<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชอบผ้าไทยมาตั้งแต่เด็ก&#039;ช่อ&#039;ชวนสส.หญิงพปชร.แต่งชุดประจำภาคเข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันว่า การใส่ผ้าไทยไม่ได้ผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะตามข้อบังคับเดิมระบุว่าแต่งกายชุดสากลนิยม ซึ่งส่วนตัวเป็นคนชอบผ้าไทย และตั้งใจว่าจะใส่ชุดประจำภาคของแต่ละภาค เพราะพรรคอนาคตใหม่อยากให้สภาเป็นสถานที่ที่สะท้อนความหลากหลายของสังคม และอยากให้ประชาชนเห็นว่าความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ ที่สามารถแสดงออกทางเนื้อผ้าได้ จึงเริ่มแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยเริ่มจากการแต่งกายด้วยผ้าไทยจากภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พอใส่แล้วเพื่อน ๆ ส.ส.ชอบและมาทักทายบอกให้ชวนส.ส.หญิงใส่ผ้าไทยกัน จึงชวนส.ส.หญิงพรรคพลังประชารัฐมาใส่ด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ในท้องถิ่นแล้วยังเห็นถึงความหลากหลาย และยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจในท้องถิ่นด้วย&amp;quot;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตให่ กล่าวด้วยว่าเป็นคนชอบผ้ามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะผ้าไทยและพอมาเป็นนักข่าว เดินทางมาก เวลาไปไหนก็ชอบซื้อผ้าจากที่ต่าง ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นจิตวิญญาณที่แสดงออกถึงวัฒนธรรม จึงสะสมผ้าไทย และมักจะหาโอกาสใส่ เชิญชวนส.ส.พรรคอื่นให้มาใส่ด้วยกัน และเห็นว่าความจริงแล้วมีหลายคนอยากใส่ ส.ส.ผู้ชายก็อยากใส่ แต่หลายๆท่านอาจจะเขิน &amp;nbsp;แต่พอมีคนใส่มากขึ้นแล้วสุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา &amp;nbsp;มันไม่ใช่ชุดที่โป๊เปลือย ไม่ใช่ชุดที่ไม่สุภาพอะไร แต่เป็นผ้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, พรรณิการ์ วานิช, แต่งกายเข้าสภา, แต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ec5ed9fccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิถี&#039;ออเจ้า&#039;เคล้านาฏศิลป์  เพิ่มทักษะเด็กเล็ก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสละครย้อนยุคเรื่อง &amp;#39;บุพเพสันนิวาส&amp;#39; ขณะนี้ ได้เป็นส่วนสำคัญทำให้คนไทยตื่นตัวและชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก เห็นได้จากภาพที่มีการแต่งชุดไทยไปเที่ยว ชักชวนกันไปหาอาหารการกินสำรับไทย และที่คึกคักมากคือมีผู้คนเดินทางไปตามรอยโบราณสถาน เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นฉากในละครเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงผู้ใหญ่ วัยทำงานหรือคนรุ่นใหม่เท่านั้น ปรากฏการณ์ความนิยมดังกล่าวได้ส่งผลไปสู่เด็กและเยาวชน อินกับละครกลายเป็นพี่หมื่นและแม่หญิงการะเกดกันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ละครฮอต &amp;quot;ต่อยอด&amp;quot; รักษ์ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความฮอตฮิตของละคร มีการต่อยอดทำให้เด็กๆ เข้าถึงและรู้จักวัฒนธรรมไทยมากขึ้นอย่าง โครงการอบรมนาฏศิลป์-ดนตรีสำหรับเด็ก เยาวชน และบุคคลทั่วไปภาคฤดูร้อน ประจำปี 2561 ซึ่งวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เปิดอบรมในช่วงปิดเทอมนี้ มีพ่อแม่ ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนซัมเมอร์รำไทยมากขึ้น จุดเด่นของการอบรมมีการใช้คำพูดของตัวละคร อย่างคำว่า &amp;#39;ออเจ้า&amp;#39; อันโด่งดัง บทละครที่คุ้นเคย จนกระทั่งเพลงละครมาเล่นกับเด็กๆ ทำให้การเรียนรู้นาฏศิลป์เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเข้ายุคสมัยสุดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าประทับใจสาวน้อยยุค 4.0 แต่ละคนนุ่งโจงห่มสไบสวยงามเลียนแบบแม่หญิงการะเกดเข้าเรียน ณ ตึกละคร วิทยาลัยนาฏศิลป จ.