<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิทย์จุฬาฯแช่แข็งสเปิร์มปะการังโต๊ะแบบพุ่มสำเร็จครั้งแรกของโลก เก็บได้นาน 20 ปี ชี้โลกร้อนทำปะการังหยุดสืบพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
24 เม.ย.62- คณะวิทยาศาสตร์และศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีและหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือกองเรือยุทธการจัดแถลงข่าวเรื่อง&amp;ldquo; ครั้งแรกของโลก...นักวิทย์ไทยเพาะปะการังชนิดแบบโต๊ะด้วยสเปิร์มแช่เยือกแข็ง&amp;rdquo; ณอาคารเคมี2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.ดร.วรณพวยิกาญจน์หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯกล่าวว่ากลุ่มการวิจัยชีววิทยาแนวปะการังได้ทำวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาเทคนิคการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศหาแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมโทรมภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมของโลก ในปีที่แล้วกลุ่มการวิจัยชีววิทยาแนวปะการังได้ประสบความสำเร็จในการนำสเปิร์มของปะการังโต๊ะแบบพุ่มAcropora humilisมาผ่านกรรมวิธีการแช่เยือกแข็งในไนโตรเจนเหลว &amp;nbsp;และนำกลับมาผสมใหม่กับไข่ปะการัง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการทำสำเร็จครั้งแรกของโลกของปะการังโต๊ะชนิดนี้ &amp;nbsp;และได้มีการตีพิมพ์ลงในวารสารวิจัยระดับนานาชาติแล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยชาวไต้หวันความสำเร็จของการนำสเปิร์มของปะการังมาผ่านกรรมวิธีการแช่เยือกแข็งทำให้สามารถเก็บรักษาสเปิร์มได้นานขึ้น &amp;nbsp;และสามารถนำมาผสมกับไข่ปะการังได้ใหม่ในช่วงเวลาและฤดูกาลที่ต้องการและเหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร. สุชนา ชวนิชย์รองกรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลคณะวิทยาศาสตร์กล่าวว่าปะการังโดยทั่วไปมีการผสมพันธุ์แบบอาศัยเพศเพียงปีละครั้งส่วนใหญ่เป็นการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์(ไข่และสเปิร์ม) ออกมาผสมกันในมวลน้ำ &amp;nbsp;กลุ่มการวิจัยฯนำหลักการดังกล่าวมาใช้ในการเพาะขยายพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศโดยเก็บเซลล์สืบพันธุ์ปะการังที่ถูกปล่อยออกมาตามธรรมชาติแล้วนำไปปฏิสนธิโดยการผสมเทียมเพื่อเพาะฟักในระบบเพาะฟักปะการัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;nbsp;เทคนิคใหม่เก็บสเปิร์มโดยการแช่เยือกแข็งในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิเย็นจัดติดลบ196 องศาเซลเซียสเพื่อเก็บรักษาสภาพของเซลล์ซึ่งเก็บได้นาน10- 20 ปีและเมื่อนำกลับมาผสมใหม่ก็ฟื้นคืนชีพ &amp;nbsp;ทำให้สามารถผสมพันธุ์ปะการังได้เพิ่มขึ้นปีละหลายครั้งรวมทั้งป้องกันการสูญพันธุ์ของปะการังปัจจุบันอุณหภูมิของโลกได้สูงขึ้น &amp;nbsp;ทำให้ปะการังหลายชนิดไม่สามารถปล่อยเซลล์สืบพันธุ์และผสมกันตามธรรมชาติได้ปีนี้พบปะการังชนิดหนึ่งไม่ยอมปล่อยไข่และสเปิร์มทั้งที่ถึงเวลาปล่อย &amp;nbsp;เหตุสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม &amp;nbsp; อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นซึ่งการผสมเทียมรวมทั้งการนำเทคนิคการเก็บสเปิร์มโดยการแช่เยือกแข็งมาใช้สามารถแก้ปัญหานี้ได้ &amp;nbsp; ปกติอัตรารอดของปะการังที่มาจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศตามธรรมชาติมีค่าร้อยละ0.01 หรือต่ำกว่าแต่การเพาะขยายพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศด้วยวิธีการผสมเทียมดังกล่าวมีอัตราการปฏิสนธิของปะการังสูงกว่าร้อยละ98 และมีอัตรารอดขณะทำการอนุบาลในระบบเลี้ยงจนมีอายุประมาณ2 ปีที่ร้อยละ40&amp;ndash;50&amp;nbsp;
&amp;quot;กลุ่มวิจัยฯมีแผนจะนำกลับคืนถิ่นสู่ทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลเขาหมาจออ.สัตหีบจ.ชลบุรีอนาคตจะนำไข่ของปะการังโต๊ะแบบพุ่มมาแช่เยือกแข็งต่อไป&amp;ldquo; รศ.ดร. สุชนากล่าวและว่าการขยายพันธุ์เพาะปะการังจากสเปิร์มแช่เยือกแข็งมีสหรัฐออสเตรเลียญี่ปุ่นและเยอรมันทำได้ &amp;nbsp;แต่เป็นปะการังแบบกิ่ง ปะการังแบบก้อน รวมถึงกัลปังหา &amp;nbsp;ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไทยเพาะปะการังโต๊ะแบบพุ่มด้วยสเปิร์มแช่แข็งสำเร็จเป็นประเทศแรก &amp;quot;รศ.ดร.สุชนากล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะวิทยาศาสตร์, จุฬาฯ, ปะการัง, ผศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์, แช่แช็งสเปิร์มปะการัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01d57c3b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
