<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยังไม่เปิดสงครามอิหร่าน ดันแซงก์ชันเศรษฐกิจเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดสถานการณ์ร้อนแรง ระบุอิหร่าน &amp;quot;ผ่อนคลายลงแล้ว&amp;quot; หลังจากได้ยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรัก ซึ่งไม่มีทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตาย ยืนยันสหรัฐไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทางทหาร แต่จะลงโทษด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาว พร้อมกับรองประธานาธิบดี, รัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีต่างประเทศ และบรรดาผู้บัญชาการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน ยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อเช้ามืดวันพุธของอิรัก ซึ่งกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 16 ลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันและทหารกองกำลังผสมนานาชาติประจำการอยู่ โดยอย่างน้อย 11 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด และ 1 ลูกโดนฐานทัพที่เมืองเออร์บิล แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเท็จจริงมีว่า เรามีกองทัพและยุทโธปกรณ์ที่ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้มัน เราไม่อยากใช้มัน ความแข็งแกร่งของอเมริกาทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ คือการป้องกันที่ดีที่สุด&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในการแถลงถ่ายทอดสด และว่า กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือทุกสิ่ง แต่ดูเหมือนว่าอิหร่านผ่อนคลายลงแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นเรื่องที่ดีมากต่อโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ไม่ได้ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้โดยตรง แต่บอกว่าสหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจลงโทษอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ &amp;quot;การรุกรานของอิหร่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทรัมป์ลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ก่อความวิตกไปทั่วโลกว่าจะบานปลายเป็นสงคราม ดัชนีแนสแด็กของนิวยอร์กพุ่งขึ้นทันทีเป็นสถิติที่ 9,129.24 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีของอิหร่านเป็นการตอบโต้ที่ทรัมป์สั่งการให้ส่งโดรนยิงมิสไซล์สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการนอกประเทศของอิหร่านที่สร้างอิทธิพลชักใยหลายประเทศในตะวันออกกลาง ทรัมป์กล่าวว่า สุไลมานีคือผู้ก่อการร้ายชั้นนำของโลกที่ควรถูกกำจัดมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนท้ายของคำแถลง แม้ทรัมป์จะเรียกร้องสันติภาพ แต่เขายืนกรานว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านได้มีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งยังกระตุ้นชาติมหาอำนาจที่ยังรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 กับอิหร่าน เพิกถอนข้อตกลงนี้ตามแบบสหรัฐ เพื่อมาเจรจาทำข้อตกลงฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตัดสินใจนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2561 แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ คือชนวนเหตุสำคัญที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจนบานปลายถึงปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, คว่ำบาตร, ทรัมป์, สงคราม, อิรัก, อิหร่าน, แซงก์ชัน, โจมตีฐานทัพ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16db4a71bde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ขู่อิหร่าน ล้างแค้นให้นายพลเจอโต้หนัก ลั่นแซงก์ชันอิรักด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังบ้าระห่ำไม่หยุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ซ้ำอีกว่าจะโจมตีตอบโต้อิหร่านขนานใหญ่หากอิหร่านล้างแค้นการสังหารผู้บัญชาการกองทัพกุดส์ ย้ำจะถล่มมรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่าน ไม่นำพาคำกล่าวหาอาชญากรสงคราม อีกด้านขู่จะคว่ำบาตรอิรัก หากรัฐบาลแบกแดดตะเพิดทหารอเมริกันพ้นอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (ที่ 