<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แต๊งค์ พงศกร’เผยชีวิตสุดเหวี่ยงปาร์ตี้-เป็นโรคซึมเศร้า ผันตัวมาเป็นหมอดูเปิดไพ่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ อดีตนักแสดงวัยรุ่น จะมาเปิดเผยชีวิตสุดเหวี่ยงสายปาร์ตี้ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เคยคิดฆ่าตัวตาย พร้อมเผยความรักกับภรรยา พลอยไพลิน ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo; ที่มี บูม-สุภาพร และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ชีวิตพลิกผันมาเป็นหมอดู
แต๊งค์ &amp;nbsp;พงศกร : ด้วยสถานการณ์โควิดทีเข้ามาทำให้ร้านปิดหมด เราก็เลยคิดว่าถ้าเราอยู่บ้านทำอะไร คนอยู่บ้านทำอะไร ทำไมเราไม่ลองหาอาชีพ หารายได้ ที่ทุกคนปิดอยู่บ้าน ซึ่งมีไม่กี่อย่าง ซึ่งก็มีไม่กี่อย่าง เราก็ทำเปิดไพ่ให้คนมาฟัง ให้คนมาปรึกษา และเอาวิชาที่เราเคยร่ำเรียนมาเพราะคุณแม่เคยให้ไปเรียนวิชานี้มาก่อนหน้านี้มาก่อน ซึ่งของผมเป็นวิชาเปิดไพ่ ซึ่งเป็นศาสตร์ค่อนข้างใหม่ เป็นการเอาตัวอักษรรูน ซึ่งเป็นตัวอักษรของชาวไวกิ้งทางยุโรปตอนเหนือน ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนคุณแม่จะแนะนำ เราเคยดูซีรีส์เกี่ยวกับไวกิ้ง เราก็เลยไปอ่านประวัติศาสตร์ของคนไวกิ้ง ว่าทำไมคนชาตินี้ถึงประสบความสำเร็จ ทำไมเขาถึงเก่ง เราก็เลยไปดูว่าเขานับถืออะไร ก็เลยทราบว่าเขามีวิธีคุยกับเทพเจ้าด้วยอักษรโบราณพวกนี้

แล้วไพ่พวกนี้ต้องสั่งทำพิเศษไหม
แต๊งค์ พงศกร : ไพ่นี้อาจารย์ผมเขาทำขายอยู่แล้ว ซึ่งในเมืองไทยยังมีไม่เยอะ คือลักษณะของไพ่จะคล้ายๆ โปสการ์ด ภาพจะสวย ภาพจะมีเนื้อหาเนื้อเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจง่าย เราสามารถอธิบายกับลูกดวง ลูกค้าเราได้ง่ายๆ และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่มาเปิดไพ่
แต๊งค์ พงศกร : เอาตรงๆ ว่าเรามีบุญเก่า มีฐานแฟนคลับจากละคร จากรายการ เขาก็เลยสนใจ บวกกับคนในวงการที่สนใจการดูดวง ตอนนี้คนอยู่บ้านไม่มีอะไรทำ เขาก็ติดต่อเข้ามา ตัวเราเองตอนเริ่มทำครั้งแรกก็ตื่นเต้น เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะแม่นหรือไม่แม่น แต่พอได้เริ่มดู ได้เริ่มพูดคุยปรากฎว่าฟิตแบคกลับมาดี คนเขาก็บอกว่าชอบ ตรง คือผมก็ไม่อยากอวดอะไรเพราะด้วยวิชาของรูนเป็นวิชาที่ค่อนข้างใหม่ แต่วิชาของเขาค่อนข้างดีตรงที่ เป็นวิชาที่ง่าย รับฟังง่าย และตรงไปตรงมา มันก็เลยเหมือนกับว่าถูกจริตกับคนดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
ดูมานานขนาดไหนแล้ว
แต๊งค์ พงศกร : ก็ตั้งแต่ 6 เดือน ที่แล้ว คือช่วงที่เรียน คือเรียน 2 เดือน ระหว่างนั้นก่อนที่เราจะเริ่มดูออนไลน์ เราก็ทดลองดูให้พ่อแม่ พี่ น้อง ดูให้เพื่อน ให้คนสนิท คือดูแบบไม่คิดตังค์ ไม่คิดค่าครู เรียกว่าเก็บประสบการณ์

ดูมาแค่ 6 เดือน แต่รับวันละแค่ 6 คน ซึ่งคิวยาวไป 3 อาทิตย์แล้ว
แต๊งค์ พงศกร : ล่าสุดยาวไป 4 อาทิตย์แล้ว

