<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมิว&#039;ประชันหน้าคู่กรณี  ยังไม่ตัดสินใครผิดจนกว่าคดีถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงสาว หมิว-สิริลภัส กองตระการ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ถึงเหตุการณ์ที่ถูกคุกคามจากบุคคลที่เชื่อว่าเป็นตำรวจ ตามเข้าไปในห้องน้ำหญิงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง และพยายามที่จะยกมือถือขึ้นมาถ่ายเธอ และเมื่อถูกจับได้ก็ขับรถตำรวจหนีออกไป ก่อนที่จะเดินทางไปสน.พหลโยธิน เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยกับตำรวจคู่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง หมิว สิริลภัส ได้เปิดเผยว่า &amp;ldquo;หมิวแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊ม มันค่อนข้างดึกก็มีความระมัดระวังตัว แต่พอจอดรถก็มีรถมาจอดอยู่ข้างๆ เลยรู้ว่ามันไม่ค่อยปลอดภัย แต่ด้วยความที่ไม่ไหวอยากเข้าห้องน้ำ จึงหยิบมีดปอกผลไม้ไปด้วย ตอนที่เราเดินไปเข้าห้องน้ำก็มีคนมาเข้าห้องข้าง &amp;nbsp;แต่ไม่ได้ยินเสียงในการที่จะทำธุรส่วนตัวเลย มันผิดวิสัย เลยรอให้เขาทำธุระให้เสร็จ แต่ห้องนั้นเงียบ หมิวก็ไม่กล้าทำอะไรเลย แต่มันมีจังหวะที่เขาชะเง้อมาพอดี หมิวเลยเห็นว่าเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นไปตามคลิปเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขารีบออกจากห้องน้ำ หมิวก็ถือมีดออกไปถามว่าเข้าห้องน้ำหญิงทำไม เจตนาถือมือถือจะถ่ายอะไรหรือเปล่า เขาบอกเขาบริสุทธิ์ใจและเปิดมือถือให้ดู พอเขาปฏิเสธปุ๊บเขาก็รีบขึ้นรถไปเลย และที่ตกใจคือมันเป็นรถตำรวจ เขาตามเรามาทำไม นี่มันคือการคุกคามนะ ไม่ใช่คุกคามธรรมดา แต่คุกคามทางเพศเลยนะคะ เขาพูดแค่ว่าผมไม่มีอะไรครับ ผมบริสุทธิ์ใจ และระยะเวลาที่อยู่ในนั้นประมาณ 3 นาที เขาก็ไม่ได้ทำธุระส่วนตัวอะไรเลย เงียบมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าเกี่ยวกับเรื่องการเมืองไหม หมิวไม่สามารถตอบได้ หมิวไม่อยากตีความไปเป็นแบบไหนเลย เพราะคิดไปแบบไหนสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ ทางต้นสังกัดของตำรวจคนนี้ได้ติดต่อมาหาหมิวเลย และบอกว่าได้ทราบและสอบถามคนก่อเหตุแล้ว เขาก็สืบสวนและดำเนินเรื่องให้เร็วที่สุด ตอนแรกหมิวอยากคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวก่อน อยากทราบถึงเหตุผลหรือความตั้งใจของเขา ถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หมิวก็พร้อมที่จะยกโทษและให้อภัย แต่พอหมิวรู้ว่าเขาบอกหมิวคิดไปเอง หมิวโวยวาย มันเป็นห้องน้ำรวมหรือเปล่า เขาบอกเขาไม่ผิด หมิวเลยอยากให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ดำเนินการเต็มที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อแถลงข่าวจบ ทาง หมิว &amp;nbsp;สิริลภัส ก็ได้เดินทางไปเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยกับตำรวจคู่กรณี พร้อมเผยว่า คู่กรณีบอกว่าตัวเองปวดท้องหนักมากและพักผ่อนน้อยจนเบลอไม่ทันได้ดูห้องน้ำ ไม่มีใครสั่งให้ติดตามมา แต่ตนเองติดโซเชียลมากจึงเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเขาได้ขอโทษแล้ว แต่ตนเองยังไม่รับคำขอโทษ รอดูหลักฐานอื่นประกอบก่อน ตอนนี้ยังไม่ตัดสินว่าใครผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม mew_ladym62&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามทางเพศ, ตำรวจ, หมิว สิริลภัส, แจ้งความ, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605885ae936dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กานต์&#039;ฉะ&#039;เสี่ยโป้&#039;ชุดใหญ่ ทวงเงินออกสื่อ จะลดหนี้ให้เหลือ 30 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่เห็นข่าวคู่อริเก่าอย่างเสี่ยโป้ อานนท์ โดนตำรวจจับ กานต์-วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาชอง เสก โลโซ ก็โพสต์เดือดฉะเสี่ยโป้จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเซียล ล่าสุด กานต์ วิภากร ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับกองทัพสื่อ จัดงานแถลงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมฝากข้อความถึงคู่กรณีถ้ารวยจริงให้เอาเงินมาใช้หนี้ เดี๋ยวลดให้เหลือ 30 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันไม่ได้แค้นอะไรมากแล้วนะ แต่อยากรู้ว่าทำจริงๆ หรือละครลิงกันแน่ สำหรับคดีที่ฟ้องร้องกัน ยังอยู่ในขั้นตอนของการอุทธรณ์ ถ้าจำไม่ผิดนัดอีกทีน่าจะวันที่ 20 เมษายน (หลายคนสงสัยว่าไปเกลียดอะไรเขา ทำไมถึงต้องโพสต์ขนาดนี้) เงินไม่ได้หวังหรอก แต่อยากให้มันได้รับกรรม คือยังไงมันก็ต้องได้รับการประกัน แต่อยากมันอยู่นานกว่านี้หน่อยได้หรือเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่เอาไปโพสต์ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง &amp;nbsp;กานต์เป็นลูกตำรวจ รู้ทุกอย่าง ถึงบอกว่าอยากรู้อะไรที่เป็นความจริง กานต์ไม่เคยพูดโกหก &amp;nbsp;ถามว่าไม่กลัวโดนฟ้องเหรอ ปล่อยเขาฟ้องไป ก็สู้กันไป เพราะว่าจะมาให้กานต์กลัวโดนจับแล้วก็เรื่องเงียบไปทำต่ออีกเหมือนเดิม ไหนๆ มันก็เข้าคุกไปละ ต้องเอาให้มันอยู่นานๆ เพราะว่าไม่ใช่ว่าจับง่ายนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับคนนี้มันเป็นคดีอยู่เยอะ อยู่ที่สน. ทั้งคดีปืน และที่เสี่ยโป้ไลฟ์สด ตำรวจไปจับที่บ้านพี่ก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย นาฬิกาปลอมก็ลืมเอาไปแจ้งความ หมดไปหลายสิบล้าน น่าจะประมาณ 40 ล้านมั้ง แต่คิดว่าคงไม่ได้คืน คือกานต์ไม่เคยคิดไงว่าจะมีคนมาทำอะไรแบบนี้กับกานต์ เพราะกานต์ไม่เคยคิดทำร้ายใครก่อน กานต์เป็นคนซื่อๆ แบบนี้นี่แหละ และกานต์ก็ไม่เคยเจอ แบบนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (40 ล้านเขายืมไปทำอะไร) ไม่รู้มันโกหกทุกอย่าง โกหกหมดทุกเรื่อง &amp;nbsp;พอยืมมาเท่านี้ แล้วเหมือนว่าจะเอาไปลงทุนอะไรของมัน เอาเท่านี้ก่อน จำไม่ได้แล้ว มัน 5 ปีแล้ว ว่าจะให้ดอกเบี้ยวันละกี่แสนอย่างเนี่ย กานต์ยังไลน์คุยกับน้องเสือเลยว่า แม่มีงานทำใหม่ เสือบอกเขาหลอกหรือเปล่า เราก็บอกไม่หรอก แต่กานต์เป็นคนที่ไม่รอบคอบ เป็นคนที่ค่อนข้างประมาท เพราะคิดว่าคงไม่มีใครทำอะไรกานต์ได้หรอก ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะมีคนที่หวังประโยชน์อะไรแบบนี้กับคนที่ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กานต์จะบอกให้นะ ถ้ากานต์จัดการมันได้ กานต์ตายก็ไม่เสียใจ ตายตาหลับสบายใจด้วย บอกเลยนะถ้ารวยจริงเอาเงินมาใช้หนี้ จากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ทางใครทางมัน เดี๋ยวลดให้ด้วยเหลือ 30 ล้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกม wiphakorn15&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, ทวงเงิน, เสก โลโซ, เสี่ยโป้ อานนท์, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d5c1902c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกตัวเงินตัวทองโผล่!ขณะที่บิ๊กตู่แถลงข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์การชุมนุมบริเวณรัฐสภาที่เกิดเหตุปะทะของ 2 กลุ่มผู้ชุมนุมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงต้นๆ นั้นปรากฏว่ามีลูกตัวเงินตัวทอง ซึ่งอยู่บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้าอยู่ก่อนหน้าได้คลานเข้าด้านหลังใกล้จุดที่นายกฯ ยืนให้สัมภาษณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าไปกัน และไล่ให้เข้าไปอยู่ในพุ่มไม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเงินตัวทอง, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4c427c2b41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่คำขอโทษไม่พอ! &#039;รัศมีแข&#039;ตั้งโต๊ะแถลงเอาเรื่อง&#039;ไฮโซแชมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น พร้อมด้วยพี่สาวคนสนิท ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และ เจน ไพศิษฐ์ ทนายความ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงกรณีที่ รัศมีแขถูกไฮโซแชมป์-จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ที่ควงคู่มากับ น้ำหวาน เดอะเฟซฯ หรือ น้ำหวาน-รักษ์ณภัค วงศ์ธนทัศน์ &amp;nbsp;ปาแก้วใส่หน้าจนได้เลือด ที่ผับแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แขไปเที่ยวกับเพื่อนที่พัทยา กลางคืนก็ออกไปเที่ยวปกติ จนไปเจอน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันและเราเคยทำงานด้วยกัน ก็ได้เข้าไปทักทาย พูดคุย และหลังจากพูดคุยกับน้องสักพักก็มีของแข็งกระแทกเข้ามาที่หน้า แล้วเลือดกำเดาก็ไหลออกมา ตอนแรกคิดว่าเป็นขวด เพราะมันเป็นของแข็งมาก แต่จากที่เราได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด มันคือแก้ว &amp;nbsp;แขพยายามจะเดินเข้าไปหาคนที่เขาเอาแก้วมาเขวี้ยงแข พยายามจะเอามือถือถ่ายให้ได้ แต่ก็ถูกห้ามไม่ให้เอามือถือบันทึกภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วแขก็พยายามจะเข้าไปหาตัวเขา แต่ก็ถูกการ์ดห้ามไว้ แขก็เดินออกไปหน้าร้านและบอกเลยว่าแขโดนทำร้ายร่างกายนะ แขขอเคลียร์ ณ ตรงนี้ก่อน เพราะว่าน้องที่ไปด้วยคือแขรู้จัก แขพยายามทำทุกอย่าง คือทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองเย็นลง สามารถให้ตัวเองเดินออกมาจากสถานที่ตรงนั้นและรู้สึกเซฟตัวเองที่สุด แขก็พยายามเคลียร์ไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แขก็ยืนรออยู่หน้าร้าน เขาก็เดินออกมา และเราก็ได้มีการพูดคุยตรงข้างร้านครับ ตอนนั้นก็บอกไปว่าเราโอเค ไม่เป็นไร เขาก็ขอโทษแข แขก็ปกติ ก็กอดน้องน้ำหวาน กอดน้องผู้หญิง พอโอเคกันเสร็จแขก็ขอตัวไปโรงพยาบาล ตอนนั้นได้เคลียร์ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เขาขอโทษก่อน เขาบอกผมขอโทษ แขก็พยายามเคลียร์ตรงนั้นให้เร็วที่สุด เพราะน้องผู้หญิงเราก็รู้จัก และต้องการทำยังไงก็ได้ที่จะเอาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่แขไปโรงพยาบาล เขามีการติดต่อมาครับ แต่เป็นน้องผู้หญิง แล้วแขก็ได้คุยกับน้องผู้หญิง (น้องผู้หญิงจะให้คุยกับคู่กรณี ซึ่งแขปฎิเสธไม่ขอคุยกับคู่กรณี เพราะยังรู้สึกกลัว) พอคุยกันเสร็จก็บอกโอเค จบๆ เดี๋ยวเรานัดไปทานข้าวกันนะ พอไปถึงกรุงเทพเราค่อยว่ากัน พอคุยเสร็จแขก็ขับรถกลับมาถึงกรุงเทพน้องผู้หญิงก็มีการติดต่อโทรมาอีก ก็ยังมีอยู่ในไลน์ ก็ยังคุยกันว่าเดี๋ยวมึงจ่ายค่ารักษานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเกิดเหตุการณ์ แขยังไม่ได้ไปแจ้ง ไม่รู้ว่าจะทำกันยังไง ยอมรับว่ากลัวมาก &amp;nbsp;อีกอย่างหนึ่งคือแขไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นคำว่าแจ้งความสำหรับแขก็รู้แค่ว่ามันต้องไปสถานีตำรวจ แล้วยังไงต่ออันนี้คือแขไม่รู้ เลยได้มีการแค่ลงบันทึกประจำวันเอาไว้เท่านั้น &amp;nbsp;หลังจากกลับมากรุงเทพแล้วก็ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟัง เพื่อที่จะปรึกษาว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นควรจะต้องทำยังไง นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแขก็ติดต่อไปทางร้าน แต่ถ้าหากจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือไปแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากที่ว่ามีการขอโทษกันในวันนั้นแล้ว วันนี้ทำไมแขถึงเปลี่ยน แขก็ขอโยงไปในประเด็นที่ว่า หนึ่งคือแขมีครอบครัว ได้คุยกับสามี คุยกับพี่สาว แล้วสิ่งที่ละเอียดอ่อนที่สุดสำหรับแขก็คือหลานแข &amp;nbsp;เขาโตแล้วอยู่ต่างประเทศเรื่องพวกนี้คือรุนแรงมาก เขามองอยู่ว่าแขจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร &amp;nbsp;สองคือแขมีความรู้สึกว่าคนเรามันมีสิทธิ์ที่จะสามารถใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัยและไม่ควรถูกกระทำอย่างที่แขโดน ซึ่งบ้านเมืองของเรามันมีกฎหมายที่สามารถคุ้มครองสิทธิ์นั้นของเราได้ แขจึงอยากทำให้สิทธิ์ตรงนี้มันถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนี้ขอยกให้เป็นหน้าที่ของทนายล่ะกัน &amp;nbsp;เนื่องจากแขมีปัญหาเรื่องการสื่อสารเรื่องการใช้ภาษาของตัวเอง แขกลัวเข้าใจกฎหมายประเทศไทยคาดเคลื่อน เนื่องจากแขไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แล้วกับคู่กรณีตอนนี้เราพร้อมเจอเขาไหม ใจแขตอนนี้ยังไม่พร้อม ถ้าเป็นไปได้แขยังไม่อยากเจอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นหอม ศกุนตลา, น้ำหวาน เดอะเฟซ, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เอาเรื่อง, แถลงข่าว, ไฮโซแชมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f5895d314463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 33 ราย - ไม่มีผู้เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 33 ราย หายป่วยแล้ว 1,787 ราย&amp;nbsp; ผู้ป่วยสะสม 2,733 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 899 ราย&amp;nbsp; และเสียชีวิตวันนี้ศูนย์ราย&amp;nbsp; ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 47 ราย&amp;nbsp; โดยกลุ่มอายุที่พบสูงสุด 20-29 ปี และช่วงอายุ 30-39 ปี ซึ่ง 2 ช่วงอายุสลับกันขึ้น ขอให้คนในครอบครัวช่วยกันดูแลคนกลุ่มนี้ให้ดี เพราะเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อสูงสุด และเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมยังพบว่ากรุงเทพฯ และนนทบุรี ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพราะสถาบันบำราศนราดูรอยู่ในจ.นนทบุรี ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในจังหวัดมีตัวเลขสูงขึ้น จะว่าเขาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องไม่ว่ากัน เพราะตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติที่เอาไว้สอนใจ เตือนใจว่าเราจะหาทางแก้ไขอย่างไรต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขณะที่จังหวัดไม่พบผู้ป่วยเพิ่มใน 14 วันที่ผ่าน. โดยมีระยองและตากเพิ่มเข้ามาด้วย รวมแล้ว29จังหวัด ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์อัตราการเสียชีวิตของประเทศไทยจำนวน 47 รายตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.-17 เม.ย. อัตราการป่วยและเสียชีวิตอยู่ที่ 1.7% ถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ แสดงถึงศักยภาพทางการแพทย์สาธารณสุขของเรา ทั้งนี้ กลุ่มอายุที่เสียชีวิตมากที่สุด คือ อายุ 50-59 ปี จำนวน 14 รายจากผู้ป่วย 367 รายนับเป็น 29.8 % ถือว่าหนักที่สุด&amp;nbsp; ขณะที่โรคประจำตัวที่พบร่วมในผู้เสียชีวิตนั้น อันดับ 1 คือโรคเหวาน&amp;nbsp; รองลงมา โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ซึ่งคนที่ไม่มีโรคประจำตัวก็เสียชีวิตได้ จึงประมาทไม่ได้ จะบอกว่าแข็งแรงดีก็เสียชีวิตได้ แม้จะอายุน้อย&amp;nbsp;