นครปฐม ซึ่งในห้องเรียนนี้มีตั้งแต่เด็กเล็กอายุ 3 ขวบครึ่งจนกระทั่ง 7 ขวบ โดยมี &amp;#39;ครูน้อง&amp;#39; หรืออาจารย์จิตตินัฏ ชุ่มชื่น ครูละครประจำภาควิชานาฏศิลป์ไทย รับหน้าที่ถ่ายทอดวิชารำไทย พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้วัฒนธรรมให้เด็กๆ ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูน้อง-จิตตินัฏ กล่าวว่า ช่วงนี้กระแสความเป็นไทยกำลังมาแรงมาก เริ่มตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานงาน &amp;quot;อุ่นไอรัก คลายความหนาว&amp;quot; มีประชาชนแต่งชุดไทยไปเที่ยวงาน จากนั้นละคร &amp;quot;บุพเพสันนิวาส&amp;quot; ออกอากาศจนโด่งดัง นางเอกเป็นคนสมัยใหม่ที่ข้ามกลับมายุคโบราณ ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ทั้งกิริยา มารยาท การทำอาหารและขนมไทย แม้แต่คำพูดโบราณ กลายเป็นส่วนเสริมให้การเรียนนาฏศิลป์และงานฝีมือได้รับความสนใจมากขึ้น เป็นปรากฏการณ์ที่ดีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอบรมนาฏศิลป์สำหรับเด็กปีก่อนๆ จะนุ่งโจงแดง แต่ซัมเมอร์นี้กระแสออเจ้าฮิตมาก ครูจึงเตรียมผ้าสไบอัดพลีตสีต่างๆ มาให้แต่งเพิ่ม เด็กจะชอบมาก เพราะเหมือนออเจ้าในละคร ทุกคนดูละครเรื่องนี้กันหมด ถามว่าทำไมชอบละคร เด็กๆ ชอบแม่การะเกด ซึ่งเป็นผู้หญิงร่าเริง เก่ง ฉลาด ครูใช้ตัวละครนี้ให้เด็กๆ ที่มาเรียนรำเลียนแบบได้ จะสื่อสารกับพวกเขา ถ้าอยากเป็นการะเกดจะต้องเป็นเด็กดี เรียนเก่ง มารยาทงาม ระหว่างเรียนครูจะเรียกออเจ้าๆ ลงท้าย เจ้าคะ โอเคมั้ยคะ พร้อมท่าทางประกอบ เด็กเล็กเป็นวัยกำลังเรียนรู้และจดจำ การใส่เรื่องวัฒนธรรมไทยไปด้วยยิ่งดี&amp;quot; ครูละครขวัญใจเด็กๆ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน 14 วันของการอบรมรำไทย ครูน้องบอกว่า เด็กๆ จะได้เรียนรู้ท่ารำพื้นฐาน เพลงช้า เพลงเร็วแบบตัด รู้จักการตั้งวง ดัดมือ ดัดเท้า จีบล่าง จีบบน จนกระทั่งสอดสร้อยมาลา รวมถึงท่ารำประกอบเพลงเด็กๆ เป็นเพลงสั้นๆ ภาษาไม่ซับซ้อน แต่มีความหมาย ทั้งเพลงทรงพระเจริญ สอดแทรกเรื่องความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือเพลงอธิษฐาน ที่มีการร่ายรำประกอบเพลงที่มีคุณค่าและงดงาม เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมครั้งนี้จะจัดแสดงผลงานชุดรำอธิษฐานด้วย ถ้ามีเด็กเพียงหนึ่งคนเรียนต่อนาฏศิลป์ ครูก็ปลื้มใจแล้ว ในห้องเรียนยังสอดแทรกการละเล่นอย่างไทยเพื่อพัฒนาทักษะและพัฒนากล้ามเนื้อของเด็กๆ ตลอดจนได้เปิดมุมมองใหม่ๆ รู้จักกฎกติกา การละเล่นแบบนี้ฝึกการอยู่ร่วมกัน ต่างจากการเล่นเกมหรือติดหน้าจอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ออเจ้าทั้งหลายยังได้ซึมซับมารยาทไทย ความมีระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้า หน้าผม นุ่งผ้าแดง ก่อนเรียนและเลิกเรียนจะมีการไหว้อย่างอ่อนน้อม ระหว่างเรียนถ้าจะไปเข้าห้องน้ำต้องขออนุญาต คนโบราณใช้คำว่า ไปมาลาไหว้ การนั่งคุยกับครูจะนั่งพับเพียบเรียบร้อย ก็ไม่ถึงขนาดผ้าพับไว้ แต่เด็กมีสัมมาคารวะมากขึ้น เมื่อกลับไปที่บ้าน ผู้ปกครองหลายคนแปลกใจ ลูกๆ น่ารักกว่าเดิม เคารพผู้ใหญ่ รู้จักไหว้ หากครอบครัวช่วยกันต่อยอดจะกลายเป็นนิสัย และออเจ้าจะช่วยกันรักษาวัฒนธรรมไทย ละครมีตอนอวสาน แต่การปลูกฝังความเป็นไทยในชีวิตประจำวันสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องบังคับ แต่ทำให้พวกเขารักความเป็นไทยเท่านั้น&amp;quot; ครูน้อง-จิตตินัฏ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ออเจ้า..