ครั้งหนึ่งดูเท่าไหร่
แต๊งค์ พงศกร : เราดูไม่แพง เรียกว่าเก็บประสบการณ์ คือ 199 คือ 1 คำถาม ซึ่งเป็นหัวข้อหลักๆ อย่างการงาน การเงิน ความรัก แต่ถ้าดูแบบครบชุด ดูแบบเหมาๆ คือ 499

ถ้าสนใจจะดูกับแตงค์ต้องเข้าทางไหน
แต๊งค์ พงศกร : ก็ตามโซเชียลชื่อผมเลย พงศกร มหาเปารยะ ไอจีก็ @thankpm แล้วก็อินบ๊อกซ์มาคุยได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;

แต่ทราบว่า ก่อนหน้านี้ละครติดต่อมา5 เรื่อง แต่ไม่รับ เพราะอะไร
แต๊งค์ พงศกร : คือเราไม่ได้มาทางสายการแสดงอยู่แล้ว คือแต่ก่อนคนอาจจะเห็นเราในวงการบันเทิงอาจจะเป็นเพราะคนเห็นเราในละครหินกลิ้ง คือหินกลิ้งเป็นบทที่ใกล้เคียงกับตัวเรา เราก็แสดงได้แบบสบายใจ แต่ถ้าเป็นบทที่ไกลตัว เราไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อการแสดง ผมก็จะรู้สึกว่าทำได้ไม่ดี ส่วนที่อยู่ในวงการบันเทิงเพราะเราชอบงานพิธีกรมากว่า เราชอบพูดคุย

ทราบว่าก่อนจะมาดูดวงก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตหนักหน่วง
แต๊งค์ พงศกร : ก็หนักหน่วง พูดง่ายๆ คือผมเข้ามาด้วยการเล่นละคร ตอนนั้นผมยังใส่กางเกงขาสั้นเป็นนักเรียนอยู่ แต่ตอนนี้ผมอายุจะ 40 แล้ว ซึ่งทุกวันนี้คนยังจำในภาพที่เป็นหินกลิ้งอยู่เลย หลังจากนั้นก็มีข่าว ว่าไปคบกับคุณแตงโม (นิดา พัชรวีระพงษ์) มีข่าวกับคุณแตงโมก็มีทั้งดีและร้าย เราก็อยู่ในวงการ ล้มลุกคลุกคลาน มีข่าวโน้น ข่าวนี้

เห็นว่าเป็นสายปาร์ตี้ตัวยงด้วย
แต๊งค์ พงศกร : ก็ใช่ ด้วยความที่เราเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เล็ก ก็จะห่างเหินกับครอบครัวมาพอสมควร ก็เลยไม่ค่อยมีใครดูแล ติดเพื่อนด้วย คือเราติดเพื่อนตั้งแต่อยู่เมืองนอก ออกมาอยู่ข้างนอกก็อยู่คนเดียว ไม่ได้อยู่กับครอบครัว เราก็จะอยู่กับเพื่อนตลอดเวลา เราไม่โทษเพื่อน เราไม่โทษใครเลย มันเป็นชะตาชีวิตของเรา
ถามว่าสายปาร์ตี้หนักขนาดไหน พูดตรงๆ เลยว่า มีทั้งเรื่องยาเสพติด และการเกเร ที่เราถลำลึกไป ซึ่งตอนแรกก็สนุกสนาน เพราะสมัยนั้นเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คือสารเคมีในสมองเราเองก็ไม่ปกติ และมีการอยู่คนเดียวไม่มีที่ปรึกษา พอใช้สารเสพติดจากการใช้เพื่อความสนุก ตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นพึ่งพามัน ก็ติดในวังวนนั้นมาตลอด ผมเชื่อว่าทุกคนที่เคยถลำเข้าไปในวังวนนี้ ทุกคนไม่อยากเริ่มยุ่งกับมัน และอยากออกมา แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะออกมาได้หรือเปล่า หรือออกมาอย่างไร สุดท้ายที่ผมยังมีชีวิตอยู่ได้ ยังสามารถยืนอยู่ตรงนี้ได้ เพราะเรามีกำลังใจที่ดีจากครอบครัว

เห็นว่าครอบครัวมีส่วนช่วยมาก เขาช่วยเราอย่างไรบ้างในการที่จะดึงเราออกมาจากตรงนั้น
แต๊งค์ พงศกร : มันไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ มันมีแค่ความที่เราเข้าหากันมากขึ้น คือเข้ามาอยู่ด้วยกันมากขึ้น จากที่ตอนแรกเราค่อนข้างห่างจากครอบครัว พอเรามีปัญหา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของผมท่านแยกกันอยู่ พอท่านเห็นปัญหาของเรา ทุกคนก็ขยับเข้าหาเรา เข้าใกล้เรามากขึ้น จากการที่ไม่ค่อยพูดคุยกัน มันก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้างในช่วงแรกเพราะต้องปรับจูนเข้าหากัน จนตอนนี้มันก็ค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง เรารู้ว่าจุดที่เราควรจะอยู่คือตรงไหน เราควรจะทำตัวอย่างไร และจุดที่เราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เราต้องการความช่วยเหลือเราก็ต้องรู้ตัว

