<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอเปก&#039; ร้าว ที่ประชุมไร้แถลงการณ์ร่วม เหตุจีนแตกคอสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอเปกจบไม่สวย บรรดาผู้นำประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกไม่สามารถเชื่อมความแตกแยกระหว่างสองชาติมหาอำนาจสหรัฐกับจีนด้านการค้าได้ ส่งผลให้ที่ประชุมที่ปาปัวนิวกินีปิดฉากลงเมื่อวันอาทิตย์โดยไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเอเปก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำเอเปกถ่ายภาพหมู่ ระหว่างการประชุมที่กรุงพอร์ตมอร์สบีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ว่าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่กรุงพอร์ตมอร์สบีของปาปัวนิวกินีปิดฉากลงแล้วในวันเดียวกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ที่ประชุมแห่งนี้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันคนละขั้วระหว่างสหรัฐและจีน สองประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกเกี่ยวกับกฎระเบียบทางการค้าโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ปีเตอร์ โอนีล ของปากัวนิวกินี แถลงแบบรับสภาพว่า สองยักษ์ใหญ่ในห้องนี้ไม่สามารถตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ยอมรับว่า ความล้มเหลวนี้เกิดจากทัศนะที่แตกต่างกันด้านการค้าที่ทำให้ไม่สามารถหามติเอกฉันท์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย นายกฯ ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์, นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้, รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะถ่ายภาพหมู่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายกล่าวกันว่า สหรัฐกดดันผู้นำประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับประเด็นที่เปรียบได้กับการประณามองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์การนี้แบบยกเข่ง แต่รัฐบาลจีนเห็นว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐนั้นมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงใดๆ อาจทำให้ความได้เปรียบของจีนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ โอนีลก็บ่งชี้เช่นกันว่า เอเปกไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมด้วยเพราะประเด็นเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนด้านการค้าในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มเดิมพันสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ จี 20 ที่อาร์เจนตินา สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นครั้งแรกที่เอเปกไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมวันสุดท้ายได้ แต่นายกฯ โอนีลยืนกรานว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างความอับอายขายหน้าแก่ประเทศที่ยากจนของเขาที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกที่มี 21 ชาติสมาชิกเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 3 คนที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ว่า ช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นนั้น ตำรวจถูกเรียกให้เข้ามาดูแลเมื่อเจ้าหน้าที่ของจีนหลายคนพยายามจะบุกฝ่าเข้าไปภายในห้องทำงานของรัฐมนตรีต่างประเทศปาปัวนิวกินีในช่วงนาทีสุดท้าย เพื่อกดดันการร่างแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้&amp;nbsp; แต่จางเซียวหลง เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวว่าไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ขวา) เดินสนทนากับนายกฯ ดมิตรี เมดเวเดฟ (ซ้าย) ระหว่างทางไปถ่ายภาพหมู่ผู้นำ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดฉากการประชุมนี้แล้ว เมื่อประธานาธิบดีสี และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐที่มาร่วมประชุมแทนทรัมป์ ประคารมกันผ่านการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์กล่าวเตือนประเทศขนาดเล็กว่า อย่าได้ถูกเย้ายวนโดยโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน ที่เป็นช่องทางที่จีนเสนอเงินแก่ประเทศยากจนสำหรับโครงการก่อสร้างพื้นฐานและการพัฒนา เพนซ์กล่าวหาว่า เงินกู้ที่ &amp;quot;คลุมเครือ&amp;quot; ของจีนนั้นมาพร้อมกับเงื่อนไขผูกมัดและการสร้างหนี้สินมโหฬาร ทั้งยังล้อชื่อโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนว่าเป็นโครงการ แถบตีบและเส้นทางวันเวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกล่าวสุนทรพจน์ของสีต่อที่ประชุมผู้นำธุรกิจก่อนหน้าเพนซ์ สียืนกรานว่า โครงการความริเริ่มของจีนนี้ไม่ใช่ &amp;quot;กับดัก&amp;quot; และไม่มี &amp;quot;วาระซ่อนเร้น&amp;quot; ผู้นำจีนยังได้วิจารณ์นโยบายปกป้องทางการค้า&amp;nbsp; &amp;quot;อเมริกามาก่อน&amp;quot; ของสหรัฐด้วย โดยกล่าวว่าเป็นวิธีการปฏิบัติแบบคิดตื้นๆ ที่จุดจบคือความล้มเหลว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปาปัวนิวกินี, สหรัฐ, เอเปก, แตกคอ, แถลงการณ์ร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf16de19cc95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ชิ่งจี 7 ก่อนทิ้งบอมบ์ปฏิเสธรับแถลงการณ์ที่ประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชิ่งหนีการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 ก่อนเวลาเพื่อเดินทางมายังสิงคโปร์ ก่อนจะประกาศไม่รับแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุม ด้วยความไม่พอใจคำแถลงของนายกฯ จัสติน ทรูโด เจ้าภาพจัดการประชุม พร้อมทวีตโจมตีผู้นำแคนาดาอย่างดุเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมด้วยแลร์รี คุดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (กลาง) และจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว (ซ้าย) ออกจากที่ประชุมจี 7 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซวัน ออกเดินทางจากแคนาดาแล้วในช่วงเวลาที่ที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี 7) ออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมที่เมืองควิเบกของแคนาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนาน 2 วัน แต่ไม่กี่นาทีภายหลังคำแถลงที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้นำทั้งหมด ทรัมป์ก็ทวีตข้อความชุดใหญ่เพื่อตอบโต้คำแถลงของนายกรัฐมนตรีทรูโด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความตอบโต้ในทวีตส่วนตัวของทรัมป์ระบุว่า เหตุจากคำแถลงผิดๆ และการแถลงข่าวของทรูโด&amp;nbsp; และข้อเท็จจริงที่ว่าแคนาดาเก็บภาษีศุลกากรจากเกษตรกร แรงงาน และบริษัทสหรัฐอย่างมโหฬาร เขาได้แนะนำให้ผู้แทนของสหรัฐอย่าได้รับรองแถลงการณ์ฉบับนี้ ขณะที่สหรัฐจะเก็บภาษีศุลกากรยานยนต์ที่ท่วมท้นตลาดสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ จัสติน ทรูโด แห่งแคนาดาแสดงกิริยาสุภาพนอบน้อมจริงระหวางการประชุมจี 7 กับเรา&amp;nbsp; แต่แล้วก็แถลงข่าวภายหลังผมเดินทางจากมาว่า เขาจะไม่ยอมโดนข่มเหงรังแก &amp;#39;ไม่สัตย์ซื่อและอ่อนแออย่างมาก&amp;#39; &amp;quot; ผู้นำสหรัฐทวีตโจมตีผู้นำประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นทรูโดแถลงกับผู้สื่อข่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์ที่อ้างความมั่นคงแห่งชาติมาเป็นเหตุผลสนับสนุนการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมนั้น เหมือนเป็นการดูถูกทหารผ่านศึกแคนาดาที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐผู้เป็นพันธมิตร ในหลายสงครามที่ย้อนไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 &amp;quot;คนแคนาดาสุภาพและมีเหตุผล แต่เราจะไม่ยอมถูกข่มเหงรังแก&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ แคนาดา (กลาง) ถ่ายภาพหมู่กับผู้นำชาติต่างๆ แถวหน้าจากซ้าย ได้แก่ประธานาธิบดีเคนยา, รวันดา, เซเนกัล และอาร์เจนตินา ส่วนแถวหลังจากซ้าย นายกฯ นอร์เวย์, บังกลาเทศ, ญี่ปุ่น, จาเมกา และอังกฤษ / Japan Pool via Jiji Press / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ทรูโดกล่าวด้วยว่า เขาได้บอกกับทรัมป์ไปว่าแม้จะน่าเสียใจ แต่แคนาดาจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐอย่างชัดเจนและหนักแน่นในวันที่ 1 กรกฎาคม ด้วยการเก็บภาษีให้เท่าเทียมกับที่สหรัฐดำเนินการกับแคนาดาอย่างไม่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์ทวีตด้วยความโกรธ สำนักงานของทรูโดมีคำแถลงตอบโต้สั้นๆ ว่าแคนาดาให้ความสนใจกับทุกสิ่งที่บรรลุความสำเร็จที่ซัมมิตจี 7 นี่ และนายกฯ ทรูโดไม่ได้พูดสิ่งใดที่เขาไม่เคยพูดมาก่อน&amp;nbsp; ทั้งในที่สาธารณะและในการสนทนาส่วนตัวกับประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ถ้อยคำบริภาษทรูโดและหมายรวมถึงสมาชิกจี 7 ชาติอื่นๆ เป็นเพียงเหตุการณ์ล่าสุดที่ทรัมป์ทะเลาะกับชาติพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐ ทั้งที่เขามีถ้อยคำที่เป็นมิตรกว่านี้กับพวกผู้นำอำนาจนิยมเช่นคิม จองอึน ที่ทรัมป์จะพบปะที่สิงคโปร์ในวันที่ 12 มิถุนายน 2561 หรือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่ทรัมป์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าจี 7 น่าจะดีขึ้นกว่านี้หากดึงรัสเซียกลับเข้ามาร่วมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทวิตเตอร์ของสเตฟเฟน ไซเบิร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนี เผยช่วงขณะที่นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี (กลาง) คุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยมีผู้นำจี 7 ชาติอื่นๆ รายล้อม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2561 / Jesco DENZEL / Bundesregierung / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้อยหลังทวีตของทรัมป์ไม่นาน ส.ว.จอห์น แม็กเคน จากพรรครีพับลิกันซึ่งได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงในวอชิงตัน ทวีตบ้างว่า ถึงพันธมิตรของสหรัฐ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จากทั้งสองพรรคการเมืองยังคงสนับสนุนการค้าเสรี สนับสนุนโลกาภิวัตน์ และสนับสนุนพันธมิตรของเราที่ได้ร่วมแบ่งปันค่านิยมด้วยกันมานาน 70 ปี คนอเมริกันอยู่ข้างเดียวกับพวกท่าน ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีของพวกเขาจะไม่อยู่ด้วยก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีปูติน ซึ่งมาเยือนจีนในวันอาทิตย์และได้พบประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ปฏิเสธเสียงเรียกร้องของจี 7 ที่บอกให้รัสเซียยุติความพยายามบั่นทอนประชาธิปไตยและหนุนหลังรัฐบาลซีเรีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัสติน ทรูโด, จี 7, อังเกลา แมร์เคิล, แคนาดา, แถลงการณ์ร่วม, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d2fd62221c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
