<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.แต่งตั้งบิ๊กขรก.ล็อตใหญ่ &#039;สทนช.-กปร.-ศธ.-ท่องเที่ยว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติรับโอน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แทนนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมพิจารณาแต่งตั้ง นายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เป็นเลขาธิการ กปร.แทนนายดนุชา สินธวานนท์ ที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอนายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รองปลัดกระทรวง ให้เป็นอธิบดีกรมการท่องเที่ยว แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการและเห็นชอบให้นายอารัญ บุญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเห็นชอบตามกระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 8 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ได้แก่ 1.นายอรรถพล สังขวาสี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา 2.นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.นายเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4.นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและศึกษาตามอัธยาศัย ให้ดำรงตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย6.นายสวัสดิ์ ภู่ทอง ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาการศึกษา 7.เรืออากาศโทสมพร ปานดำ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาการอาชีวศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ 8.นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการสภาการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115015</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, ครม., แต่งตั้ง, โยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c645da776b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับโครงสร้าง&#039;สีกากี&#039;3เดือนเปิด3เก้าอี้นายพล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 6/2564 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติกำหนดตำแหน่งเพิ่มเติมของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการกำหนดตำแหน่งใหม่ ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ(ผบก.) ถึง สารวัตร(สว.) และตัดโอนตำแหน่งระดับรองสว.ถึง ผบ.หมู่ รวมจำนวน 47 ตำแหน่ง มาจากกองบังคับการตำรวจน้ำ(บก.รน.) เพื่อมาทำหน้าที่สนธิกำลังกับหน่วยราชการอื่นๆ หลักการเหมือนกับกอ.รมน. เพื่อกระทำภารกิจเฉพาะกิจรักษาผลประโยชน์ทางทะเลนั้น เท่ากับว่าภายในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการปรับโครงสร้างภายในใหม่ โดยตั้งหน่วยงานเพิ่มเป็น 3 กองบังคับการ(บก.) ซึ่งจะทำให้มีหัวหน้าหน่วยระดับ ผบก. ยศพล.ต.ต.จำนวน 3 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนมีนาคม 2564 ก.ตร.มีมติเห็นชอบตั้งจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการ&amp;nbsp; จากนั้นวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ประชุม ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีสาระสำคัญคือการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ&amp;nbsp; ฝ่ายฝึกอบรม&amp;nbsp; ฝ่ายวิชาการ และ ฝ่ายวิทยบริการ กำหนดให้ศูนย์ฝึกอบรม มีอำนาจหน้าที่ เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ มีหัวหน้าหน่วยเป็นระดับ ผบก. ตัดโอนกำลังมาทั้งหมด 247 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเดือนเมษายน 2564 ก.ตร.ครั้งที่ 5/2564 อนุมัติยกระดับศูนย์ฝึกอบรมกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากกองกำกับการ (กก.) ขึ้นเป็น กองบังคับการ (บก.) เพื่อผลิตนักเรียนนายสิบในส่วนของ บช.น. โดยที่ประชุม ก.ต.ช. เห็นชอบตามที่ ก.ตร. เสนอ สำหรับอัตรากำลังของศูนย์ฝึกอบรมมี 180 ตำแหน่ง ใช้วิธีการตัดโอนตำแหน่ง มาเป็นผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม สังกัด บช.น. ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ปรับเกลี่ยโดยใช้วิธีการตัดโอน หรือปรับระดับตำแหน่งภายใน บช.น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, สีกากี, แต่งตั้ง, โครงสร้างตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b32e4b43de0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงค้าน &#039;อสส.&#039; ตั้ง &#039;เนตร-ปรเมศวร์&#039; ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกจดหมายเปิดผนึกถึง&amp;nbsp;นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์&amp;nbsp; อัยการสูงสุด องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เรื่อง การเสนอชื่อแต่งตั้งนายเนตร นาคสุข และ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เป็นอัยการอาวุโส และ ผู้ตรวจการอัยการ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เสนอชื่อขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการอัยการ และ อัยการอาวุโส โดยมีการเสนอชื่อแต่งตั้งให้นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด เป็นอัยการอาวุโส เเละ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ ซึ่งเป็นตำแหน่งนักบริหารระดับสูง รวมอยู่ด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของสำนักงานอัยการซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของขบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะเป็นที่รวมของความเชื่อมั่นศรัทธา ดังนั้นกรณีการแต่งตั้งดังกล่าวจึงสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอัยการทั้งสองท่านนั้นยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบความผิด