<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบอร์เกอร์คิงขอโทษขายอาหารหมดอายุในจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังสัญชาติอเมริกัน &amp;quot;เบอร์เกอร์คิง&amp;quot; แถลงขอโทษลูกค้าในจีน ภายหลังสื่อของทางการจีนรายงานว่าร้านสาขา 2 แห่งในจีนขายอาหารหมดอายุ เผยแมคโดนัลด์ในจีนก็เคยโดนแฉแบบนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ร้านเบอร์เกอร์คิงสาขาหนึ่งในกรุงปักกิ่งของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า รายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่า ร้านเบอร์เกอร์คิง 2 สาขาในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ใช้ส่วนประกอบที่หมดอายุมาทำเบอร์เกอร์ขายให้ลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวเปิดโปงให้เห็นพนักงานของร้านสาขาหนึ่งฉีกป้ายฉลากระบุวันหมดอายุออกจากแพ็กเกจของขนมปังหมดอายุ แล้วติดฉลากใหม่ตามคำสั่งของผู้จัดการร้าน ส่วนอีกสาขาเปลี่ยนวันหมดอายุของไก่ นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งสองสาขานี้ขายเบอร์เกอร์ที่ใส่ส่วนผสมน้อยกว่าปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบอร์เกอร์คิงออกแถลงการณ์ขอโทษทันทีภายหลังรายการออกอากาศ โดยกล่าวว่าบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ และได้ปิดร้านสาขาทั้ง 2 ร้านแล้วเพื่อสอบสวนและแก้ไขให้ถูกต้อง &amp;quot;การจัดการที่ผิดพลาดของเราทรยศต่อความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อเบอร์เกอร์คิง เราขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อเรื่องนี้&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2555 รายการของซีซีทีวีเคยเปิดโปงแมคโดนัลด์ ร้านฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ มาแล้วเช่นกันว่าขายอาหารหมดอายุและนำเนื้อที่ตกพื้นแล้วมาขายให้ลูกค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอาหารหมดอายุ, เบอร์เกอร์คิง, แถลงขอโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11d5d65737b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอเฉ่งยับ นักการเมืองญี่ปุ่นขอโทษนำหน้ากากอนามัยออกประมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาจังหวัดชิซูโอกะของญี่ปุ่นโดนสังคมวิจารณ์รุนแรงเมื่อยอมรับว่านำหน้ากากอนามัยออกประมูลขายออนไลน์หลายสิบครั้งในช่วงที่ตลาดขาดแคลน โดยทำเงินไปได้ราว 2.7 ล้านบาท เจ้าตัวต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวขอโทษ และจะนำเงินที่ได้มอบให้ท้องถิ่นใช้ต่อสู้โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่ออุ้มลูกโดยสารรถไฟใต้ดินในกรุงโตเกียวเมื่อเช้าวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและสื่อญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 กล่าวว่า พฤติกรรมที่เรียกเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรงครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่ชาวญี่ปุ่นโอดครวญกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าหน้ากากอนามัยมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ และพากันตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีคนบางกลุ่มซื้อหน้ากากอนามัยมากักตุนไว้เพื่อขายต่อทำกำไรในราคาที่แพงขึ้น ถึงแม้ว่านักการเมืองท้องถิ่นรายนี้จะอ้างว่าเขาขายหน้ากากอนามัยในราคาตามท้องตลาดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิโรยูกิ โมโรตะ สมาชิกสภาจังหวัดชิซูโอกะวัย 53 ปีที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง เปิดแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ ยอมรับว่า เขานำหน้ากากอนามัยที่มีอยู่ในคลังสินค้าของบริษัทเขาออกประมูลทางเว็บไซต์ 89 ครั้ง ในช่วงเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยขายได้เงินรวมทั้งสิ้น 8.88 ล้านเยน (ราว 2,729,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน้ากากอนามัยเหล่านี้บริษัทของเขานำเข้าจากจีนจำนวนมากเมื่อ 10 ปีก่อน ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) แต่สินค้าล้นสต็อก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ชิซูโอกะชิมบุงกล่าวว่า โมโรตะนำเข้าหน้ากากอนามัยที่ต้นทุนกล่องละ 30,000 เยน