ลูกหลานเปิดความรู้สึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการเรียนรำ ออเจ้าตัวน้อยแต่ละคนจัดเต็มสุดพลัง ทุกคนตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก โดยน้องน่านฟ้า-เด็กหญิงพิชานันท์ พิสิทธิ์เมธี อายุ 4 ปี บอกว่า อยากมาเรียนรำทุกวัน ชอบการรำและชอบแต่งชุดไทยเหมือนการะเกด เพื่อนๆ ก็น่ารักทุกคน ครูน้องใจดีมาก เรียกหนู ออเจ้า แล้วก็สอนให้ไหว้สวยๆ ถ้ามีเรียนรำไทยอีกจะให้คุณแม่พามา ชอบที่สุด อยากชวนให้เพื่อนๆ แต่งชุดไทยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น้องกัสจัง-เด็กหญิงบุรพร อ่อนละมูล อายุ 7 ปี บอกว่า ชอบดูละครบุพเพสันนิวาส อยากเป็นทั้งแม่หญิงการะเกดและแม่หญิงจันทร์วาด เห็นในละครแต่งชุดไทยสวยงาม มาเรียนที่นี่ได้แต่งชุดไทยห่มสไบชอบมากๆ ครูน้องสอนเรื่องการรำประกอบเพลงต่างๆ หนูเคยเรียนมาบ้าง แต่ยังสนุก ตอนนี้หนูรักวัฒนธรรมไทย ปิดเทอมหน้าอยากจะมาเรียนนาฏศิลป์อีก มีความสุขได้รำไทย พบกับเพื่อนๆ ได้ร้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออเจ้าอีกคน น้องนุ้กนิ้ก-เด็กหญิงกมลชนก ศรีบุญเรือง อายุ 7 ปี มั่นอกมั่นใจในความสวยเหมือนการะเกด แต่ละท่วงท่ารำสร้างรอยยิ้ม บอกว่า ชอบพี่หมื่นในละครมาก แล้วก็อยากจะเป็นการะเกด เพราะทั้งเก่งและเป็นคนดี เวลาเรียนก็สนุกมาก เพราะครูสอนรำไทย แล้วก็ให้เล่นแม่งูเอ๋ย ซ่อนแอบ จ้ำจี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ขอบคุณครูน้องที่ช่วยสอน หนูเห็นว่าวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อยากให้ทุกคนรักความเป็นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิทยาลัยนาฏศิลปนอกจากบุคคลภายนอกอย่างน้องๆ เด็กเล็กที่มาเรียนซัมเมอร์ ช่วงนี้มีน้องใหม่นักเรียนชั้น ม.1 วิทยาลัยนาฏศิลป มาเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดเทอมกันคึกคัก ในมุมมองนักเรียนนาฏศิลป์ต่อกระแสออเจ้า น้องไหม-ภคพร วงษ์วรภาส กล่าวว่า ดีใจที่คนไทยหันกลับมาสนใจความเป็นไทย แต่งชุดไทยไปทำงาน ไปเที่ยวกันมากขึ้น ตนก็ได้ดูละครเรื่องนี้ จุดเด่นปลูกฝังให้คนรักความเป็นไทย มารยาทไทยในอดีต ตนก็เป็นเยาวชนคนหนึ่งที่รักนาฏศิลป์ไทย การเรียนนาฏศิลป์ได้ฝึกกิริยามารยาท ความฝันสูงสุดในชีวิตอยากจะเป็นครูละคร จะตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น้องเฟิร์น-อภิรดา เปรมานุพันธ์ นร.ชั้น ม.1 บอกว่า ละครมาแรงมากทำให้คนสนใจประวัติศาสตร์ และอยากเรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับความเป็นไทย &amp;nbsp;นาฏศิลป์เป็นอีกวิชาหนึ่งที่อยากจะชวนให้ทุกคนมาทำความรู้จัก นอกจากพัฒนาทักษะ ยังเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพที่สำคัญ ตนจะพยายามอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยของแผ่นดินและบอกต่อคนรอบข้างให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งห้องเรียนช่วงปิดเทอมที่เกาะกระแสออเจ้าได้เกิดประโยชน์สุดๆ เติมเต็มเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าใจความสวยงามของวัฒนธรรมได้ชัดเจนมากขึ้น