<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง 4 จำเลยคดีแชร์ยูฟัน ขอยื่นศาล รธน.วินิจฉัยเรื่องประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;มิ.ย.62 - ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;704&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีแชร์ลูกโซ์ยูฟันสโตร์ รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สำนวน ในคดีหมายเลขดำที่ อ.2279/2558,อ.2836/2558,&amp;nbsp;อ.1246/2559,&amp;nbsp;อ.2081/2559,&amp;nbsp;อ.2383/2559,&amp;nbsp;อ.2915/2559&amp;nbsp;และ อ.3934/2559&amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิชณัฏฐ์ แสนกล้า แม่ข่ายยูฟันสโตร์,&amp;nbsp;นายเควิน ลัย (Kevin Lai)&amp;nbsp;สัญชาติมาเลเซีย อดีต ผจก.ธนาคาร&amp;nbsp;UDBP,&amp;nbsp;นายหยาง หยวน เฉา (Yang&amp;nbsp;&amp;nbsp;Yuan Zhao)&amp;nbsp;สัญชาติจีน อดีต รอง ผจก.ธนาคารUDBP&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของ บริษัท&amp;nbsp;UDBP&amp;nbsp;แมนเนจเมนท์ จำกัด (ประเทศไทย) ที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาการเงินของ บจก.ยูฟันสโตร์,&amp;nbsp;นายนที ธีระโรจนพงษ์ นักเคลื่อนไหวความหลากหลายทางเพศ,&amp;nbsp;เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยูฟัน สโตร์ ที่มีทั้งพนักงานบริษัทเอกชน-ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว และบริษัท ยูเทรดดิ้ง จำกัด บริษัทเครือข่ายยูฟันฯ เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-43&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ข้อหา ฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ,พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบขายตรง พ.ศ.2545,&amp;nbsp;ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527,&amp;nbsp;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;341, 343&amp;nbsp;และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2556 &amp;ndash; 18&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;บจก.ยูฟัน สโตร์ ที่มีชาวมาเลเซียเป็นผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;พล.ต.อธิวัฒน์ สุ่นปาน&amp;nbsp;และคนไทยออีกคนถือหุ้นลำดับถัดมา ขณะที่การดำเนินธุรกิจของยูฟันฯ นั้นก็ได้ชักชวนบุคคลเข้าร่วมในเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ น้ำผลไม้-สมุนไพร-เครื่องสำอางผิวหน้า โดยทำให้หลงเชื่อว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย แต่ภายหลังได้หลอกลวงขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์จำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่เรียกว่ายูโทเคน (U&amp;ndash;TOKEN)&amp;nbsp;โดยอ้างว่าได้รับความนิยมและยอมรับในประเทศออสเตรเลีย-มาเลเซีย ซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัยการโจทก์ขอให้ศาลสั่งจำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินชดใช้แก่ผู้เสียหาย&amp;nbsp;2,451&amp;nbsp;คน รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;356,211,209&amp;nbsp;บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;ต่อปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ให้จำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;6,&amp;nbsp;11,&amp;nbsp;12,&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คนละ&amp;nbsp;12,265&amp;nbsp;ปี จำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;12,267&amp;nbsp;ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกคนละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี พิพากษาจำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;15,&amp;nbsp;16,&amp;nbsp;22,&amp;nbsp;23,&amp;nbsp;29,&amp;nbsp;31,&amp;nbsp;36,&amp;nbsp;37,&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คนละ&amp;nbsp;12,255&amp;nbsp;ปี และจำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;17,&amp;nbsp;19&amp;nbsp;และนายนที ธีระโรจนพงษ์ จำเลยที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;คนละ12,257&amp;nbsp;ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี และให้ปรับจำเลยที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;บริษัท ยูเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นเงิน&amp;nbsp;1,225,700,000&amp;nbsp;บาท โดยให้ร่วมกันคืนเงินที่กู้ยืมและฉ้อโกงไปรวม&amp;nbsp;356,211,209&amp;nbsp;บาท แก่ผู้เสียหาย&amp;nbsp;2,451&amp;nbsp;คน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;ต่อปี ส่วนจำเลยที่เหลืออีก&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลย&amp;nbsp;22&amp;nbsp;รายที่ต้องคำพิพากษาจำคุกสูงสุด&amp;nbsp;20-50&amp;nbsp;ปี จากเรือนจำมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกแจ้งให้จำเลย&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ราย ที่ศาลยกฟ้องไปมาร่วมฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งวันนี้ก็มีกลุ่มญาติของจำเลยมาร่วมติดตามคำพิพากษาและให้กำลังใจจำเลยอีกกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน จนเกือบเต็มห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อถึงเวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น. องค์คณะผู้พิพากษาฯ ได้แจ้งให้จำเลยที่มาศาลในวันนี้ทราบว่า คำพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ส่งมาในวันนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยที่&amp;nbsp;17,&amp;nbsp;36,&amp;nbsp;37,&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่น่าจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.ส.อลิสา หรืออลิส จำเลยที่&amp;nbsp;17,&amp;nbsp;นายวัจน์ณฐภัทร์ จำเลยที่&amp;nbsp;36,&amp;nbsp;นายบุญธรรม จำเลยที่&amp;nbsp;37,&amp;nbsp;นายรัชชาพงษ์ จำเลยที่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำร้องของจำเลยทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญฯ ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;212&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;(บัญญัติว่าหากศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดีใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแล้วยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนนั้น ก็ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยฯ) วินิจฉัยกรณีที่ศาลใช้ดุลยพินิจไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้เมื่อมีเหตุอันควรเชื่ออย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) มาตรา&amp;nbsp;108/1บทบัญญัติของกฎหมายนั้นขัดต่อสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยหลักการให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าในคดีอาญาผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา โดยคำขอในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาฯ โดยการไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ตรวจประชุมปรึกษาหาหรือกันแล้วเห็นว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา&amp;nbsp;212&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ากรณีที่จะเสนอความเห็นส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ต้องเป็นกรณีที่ศาลเห็นเอง หรือคู่ความในคดีนั้นโต้แย้งเกี่ยวกับกฎหมายที่นำมาใช้บังคับในการพิจารณาพิพากษาคดี แต่กรณีคำร้องของจำเลยทั้งสี่นั้น เป็นเรื่องของการโต้แย้งในกฎหมายเกี่ยวกับการให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี จึงไม่ใช่กรณีที่จะเข้าตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะรับคำร้องของจำเลยทั้งสี่ไว้เสนอศาลรัฐธรรมนูญ โดยเหตุแห่งการพิจารณาให้หรือไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ก็เป็นไปตามที่ ป.วิอาญา บัญญัติไว้ จึงให้ยกอุทธรณ์ในส่วนนี้ของจำเลยทั้งสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับพฤติการณ์ของจำเลยทั้งหมดในคดีนี้ ศาลได้แจ้งว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อไป จึงยังไม่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนเนื้อหาหลักในวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39020</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียูฟัน, คดีแชร์ลูกโซ์ยูฟันสโตร์, นายนที ธีระโรจนพงษ์, เกย์นที, แชร์ลูกโซ่, แชร์ลูกโซ่ยูฟัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b29aa583d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
