<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟื้น‘ครม.เศรษฐกิจ’ นายกฯนั่งหัวโต๊ะคุมกระทรวงเปน็ เอกภาพตั้ง‘นฤมล’โฆษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เตรียมเข้ารับเก้าอี้ รมว.กลาโหมก่อนประชุม ครม.เป็นทางการนัดแรก พร้อมปลุกผี ครม.เศรษฐกิจ พ่วงแบ่งงานรองนายกฯ และแต่งตั้งสารพัดเก้าอี้ ขรก.การเมืองชุดใหญ่ โดยเฉพาะทีมโทรโข่ง วิษณุแจงหลักเกณฑ์เก้าอี้เทกระโถน ส.ส.หมดสิทธิ์ ดร.ปลอดโผล่วิพากษ์ศึกอภิปราย &amp;nbsp;ลงท้ายปลุกแก้รัฐธรรมนูญ-นิรโทษกรรม ผู้ลี้ภัยเมินข้อเสนอ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ส่วนนิพิฏฐ์แฉ &amp;ldquo;วันนอร์-สหายอ้วน&amp;rdquo; โกหกเรื่องรัฐประหาร 22 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันอังคารที่ 30 ก.ค.นี้ ได้เลื่อนเวลาเป็น 09.30 น.จากเดิม 09.00 น. เนื่องจากช่วงเช้าเวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) มีกำหนดการเข้ากระทรวงเพื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วาระ ครม.ที่น่าสนใจมีอาทิ การเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารประสานงานกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน มีรองนายกฯ ทั้งหมด รวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจร่วมเป็นกรรมการ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์ (พณ.), &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงพลังงาน &amp;nbsp;รวมถึงตัวแทนหน่วยงานด้านเศรษฐกิจร่วมเป็นกรรมการใน ครม.เศรษฐกิจด้วย&amp;nbsp;
สำหรับความรับผิดชอบนั้นจะให้รองนายกฯ แต่ละคนจะรับผิดชอบในกระทรวงเศรษฐกิจที่แต่ละพรรคดูแล อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะกำกับดูแลกระทรวงของพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ, ดีอี, พลังงาน และอุตสาหกรรม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกฯ ดูแล พณ. และกระทรวงเกษตรฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และคมนาคม ซึ่งเบื้องต้น ครม.เศรษฐกิจจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อกลั่นกรองและพิจารณานโยบายที่เกี่ยวกับกระทรวงเศรษฐกิจ ก่อนเสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันอังคารต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครม.จะมีการประชุมแบ่งงานรองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ด้วย&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;
นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.จะมีการพิจารณาแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกฯ และรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ โดยมีรายงานว่าจะเสนอชื่อนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรองโฆษกฯ ซึ่งทั้ง 2 คนได้รับการประสานจากทีมงานนายกฯ แล้ว
โดยนางนฤมลยอมรับว่าได้รับการประสานจากทีมงานนายกฯ ว่าจะเสนอชื่อตนเป็นเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในการประชุม ครม.วันที่ 30 ก.ค. ซึ่งไม่ได้รู้สึกหนักใจหรือกังวลใดๆ เพราะที่ผ่านมาจริงๆ แล้วเคยทำงานออกหน้าสื่อมาก่อน เมื่อต้องมาทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ หลักๆ คือต้องอธิบายความให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายๆ ถึงการทำงานของรัฐบาลและผลงานรัฐบาล ต้องทำงานควบคุมทุกด้าน รวมถึงงานด้านการเมืองซึ่งเลี่ยงตอบไม่ได้เพราะก็เป็นนักการเมือง ส่วนการพูดคุยเตรียมความพร้อมทีมโฆษกรัฐบาลคงต้องรอ ครม.มีมติแต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อน โดยได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายสมคิดจะเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร.เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (รองนายกฯ สมคิด) ด้วย&amp;nbsp;