4 จากขวา) และประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (ที่ 5 จากขวา) พร้อมด้วยบรรดานายทหาร รวมพิธีศพนายพลกาเซม สุไลมานี ที่กรุงเตหะราน เมื่อวันจันทร์ / Iranian Leader Press Office &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขู่ของผู้นำสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์มีออกมาในวันเดียวกับที่อิหร่านประกาศเพิกถอนการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่ทำไว้กับ 5 ชาติสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ บวกเยอรมนี ซึ่งทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวเมื่อปี 2561 โดยอิหร่านจะยุติการจำกัดจำนวนเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกมวลสารที่ใช้ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีล่าสุดของอิหร่านยิ่งเพิ่มวิกฤติตึงเครียดในภูมิภาคนี้ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งให้ส่งโดรนยิงมิสไซล์สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองทัพกุดส์ของอิหร่าน ใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ที่ 3 มกราคม พร้อมกับอาบู มะห์ดี อัลมูฮันดิส นายทหารระดับสูงของอิรัก และทหารอิรัก-อิหร่านรวม 10 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างของสุไลมานีและทหารอิหร่านที่เสียชีวิตถูกเคลื่อนย้ายจากเมืองมัชฮัดมาถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์ ชาวอิหร่านแต่งชุดดำนับล้านคนร่วมพิธีเคลื่อนศพในครั้งนี้ โดยอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เป็นผู้นำสวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการสังหาร คาเมนีเคยประกาศกร้าวว่าอิหร่านจะล้างแค้นอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์กล่าวกันว่าอิหร่านมีทางเลือกจำกัด หากอิหร่านยังต้องการเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐ ซึ่งมีแสนยานุภาพเหนือกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านขู่ว่า อิหร่านจะเปลี่ยนเมืองไฮฟาและเทลอาวีฟของอิหร่านให้เป็น &amp;quot;ผงธุลี&amp;quot; หากสหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน แต่พลจัตวาฮุสเซน เดห์กาน ที่ปรึกษาทางทหารของคาเมนี บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า การตอบโต้ของอิหร่านต้องเป็นการตอบโต้ทางทหารต่อเป้าหมายทางทหารอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ขู่ไว้เมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐเล็งเป้าหมายโจมตีอิหร่านไว้ 52 เป้าหมาย หากอิหร่านโจมตีทหารสหรัฐและผลประโยชน์ของสหรัฐ วันถัดมาระหว่างนั่งแอร์ฟอร์ซวันจากฟลอริดากลับกรุงวอชิงตัน ทรัมป์บอกกับนักข่าวซ้ำอีกว่า สหรัฐจะโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่ากฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังพานไปถึงอิรักด้วย เมื่อสภาผู้แทนราษฎรอิรักประชุมวันอาทิตย์และลงมติร้องขอให้รัฐบาลยุติข้อตกลงที่ทำไว้กับกองกำลังผสมระหว่างประเทศที่สหรัฐเป็นผู้นำ เพื่อคงกำลังทางทหารสำหรับการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลามในภูมิภาคนี้ โดยอาเดล อับเดล มะห์ดี รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งกล่าวถึงการยิงโดรนโจมตีของสหรัฐว่าเป็น &amp;quot;การลอบสังหารทางการเมือง&amp;quot; เคยแสดงท่าทีว่าเขาเห็นด้วยกับการขอให้สหรัฐถอนทหาร โดยมีทางเลือกระหว่างให้ออกไปทันทีหรือกำหนดกรอบเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกกับนักข่าวว่า หากสหรัฐถูกบังคับให้ถอนทหาร สหรัฐก็จะคว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนักหน่วงที่สุดที่จะส่งผลร้ายแรงแบบเดียวกับที่เกิดต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน ฐานทัพหลักของสหรัฐในอิรักนั้นแพงมโหฬาร และสหรัฐจะไม่ถอนกำลังหากอิรักไม่จ่ายเงินคืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53956</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, ขู่ตอบโต้, ถอนทหารอเมริกัน, อิรัก, อิหร่าน, แซงก์ชัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1339450c9ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาคองเกรสผ่าน &#039;ร่าง กม.