<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนร่วมบูลลี วันนี้อาจสะใจ วันหน้าติดคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจเตือนประชาชนที่แชร์ข้อมูล เป็นภาพคลิปหรือข้อความ รวมไปถึงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ชักชวนให้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นกลั่นแกล้งด้วยถ้อยคำตำหนิ หรือที่เรียกว่าการบูลลี หรือ การระรานทางไซเบอร์ (Cyber Bully) มีความผิดเสี่ยงติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 13 ก.ย.64 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงที่สังคมไทยมีความคิดเห็นต่างแบ่งเป็นฝักฝ่าย จะพบเห็นการสร้างวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง มีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างดุเดือด โดยชักชวนกันเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมากในลักษณะที่เรียกว่า &amp;ldquo;ทัวร์ลง&amp;rdquo;&amp;nbsp; กลั่นแกล้งด้วยถ้อยคำต่อว่า ตำหนิ ดูถูกเหยียดหยาม หยาบคาย เพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย อับอาย ที่เรียกว่าการบูลลี หรือการระรานทางไซเบอร์ (Cyber Bully)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลายรายทั้งบุคคลทั่วไปและบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักแสดงเข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้ตนเองเสียหาย ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าการโพสต์ การแสดงความคิดเห็น รวมถึงการแชร์ข้อมูลทั้งที่เป็นภาพคลิปหรือข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทำได้ง่าย แต่ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนได้กระทำ เนื่องจากมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระรานทางไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งบัญญัติเป็นความผิดไว้อย่างขัดเจน ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม และทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น&amp;nbsp; หรือถูกเกลียดชัง เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญา&amp;nbsp; มาตรา 326 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp; 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเป็นการหมิ่นประมาทโดยมีการป่าวประกาศต่อสาธารณะ จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ป.อาญา&amp;nbsp; มาตรา 328 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp; 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเป็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะข่มขู่ ทำให้เจ้าของบัญชีเกิดความกลัว จะเข้าข่ายความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 392 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเป็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะดูหมิ่นผู้อื่น และเป็นการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ จะเข้าข่ายความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตาม ป.อาญา มาตรา 393 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1&amp;nbsp; เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกรณีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาพตัดต่อของผู้อื่นในลักษณะที่จะทำให้บุคคลนั้นได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวต่อว่า หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกระรานทางไซเบอร์ สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp; ได้แก่ บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่กระทำความผิด, ข้อมูลหรือข้อความที่ได้รับความเสียหาย ฯลฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงในปัญหาดังกล่าว จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลายให้มีสติ ใช้วิจารณญาณ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก่อนจะแสดงความคิดเห็นที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เนื่องจากสุ่มเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามฐานความผิดข้างต้น ดังที่มีผู้เคยกล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;วันนี้สะใจ วันต่อไปชดใช้กรรม&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116591</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบูลลี, การระรานทางไซเบอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยงติดคุก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แชร์ข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กยอมรับแชร์ข้อมูลกับ&#039;หัวเหว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า บริษัทได้แบ่งปันข้อมูลผู้ใช้งานกับผู้ผลิตโทรศัพท์ &amp;quot;หัวเหว่ย&amp;quot; ของจีน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเคยระบุว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟซบุ๊กอ้างว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดที่แชร์กับหัวเหว่ยนั้นถูกเก็บไว้ที่โทรศัพท์ ไม่ได้ส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหัวเหว่ย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 อ้างคำแถลงของบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่จากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ว่า ข้อตกลงระหว่างเฟซบุ๊กกับหัวเหว่ยนี้จะอนุญาตให้หัวเหว่ยเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊ก เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตโทรศัพท์จากจีนรายนี้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนของหัวเหว่ยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กอ้างว่า บริษัทเฟซบุ๊กและบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นๆ ของสหรัฐร่วมมือกับหัวเหว่ยและบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ของจีนรายอื่นๆ ก็เพื่อผสมผสานการบริการของตนให้เข้ากันได้กับโทรศัพท์ของผู้ผลิตรายนั้นๆ แต่สืบเนื่องจากความห่วงกังวลของสภาคองเกรส เฟซบุ๊กขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดจากความร่วมมือระหว่างเฟซบุ๊กกับหัวเหว่ยนั้นจะเก็บไว้ที่โทรศัพท์ ไม่ได้ส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหัวเหว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีอ้างข่าวของนิวยอร์กไทมส์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า เฟซบุ๊กได้อนุญาตให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไม่ต่ำกว่า 60 รายสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กได้ โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้ใช้ และในบางกรณีรายละเอียดข้อมูลผู้ใช้ถูกเก็บรวบรวมไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กแถลงเมื่อวันอังคารว่า บริษัทได้ร่วมมือกับผู้ผลิตราว 60 ราย เช่น แอมะซอน, แอปเปิล,&amp;nbsp; แบล็กเบอร์รี, เอชทีซี, ไมโครซอฟท์ และซัมซุง เพื่อให้เฟซบุ๊กสามารถปรับอินเตอร์เฟซของเฟซบุ๊กให้เข้ากับโทรศัพท์ของผู้ผลิตเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่กล่าวข้างต้น เฟซบุ๊กซึ่งถูกห้ามใช้งานในจีนนับแต่ปี 2552 ก็ได้ทำข้อตกลงการเข้าถึงข้อมูลกับบริษัทของจีนหลายแห่ง ทั้งเลโนโว, ออปโป และทีซีแอล แต่ฟรานซิสโก วาเรลา รองประธานฝ่ายความร่วมมือกับโทรศัพท์มือถือของเฟซบุ๊กยืนยันว่า การแบ่งปันข้อมูลกับบริษัทเหล่านี้ถูกควบคุมตั้งแต่เริ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทหัวเหว่ย ซึ่งถูกคองเกรสระบุว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่คุกคามความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ยืนกรานปฏิเสธว่าบริษัทไม่มีความเกี่ยวโยงกับรัฐบาลจีน และว่ามี 170 ประเทศที่ใช้ผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานของหัวเหว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มาร์ก วอร์เนอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับหัวเหว่ยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เขาอยากรู้ก็คือ เฟซบุ๊กจะรับประกันได้อย่างไรว่าข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไม่ได้ถูกส่งไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของจีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, ผู้ใช้เฟซบุ๊ก, หัวเหว่ย, เฟซบุ๊ก, แชร์ข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17f8fd611d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กยอมรับแชร์ข้อมูลกับ&#039;หัวเหว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า บริษัทได้แบ่งปันข้อมูลผู้ใช้งานกับผู้ผลิตโทรศัพท์ &amp;quot;หัวเหว่ย&amp;quot; ของจีน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเคยระบุว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟซบุ๊กอ้างว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดที่แชร์กับหัวเหว่ยนั้นถูกเก็บไว้ที่โทรศัพท์ ไม่ได้ส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหัวเหว่ย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 อ้างคำแถลงของบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่จากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ว่า ข้อตกลงระหว่างเฟซบุ๊กกับหัวเหว่ยนี้จะอนุญาตให้หัวเหว่ยเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊ก เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตโทรศัพท์จากจีนรายนี้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนของหัวเหว่ยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กอ้างว่า บริษัทเฟซบุ๊กและบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นๆ ของสหรัฐร่วมมือกับหัวเหว่ยและบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ของจีนรายอื่นๆ ก็เพื่อผสมผสานการบริการของตนให้เข้ากันได้กับโทรศัพท์ของผู้ผลิตรายนั้นๆ แต่สืบเนื่องจากความห่วงกังวลของสภาคองเกรส เฟซบุ๊กขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดจากความร่วมมือระหว่างเฟซบุ๊กกับหัวเหว่ยนั้นจะเก็บไว้ที่โทรศัพท์ ไม่ได้ส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหัวเหว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีอ้างข่าวของนิวยอร์กไทมส์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า เฟซบุ๊กได้อนุญาตให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไม่ต่ำกว่า 60 รายสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กได้ โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้ใช้ และในบางกรณีรายละเอียดข้อมูลผู้ใช้ถูกเก็บรวบรวมไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กแถลงเมื่อวันอังคารว่า บริษัทได้ร่วมมือกับผู้ผลิตราว 60 ราย เช่น แอมะซอน, แอปเปิล,&amp;nbsp; แบล็กเบอร์รี, เอชทีซี, ไมโครซอฟท์ และซัมซุง เพื่อให้เฟซบุ๊กสามารถปรับอินเตอร์เฟซของเฟซบุ๊กให้เข้ากับโทรศัพท์ของผู้ผลิตเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่กล่าวข้างต้น เฟซบุ๊กซึ่งถูกห้ามใช้งานในจีนนับแต่ปี 2552 ก็ได้ทำข้อตกลงการเข้าถึงข้อมูลกับบริษัทของจีนหลายแห่ง ทั้งเลโนโว, ออปโป และทีซีแอล แต่ฟรานซิสโก วาเรลา รองประธานฝ่ายความร่วมมือกับโทรศัพท์มือถือของเฟซบุ๊กยืนยันว่า การแบ่งปันข้อมูลกับบริษัทเหล่านี้ถูกควบคุมตั้งแต่เริ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทหัวเหว่ย ซึ่งถูกคองเกรสระบุว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่คุกคามความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ยืนกรานปฏิเสธว่าบริษัทไม่มีความเกี่ยวโยงกับรัฐบาลจีน และว่ามี 170 ประเทศที่ใช้ผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานของหัวเหว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มาร์ก วอร์เนอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับหัวเหว่ยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เขาอยากรู้ก็คือ เฟซบุ๊กจะรับประกันได้อย่างไรว่าข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไม่ได้ถูกส่งไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของจีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10846</URL_LINK>
                <HASHTAG>คองเกรส, ผู้ใช้เฟซบุ๊ก, หัวเหว่ย, เฟซบุ๊ก, แชร์ข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17f8fd611d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
