเมอร์คิวรีส์ ไต้หวัน มาสเตอร์ส ชิงเงินรางวัลรวม 900,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 27 ล้านบาท ณ สนามไต้หวัน กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ ประเทศไต้หวัน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุรดิษ ยงค์เจริญชัย คว้าแชมป์เอเชียนทัวร์รายการแรกมาครองสำเร็จนับตั้งแต่เข้าร่วมทัวร์ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 17 ปี เมื่อปี 2015&amp;nbsp; โดยรอบสุดท้ายออกสตาร์ทด้วยการตามหลังผู้นำ 1 สโตรก ก่อนจบสกอร์รอบสุดท้าย 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วัน 10 อันเดอร์พาร์ 278 เฉือนชนะ อาจีเตช ซานธุ จากอินเดีย, มิเกล มาบูเอนา จากฟิลิปปินส์ และ อดิลซอน ดา ซิลวา จากบราซิล 1 สโตรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ, กอล์ฟอาชีพ, นักกอล์ฟอาชีพไทย, สุรดิษ ยงค์เจริญชัย, เมอร์คิวรีส์ ไต้หวัน มาสเตอร์ส, แชมป์เอเชียนทัวร์, ไต้หวัน กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ, ไต้หวัน มาสเตอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99b677b2ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
