<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะกัน-ผู้ดีแซงก์ชันบ.พม่าเพิ่ม เพื่อนบ้านอาเซียนไม่อยากแทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษประกาศคว่ำบาตรกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเมียนมาที่เป็นของกองทัพ ขณะรัฐมนตรีสิงคโปร์หารืออินโดนีเซีย ระบุทุกข์ใจกับการล้มตายในเมียนมา แต่ยังยึดหลักการต่างชาติไม่ควรแทรกแซง รัฐบาลทหารเมียนมาเดินหน้าปราบผู้ประท้วงต่อ จับกลุ่มเยาวชนจากย่างกุ้งคิดหนีไปเข้ากองกำลังกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนในย่างกุ้งที่ปกติการจราจรและผู้คนพลุกพล่านในชั่วโมงเร่งด่วน แทบกลายสภาพเป็นเมืองร้างเมื่อวันพุธระหว่างการสไตรค์เงียบทั่วประเทศ (Photo by Theint Mon Soe/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คำแถลงของกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัท เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์พับลิกคอมพานี (MEHL) และบริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (MEC) ที่สร้างรายได้มหาศาลให้แก่พวกนายทหาร ส่วนอังกฤษก็ประกาศแซงก์ชัน MEHL ที่เป็นของกองทัพเมียนมาเช่นกัน อ้างว่ากองทัพเมียนมาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า กองทัพเมียนมาควบคุมภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเมียนมาผ่านบริษัทโฮลดิงเหล่านี้ ขณะที่โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่า การคว่ำบาตรในวันนี้มุ่งเป้าที่ผลประโยชน์ทางการเงินของกองทัพเมียนมา เพื่อช่วยตัดท่อน้ำเลี้ยงสำหรับใช้กดขี่ปราบปรามพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบริษัทคลุมเครือทั้งสองแห่งนี้ถือหุ้นในอุตสาหกรรมหลากหลาย ตั้งแต่เบียร์, ยาสูบ, คมนาคม, สิ่งทอ, การท่องเที่ยว และการธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สหรัฐ, อังกฤษ และองค์การสหประชาชาติพยายามกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้ผล สหรัฐและอังกฤษประกาศคว่ำบาตรนายทหารและผู้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารแล้วหลายรายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคอาเซียน รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซียและสิงคโปร์หารือกันเมื่อวันพฤหัสบดี และเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลทหารหยุดใช้อาวุธร้ายแรงกับผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความทุกข์ใจกับการสูญเสียชีวิต แต่ทางออกของปัญหาต้องเกิดจากภายในเมียนมาเอง &amp;quot;ทั้งอินโดนีเซียและสิงคโปร์เชื่อว่าไม่ควรมีการแทรกแซงจากต่างชาติ แต่อาเซียนก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมา กล่าวว่า นับแต่วันยึดอำนาจถึงขณะนี้มีคนถูกฆ่าตายมากกว่า 280 คนแล้ว แม้ตัวเลขที่โฆษกรัฐบาลทหารแถลงไว้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้อยู่ที่ 164 ราย ผู้เสียชีวิตถูกเรียกว่าเป็น &amp;quot;พวกผู้ก่อร้ายรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงยังคงท้าทายการปราบปรามของกองทัพ ด้วยการจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกผู้เสียชีวิตในช่วงกลางคืนวันพุธโดยท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิว และออกมาเดินขบวนกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อหลบเลี่ยงทหาร-ตำรวจ แต่ที่รัฐกะฉิ่น มีผู้ชุมนุมโดนจับกุมหลายคน แต่ผู้ประท้วงก็พากันบุกไปโรงพักเพื่อกดดันให้ตำรวจปล่อยตัว ทว่าเมื่อทหารมาถึงก็เปิดฉากยิงใส่ฝูงชน ชาวบ้านบอกว่ามีคนตายอย่างน้อย 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองพะอานในรัฐกะเหรี่ยง ผู้ประท้วงกำลังจัดวางกระสอบทรายตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ทหาร-ตำรวจมาเคลียร์พื้นที่โดยใช้ระเบิดเสียงและกระสุนยาง รวมถึงกระสุนจริง ในนครย่างกุ้งก็ยังคงมีการประท้วงตอนเช้ามืดเหมือนวันก่อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยว่า ตำวรจจับเยาวชนในย่างกุ้ง 14 คนขณะกำลังหนีออกจากเมืองไปยังดินแดนฝั่งตะวันออกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชนกลุ่มน้อย เอเอฟพีกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีคนหลายร้อยคนหนีไปยังรัฐกะเหรี่ยง ที่ซึ่งกองกำลังกบฏ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ให้ที่พักพิงแก่นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐกะยาที่อยู่ติดกัน ซึ่งพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นพีพี) ควบคุมพื้นที่บางส่วน มีคนจำนวนหนึ่งเดินทางไปหลบภัย คู อู เรห์ รองประธานเคเอ็นพีพี กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกตนอยู่ข้างประชาชน และว่าการยึดอำนาจครั้งนี้ทำให้ชาวพม่าซึ่งเป็นชนชาติส่วนใหญ่ในเมียนมา ได้รับรู้ความทุกข์ยากที่ชนชาติกะเหรี่ยงเผชิญมานานกว่า 70 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97318</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังกะเหรี่ยง, บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์พับลิกคอมพานี, พม่า, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, สหรัฐคว่ำบาตร, อังกฤษคว่ำบาตร, อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชันบริษัทเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605cc2cd79762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