แนวทางของวิทยาลัยนาฏศิลปใครจะไปประยุกต์ใช้ก็ไม่หวงนะเจ้าคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครงการอบรมนาฏศิลป์-ดนตรีสำหรับเด็ก, ครูน้อง-จิตตินัฏ, น้องกัสจัง-เด็กหญิงบุรพร, น้องนุ้กนิ้ก-เด็กหญิงกมลชนก, น้องเฟิร์น-อภิรดา เปรมานุพันธ์, บุพเพสันนิวาส, ประวัติศาสตร์, ละครย้อนยุค, วัฒนธรรมไทย, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, สาวน้อยยุค 4.0, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออเจ้า, แต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9d34f38c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2026 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุ่มฉ่ำทั่วไทย เที่ยวที่ไหนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงกรานต์&amp;quot; วันปีใหม่ไทยปีนี้หยุดยาว 6 วันเต็มๆ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน เป็นโอกาสดีที่จะกลับไปรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว พร้อมกับเล่นน้ำสงกรานต์ให้คลายร้อน สุขกายสบายใจ ซึ่งทุกจังหวัดเตรียมจัดงานสงกรานต์ไว้ให้พี่น้องชาวไทยกันอย่างชุ่มฉ่ำคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสงกรานต์ถนนข้าวสาร สีลม หรือย่านสยามสแควร์ที่สร้างชื่อกระฉ่อนโลกแล้ว ในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่งยังมีการจัดงานสงกรานต์ด้วย เช่น ที่สวนลุม ซอยรางน้ำ ยิ่งปีนี้กระแส &amp;quot;ออเจ้า&amp;quot; หรือละครบุพเพสันนิวาสมาแรง พร้อมๆ กับการแต่งชุดไทย ก็เลยทำให้วัดวาอารามในกรุงเทพฯ ย่านริมน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดประยูรฯ, วัดกัลยาณมิตร, ชุมชนกุฎีจีน, ท่าเรือยอดพิมาน, ท่าเรือมหาราช, ท่าเรือริเวอร์วอล์ค, ท่าเรือเอเชียทีค, ท่าล้ง 1919 &amp;nbsp;ก็ร่วมจัดเทศกาลสงกรานต์ย้อนยุคเชื่อมเกี่ยวกันอย่างคึกคักทั้งทางบกและทางน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางรถไฟ ททท.ก็มีการนำเที่ยวช่วงสงกรานต์โดยรถไฟไปได้ทั้งขอนแก่น-กาฬสินธุ์-อุดรฯ-นครพนม-หนองคาย-ร้อยเอ็ด-บึงกาฬ-เลย..และยังพานั่งรถต่อไปสงกรานต์ลาวที่ไซยะบุรีและหลวงพระบาง..ได้อีกด้วย โดย ททท. และการรถไฟไทยในอีสาน จัดเที่ยวสงกรานต์รวม 6 เส้นทางอีกด้วย นอกจากได้เที่ยวแบบอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น ใบเสร็จจากโรงแรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายโรงแรมยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตลอดปี 2561 นี้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สงกรานต์ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ สักการะพระศรีมหาโพธิ์อายุกว่า 100 ปี เพื่อเสริมสิริมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ ถ้าเจาะลึกไปแต่ละที่ก็มีสถานที่ไปทำบุญ สาดน้ำ หรือทำกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เริ่มจาก วัดภูเขาทอง มหาสมัยสูตร 205 ปี ศรีมหาโพธิ์ สถานที่เป็นสิริมงคล ททท.ร่วมกับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน สงกรานต์ ภูเขาทอง มหาสมัยสูตร 205 ปี ศรีมหาโพธิ์ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ ร่วมสรงน้ำต้นพระศรีมหาโพธิ์ อายุกว่า 200 ปี พร้อมรับน้ำพระพุทธมนต์มหามงคลพิธีมหาสมัยสูตร หนึ่งเดียวในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2561 ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) กรุงเทพมหานคร โดยพิธีสมโภชเจริญพระพุทธมนต์ &amp;ldquo;มหาสมัยสูตร&amp;rdquo; เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์แจกจ่ายให้ประชาชนนำไปประพรมที่บ้านเรือนเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบเนื่องมาแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 170 ปี โดยพิธีสวดตรงกับวันที่ 15 เมษายน เวลา 18.00 น.