อุยกูร์&#039; จีนขู่ตอบโต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระตุกหนวดมังกรอีกแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมฮุยกูร์ในซินเจียง เล็งแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่อยู่เบื้องหลัง รอรวมร่างกับของวุฒิสภาเพื่อส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม จีนเตือนสหรัฐต้องจ่ายค่าตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง ที่อาจโดนสหรัฐคว่ำบาตรตามร่างกฎหมายฉบับนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงมติผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ด้วยคะแนนเห็นชอบท่วมท้น 407 ต่อ 1 เสียงคัดค้าน เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจที่กำลังติดพันกับสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ อีกทั้งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งลงนามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ที่หนุนหลังผู้ประท้วงในฮ่องกง ซึ่งทำให้จีนกริ้วหนักและประกาศมาตรการตอบโต้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการแซงก์ชันองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่งและห้ามเรือของกองทัพเรือสหรัฐแวะเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงของรัฐบาลจีน ที่เกี่ยวโยงถึงการปราบปรามในเขตซินเจียงซึ่งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่ซึ่งเชื่อว่าชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมมากกว่า 1 ล้านคน ถูกคุมขังในค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายของสภาล่างฉบับนี้มีเนื้อหาที่หนักหน่วงกว่าร่างที่ผ่านวุฒิสภาสหรัฐเมื่อเดือนกันยายน ขั้นตอนถัดจากนี้สภาคองเกรสต้องรวม 2 ร่างเข้าด้วยกันเพื่อส่งให้ทรัมป์ลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างของสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ประณามการคุมขังชาวอุยกูร์จำนวนมากโดยพลการ และเรียกร้องให้จีนปิดค่ายปรับทัศนคติเหล่านี้ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ทรัมป์คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของจีนที่อยู่เบื้องหลังนโยบายอุยกูร์ ซึ่งรวมถึงเฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับ ส.ส.ในสภาก่อนลงมติว่า ปัจจุบันศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของประชาคมอุยกูร์กำลังถูกคุกคามโดยพฤติการณ์โหดร้ายป่าเถื่อนของจีน ที่สร้างความโกรธแค้นต่อมโนธรรมที่ชาวโลกมีร่วมกัน คองเกรสกำลังดำเนินขั้นตอนที่สำคัญยิ่งต่อการตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์อย่างน่ากลัวของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาสตรีจากพรรคเดโมแครตรายนี้กล่าวโจมตีทางการจีนด้วยว่า ใช้มาตรการปราบปรามหลายอย่าง&amp;nbsp; เช่น การสอดแนมอย่างแพร่หลายโดยรัฐ, การขังเดี่ยว, ทุบตี, บังคับทำหมัน และการทารุณทรมานในรูปแบบอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า ร่างฉบับนี้ไม่ควรผ่านเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ และเตือนว่าการดำเนินการและถ้อยคำที่ผิดทั้งหมดจะต้องจ่ายผลตอบแทนตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกหญิงของจีนไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลต่อการเจรจาการค้าหรือไม่ แต่เธอกล่าวว่า ไม่มีทางที่มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมไปถึงความร่วมมือในด้านสำคัญๆ ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างของสภาล่างต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำรายงานว่าด้วยการปราบปรามในซินเจียง โดยกำหนดเวลาไว้ภายใน 1 ปี และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ห้ามการส่งออกจากสหรัฐไปยังองค์กรหรือบริษัทใดๆ ในซินเจียง ที่ถูกนำไปใช้ในการกักขังหรือสอดแนมชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโทมัส แมสซี ส.ส.