หนึ่งกล่องบรรจุหน้ากาก 2,000 ชิ้น หรือตกราคาชิ้นละ 15 เยน (ไม่ถึง 5 บาท) โดยโมโรตะยอมรับว่า เขาประมูลขายหน้ากากได้ตั้งแต่กล่องละ 34,000 เยน ถึง 170,000 เยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมโรตะอ้างว่า เขานำสินค้าในสต็อกที่เก็บไว้หลายปีออกมาขาย ไม่ใช่การขายต่อเพื่อทำกำไร แต่ในฐานะที่เขาเป็นสมาชิกสภาจังหวัด เขารู้สึกว่าตนเองมีความรับผิดชอบทางจริยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนไม่พอใจ ผมมีความรับผิดชอบทางจริยธรรม และเสียใจที่ผมขาดวิจารณญาณในฐานะสมาชิกสภาจังหวัด&amp;quot; โมโรตะกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมโรตะประกาศด้วยว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารบริษัทนี้และจะให้ภรรยารับหน้าที่บริหารกิจการแทน แต่เขาไม่มีความตั้งใจจะลาออกจากสมาชิกสภาจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองผู้นี้เผยว่า เขากำลังเจรจากับหน่วยงานหลายแห่งของรัฐบาลท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริจาคกำไรที่ได้จากการขายหน้ากากอนามัยให้นำไปใช้ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน เขาอ้างว่า แม้จะนำหน้ากากอนามัยออกประมูล แต่เขาก็บริจาคหน้ากากอนามัยส่วนหนึ่งให้แก่โรงพยาบาล 1 แห่งในเมืองเซนได, วิทยาลัยพยาบาลในเมืองโอซากา และโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดไซตามะ ตามที่ขอมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59259</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมืองญี่ปุ่น, ประมูลขายหน้ากากอนามัย, แถลงขอโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6614c5047d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี แลม&#039; ผู้บริหารฮ่องกงขอโทษอีกรอบ ต้นเหตุเกิดความวุ่นวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงขอโทษต่อชาวฮ่องกงอย่างจริงใจที่สุดที่ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง จากการผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน แต่เธอยังไม่ทำตามเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วงที่ต้องการให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารหญิงซึ่งรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ประกาศสนับสนุนอย่างหนักแน่น เพิ่งออกแถลงการณ์ขอโทษต่อชาวฮ่องกงเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จากกรณีที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางสลายการชุมนุมเมื่อวันพุธที่แล้ว แต่แถลงการณ์ขอโทษของแลมถูกตำหนิว่าไม่มีความจริงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฮ่องกงมากกว่า 1 ล้านคนชุมนุมประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนเพื่อแสดงพลังต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ และในวันพุธที่ 12 มิถุนายน การประท้วงด้านนอกรัฐสภาเพื่อคัดค้านการอภิปรายวาระที่ 2 เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้น กระทั่งวันเสาร์ที่ผ่านมา แลมตัดสินใจเลื่อนกฎหมายฉบับนี้อย่างไม่มีกำหนด แต่ผู้ประท้วงไม่ต้องการแค่นั้น ผู้คนราว 2 ล้านคนหรือเกิน 1 ใน 4 ของประชากรยังออกมาชุมนุมกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ เรียกร้องให้แลมเพิกถอนร่างกฎหมายนี้อย่างถาวร และลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จากซ้าย) นาธาน ลอว์, โจชัว หว่อง และแอกเนส โชว์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย แถลงกับสื่อหลังจากแลมกล่าวขอโทษ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แลมแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายน ประกาศแสดงความรับผิดชอบ ที่ทำให้สังคมฮ่องกงเกิดการโต้เถียง ขัดแย้ง และวิตกกังวล ด้วยเหตุนี้เธอจึงขอโทษด้วยความจริงใจที่สุดต่อประชาชนชาวฮ่องกงทุกคน แต่แลมไม่ได้แสดงท่าทีว่าเธอเตรียมจะลาออกจากตำแหน่ง กลับกัน แลมบอกว่าเธอต้องการทำงานให้หนักเพื่อตอบสนองความปรารถนาของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แลมกล่าวเป็นนัยว่า รัฐบาลคงจะไม่พยายามผลักดันร่างกฎหมายนี้อีกต่อไป ถ้าหากความหวาดกลัวและความวิตกกังวลของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข &amp;quot;หากร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านสภานิติบัญญัติภายในเดือนกรกฎาคมปีหน้า