ของทุกปี บทสวดมหาสมัยสูตรเป็นบทพระพุทธมนต์ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงการประชุมเทวดาครั้งยิ่งใหญ่ หากประชาชนได้นำน้ำมนต์ไปบูชาก็จะเกิดความร่มเย็นเป็นสุขเมื่อเปลี่ยนศักราชขึ้นปีใหม่ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น.ของการจัดงานทุกวัน ผู้มาเที่ยวชมสามารถสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมประทับตราลงบน Postcard ครบ 8 จุด รอบภูเขาทอง ได้แก่ 1.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 2.พระอุโบสถ 3.พระวิหารหลวงพ่ออัฏฐารส 4.พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) 5.หลวงพ่อดำ 6.หลวงพ่อโต 7.ศาลาการเปรียญ และ 8.ลานกิจกรรมพระเจดีย์ทราย เจดีย์ข้าวสาร เพื่อรับหนังสือ &amp;ldquo;เป็นบุญจริงๆ นะ&amp;rdquo; รวมคำสอนของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร สัมผัสกับบรรยากาศตลาดย้อนยุคการแสดงทางวัฒนธรรม สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศสงกรานต์ที่คิง เพาเวอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมา งานสงกรานต์ &amp;quot;คิง เพาเวอร์ สงกรานต์ รางน้ำนครา&amp;quot; เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย และร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ผ่านการแต่งชุดไทยที่มีเสน่ห์อันเป็นอัตลักษณ์ไทยให้คงอยู่สืบไป ตั้งแต่วันนี้-15 เมษายน 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น กิจกรรมไฮไลต์ พบกับการจำลองบรรยากาศวิถีไทยที่โดดเด่นด้วยโทนสีแบบไทย อาทิ สีแดงชาด สีเหลืองไพร สีเขียวใบแค สีรงทอง และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเสนอผ่าน 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 โซนวัด ได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปยุคต้นรัตนโกสินทร์ประจำวัดอภัยทายาราม (วัดมะกอก) ที่มีอายุกว่า 200 ปี มาประดิษฐานยังบริเวณลานเรารักพระเจ้าอยู่หัว ให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสรงน้ำพระ ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยอันดีงาม อาทิ การก่อเจดีย์ทราย โซนที่ 2 โซนตลาด ที่รวบรวมร้านอาหารดังมาไว้ทั้งตลาดบกและตลาดน้ำกลางกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ในส่วนที่ 3 โซนทุ่ง สัมผัสวิถีการดำรงชีวิตแบบท้องถิ่น โซนที่ 4 โซนสวน เป็นโซนที่มีการแสดงต่างๆ มาสลับหมุนเวียนให้รับชม ปิดท้ายด้วยโซนที่ 5 ซึ่งได้นำบ้านที่นำเอกลักษณ์ของรูปแบบวิถีไทยทั้ง 4 ภาค รวมทั้งอาหารดังประจำแต่ภาคมารวมไว้ให้ได้ลิ้มรสกัน ยังมีขบวนแห่ตามประเพณีต่างๆ มากมายสุดอลังการสลับกันไปทั้ง 6 วัน ติดตามกิจกรรมในวันต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/Kingpowerofficial/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ซุ้มดอกมะลิที่ &amp;ldquo;ล้ง 1919&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล้ง 1919&amp;rdquo; ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสืบสานประเพณีในแบบฉบับไทย จัดสงกรานต์ครั้งแรกของล้ง ขึ้นกับ งาน &amp;ldquo;SONGKRAN @ LHONG 