ส.ส.อดเก้าอี้เทกระโถน
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการรับตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองของ ส.ส.ว่าจากการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นตรงกันว่า ส.ส.ไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมืองได้ เนื่องจากจะเกิดปัญหาผลประโยชน์ขัดกัน และจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 แต่ ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ เพราะมีการเขียนยกเว้นไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 163&amp;nbsp;
รายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ว่า หลังรับทราบแนวทางแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ผู้บริหารของพรรคและฝ่ายกฎหมายจะชี้แจงกับ &amp;nbsp;ส.ส.ของพรรคต่อไป โดยตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีนั้น เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะพิจารณาแต่งตั้ง โดยคำนึงถึงความสามารถและช่วยงานที่ได้รับมอบหมายได้ ซึ่งตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีนั้น ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ในแต่ละภาคจะพิจารณาชื่อบุคคลที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมทุกสัดส่วนในแต่ละภาค ก่อนเสนอ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาเลือกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย เปิดเผยว่า กลุ่ม 10 พรรคที่เป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่มี ส.ส.พรรคละหนึ่งคน ได้ส่งโผรายชื่อคนที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอให้ไปรับตำแหน่งทางการเมือง เช่น กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ให้ตัวแทนของนายกฯ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแต่ละพรรคได้เสนอชื่อพรรคละหนึ่งคน ซึ่งสำหรับพรรคพลังชาติไทยได้เสนอชื่อตนเองเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ประยุทธ์) หรือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งก็แล้วแต่นายกฯ จะพิจารณาว่าจะเห็นควรอย่างไร หากไม่เสนอชื่อเข้า ครม.ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเสนอโดยตั้งให้เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีหรือแม้แต่ที่ปรึกษารัฐมนตรี ก็พร้อมจะลาออกจาก ส.ส.ทันทีเพื่อไปทำงานฝ่ายบริหาร แต่จะไปอยู่ตรงไหนก็ได้เพราะพร้อมที่จะทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;
นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง แกนนำกลุ่มด้ามขวานไทย หรือกลุ่มภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า กลุ่มได้ส่งรายชื่อคนที่สนับสนุนให้ไปรับตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ แก่ผู้ใหญ่ในพรรคเรียบร้อยหมดแล้ว โดยมีร่วมสิบชื่อ อาทิ นายทวี สุระบาล ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หัวหน้ากลุ่มด้ามขวานไทย &amp;nbsp;เป็นต้น โดยชื่อที่ส่งไปไม่ได้มีการระบุว่าจะให้ใครไปอยู่กระทรวงไหน เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณา
ส่วนกรณีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ 35 คน ซึ่งมีนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;(ปชป.) เป็นประธานที่ปรึกษา เพื่อกำหนดแนวทางและวางยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 25 &amp;nbsp;ก.ค.นั้น ล่าสุดพรรค ปชป.ได้แจ้งไปยังคุณหญิงกัลยาว่าในคำสั่งนี้มี ส.ส.ของพรรครวมอยู่ด้วย 3 คน ซึ่งสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าควรแก้ไขรายชื่อดังกล่าว ทำให้คุณหญิงกัลยายกเลิกคำสั่งนี้แล้ว
คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว เพราะแม้ผู้ที่ได้ตำแหน่งในคณะนี้จะไม่ได้รับเงินเดือน และเป็นคนละส่วนกับความเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการและมีเงินเดือนประจำตำแหน่ง แต่เนื่องจากพบข้อสังเกตในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 และ 185 ซึ่งเป็นเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ จึงต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการให้ได้ความชัดเจนก่อน ว่าการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาของตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ ขณะเดียวกันทราบว่าในส่วนของพรรคกำลังหารือกันถึงข้อกฎหมายเดียวกันด้วย เพราะมีผลต่อการจัดวางคนไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกระทรวงต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องเศษฐกิจหรือการใช้งบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นได้ถามรัฐบาลแล้วว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ระบุว่าต้องบอกที่มาของรายได้ ซึ่งอย่าบอกว่ามาจากงบประมาณ จะบอกว่าไปกู้มาหรือทำอย่างไรให้ได้เงินมา อาจจะเป็นการจัดเก็บรายได้หรืออะไรก็แล้วแต่ท่านต้องบอกได้ นอกจากนี้ใน 4 ปีของการเป็นรัฐบาล จะต้องมีเป้าหมายว่าจะจัดงบให้สมดุลในปีไหน ไม่ใช่จะขาดดุลมากขึ้นทุกปี เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ท่านก็ได้กู้เงินไปแล้วกว่า 2 ล้านล้านบาท ขาดดุลประมาณ 5 แสนล้านบาททุกปี แล้วอีก 4 ปีจะต้องขาดทุนมากขึ้นกว่าเดิมหรือ ดังนั้นรัฐบาลควรบอกว่าในปีไหนงบประมาณของรัฐบาลจึงจะสมดุล&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ท่านบอกว่าท่านเข้ามาแล้วจะทำให้ประเทศของเรามั่งคั่ง ร่ำรวยตามยุทธศาสตร์ชาติ ท่านจะทำให้เราร่ำรวยด้วยการไปกู้เงินมาอย่างนั้นหรือ ท่านต้องวางนโยบายให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 &amp;nbsp;ปีที่ท่านกำหนดขึ้นมา ท่านกำหนดไว้ว่า 5 ปีข้างหน้าจีดีพีเราต้องโตขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 แต่นโยบายกลับไม่มีความชัดเจนว่าจะโตขึ้นได้อย่างไร&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายงบประมาณของรัฐบาลว่า ตอนนี้ต้องรอดูก่อนว่ารัฐบาลเขาจะจัดงบประมาณแบบไหน แต่สิ่งที่ได้ฝากไว้คือเรื่องของการจัดซื้อรถดับเพลิง ที่ซื้อมาแล้วเอามาจอดไว้จนกลายเป็นสุสานรถดับเพลิง ในขณะที่งบประมาณของเราไม่มีจนจำเป็นต้องไปกู้เงินมา ทำไมเราจึงไม่เอาเงินตรงนี้ไปช่วยภัยแล้ง เพราะชาวบ้านกำลังเดือดร้อนลำบาก เรื่องนี้ ป.ป.ช.สอบสวนเสร็จแล้วและส่งดำเนินคดีแล้ว ดังนั้นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าจะไปจัดการ ท่านต้องรีบไปตามคดีที่ ป.ป.ช.
ปลอดให้คะแนนอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อควันหลงจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาลใหม่แต่นายกฯ เก่า ระบุว่า โพลทุกฉบับให้รัฐบาลสอบตกหมด ซึ่งก็เห็นเช่นนั้น เพราะต้องอ่านนโยบายหลายรอบ เนื่องจากนโยบายหลวมมาก ไม่เน้นอะไรเลย โดยพยายามให้ครอบคลุมทุกเรื่อง เอานโยบายของทั้ง 19 พรรคมาปะติดปะต่อกัน แทบไม่มีส่วนไหนอธิบายวิธีที่จะปฏิบัติ ไม่ปรากฏเป้าหมายเรื่องเวลาหรือราคา แถมไม่พูดเรื่องงบประมาณเลย ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้ ซึ่งกำลังจะเป็นปัญหาใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ นั้นสอบตกไม่เป็นท่า อ่านผิดๆ ถูกๆ ข้ามไปข้ามมา บางครั้งอ่านรัวจนไม่เป็นภาษา ยามถูกซักถามหากไม่สบอารมณ์ก็แสดงความเกรี้ยวกราด ชี้หน้าชี้นิ้วทำตาเบิ่ง ตาเหล่ มองไม่น่าดู ต่อไปท่านต้องตั้งสติควบคุมอารมณ์ให้ได้นะครับ&amp;rdquo; นายปลอดประสพกล่าวและว่า &amp;quot;พล.อ.อนุพงษ์น่ายกย่อง &amp;nbsp;สุขุม นิ่ง มีสมาธิ เข้าใจคำถามและเตรียมการมาดีมาก มีครั้งหนึ่งพูดผิดไป ใช้ภาษาที่ฟังรุนแรงไป ก็ยกมือไหว้ขอโทษทันที ในฐานะรู้จักกันมาก่อน ขอให้รักษาตัวให้ดีนะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปลอดประสพยังประเมินผู้อภิปรายอีกว่า &amp;quot;พรรคอนาคตใหม่มีดาวฤกษ์ที่กำลังจะเจิดจ้า 3 คน &amp;nbsp;นายปิยบุตร, นายพิธา และ น.