เพียงคนเดียวที่ลงมติคัดค้านทั้งร่างกฎหมายฉบับนี้และร่างกฎหมายฮ่องกง กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาลงมติเช่นนี้เพราะเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นกิจการภายในของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชาวมุสลิมอุยกูร์, ซินเจียง, ร่างกฎหมายอุยกูร์, ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง, สภาคองเกรส, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, เฉิน เฉวียนกั่ว, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7b81743304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐคว่ำบาตรตุรกี หวังบีบหยุดยิงเคิร์ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศคว่ำบาตรกระทรวงและรัฐมนตรีด้านกลาโหมและพลังงานของตุรกี หวังบีบยุติปฏิบัติการรุกโจมตีกองกำลังเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียที่ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์ แต่ไม่มีวี่แววว่าตุรกีจะรามือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารตุรกีและนักรบอดีตกบฏซีเรียรวมตัวบริเวณชานเมืองทางเหนือของเมืองมานบิจใกล้ชายแดนตุรกีเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินในดินแดนภายใต้การควบคุมของชาวเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียเมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม&amp;nbsp; ภายหลังคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์ แล้วทรัมป์ก็สั่งถอนทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐ 50 นายที่เฝ้าที่มั่น 2 แห่งบริเวณชายแดนซีเรีย-ตุรกี การตัดสินใจของทรัมป์ถูกตีความว่าเป็นการเปิดไฟเขียวให้แอร์โดอัน แต่ทรัมป์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐปฏิเสธคำกล่าวหานี้ โดยได้ขู่จะคว่ำบาตรและเล่นงานเศรษฐกิจของตุรกีหากปฏิบัติการเลยเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเตรียมอย่างเต็มที่ที่จะทำลายเศรษฐกิจของตุรกีอย่างฉับพลัน หากพวกผู้นำตุรกียังคงเดินไปในเส้นทางของการทำลายล้างและอันตราย&amp;quot; ทรัมป์กล่าว พร้อมกับประกาศแผนจะเก็บภาษีศุลกากรเหล็ก&amp;nbsp; รวมถึงระงับการเจรจาการค้ากับตุรกีมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แถลงที่กรุงวอชิงตันว่า สหรัฐจะไม่ยอมอดกลั้นให้ตุรกีรุกรานซีเรียไปมากกว่านี้ และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงแล้วเจรจากัน เขาจะเดินทางไปตุรกีในเร็วๆ นี้&amp;nbsp; เพนซ์ยังเผยด้วยว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์ถึงแอร์โดอันเพื่อเรียกร้องให้หยุดยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวขณะแถลงร่วมกับเพนซ์ว่า สหรัฐตัดสินใจคว่ำบาตรกระทรวงกลาโหมและพลังงานของตุรกี รวมไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, มหาดไทย และพลังงาน โดยจะอายัดทรัพย์สินที่มีอยู่ในสหรัฐและห้ามการทำธุรกรรมในระบบการเงินของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันเปิดปฏิบัติการขับไล่กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่กองกำลังเคิร์ดเป็นแกนนำ โดยอ้างว่าเพื่อจัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; สำหรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย 3.6 ล้านคนในซีเรียขณะนี้ ผู้ลี้ภัยจำนวนมากไม่ใช่ชาวเคิร์ด และนักวิจารณ์เตือนว่าอาจนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชากรชาวเคิร์ดที่เป็นคนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการรุกโจมตีของตุรกีตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม คร่าชีวิตพลเรือนแล้วหลายสิบคน เกือบทั้งหมดเป็นชาวเคิร์ด และยังทำให้มีคนไร้ถิ่นฐานอีกไม่ต่ำกว่า 160,000 คน โดยกองทัพตุรกีและกบฏซีเรียที่ตุรกีหนุนหลังสามารถควบคุมชายแดนเป็นระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตรแล้ว แต่ฝ่ายเคิร์ดยังรักษาเมืองราสอัลไอน์ไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นักรบเอสดีเอฟซึ่งใช้เครือข่ายอุโมงค์, เนินดิน และสนามเพลาะเป็นแนวป้องกัน พยายามปกป้องเมืองราสอัลไอน์ โดยองค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียกล่าวว่า นักรบเคิร์ดเกิดการตีโต้ครั้งใหญ่ใกล้กับเมืองนี้ การปะทะกันรอบเมืองยังดำเนินต่อเนื่องถึงวันอังคาร ถึงแม้ว่ารัฐบาลตุรกีจะอ้างว่ายึดพื้นที่ได้แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางฝั่งตะวันตก รอบเมืองมานบิจ เอสดีเอฟก็กำลังสู้รบกับนักรบซีเรียตัวแทนของตุรกี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตกบฏที่ตุรกีว่าจ้างและติดอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า กองทัพซีเรียเคลื่อนกำลังเข้าเมืองมานบิจแล้ว หลังจากเข้าควบคุมเมืองเทลทาเมอร์ เมืองสำคัญบนทางหลวงสายเอ็ม 4 ไว้ได้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังเคิร์ดหันมาจับมือกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อดึงกองทัพซีเรียช่วยต้านทานการรุกของตุรกี โดยในวันเดียวกันนั้น รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนทหารอีกกว่า 1,000&amp;nbsp; นายออกจากภาคเหนือของตุรกี ทหารเหล่านี้เคยทำหน้าที่สนับสนุนทางอากาศ, ช่วยเหลือภาคพื้นดิน และฝึกนักรบชาวเคิร์ดซีเรียเพื่อสู้รบกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) มาตั้งแต่ปี 2557 กระทั่งโค่นไอเอสได้เมื่อต้นปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ตุรกี, สหรัฐ, เคิร์ด, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da5c8cdd1327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าร่วมฝึกทหารสหรัฐ-อาเซียน ไม่เกี่ยวแซงก์ชันนายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือเมียนมาจะเข้าร่วมในการฝึกทางทะเลสหรัฐ-อาเซียนในอ่าวไทยต้นเดือน ก.ย.ด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคนี้ ถึงแม้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารของเมียนมาไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ตาม ขณะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิโรฮีนจาติติง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วมในครั้งนี้จะไม่เป็นการละเมิดคำสั่งห้ามพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาอีก 3 นาย เดินทางเข้าสหรัฐ อันสืบเนื่องจากการมีส่วนรับผิดชอบต่อการปราบปรามอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกทางทะเลร่วมกันครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่สหรัฐเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและหลายชาติอาเซียน เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของซอ มิน ทุต โฆษกสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเมียนมาได้รับเชิญเข้าร่วมการฝึกด้วยในฐานะสมาชิกของอาเซียน การฝึกซึ่งจะเริ่มในวันที่ 2 กันยายนที่อ่าวไทย จะเน้นด้านอาชญากรรม, โจรสลัด และความมั่นคง ส่วนคำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐนั้นเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแซงก์ชันเป็นเรื่องของบุคคล การฝึกครั้งนี้เป็นการประสานกันระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยในหมายข่าวว่า การฝึกร่วมกับ 10 ชาติอาเซียนเปิดโอกาสให้สหรัฐได้ทำงานร่วมกับสมาชิกของอาเซียนทุกประเทศด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลที่มีความสำคัญร่วมกันในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติต้องการให้ตั้งข้อหาพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากมีเอกสารบันทึกยืนยันการวางเพลิง, ฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม และข่มขืนที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ระหว่างการปรามปรามของกองทัพเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองจากการโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์น ควินลีย์ จากองค์กรเอกชน ฟอร์ทิฟายไรต์ส กล่าวว่า สหรัฐควรร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา ไม่ใช่เข้าร่วมการฝึกทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ขิ่น นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจาคนดัง กล่าวถึงการฝึกร่วมนี้ว่า &amp;quot;น่าตกใจ&amp;quot; ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แต่ตอนนี้กลับกำลังร่วมมือกับกองทัพเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, คว่ำบาตร, ฝึกทางทะเล, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐ-อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d667ffa99ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลโลกสั่งสหรัฐผ่อนปรนแซงก์ชันอิหร่านด้านมนุษยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลโลกมีคำสั่งเมื่อวันพุธให้รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการคว่ำบาตรสินค้าด้านมนุษยธรรมสำหรับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หญิงชาวอิหร่านชูป้ายต่อต้านสหรัฐ ขณะร่วมเดินขบวนที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ในกรุงเฮก มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561 ว่าการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ห้ามสินค้าบางประเภทนั้น เป็นการฝ่าฝืน &amp;quot;สนธิสัญญาไมตรี&amp;quot; ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ที่ทำกันไว้เมื่อปี 2498 ก่อนหน้าการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลดุลกาวี อาเหม็ด ยูซุฟ ประธานศาลโลก กล่าวว่า ศาลมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า สหรัฐอเมริกาควรกำจัดอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดจากมาตรการวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่ออนุญาตให้มีการส่งออกเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์, อาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องบิน ไปยังอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกล่าวว่า การคว่ำบาตรสินค้าที่มีความจำเป็นด้านมนุษยธรรมอาจส่งผลกระทบเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและชีวิตของปัจเจกบุคคลบนดินแดนของอิหร่าน ส่วนการคว่ำบาตรด้านการบินนั้น ก็อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือนในอิหร่านและชีวิตของผู้ที่ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยินดีกับคำพิพากษาที่สร้างความตกตะลึงครั้งนี้ โดยยกย่องว่าอิหร่านอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง แต่พีต โฮกสตรา เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเนเธอร์แลนด์ วิจารณ์คำตัดสินของไอซีเจว่า ไม่ถูกไม่ควร และศาลนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบแรกเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจากนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามกับ 6 ชาติมหาอำนาจ การคว่ำบาตรรอบที่ 2 มีกำหนดบังคับใช้เดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านยื่นฟ้องสหรัฐต่อไอซีเจเมื่อเดือนกรกฎาคม และระหว่างการไต่สวนนาน 4 วันช่วงปลายเดือนสิงหาคม คณะทนายความของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่ากำลังบีบเค้นเศรษฐกิจของอิหร่าน ส่วนสหรัฐแย้งต่อศาลว่า ศาลแห่งนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาของศาลโลก ซึ่งตัดสินคดีระหว่างชาติสมาชิกในองค์การสหประชาชาติ มีข้อผูกมัดตามกฎหมาย แต่กระนั้น ศาลแห่งนี้ก็ไม่มีกลไกที่จะสามารถบังคับให้ดำเนินการตามคำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2529 สหรัฐเคยเมินเฉยกับคำตัดสินของศาลนี้ ที่ชี้ว่าสหรัฐละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการสนับสนุนกบฏคอนทราในนิการากัว ส่วนอิหร่านก็เคยเพิกเฉยคำตัดสินปี 2523 ที่สั่งให้ปล่อยตัวประกันระหว่างวิกฤติตัวประกันในอิหร่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, สหรัฐ, อิหร่าน, แซงก์ชัน, ไอซีเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d70cb681f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรครัฐบาลกัมพูชาไม่สะเทือน สหรัฐขยายแซงก์ชันระงับวีซ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครัฐบาลของฮุน เซน ไม่นำพามาตรการแซงก์ชันเพิ่มเติมของสหรัฐ ที่ประกาศจะขยายการระงับวีซ่าชาวเขมรที่มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม &amp;quot;ต่อต้านประชาธิปไตย&amp;quot; ภายหลังผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการยืนยันพรรคซีพีพีกวาดที่นั่ง ส.ส.