1919&amp;rdquo; (สงกรานต์ แอท ล้ง 1919) โดยจะเริ่มกิจกรรมพร้อมเปิดให้คนทั่วไปได้มาร่วมชมและสืบสานประเพณี ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2561 ณ โครงการล้ง 1919 กิจกรรมไฮไลต์เสริมสิริมงคลในประเพณีปีใหม่ไทย ได้แก่ การสรงน้ำหลวงพ่อสมปรารถนา นามอย่างเป็นทางการว่า &amp;quot;พระสิทธารถ&amp;quot; เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย หน้าตัก 3 ศอก 1 คืบ จากวัดพิชยญาติการาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สรงน้ำหลวงพ่อสมปรารถนา ที่ล้ง 1919)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอยากเปียกก็ไปลอดอุโมงค์ดอกมะลิรับความเป็นสิริมงคลให้ชุ่มฉ่ำ ตามความเชื่อเขาว่ากันว่าดอกมะลิเป็นเครื่องหมายของความบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมได้ไกลและยาวนาน ฉะนั้นถ้าใครได้เดินผ่านอุโมงค์นี้ก็จะเหมือนเดินทางข้ามปีด้วยความชื่นบานและเป็นสิริมงคล ละอองน้ำที่ลงมาเป็นน้ำพระพุทธมนต์จากพิธีเทวาภิเษกเหรียญเจ้าแม่หม่าโจ้ว ซึ่งสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เมตตารับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจดีย์ทราย 3 องค์ ผลงานของแทน โฆษิตพิพัฒน์ บุตรชายอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในล้งก็มีพระเจดีย์ทรายแบบร่วมสมัย 3 องค์ สูง 4 เมตร ที่เพิ่งสร้างขึ้นรับสงกรานต์ ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ แทน โฆษิตพิพัฒน์ บุตรชายของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งศิลปินกระซิบบอกว่า ผุดไอเดียมาจากแนวคิดเรื่องพุทธศาสนา ประเพณี ความเชื่อของไทยนี่แหละ เอาเม็ดทรายแต่ละเม็ดมาประกอบกันเป็นแผ่นๆ เรียงซ้อนฐานกันขึ้นไปเป็นเจดีย์ ส่วนยอดทำตามความรุ่งเรืองตามยุคสมัยของแผ่นดิน&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล ทั้งทรงบัวตูมจากสุโขทัย ทรงระฆังจากอยุธยา และเจดีย์เพิ่มมุมทรงเครื่องจากธนบุรี และก็รัตนโกสินทร์ การรวมกันของทราย รวมความเชื่อการอยู่ร่วมกันของคนไทยและชาวจีนร้อยพันแซ่ ใครอยากเห็นก็มาชมที่ล้งที่เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่อยากออกไปไกล ย่านการค้าราชประสงค์ก็มีงานสงกรานต์ให้รื่นเริง โดยจับมือร่วมกับ ททท. และศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า จัดงาน &amp;ldquo;อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ โก โลคัล แอท ราชประสงค์&amp;rdquo; ชวนออเจ้ากิน-ดื่ม-เที่ยววิถีไทย ยกของดีจากเมืองรองให้ชิม ช็อป แชะไม่อั้น ใจกลางกรุง 8-16 เมษายนนี้ โดยพลิกโฉมย่านใหญ่ใจกลางกรุงเป็นมหานครแห่งโลคอลฟู้ด โลคอลช็อปปิ้ง สุดอะเมซิ่งกับของดีของอร่อยจาก 55 เมืองรองทั่วประเทศ อาทิ สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครปฐม กำแพงเพชร สุพรรณบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตรัง ศรีสะเกษ ลำปาง ฯลฯ มารวมไว้ในย่านราชประสงค์ ทั้งการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมสมัย (Local Link) ขนม ผลไม้และอาหารขึ้นชื่อจากท้องถิ่น (Eat Local) และผลิตภัณฑ์สินค้ารวมถึงการสาธิตวิธีการทำผลิตภัณฑ์ตามวิถีของแต่ละท้องถิ่น (Our Local) มาเสิร์ฟให้เพลิดเพลินกันเต็มอิ่มตลอดช่วงสงกรานต์ของไทย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไทยแท้กับสุดยอดเมนูเด็ดประจำถิ่นทั้งคาวหวานกว่า 100 รายการ ช็อปเสื้อผ้า&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ ของใช้ ของดีจากท้องถิ่นไทย