กว่าจะรู้ตัว เข้าไปอยู่ในวังวนนั้นนานแค่ไหน
แต๊งค์ พงศกร : ผมพูดตรงๆ ว่าตรงนี้ต้องสู้ตลอดชีวิต มันไม่มีคำว่าหายขาด เพราะฉะนั้นกำลังใจมันสำคัญมาก เพราะเราต้องตัดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นวงจรชีวิตเดิมๆ ตรงนี้ต้องตัดออกให้หมด ทุกวันนี้ก็ยังต้องสู้กับมันทุกวัน มันไม่มีทางหลุดไปได้ แต่อย่างที่บอกว่าคนที่อยุ่ข้างเรา เราต้องหันไปมองให้มากๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ข้างเรา คนที่รักเรา และพอพูดถึงครอบครัว ผมเป็นคนที่รอครอบครัวของตัวเองมานานมาก เพราะว่าผมเคยมีครอบครัวที่ห่างกัน ผมไม่อยากใช้คำว่าครอบครัวที่แตกแยก เพราะคุณพ่อ คุณแม่มีสิทธิ์เลือกความรักของตัวเอง ทุกคนก็ยังรักผมอยู่ เพียงแต่เราห่างกัน

บำบัดโรคซึมเศร้านานไหม
แต๊งค์ พงศกร : ในเคสผมจะอีรุงตุงนังนิดหนึ่ง เพราะมีเรื่องของสารเสพติดด้วย ซึ่งมันส่งผลกระทบกันโดนตรง และหลายคนก็เป็นโรคนี้เพราะไปยุ่งกับสิ่งเสพติด อีกหลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วแบบไม่รู้ตัว พอไปยุ่งสารเสพติดก็เหมือนซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก เราก็ต้องค่อยๆ ปลดสลักออกทีละขั้น ต้องแก้ไขปัญหาไปทีละเสต็ป ของผมก็ต้องตัดเรื่องเพื่อน เรื่องสิ่งเสพติด ตัดวงจรที่ไม่ดีออกไปก่อน สุดท้ายแล้วพอตัดพวกนี้ออกมาอาการป่วยของเราก็จะทุเลาลงเอง หลังจากนั้นเราก็จะเริ่มมีสติมากขึ้น แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

เรารู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซึมเศร้า
แต๊งค์ พงศกร : เรารู้เพราะอารมณ์เรารุนแรง บางคนใช้สารเสพติดแล้วอารมณ์รุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้อยู่แล้ว แต่เราถึงขึ้นทำร้ายตัวเอง เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่สุดท้าย ผมก็อยากจะบอกว่า ณ วันนั้น มันเป็นแค่การข่มขู่มากกว่า เพราะตอนนั้นแฟนจะเลิกจากกับเรา เราเลยใช้การทำร้ายตัวเองข่มขู่ สุดท้ายก็เป็นข่าวใหญ่ เพราะคนเป็นห่วงเรา ตอนนี้เราก็เลยกลับมาเป็นห่วงตัวเอง เพราะการทำให้คนอื่นเป็นห่วงมันไม่โอเค

เพราะการข่มขู่ตอนนั้นความสัมพันธ์กับแฟนไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม
แต๊งค์ พงศกร : ก็ไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งคนที่มาตามเก็บ ตามเช็ดเรื่องราวของเราคือคุณแม่ คุณแม่ก็จับเราเข้าโรงพยาบาล ให้มาสงบสติอารมณ์ก่อน สุดท้ายก็กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ด้วยความช่วยเหลือของคุณแม่นี่แหละ และตอนนั้นโดนทำโทษ โดนยึดหมด ทั้งอายัดบัญชี กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์ รถ กักบริเวณ ห้ามติดต่อกับเพื่อนเก่า ห้ามติดต่อกับแฟนเก่า ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะตอนนั้นผมจะตามไปราวีแฟนเก่า คือเราจะไปง้อนั่นแหละ พอต้องมาอยู่คนเดียว เราก็แก้ปัญหาโดยการออกกำลังกาย ตื่นเข้ามาก็เข้ายิม ผมว่าถ้าเรามีความสุขด้วยตัวเราเอง มีคุณค่าด้วยตัวเราเอง เราก็สามารถเอาชนะอย่างอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;

