<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยจับมืออาเซียนไม่ยอมสหรัฐประกาศลั่นใน WTO ต้องได้แต้มต่อทางการค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้รับรายงานจากคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ถึงกรณีที่สหรัฐฯได้เสนอต่อดับบลิวทีโอให้ยกเลิกการให้การปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่าง (Special and Differential Treatment หรือ เอส แอนด์ ดีที) ซึ่งเป็นการให้แต้มต่อทางการค้า แก่สมาชิกกำลังพัฒนา ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจดีว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยและอาเซียน ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อดับบลิวทีโอ ยืนยันว่า สมาชิกประเทศกำลังพัฒนา และพัฒนาน้อยที่สุด ยังจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษและแตกต่างจากสมาชิกประเทศพัฒนาแล้วเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะประเทศกำลังพัฒนา ยังไม่มีความสามารถในการแข่งขัน หรือมีศักยภาพในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของดับบลิวทีโอที่น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เช่น การลดภาษีนำเข้าสินค้า การเปิดตลาดสินค้าเกษตร การลดการอุดหนุน ฯลฯ ที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการปฏิบัติตาม และเวลาปรับตัว ที่นานกว่าประเทศพัฒนาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ สหรัฐฯ ได้เสนอให้ดับบลิวทีโอ ยกเลิกการให้เอส แอนด์ ดีที แก่ประเทศกำลังพัฒนา ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดี เพราะมองว่า ควรให้กับประเทศกำลังพัฒนาที่เหมาะสม ไม่ใช่ให้กับทุกประเทศที่อ้างตนเป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน เกาหลีใต้ บรูไน สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งสหรัฐฯไม่ถือว่าประเทศเหล่านี้ เป็นประเทศกำลังพัฒนาอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สหรัฐฯยังเสนอเงื่อนไขในการประเมินประเทศกำลังพัฒนา ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจดี ได้แก่ เป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี), เป็นสมาชิกจี20 ประเทศทรงอำนาจทางเศรษฐกิจ, ได้รับการจัดลำดับจากธนาคารโลกว่ามีรายได้สูง และมีสัดส่วนการค้าสินค้าระหว่างประเทศไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;0.5% ของการค้าโลก ซึ่งไทยเข้าหลักเกณฑ์นี้ เพราะมีสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศสูงกิน 0.5% ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 34 ประเทศที่เข้าตามเงื่อนไขข้อต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเร่งรัดให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศรายชื่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ไม่เหมาะสมจะได้รับประโยชน์จากเอส แอนด์ ดีที รวมถึงอาจเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อสมาชิกให้ยอมรับการยกเลิกใช้เอส แอนด์ ดีที โดยอาจกดดันเป็นรายประเทศด้วยการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) &amp;nbsp;ล่าสุดหลายประเทศสละสิทธิเอส แอนด์ ดีที แล้ว ทั้งบราซิล ไต้หวัน และสิงคโปร์ ส่วนเกาหลีใต้ มีแนวโน้มสละสิทธิเช่นกัน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลแก่ภาคเกษตรของเกาหลีใต้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทย และอีก 34 ประเทศ หากสหรัฐฯผลักดันให้ดับบลิวทีโอเลิกใช้เอส แอนด์ ดีทีได้ ก็จะไม่ได้แต้มต่อทางการค้าอีกต่อไป จากปัจจุบัน ที่ได้แต้มต่อในเรื่องการเปิดตลาด การลดภาษี การอุดหนุนสินค้าเกษตร การอุดหนุนประมง และจะส่งผลให้ทั้ง 35 ประเทศ มีสถานะในการเจรจาทางการค้าเท่าเทียมประเทศพัฒนาแล้ว และต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของดับบลิวทีโอเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว แม้ไม่มีศักยภาพดำเนินการได้อย่างเท่าเทียมกันก็ตาม ดังนั้น ไทยต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว และจับตาการประกาศรายชื่อประเทศที่ไม่สมควรได้รับสิทธิของสหรัฐฯ รวมถึงแนวทางการปฏิบัติของสหรัฐฯกับประเทศที่ไม่สมควรได้รับสิทธิ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48997</URL_LINK>
                <HASHTAG>WTO, แต้มต่อทางการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ae369a643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