จากกรณีที่ นายเนตร นาคสุข ในขณะดำรงตำแหน่งเป็นรองอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ส่วนกรณีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะปกป้องสังคม มิให้ผู้ที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองฯ อีกทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดยังมีพันธกิจข้อหนึ่งในการ &amp;ldquo;พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากร มีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;rdquo; ซึ่งพันธกิจเช่นนี้จะมีความหมาย และเป็นที่ยอมรับของประชาชนได้ จำต้องพิสูจน์โดยการกระทำจริง นั่นรวมถึงการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ และ อัยการอาวุโส โดยยึดหลักการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เชื่อว่าในการต่อสู้กับการทุจริตคดโกงชาติ เสาหลักของความยุติธรรมต้องมั่นคงไม่ด่างพร้อย ไม่มีจุดครหาที่เสื่อมเกียรติ ดังนั้น องค์กรฯ ในฐานะตัวแทนของสังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้ท่านอัยการสูงสุดได้ทบทวน และ ชี้แจงข้อเท็จจริงในการแต่งตั้งดังกล่าว ว่าเหตุใดสำนักงานอัยการสูงสุดที่เป็นสถาบันที่ต้องธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ จึงแต่งตั้งบุคคลที่มีมลทินมัวหมองให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ก่อนที่จะจบกระบวนการตรวจสอบหรือดำเนินคดีให้หมดสิ้นสงสัยของประชาชนเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอย้ำว่าหากการแต่งตั้งดังที่กล่าวข้างต้นเกิดขึ้น นั่นคือการตัดสินใจที่เหยียบย่ำความศรัทธาของคนไทยต่อระบบและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หากเป็นเช่นนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิและความศักดิ์สิทธิ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างแน่นอน องค์กรฯ ยังมีความเชื่อมั่นในพลังแห่งความยุติธรรม ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้มีการทบทวนแก้ไข การแต่งตั้งดังกล่าว เพื่อให้ประเทศได้ก้าวเดินต่ออย่างเป็นธรรมและยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมศวร์, วงศ์สกุล, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, อัยการสูงสุด, เนตร นาคสุข, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600501aeb6a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตรียมออกคำสั่งรักษาการ&#039;รองผบก.-ผบ.หมู่&#039;บช.ไซเบอร์30ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63-มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตาแหน่งต่างๆ จำนวน 298 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไปนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ บช.ไซเบอร์ มีรายงานชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเรียบร้อยจำนวน 11 ราย ประกอบด้วย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง เป็น ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร เป็น รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ เป็น รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม เป็น รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง เป็นผบก.สอท.2,พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข เป็น ผบก.สอท. 1,พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา เป็น ผบก.สอท.5,พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงผลนภจร เป็น ผบก.อก.สอท.,พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย เป็น ผบก.สอท.4,พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน เป็น ผบก.บก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และพ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง เป็นผบก.สอท.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในวันที่ 30 ก.ย.นี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมจะออกคำสั่งแต่งตั้งรักษาการตำแหน่ง รองผู้บังคับการ บช.สอท.-สารวัตร บช.สอท. และรองสว.-ผบ.หมู่ บช.สอท. เพื่อให้ปฎิบัติงานในสังกัด บช.สอท.ได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกคำสั่งแต่งตั้ง รักษาการตำรวจระดับ รองผบก.ถึงผบ.หมู่ในสังกัด บช.สอท. ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ก็เพื่อให้การทำงานตามเลขตำแหน่งที่ตัดโอนมาจากกองสืบสวนจากทั่วประเทศ เพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง หลังจากระดับผู้บังคับบัญชามีผลแล้ว จากนั้นในช่วงการแต่งตั้งตามวาระระดับนายพันภายในเดือนพ.ย.ก็จะแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เช่นเดียวกับระดับ รองสว.-ผบ.หมู่ ที่จะแต่งตั้งภายในเดือนม.ค.ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78776</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บช.ไซเบอร์, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f703f23bd82a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูตั้น&#039;จัดแถวผู้บริหาร ศธ. เรียบร้อย &#039;สุภัทร&#039;นั่งปลัด &#039;อัมพร&#039;ขึ้นเลขาฯกพฐ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 ก.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.นายสุภัทร จำปาทอง ตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัด ศธ. 2.นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ สกศ. 3.นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) ดำรงตำแหน่ง เลขาฯ กพฐ. และ4.นายสุเทพ แก่งสันเที๊ยะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ กอศ.ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การโยกย้ายดังกล่าวเป็นการโยกสลับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และความเปลี่ยนแปลงภายใน ศธ.ซึ่งต้องรอดูผลงานของทุกคนต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่าการแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 11 ของทุกกระทรวงให้ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรี ที่จะผลักดันให้ผลงานแต่ละคนเกิดขึ้นให้ได้ ดังนั้นการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า การทำเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโยกนายอำนาจไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสกศ.นั้น ผมไม่ได้อยากให้มองว่ามีความผิดอะไร &amp;nbsp;เพราะทุกหน่วยงานในศธ.มีความสำคัญเท่ากันหมด โดยผมพิจารณาจากความสามารถตามความถนัดของแต่ละคน รวมถึงความเข้มข้นในการผลักดันนโยบาย ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของศธ.นั้นจากนี้จะมาดูว่าในหน่วยงานที่มีผู้บริหารรับผิดชอบแล้วจะมาดูต่อว่าความเหมาะสมในการทำงานด้วยกันเป็นทีมจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร เนื่องจากผใเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงของทุกหน่วยงานในศธ.ให้เป็นหนึ่ง เพื่อที่เราจะเดินหน้าให้เห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้ได้ &amp;nbsp;โดยผมต้องการสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในศธ.เช่น การเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพที่เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งสพฐ.และ สอศ.จะต้องร่วมเดินหน้าการทำงานในส่วนนี้ด้วยกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดสธ., ศึกษาธิการ, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f5740f306f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกล็อต แต่งตั้ง &#039;ศาสตราจารย์&#039; จำนวน 7 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;22 ส.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่าง ๆโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ รวม ๗ ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. รองศาสตราจารย์กุลธิดา ท้วมสุข สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &amp;#39;ศาสตราจารย์&amp;#39; จำนวน 50 ราย


&lt;p&gt;๒. รองศาสตราจารย์ดรุณวรรณ สุขสม สังกัดคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา สังกัดคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. รองศาสตราจารย์วีระ สมบูรณ์ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. รองศาสตราจารย์สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาโภชนาการ สังกัดคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. รองศาสตราจารย์ปฐม หงษ์สุวรรณ สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาภาษาไทย สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. รองศาสตราจารย์คณพล จันทน์หอม สังกัดคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชากฎหมายอาญา สังกัดคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. รองศาสตราจารย์สอาด นิวิศพงศ์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสถิติศาสตร์สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ตั้งแต่วันที่๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สุวิทย์ เมษินทรีย์
รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจา, ศาสตราจารย์, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา27 เม.ย.&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกก.ตร.อนุมัติแต่งตั้งในหน่วยงานที่กำหนดขึ้นใหม่เป็นเหตุพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 เมษายน เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 3/2563 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ การเลือกผู้แทนองค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นกรรมการสวัสดิการข้าราชการ, อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 20/2561 ลง 26 พ.ย.61, การปรับระดับตำแหน่งหัวหน้า ศพฐ.1,4,6,7,8 และ9 และการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพิ่มให้กับหน่วยงานในสังกัด ศพฐ.1-10, การขออนุมัติให้การแต่งตั้งในหน่วยงานที่กำหนดขึ้นใหม่เป็นเหตุพิเศษตามตามที่ ก.ตร.กำหนด, การพิจารณาข้อกฎหมายเกี่ยวกับประกาศ ก.ตร. เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับการร้องทุกข์ ฉบับลง 15 มิ.ย.62 ,การแต่งตั้ง อ.ก.ตร.คณะต่างๆ, ร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เทียบเท่าอธิบดี พ.ศ. ... , เรื่องอื่นๆ ถ้ามี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 3/2563 ทางกองสารนิเทศ ตร. ได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของสื่อมวลชนในการติดตามทำข่าวการประชุมดังกล่าว ว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตร.จึงมีมาตรการ ดังนี้ 1.ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดบันทึกภาพการประชุมฯ ทั้งนี้ สท. จะเป็นผู้ส่งภาพประชาสัมพันธ์ให้ 2.หากสื่อมวลชนมีประเด็นคำถามเกี่ยวกับการประชุมฯ ในวาระดังกล่าว พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร ตร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64299</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ตำรวจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67aed5d0ae3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