ชีวิตปัจจุบันเป็นอย่างไร
แต๊งค์ พงศกร : ณ วันนี้ผมมียาดี คือตอนนี้มีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว มีภรรยาเป็นของตัวเองแล้ว และภรรยาก็กำลังท้อง 7 เดือน มันเป็นกำลังใจให้เราแก้ไขตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเอง มีการยับยั้งชั่งใจมากขึ้น

ตอนนี้ท้องกี่เดือนแล้ว
พลอยไพลิน : ตอนนี้ 7 เดือนกว่าแล้ว ก็จะมีอาการแพ้ท้องตอนอายุครรภ์ 3-4 เดือนแรก ก็นอนทั้งวันเลยไม่ทำอะไรเลย แต่คนที่แพ้กว่าคือคุณแต๊งค์ ตอนนี้สุขภาพก็แข็งแรงดีไม่แพ้แล้ว ส่วนวันคลอดคุณหมอให้เลือกตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. &amp;ndash; 5 ธ.ค. ซึ่งคุณพ่อเขาอยากให้เกิด 5 ธ.ค. ถ้าเขารอถึงวันนั้นได้ก็ผ่าวันนั้น ถ้าเขารอไม่ได้ก็คงห้ามไม่ได้ ไปอัลตาซาวน์แล้วได้ลูกชาย ถามว่ามีตั้งชื่อหรือยัง คือมีแล้วแต่เขายังไม่ให้บอก
แต๊งค์ พงศกร : ชื่อลูกมีแล้ว แต่เรายังไม่ได้ปรึกษาคุณย่า คุณปู่ ก็มีเลือกไว้หลายชื่อแล้ว แต่มีที่เรา 2 คน ถูกใจตรงกันก็มี แต่ไว้ลูกออกมาก่อนค่อยเฉลย

คุณแต๊งค์แพ้ท้องแทนภรรยา
แต๊งค์ พงศกร : ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คือภรรยาผมเขาไปอ่านหนังสือมาเขาก็บอกว่าสามีก็มีแพ้แทนภรรยาเหมือนกัน คือเราอายุเยอะแล้วไง เราก็วิตกจริต บางทีเราก็กินข้าวไม่ลงตามภรรยา แล้วก็มีเวียนหัวจะอาเจียน
พลอยไพลิน : เหมือนมันเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่งที่คุณพ่อมีความกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของคุณแม่

ตอนที่ทราบว่าคุณพลอยท้องเป็นอย่างไร
แต๊งค์ พงศกร : คือพอเราคบกันสักพักเราก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพราะเราเป็นคนสมัยใหม่ ช่วงต้นปีประจำเดือนเขาเริ่มขาด พอขาดได้ 2 เดือน เราก็ไปซื้อที่ตรวจมา 4 อัน 4 ยี่ห้อ 4 แบบ แล้วตรวจ 4 อัน ปรากฎว่า 2 ขีด ทั้ง 4 อันเลย วันรุ่งขึ้นเราก็เลยโทรไปนัดคุณหมอ ช่วงบ่ายคุณหมอก็จับขึ้นเตียงอัลตร้าซาวนด์เลย แล้วคุณหมอก็บอกว่า แสดงความยินดีด้วย ลูก 2 เดือนแล้วนะคะ ก็เห็นเป็นตัวแล้ว หลังจากนั้นเราก็ยกสายโทรหาคุณย่าของหลาน คุณพ่อคุณแม่ผม และครอบครัวฝั่งของพลอย ตกลงว่าจดทะเบียนไว้ก่อน เพราะช่วงนี้ติดโควิดยังไม่สามารถจัดงานอะไรได้ ตอนจดทะเบียนก็มีอุปสรรค์ เพราะวันที่จะไปจดทะเบียน เราขับรถไปเขตยานนาวา ปรากฎว่า เจ้าหน้าที่ก็บอกว่ ช่วงนี้ติดโควิด 50 เขตทั่วกรุงเทพไม่รับจดทะเบียนสมรส เราก็เลยไปจดทะเบียนที่ชะอำ จ.เพชรบุรี ขับรถไป เพราะเราไปเสิร์ตในอินเทอร์เนตว่าที่ไหนรับจดทะเบียนบ้าง เขาบอกว่าที่ชะอำจดทะเบียนได้ เราก็ขับรถไปกัน 2 คน ส่วนญาติผู้ใหญ่ผม และของเขาไม่มีใครได้ไปด้วย เพราะเขาก็เก็บตัว พอไปถึงเขตก็จดไม่ได้อีกเพราะไม่มีพยาน เพราะตามกฎหมายจดทะเบียนต้องมีพยานไปด้วย 2 คน สมัยก่อนเขาก็ให้เจ้าหน้าที่เขตลงชื่อเป็นพยานให้ แต่ในปัจจุบัน เขาไม่อยากให้เจ้าหน้าที่เป็นพยาน ก็อยากให้คู่สมรสหามาเองเพราะเวลามีปัญหาฟ้องหย่ากัน สุดท้ายผมก็ต้องไปให้พี่วินมอร์เตอร์ไซด์และคนขับรถสองแถวมาเป็นพยาน และเราก็ต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้เขา ก็ให้เขาคนละ 200 บาท รวมค่าน้ำมันอีก 100 บาท วันนั้นก็เลยได้ลงภาพจดทะเบียนในโซเชียลไป