เกลี้ยงสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวกัมพูชาสัญจรผ่านป้ายหาเสียงของพรรคซีพีพีที่มีภาพของนายกฯ ฮุน เซน (ขวา) และเฮง สัมริน ประธานสมัชชาแห่งชาติ ที่จังหวัดกันดาล เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของโฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้งของกัมพูชา เมื่อค่ำวันพุธที่ 16 สิงหาคม 2561 ซึ่งยืนยันผลการนับคะแนนเบื้องต้นที่พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกฯ ฮุน เซน ประกาศคล้อยหลังการเลือกตั้งเมื่อ 29 กรกฎาคมได้ไม่กี่วัน ว่าซีพีพีชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 125 ที่นั่ง โดยได้คะแนนสนับสนุน 4.8 ล้านคะแนน หรือเกือบ 77%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของพรรครัฐบาลครั้งนี้ทำให้กัมพูชามีสถานะเป็นประเทศที่บริหารโดยพรรคการเมืองพรรคเดียว และรัฐบาลกัมพูชาอาจถูกนานาประเทศตั้งคำถามถึงความชอบธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะมีพรรคการเมืองอีก 19 พรรค ลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่มีพรรคใดที่เป็นคู่ต่อกรซีพีพีได้ หลังจากพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก โดนศาลสั่งยุบพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และแกนนำพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายกฯ ฮุน เซน ซึ่งครองอำนาจมานาน 33 ปี ยืนกรานผ่านข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊กของเขาเมื่อคืนวันพุธว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ &amp;quot;เสรี, ชอบธรรม และยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ฮุน เซน เนื้อหอมขณะมาปราศรัยต่อแรงงานสิ่งทอในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการกล่าวปราศรัยก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ ผู้นำวัย 66 ปี ประกาศว่า เขาจะรับฟังคำชี้แนะจากทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ เกี่ยวกับแนวคิดในการ &amp;quot;สร้างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ระบุไว้ว่า การเลือกตั้งกัมพูชา &amp;quot;ทั้งไม่เสรีและไม่ยุติธรรม&amp;quot; แถลงที่กรุงวอชิงตันว่า สหรัฐจะขยายการจำกัดการออกวีซ่าตามมาตรการที่เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมปีที่แล้ว ให้ครอบคลุมถึงชาวกัมพูชาที่รับผิดชอบต่อพฤติกรรมต่อต้านประชาธิปไตยอย่างเด่นชัดที่สุด ที่เกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง 29 กรกฎาคม ซึ่งรวมถึงการยุบพรรคฝ่ายค้านหลักและการคุมขังแกม สุขะ ผู้นำพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการระงับการออกวีซ่าเข้าสหรัฐที่ประกาศเพิ่มเติมนี้ จะมีผลต่อบุคคลทั้งที่เป็นคนในรัฐบาลและนอกรัฐบาล และบางกรณีจะขยายรวมถึงญาติใกล้ชิดของบุคคลนั้นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอย้ำข้อเรียกร้องของเราต่อรัฐบาลกัมพูชาให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความปรองดองในชาติ ด้วยการอนุญาตให้สื่ออิสระและองค์กรภาคประชาสังคมได้ปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญยิ่งของพวกเขา&amp;quot; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าว พร้อมกันนั้นยังเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัวแกม สุขะ และนักโทษการเมืองคนอื่นๆ และให้ยุติการห้ามฝ่ายค้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาเวิร์ดปฏิเสธจะระบุชื่อบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายการแซงก์ชันเพิ่มเติมในครั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐเคยประกาศแซงก์ชันทางการเงินผู้บัญชาการหน่วยทหารองครักษ์ของฮุน เซน เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคซีพีพียกตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งสูงถึง 83% เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าการเรียกร้องของฝ่ายค้านที่ให้ประชาชนบอยคอตเลือกตั้งนั้นล้มเหลว ถึงแม้ว่าจะมีบัตรเสียถึง 600,000 ใบก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี สก อีสาน โฆษกพรรคซีพีพี ยังกล่าวตอบโต้มาตรการแซงก์ชันเพิ่มเติมของสหรัฐด้วยว่าเปล่าประโยชน์ &amp;quot;การจำกัดวีซ่าหรือที่เรียกว่าการแซงก์ชันกัมพูชา จะไม่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่าง หากผมไม่ต้องการไปประเทศนั้น พวกเขาจะขัดขวางวีซ่าของผมได้อย่างไร&amp;quot; โฆษกพรรครัฐบาลกัมพูชากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ซีพีพี, วีซ่า, สหรัฐ, ฮุน เซน, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7594fb23aa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