ร่างนี้ก็จะหมดอายุ และรัฐบาลจะยอมรับสภาพความเป็นจริง&amp;quot; แลมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่เสนอร่างแก้ไขกฎหมายผู้ร้ายหนีคดีต่อสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ แลมยืนหยัดท้าทายเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนในฮ่องกง ไม่ว่ากลุ่มธุรกิจ, ทนายความ, ผู้พิพากษาหรือรัฐบาลต่างชาติ ฝ่ายที่คัดค้านกฎหมายนี้หวั่นเกรงว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกส่งตัวให้จีนแผ่นดินใหญ่และตกอยู่ในระบบศาลของจีนที่ควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ การยอมถอยของแลมถือเป็นการกลับลำนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกงนับแต่อังกฤษมอบคืนให้จีนเมื่อปี 2540.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38870</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน, ฮ่องกง, แคร์รี แลม, แถลงขอโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f517a10fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ออสเตรเลีย &#039;ขอโทษอย่างเป็นทางการ&#039; ต่อเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ ต่อเหยื่อที่โดนล่วงละเมิดทางเพศหลายพันคนในประเทศนี้ ยอมรับรัฐบาลล้มเหลวในการหยุดยั้งอาชญากรรมชั่วร้ายที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน (กลาง) แถลงขอโทษต่อเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศทั้งหมดในประเทศนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการต่อเหยื่อที่โดนล่วงละเมิด ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม โดยระบุว่า การล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของชาวออสเตรเลียต่อชาวออสเตรเลียด้วยกัน เป็นศัตรูที่อยู่ท่ามกลางพวกเรา แต่รัฐบาลกลับล้มเหลวที่จะช่วยเหลือเหยื่อเหล่านี้ และทอดทิ้งพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าละอายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนของคณะกรรมการแห่งชาติในเรื่องนี้พบว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในโรงเรียน, โบสถ์,&amp;nbsp; บ้านเด็กกำพร้า, สโมสรกีฬา และสถาบันอื่นทั่วประเทศ โดยเกิดขึ้นมาแล้วหลายสิบปี และมีการปกปิดผู้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวว่า วันนี้เราขอโทษต่อเด็กๆ ที่โดนล่วงละเมิด ต่อพ่อแม่ที่ให้ความไว้วางใจในสถาบันต่างๆ แต่กลับโดนทรยศ เราขอโทษต่อผู้ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ แต่เรากลับไม่รับฟังพวกเขา และขอโทษทั้งต่อคนรุ่นอดีตและปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการแถลงขอโทษของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ส.ส.ได้ยืนสงบนิ่งให้เหยื่อที่โดนล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีเหยื่อล่วงละเมิดหลายร้อยคนเข้ารับฟังการแถลงขอโทษครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกอาคารรัฐสภา บรรดาญาติพี่น้องของเหยื่อที่โดนล่วงละเมิดทางเพศ นำชื่อของลูกชาย, ลูกสาว และพี่น้องที่เสียชีวิตแล้ว มาผูกเอาไว้ ซึ่งมอร์ริสันเผยกับผู้สื่อข่าวหลังได้พูดคุยกับเหยื่อบางคนว่า&amp;nbsp; เขาไม่เคยรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในห้องเดียวมากขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการแห่งชาติออสเตรเลียที่สอบสวนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศใช้เวลา 5 ปีจึงพบว่า เหยื่อที่โดนล่วงละเมิดทางเพศมีมากกว่า 8,000 กรณี ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถาบันศาสนาและสถาบันที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ทั้งนี้บาทหลวงคาทอลิกโดนกล่าวหามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศถึง 7% ในช่วงปี 2493-2553.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20479</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกอต มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย, เหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ, แถลงขอโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdde821613b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
