<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ เสนอตั้ง &#039;แซนด์บ็อกซ์ ปศุสัตว์&#039; หวังเพิ่มช่องทางรายได้เสริมให้เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติและคณะเข้าพบ เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนสภาเกษตรกรแห่งชาติ &amp;nbsp;ปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 &amp;nbsp;โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์&amp;nbsp;เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดให้ตั้ง Sandbox ปศุสัตว์ หวังเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้อาชีพเกษตกร ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้ง &amp;nbsp;76 จังหวัด โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย โดยมีการกำหนดเป้าหมาย คือ การเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลยังมีแนวคิดส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เช่น &amp;nbsp;โค-กระบือ สุกร เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ควบคู่กับการทำการเกษตร &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำ &amp;ldquo;Sandbox ปศุสัตว์&amp;rdquo; พิจารณากำหนดพื้นที่/กลุ่มเป้าหมาย มีการควบคุมโรคสัตว์ ให้เป็นโครงการนำร่อง ขณะเดียวกัน ก็ให้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาช่องทางส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดต่างประเทศได้ที่ต้องการนำเข้าโคอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าวันนี้ต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเกษตรกรและฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมหารือด้วย เพื่อช่วยกันหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสาน รวมทั้งต้องให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ริเริ่มไว้ คือ การปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด ที่สร้างมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ใช้ประกันเงินกู้และเป็นมรดกลูกหลานได้ รวมทั้ง ในโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า&amp;rdquo; &amp;nbsp;แนวพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานไว้ ทั้งยังช่วยสร้างธนาคารอาหาร &amp;ldquo;Food Bank&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้กับชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนและรับฟังข้อเสนอจากสภาเกษตรกรแห่งชาติมาตลอด สภาเกษตกรพร้อมทำงานสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและจะช่วยเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ส่งเสริม พัฒนา แก้ปัญหา ให้แก่เกษตรกรและภาคเกษตรกรรม &amp;nbsp;วันนี้ยังเห็นชอบกับแนวคิดของรัฐบาลในการส่งเสริมการเลี้ยงโค ซึ่งหลายพื้นที่ของไทย มีลักษณะกายภาพที่เหมาะสม ทั้งยังสามารถส่งเสริมให้เป็นสินค้า สร้างรายได้ ซึ่งในอนาคตสามารถทดแทนการทำการเกษตรได้อีกด้วย หลังจากนี้ สภาเกษตรกรจะได้ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อผลักดันโครงการนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ชี้แซนด์บ็อกซ์ช่วยไม่ไหว ธุรกิจโรงแรมระทมหนักขาดสภาพคล่อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำเดือน ส.ค. 2564 จากการสำรวจผู้ประกอบการที่พักแรม 234 แห่ง โดยเป็น ASQ 14 แห่ง และ Hospitel 5 แห่ง ระหว่างวันที่ 13-28 ส.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการที่พักแรมยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราการเข้าพักที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลสำรวจจากโรงแรมจำนวน 215 แห่ง (ไม่รวมโรงแรมที่เป็น ASQ และ Hospitel) พบว่า มีผู้ประกอบการประมาณ 48% ยังคงเปิดกิจการปกติ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากโรงแรมในภูเก็ตที่เปิดรับนักท่องเที่ยว และโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่เปิดรับลูกค้าพักระยะยาวเป็นสำคัญ ส่วนผู้ประกอบการอีก 17% ปิดกิจการ โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พบว่า กว่า 58% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ทั้งหมด รายได้ยังกลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีสภาพคล่องปรับลดลงมาก โดยผู้ประกอบการ 70% มีสภาพคล่องลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และผู้ประกอบการราว 65% มีสภาพคล่องเพียงพอดำเนินธุรกิจได้ไม่ถึง 3 เดือน โดยครึ่งหนึ่งมีสภาพคล่องเพียพอไม่ถึง 1 เดือน กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อัตราการเข้าพักในเดือน ส.ค. 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 10.6% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยหากไม่รวมกลุ่มที่รับลูกค้าตามโครงการแซนด์บ็อกซ์ และลูกค้าที่เข้าพักระยะยาวเป็นหลัก (ต่างชาติที่มาทำงานในไทย workation/ staycation) อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 7.5% ส่วนคาดการณ์อัตราการเข้าพักในเดือน ก.ย. 2564 มีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มปรับแย่ลง โดยพบว่าผู้ประกอบการกว่า 72% เห็นด้วยกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่อีก 45% คาดว่าแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวจะล่าช้าออกไป และพบว่า กว่า 38% ของโรงแรมในภูเก็ตมองว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตามโครงการแซนด์บ็อกซ์แย่กว่าที่คาด ส่วนอีก 35% มองว่ายังเป็นไปตามคาด โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทรงตัวที่ 15% ขณะที่ผู้ประกอบการกว่า 52% ของโรงแรมในสุราษฎร์ธานีมองอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตามโครงการแซนด์บ็อกซ์ว่าแย่กว่าที่คาด โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำมากที่ 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากปัจจัยกดดันดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีการวางแนวทางในการปรับตัวหากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ โดยผู้ประกอบการกว่า 62% เลือกลดค่าใช้จ่ายแรงงาน ส่วนผู้ประกอบการ 61% เลือกลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และผู้ประกอบการกว่า 52% พิจารณาปิดกิจการชั่วคราวเพื่อลดต้นทุน ขณะที่ผู้ประกอบการอีก 39% เลือกหารายได้เพิ่ม ผู้ประกอบการอีก 30% เลือกชะลอการลงทุน และผู้ประกอบการอีกราว 9% พิจารณาปิดกิจการถาวร ส่วนอีก 9% ปรับไปทำธุรกิจอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ธุรกิจโรงแรม, แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61371743f34b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