เห็นว่าเป็นเพราะคุณพลอยทำให้เขาเปลี่ยนไป
พลอยไพลิน : ก็นานเหมือนกัน เพราะกว่าเขาจะเปลี่ยนเป็นอีกคนได้ เพราะเขาเป็นคนเกราเยอะมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แล้วรู้จักกันได้อย่างไร
พลอยไพลิน : เขาแอดเฟซบุ๊กมา และเราก็คุ้นหน้าเขา เรารู้สึกว่าเขาน่าจะใช่ แต๊งค์ พงศกร ซึ่งต้องย้อนเวลากลับไป ซึ่งตอนนั้นหนูอายุประมาณ 12-13 ปี และเราก็อายุห่างกัน 10 ปี ช่วงนั้นเขามีข่าวกับพี่แตงโม ซึ่งพอเราดูในเฟซบุ๊กของเขา มีเพื่อนเยอะมาก ซึ่งดาราจะมีเพื่อนไม่เยอะขนาดนั้น เราก็เลยคิดว่าไม่น่าจะใช่
แต๊งค์ พงศกร : คือตอนเริ่มคุยเราก็ทักเฟซบุ๊กไปเพราะตอนนั้นเป็นวันที่ผมโดนยึดทุกอย่างทั้งโทรศัพท์ ทั้งรถ ทั้งบัญชี แล้วผมมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องหนึ่งเป็นเครื่องของน้องชาย แล้วเราก็มีแค่เฟซบุ๊ก เราก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร เรากดแอดเฟซไปเพราะเขาน่ารัก ปรากฎว่าเขากดรับเพื่อนตอนตี 1 ตี 2 พอเขารับแอดผมก็พิมพ์ว่ายังไม่นอนเหรอ แล้วน้องเขาก็คุ้นหน้าเรา แล้วเขาก็ส่งข้อความมาถามว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า เราเห็นเขาตอบกลับว่าใช่ ก็แค่นั้น

เห็นว่าแต๊งค์จีบ ฮาร์ดเซลมาก
พลอยไพลิน : ก็ฮาร์ดเซลเพราะคืนนั้นที่เขาทักมาคือตอนตี 3 คือตอนที่เขาทักมาเป็นช่วงที่กำลังมีดราม่าว่าเขาจะฆ่าตัวตาย และเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งตอนนั้นเราก็เพิ่งโดนเทมาเหมือนกัน ซึ่งก่อนหน้านั้น 2 ปี หนูก็เคยเป็นโรคซึมเศร้างแล้วก็รักษาตัวอยู่ประมาณ 2 ปี เราพึ่งดีขึ้น เราก็คุยกับเขาเรื่องโรคซึมเศร้าไม่เคยคุยเรื่องอื่น ว่าเห็นเขาเป็นมาตลอดทำไมไม่หายสักที หนูก็เป็นเคยเป็น รักษา 2 ปี ก็หายแล้วนะ
แต๊งค์ พงศกร : หลายคนอาจจะมองว่าเป็นอารมณ์คนป่วยมาเจอคนป่วยหรือเปล่า คือมันก็ไม่เสมอไปนะ คือโรคนี้บางคนขาดอย่างหนึ่ง อีกคนขาดอย่างหนึ่งพอมาเจอกันแล้วก็มาเติมเต็มกัน หรือว่าเราอาจจะมีมุมมองชีวิตในอนาคตที่ตรงกันก็ได้ ก็มาช่วยกัน

พอได้คบกันแต่ก็เกือบไปไม่รอด
แต๊งค์ พงศกร : ใช่คืออย่างที่บอกผมมีด้านมืด บางทางกับแฟนเราก็มีเกเรมาก แต่เขาก็ตามจับได้ตลอด
พลอยไพลิน : คือเขาจะมีเรื่องเกเรมากแต่เขาไม่เคยเจ้าชู้ เขาจะมีเรื่องอื่น ซึ่งเราไม่โอเค ซึ่งเราก็บอกเขาว่าถ้าทำอีกเราจะไปนะ เขาก็นึกว่าเราพูดเล่นไม่กล้าไปหรอก จนปลายปีที่แล้ว เราไม่ไหวแล้ว เราคิดว่าถ้าอยู่แบบนี้เราอยู่คนเดียวมันง่ายกว่า เราก็เก็บข้าวของเก็บเสื้อผ้าออกไปเลย แต่ปรากฎว่าลืมพาสปอร์ตกับของบางชิ้น ซึ่งเขาก็ตามไป
แต๊งค์ พงศกร : คือตอนนั้นน้องจะไปแล้ว แต่เขาลืมพาสปอร์ต และเพราะพาสสปอร์ตเล่มนี้แหละทำให้เราคิดได้ว่า คนเราถ้าจะตัดให้ขาดจากชีวิต จะเลิกกันจริงๆ พาสปอร์ตเล่มเดียวลืมบ้านแฟนเขาไม่กลับมาเอาหรอก เขากลับไปทำใหม่ แต่อันนี้เขาโทรมาบอกให้เราเอาไปคืน เราก็มองว่ามันเป็นฟางเส้นสุดท้าย ขาไปเราเอาพาสปอร์ตไปเล่มเดียว ขากลับเราหอบกระเป๋าเขากลับมาด้วย