ส.ศิริกัญญา ดีมากขอชื่นชม พยายามรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ ส่วนพรรค พปชร.ที่กระดากเอ่ยนามคือ นายกรุง, นายสายัณห์, นายนิโรธ และนางกรณิศ พวกท่านประท้วงจนน่าเบื่อหน่ายมาก ทำตัวแบบพาลๆ และทำให้คนมองว่าเป็นบ่าวใช้ มีแต่ตกต่ำลง สำหรับคุณกรุงทำตัวเป็นนักเลงมาก ทั้งท่าทางและคำพูด ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่โรงหนัง รวมถึง พล.อ.ธวัชชัยด้วย ท่านบ้าอะไรขึ้นมาจึงประกาศชื่นชอบสนับสนุนการปฏิวัติ ท่านเป็น ส.ว.ในระบอบประชาธิปไตยนะ ขอเตือนพูดอย่างนี้นอกสภาถูกฟ้องได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกิตติศักดิ์นั้นถือว่าหยาบคายและมีมารยาทที่ต่ำมาก ผมไม่รู้ใช้มาตรฐานอะไรที่เลือกคุณมาเป็น ส.ว. และที่ผิดหวังมากคือท่านประธาน ส.ว. นายพรเพชร ไม่ทราบว่าท่านเคยชินกับ ส.ว. ซึ่งต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเขาตั้งมา หรือท่านพยายามเทียบฟอร์มท่านประธานชวน ไปไม่ได้เลยครับ &amp;nbsp;ความเป็นกลางแบบเบี้ยวๆ พยายามแสดงอำนาจแต่ไม่มีใครฟัง ท่านไม่นิ่งเลย กรุณาปรับปรุงตัวเองครับ เพราะท่านขึ้นบัลลังก์ทีไรมีปัญหาทุกที&amp;rdquo;
นายปลอดประสพโพสต์อีกว่า พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ เข้าใจว่าแค่มาร่วมประชุมตามกติกา และพยายามรักษาเนื้อรักษาตัวเท่านั้น ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นก็ต้องชื่นชมนายชวลิต, นายศรัณวุฒิ และนายสุทิน ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เสียดายจริงๆ รุ่นโตๆ ของพรรคโดนพิษรัฐธรรมนูญทุกคน มิเช่นนั้นก็จะสามารถทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองได้อีกมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดูการอภิปรายครั้งนี้มองแล้วเห็นชัดเจนว่า ประเทศของเราเป็นครอบครัวใหญ่ที่แตกแยกอย่างมาก เป็นสถานการณ์แบบที่ประเทศญี่ปุ่นเคยเจอภายหลังแพ้สงคราม ประเทศมีการประท้วงเดินขบวน &amp;nbsp;ผู้คนแตกเป็นสองฝ่ายคือ อนุรักษนิยม และประชาธิปไตยแบบฝรั่ง บ้านเมืองเราคงต้องศึกษาหาทางเยียวยาปรองดองสร้างสามัคคีให้จงได้ เริ่มเลยครับแก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรม เพื่อมาร่วมกันใหม่&amp;rdquo; นายปลอดประสพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;นักการเมืองรุ่นใหม่ต้องตีเมีย ห้ามเมียมีเพื่อนเป็นเกย์หรือทอม ห้ามกลับบ้านเกินหกโมงเย็น ห้ามชมพระเอกหนังว่าเซ็กซี่จัง ชมพระเอกหนังต้องสำนึกผิดโดยการกราบ เอานโยบายรัฐบาลมาอภิปรายเหมือนเป็นนโยบายตัวเองแล้วตั้งชื่อใหม่กระดุม 5 เม็ด (กระดุมเม็ด 3 ใช่เลย ส่วนกระดุมเม็ด 1, 2, 4 และ 5 เพ้อเจ้อ) อภิปรายเหมือนคนไม่รู้เรื่องเกษตร อภิปรายโชว์บอกว่าไม่มีเอกสารสิทธิขอไฟไม่ได้ อภิปรายฝันเฟื่องบอกว่าไปเจอเกษตรกรขายข้าวเองได้ตันละเกือบ 30,000 บาท คนเนี่ยแหละถ้าอนาคตใหม่ชนะจะเป็น รมต.เกษตรฯ ดาวดวงใหม่ของรัฐสภา ชื่นชมได้เพียงข้ามคืน ดาวตกซะแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระซึ่งลี้ภัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า &amp;quot;คนคุณภาพแบบนี้ต่างหากเล่าที่ประเทศไทยต้องการ แต่คงได้แต่ฝัน และได้แต่หวังคนคนนี้ที่รู้จักตัวตนและความเป็นจริงของสังคมไทย จะได้เป็นนายกฯ หรืออย่างน้อย รมต.เกษตรฯ แต่มันจุกอกและเศร้าใจคือ ยังมีคนไทยจำนวนมากและพวกขี้ข้าเผด็จการ ไม่ต้องการคนคุณภาพแบบนี้เข้ามาทำงานช่วยแก้ปัญหาประเทศชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การโพสต์ของ น.ส.ปารีณาและนายจอมนั้น เป็นกรณีการอภิปรายของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 26 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม โพสต์ทวิตเตอร์ตั้งคำถามถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โดยระบุว่า &amp;quot;เหรียญกล้าหาญมาจากการสละชีวิตของเพื่อนร่วมรบ ด้วยคราบน้ำตาของครอบครัวผู้สูญเสีย การโอ้อวดโดยไม่เกรงใจสหายร่วมรบที่พลีชีพ มันน่าละอายว่ามั้ย พี่เสรีพิศุทธ์?&amp;quot;
ยี้แผนปรองดองปิยบุตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค.ได้อภิปรายเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลในประเด็นสร้างความปรองดอง โดยยกนโยบาย &amp;nbsp;66/2523 ว่าเป็นนโยบายที่ชาญฉลาดของรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนสามารถนำไปสู่ความปรองดองได้สำเร็จ ฉะนั้นจึงขอฝากนายกฯ ให้พานักโทษทางการเมืองกลับคืนสู่ประเทศด้วยนโยบายนี้อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ถูกอ้างถึง โดยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว โดย น.ส.จรรยา &amp;nbsp;ยิ้มประเสริฐ ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ในการพูดถึงคนลี้ภัย คนในเมืองไทยส่วนใหญ่มักเลือกพูดในเรื่องพาผู้ลี้ภัยการเมืองกลับบ้าน โดยไม่พูดที่ต้นตอปัญหาของการลี้ภัย &amp;nbsp;คือการหลงประเด็นใหญ่ในหลายด้าน แน่นอนชีวิตของผู้เลือกสู้อยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะพวกที่ไม่หยุดเคลื่อนไหว และไม่ได้เลือกอยู่ต่างประเทศเพื่อใช้ชีวิตโดยตั้งหลักปักฐานที่ต่างแดน มันลำบากกันมากและก็ไม่อาจหลีกพ้นจากการข่มขู่คุกคาม และก็ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณที่พยายามจะหาประเด็นพูดถึงคนลี้ภัยการเมืองกันอยู่บ้าง แม้จะกระทำกันอย่างกระอักกระอ่วนก็ตาม แต่โปรดยอมรับความจริงหรือพูดความจริงกันบ้าง&amp;quot; น.ส.จรรยาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิธิวัต วรรณศิริ หรือจอม ไฟเย็น ที่ลี้ภัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ โพสต์เช่นกันว่า &amp;quot;จำไว้ปิยบุตร ผู้ลี้ภัยคือผู้ลี้ภัย ไม่ใช่นักโทษการเมือง คุณไม่มีหน้าที่พิพากษา เปลี่ยนเราเป็นนักโทษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อวินาทียึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 ว่ามีหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 เอาเหตุการณ์ขณะ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจมาพูดกันอีกแล้ว ความจริงเหตุการณ์ตอนยึดอำนาจได้เขียนค่อนข้างละเอียดแล้ว เพราะอยู่ในเหตุการณ์ และในวันนั้นก็ถูกควบคุมตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดขึ้นว่า เตรียมการยึดอำนาจมา 3 ปีแล้ว ผมว่าโกหกนะครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดประโยคนี้ สิ่งไหนที่ท่านพูดก็ต้องบอกว่าท่านพูด สิ่งไหนท่านไม่ได้พูดก็ต้องบอกว่าท่านไม่ได้พูด จะไปโกหกกันทำไม และผมก็ไม่มีเหตุต้องไปปกป้องท่าน ปกป้องท่านทำไม ท่านจับผมไปขังด้วย ผมยังโกรธอยู่เลย&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การโพสต์ของนายนิพิฏฐ์ สืบเนื่องจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้อภิปรายเมื่อวันที่ 25 ก.ค.พาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ทำนองว่าเตรียมการยึดอำนาจมา 3 ปีแล้ว ซึ่งต่อมาในวันที่ 26 ก.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท.ก็โพสต์เฟซบุ๊กย้ำว่า &amp;quot;ยืนยันคำถาม อจ.วันนอร์ เรื่องตู่เตรียมการรัฐประหารมา 3 ปีกว่าก่อนทำการยึดอำนาจจริงในวันที่ 22 พ.ค.57 เพราะอยู่ในหอประชุม ทบ.วันนั้นด้วย&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42244</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, หนังสือพิมพ์, แต่งตั้งสารพัดเก้าอี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3efef16cb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
