<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 06:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องพกร่ม!วันนี้แดดแรงพ่วงฝนกระหน่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไปประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พยากรณ์อากาศ, แดดแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a452ac69603.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ6กลุ่มกินน้ำ-ทาครีมกันแดดช่วงหน้าโคตรร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง ประชาชนอาจได้รับความร้อนมากเกินไป มีภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดหรือฮีสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) นอกจากนี้ รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งมีความสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และการสร้างเสริมเนื้อเยื่อกระดูก แต่ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด (Sunburn) และเกิดอันตรายต่อดวงตาได้หากไม่มีการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กล่าวต่อว่า ในการดูแลตนเองในสภาพอากาศร้อน แดดแรง ขอแนะนำประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ &amp;nbsp;3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด โดยเฉพาะช่วง 10.00 น. - 14.00 น. ซึ่งอากาศจะร้อนจัด แดดแรง มีปริมาณรังสียูวีเข้มข้น และจะเข้มข้นมากที่สุดในช่วงเที่ยงวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร สวมใส่เสื้อผ้ามีสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี สวมแว่นกันแดด สวมหมวก กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งหรือกลางแดด ขอให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และดื่มน้ำเย็น 2 - 4 แก้วทุกชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งมีทั้งชนิดครีม โลชั่น เจล บางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คนที่มีผิวค่อนข้างมันหรือเป็นสิว ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นโลชั่นหรือเจล เพราะไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ชนิดครีม ซึ่งมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้ดูค่า SPF ที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังจากรังสียูวีบี ซึ่งควรมีค่า 30 ขึ้นไป และค่า PA แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังจากรังสียูวีเอ ให้มีค่า PA ++ ถึง PA+++ และควรเลือกครีมกันแดดที่มีความทนน้ำทนเหงื่อได้ (water resistant) โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที และต้องทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงในขณะที่ยังอยู่กลางแจ้ง หรือทาซ้ำทันทีหลังจากที่เหงื่อออกหรือขึ้นจากสระว่ายน้ำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะขาดน้ำ, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อากาศร้อนจัด, ฮีสโตรก, แดดแรง, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โรคลมแดด, ไพศาล ดั่นคุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc525174910c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