อยากบอกอะไรกับภรรยา
แต๊งค์ พงศกร : อย่างที่บอกไปว่าตัวผมเองก็รอครอบครัวของตัวเองมานานแล้ว แล้วเขาก็เหมือนเป็นคนที่ฟ้าได้ส่งมา เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เราก็ต้องอยู่กับรับเราได้ พร้อมที่จะไปกับเรา พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา และพลอยเขาก็เสียสละมาเพื่อช่วยเหลือผม ช่วยเหลือครอบครัวผม ในการทำชีวิตเราให้สมบูรณ์ขึ้น
พลอยไพลิน : อย่างที่บอกตอนแรกว่าเขาเป็นคนที่ต้องแก้ไขเยอะมาก เขาเกเรเยอะมาก มันอาจจะต้องใช้เวลา แต่เขาก็พิสูจน์ให้พลอยเห็นว่า เขาไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ทีเดียว แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกันทุกอย่างที่ผิดพลาดมันหายไป จนตอนนี้มันหายไปแทบจะหมดแล้ว และในบางมุมพลอยเองก็มีมุมมืดๆ ของเรา ซึ่งเราก็ต้องการใครสักคนที่เข้าใจ ซึ่งเราก็ขอบคุณเขาที่แม้ว่าบางครั้งเขาจะเข้มแข็งไม่ได้แต่เขาก็พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พักพิงให้เรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมพู่ ก่อนบ่าย, บูม-สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง, แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ac81542063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แต๊งค์&#039;ลูกเลี้ยง&#039;กรณ์ จาติกวณิช&#039;เปิดประมูลภาพวาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า อดีตดาราวัยรุ่นชื่อดัง แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ ลูกเลี้ยงของ นายกรณ์ จาติกวณิช นักการเมืองคนดัง มีฝีมือในการภาพวาดสีน้ำมันเป็นอย่างมาก ล่าสุดเจ้าตัวได้นำหนึ่งในภาพวาดฝีมือของตนเองออกมาประมูลเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ บริจาคให้กับหน่วยงานที่กำลังขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยแต๊งค์ได้โพสต์เรื่องราวนี้ในอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์โรคระบาด covid-19 มีคนไทยจำนวนมากกำลังต้องการความช่วยเหลือ ผมก็อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลืออีกแรง จึงอยากขออนุญาตนำผลงานภาพวาดสีน้ำมันของผม (ขนาด50x40ซม.) มาเปิดประมูล โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย*จะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์เพื่อบริจาคให้กับหน่วยงานที่กำลังขาดแคลนอยู่ตอนนี้นะครับ (*ขออนุญาตหักค่าอุปกรณ์สีน้ำมัน ผ้าใบ และ ค่าส่งไปรษณีย์ 500บาท) ทุกท่านสามารถส่งราคาประมูลได้ที่คอมเม้นด้านล่าง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป โดยเริ่มต้นที่ 500 บาท และจะปิดประมูลในวันที่ 7 เมษายน 2563 นี้ เวลา 1 ทุ่มตรงครับ อยากให้ทุกคนมาร่วมประมูลกันเยอะๆ เพื่อช่วยเพื่อนคนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @thankpm&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, นักการเมือง, ประมูลภาพวาด, ลูกเลี้ยง, แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e88218ed7d88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แต๊งค์&#039;ลูกเลี้ยง&#039;กรณ์ จาติกวณิช&#039;โพสต์ดราม่าขอโทษครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่จู่ๆก็โพสต์ระบายความในใจมากมายถึงแฟนสาวที่เพิ่งเลิกรากันไป โดยอดีตนักแสดงหนุ่ม แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ ลูกเลี้ยงของนักการเมืองชื่อดัง กรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมถึงโรคซึมเศร้ากับการเสียใจในความรักครั้งนี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้ผมกลายเป็นคนป่วยทั้งกายและใจ คนที่หมดหวัง อยากบอกว่ารักพ่อแม่นะครับ แต่คงไม่มีใครเชื่อ ยังไงอยู่ไปก็ไม่มีใครเข้าใจผมอยู่แล้ว จากคนที่มีความหวังเล็กๆอยากมีชีวิตที่ดีสุดท้ายโดนหักหลัง โดนใส่ร้ายโดนโยนความผิดให้ เรื่องที่มันเกิดอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับคนอื่น สำหรับผมมันก็เป็นเรื่องธรรมดาเคยผ่านมาแล้ว แต่ครั้งนี้มันก็มีสิ่งที่มันแตกต่างกันก็คือผมเบื่อหน่ายมากแล้ว และผมก็มองไม่เห็นความสุขเลยตอนนี้ ผมไม่รู้แล้วว่าความสุขที่ผมต้องการคืออะไรความสุขที่ผมเคยมีก็ทิ้งผมไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจนะ ไม่ได้อยากเอาชนะใครด้วย ผมพยายามไปรักษาตัวมานานแล้ว ผมเองที่เป็นคนบอกกับหลายๆคนว่าผมกลัวกลัวตัวเองฆ่าตัวตาย ผมอยากไปหาหมอ ผมปิดตัวเองไม่คบใครมาเป็นปีปี จนกระทั่งยอมเปิดใจให้เขาเข้ามาเขาบอกว่าเขาเข้าใจและรับปากว่าจะช่วย สุดท้ายก็หลอกกัน ผมก็ไม่อยากทำเพื่อประชดเขา แต่ผมแค่เบื่อ เบื่อจริงๆกับการถูกหลอกถูกทิ้ง วันที่จะคบกันผมบอกแล้วว่าผมมีอะไรบ้างที่ไม่โอเค บอกทุกข้อเสีย เตือนแล้วทุกเรื่องเขาก็บอกรับได้ และผมก็ขอว่าหากจะคบกันข้อเดียวที่ห้ามทำคือห้ามทิ้งกันโดยไม่ให้โอกาส ไม่ให้เวลาแก้ไขปรับตัว แล้วมันก็เป็นซะได้ สุดท้ายถึงเวลาอยากจะเลิกอยากจะไปก็ไม่สนใจข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือไม่รักไม่ว่านะแต่ที่ต้องทำข้อตกลงไว้นะเพราะผมรู้ตัวว่าไม่สบาย และที่เตือนแล้วเตือนอีกเพราะผมกลัว กลัวตัวเองจะอยู่ไม่ได้ คือถ้าไม่รักก็ไม่รัก ห้ามไม่ได้ แต่ก็ต้องทำตามข้อตกลงสิ ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกจะปรับให้ทุกอย่างแล้ว ถ้ายังไม่พอใจ ถ้าผมทำไม่ได้อย่างที่พูดก็ค่อยมาตกลงแยกทางกันสิ ไม่ใช่มาตัดกันแบบกระทันหันแล้วหนีไม่ยอมให้ติดต่อแบบนี้ ถ้าผมไม่ป่วยก็คงไม่เป็นแบบนี้ และก็ไม่ใช่ผมไม่รักพ่อแม่ แต่ผมอยู่ไปก็เพิ่มความทุกข์ให้ทุกคนต้องคอยเป็นห่วง ขอโทษที่ทำให้เสียใจ แต่ไม่นานก็ผ่านไป เดี๋ยวก็ลืมได้ ความจริงทุกอย่างก็มีอยู่ในประวัติการสนทนาไม่ใช่จะฟ้องนะ แต่ที่ผ่านมาก็เอาแต่โทษผมฝ่ายเดียวจนผมก็โทษตัวเองไปด้วย พอมาทบทวนก็รู้สึกว่ามันเอาเปรียบทำร้ายกันเกินไป แล้วถ้าพรุ่งนี้ผมพูดไม่ได้แล้ว ผมก็ไม่ยอมให้ใครมาโทษโยนความผิดให้อีก ทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์ผมไม่ได้ล็อค ใครที่พบผมก็ช่วยเก็บไว้คืนให้ครอบครัวผมด้วยครับ ขอความเห็นใจด้วยนะ คนคอมเม้นอย่าด่าอย่าว่าผมอย่าด่าอย่าว่าเขา ผมแค่ขอเป็นอีกตัวอย่างนึงของการถูกละเลยและไม่ให้ความสำคัญกับอาการโรคซึมเศร้า จะได้ไม่มีใครทำล้อเล่นแบบนี้กับคนป่วยอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อเจ้าตัวโพสต์ระบายความรู้สึกดังกล่าวลงไปในอินสตาแกรมก็เกิดดราม่าขึ้นกับฝ่ายหญิง มีชาวเน็ตเข้าไปตำหนิอดีตแฟนสาวของหนุ่มแต๊งค์มากมาย จนแต๊งค์ต้องโพสต์ขอโทษทั้งคุณพ่อคุณแม่ของตนเองและฝ่ายสาว พร้อมบอกว่านี่จะเป็นโพสต์สุดท้ายของเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมอยากจะกราบขอร้องทุกๆคนที่ได้เห็นโพสของผมเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ เป็นห่วงก็ดี ไม่พอใจก็ดี หรือจะรำคาญก็ดี หากมีคำแนะนำสั่งสอน หรือ คำตักเตือนตำหนิใดๆ ผมขอรับไว้เองทั้งหมดได้ไหมครับ ผมขอความเห็นใจ โปรดให้ความเป็นธรรมกับคุณอีฟ และครอบครัว เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของผมกับคุณอีฟสองคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ผมใช้สื่อตรงนี้ เป็นเครื่องมือในการระบายความรู้สึก เจตนาหลักๆคือต้องการสื่อสารไปถึงคุณอีฟ เพราะผมไม่สามารถติดต่อได้ทางอื่น และด้วยความเครียดจากหลายๆอย่าง ผมก็ได้แสดงออกมาในทางที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับอาการป่วย ผมต้องขอบคุณคำให้กำลังใจจากคนจำนวนมากที่มีเมตตากับผม แต่ปัญหาใหม่ในตอนนี้ ก็คือ ผมรู้สึกเป็นกังวลและรู้สึกผิดมากที่ทำให้คุณอีฟต้องได้รับคำตำหนิจากคนจำนวนหนึ่ง หากทุกท่านจะกรุณาเมตตาผม อีกสักครั้ง โปรดเข้าใจผมด้วยว่า ผมยังรักคุณอีฟมาก ผมไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอีฟต้องถูกตำหนิ และไม่อยากเป็นคนทำให้ครอบครัวคุณอีฟต้องไม่สบายใจอีก สิ่งที่ผมได้ระบายออกไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงความรู้สึกข้างเดียว ปัญหาที่มาจากตัวผมที่ไม่ได้ถูกกล่าวออกมาก็มีเช่นกัน และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอีฟเลือกเช่นนี้ ยังไงก็ตามผมก็ขอโทษอีกครั้ง ที่ได้ทำให้เรื่องส่วนตัวเล็กๆเหล่านี้กลายมาเป็นประเด็นสาธารณะ ผมขอนำปัญหานี้กลับไปเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างผมกับคุณอีฟ และจะขอระงับการโพสต์ทุกอย่างจนกว่าจะสามารถปรับตัวกลับเป็นปกติให้ได้เสียก่อน ขอบพระคุณที่เข้าใจครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด &amp;ldquo;อีฟ อัญวีณ์&amp;rdquo; อดีตแฟนสาวของหนุ่มแต๊งค์ ได้เผยถึงประเด็นดังกล่าวผ่านทางชองอมรินทร์ทีวีว่าตนคบกับฝ่ายชายมา 1 ปีกว่า แต่มุมมองความคิดไม่ตรงกัน ทำให้มีปัญหาบ่อย โดยตลอดระยะเวลาที่คบกันฝ่ายชายรักษาอาการโรคซึมเศร้ามาโดยตลอด และเคยพาไปพบแพทย์ซึ่งอาการค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ตนไม่สามารถลงรายละเอียดได้ โดยแต๊งค์ได้หยุดรับการรักษาไปเมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่แล้ว จนฝ่ายชายโพสต์อินสตาแกรม ยอมรับว่าตกใจ แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะขาดการติดต่อกันไปแล้ว ยอมรับว่าเป็นห่วงอดีตแฟนหนุ่ม เพราะครั้งนี้ดูอาการหนักที่สุด แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะฝ่ายชายเคยขู่ฆ่าตัวตาย&amp;nbsp; พร้อมยืนยันไม่มีมือที่สามแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&lt;/p&gt;

korndemocrat


vorakorn1


&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53142</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, พงศกร มหาเปารยะ, แต๊งค์ พงศกร, แต๊งค์-พงศกร มหาเปารยะ, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00c2efdf6e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