ชุดไทย ในราคาสุดพิเศษ ดูรายละเอียดแคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.bkkdowntown.com และ www.facebook.com/HeartOfBangkok&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แต่งชุดไทยเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ฟรี 9 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือถ้าอยากจะออกนอกเมือง&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ กรมศิลปากรจัดกิจกรรมเปิดให้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับผู้ที่แต่งกายด้วยชุดไทย ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอันดีงาม ในอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จ.นครราชสีมา อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง จ.เพชรบูรณ์ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี กรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การแสดงจาก จ.กาฬสินธุ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอขยายอีกนิดว่า ในต่างจังหวัดเมืองรองที่ ททท.จัดอันดับไว้ และมีการจัดงานที่เด่นกันมากๆ ก็มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ ลานวัฒนธรรมวัดสว่างคงคา อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;สงกรานต์ดีโน่สินธุ์ ถิ่นคนน่ารัก&amp;quot; ในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน โดยจะมีกิจกรรม อาทิ สรงน้ำหลวงพ่อองค์ดำ กิจกรรมเล่นน้ำกับไดโนเสาร์, จังหวัดกำแพงเพชร ณ ถนนริมแม่น้ำปิงเชื่อมโยงถึงเกาะกลางแม่น้ำปิง อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;สงกรานต์มงคล ก่อพระทรายน้ำไหล ยิ่งใหญ่พวงมโหตร&amp;quot; ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน กับกิจกรรมขบวนแห่ผ้าห่ม ห่อพระธาตุตามประเพณีโบราณการก่อเจดีย์ทราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เทพทั้ง 3 องค์ จ.นครศรีธรรมราช)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของจังหวัดจันทบุรี ณ บริเวณวัดตะปอนน้อย วัดตะปอนใหญ่ และวัดเกวียนหัก อำเภอขลุง ในแนวคิด &amp;quot;มหาสงกรานต์ตะปอน ตำนานแห่เกวียนพระบาท จันทบุรี&amp;quot; วันที่ 13-17 เมษายน มีกิจกรรม อาทิ พิธีบวงสรวงพระบาทผ้า ขบวนเกวียนแห่ผ้าพระบาท, จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ บริเวณถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;เทศกาลมหาสงกรานต์ แห่นางดานเมืองนครศรีธรรมราช&amp;quot; วันที่ 11-15 เมษายน กิจกรรม อาทิ การแสดงแสง สี เสียง ในพิธีโล้ชิงช้า ขบวนแห่นางดาน และจังหวัดสิงห์บุรี ณ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน ในแนวคิด &amp;quot;นุ่งโจง ห่มสไบ เล่นน้ำแบบไทยๆ ณ สิงห์บุรี&amp;quot; ในหว่างวันที่ 12-15 เมษายน มีกิจกรรมพิธีสรงน้ำพระอาจารย์ธรรมโชติ รดน้ำดำหัวพ่อปู่แม่ย่าบางระจันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ในจังหวัดต่างๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thai.tourismthailand.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมเล่นน้ำกับไดโนเสาร์, งานสงกรานต์ปี61, ท่องเที่ยว, นุ่งโจง ห่มสไบ, พระอาจารย์ธรรมโชติ, พิธีบวงสรวงพระบาทผ้า, รดน้ำดำหัว, ล้ง1919, วันปีใหม่ไทย, สงกรานต์ดีโน่สินธุ์ ถิ่นคนน่ารัก, อุทยานประวัติศาสตร์, แต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf57c8af328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