โฆษก ศบค. กล่าวต่อว่า ในส่วนสถานการณ์ต่างประเทศ ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อ 2,250,751 ราย เสียชีวิต 154,261 ราย โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งอยู่ๆมีผู้ติดเชื้อเพิ่มภายในวันเดียว 1,290 ราย ทั้งที่ประเทศเขากำลังจะเปิดเมือง จึงเป็นเรื่องเตือนใจถึงมาตรการของเราที่จะออกต้องดูสถานการณ์โลก เรื่องนี้ต้องวิเคราะห์ดูสถานการณ์ข่าวสารกันต่อไป อัตราการเสียชีวิตเป็นตัววัดการป้องกันโรคและรักษา เรื่องการเสียชีวิตก็เป็นเรื่องใหญ่ของทุกประเทศในโลกนี้

สำหรับสถิติการรณรงค์ในช่วง 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปีนี้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ยอดบาดเจ็บทางถนนลดลง โดยปีใน 63 ผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 9,764 ราย ลดลงจากปี 61 ที่มี 28,993 ราย และปี 62 ที่มี 30,212 ราย ลดลง 67.68 %&amp;nbsp; ส่วนสถิติผู้เสียชีวิตทางถนน ปี 63 อยู่ที่ 150&amp;nbsp; ราย ลดลงจากปี 61 ที่มีจำนวน 487&amp;nbsp; ราย และปี 62 ที่มีจำนวน 517 ราย&amp;nbsp; ถือว่าลดลงถึง 71% ซึ่งหลายคนบอกว่าอยากให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี แต่คนก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63516</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., แถลงข่าว, โควิด-19, โคโรนา, โรคติดต่อ, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f2024087ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมหนาว!พล.อ.อภิรัชต์ลุยปฏิรูปกองทัพเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2562 - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;กล่าวถึงการดำเนินการหลังแถลงข่าวรายละเอียดเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21 จ.นครรราชสีมาว่า &amp;nbsp;หลังจากได้ชี้แจงไปเมื่อวานนี้แล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมรับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ.2563 จะพยายามเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ โดยได้สั่งการให้ไปหาระบบมา และควบคุมโดยสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ทำงานตามวันเวลาราชการ 08.00 น.-16.30 น. ส่วนนอกเวลาราชการจะเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อบันทึกเป็นข้อมูลไว้ แต่รับรองว่ามีเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์อยู่แน่นอน ยืนยันว่าสิ่งที่กำลังพลทุกนายถูกเอาเปรียบต้องมีการรายงาน ยศ ชื่อ ตำแหน่ง และสังกัด รวมถึงหมายเลขประจำตัว รับรองว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อคืนมีคนส่งข้อความมาถึงผมเรื่องเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ผมจึงได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยเพื่อให้ดำเนินการ ไม่ใช่ดูอย่างเดียว ขั้นต้นผมก็ได้มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย ยืนยันว่าทำจริงจัง ทั้งนี้ขอร้องผู้ที่แจ้งข้อมูลว่าต้องแจ้งข้อความจริงที่เกิดขึ้นกับตนเอง เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่าบุคคลที่แจ้งมีตัวตนจริง &amp;nbsp;ถ้าโกหกต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จ &amp;nbsp;&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นอดีต ผบ.ทบ. ได้ให้ข้อแนะนำหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า นายกฯ &amp;nbsp; บอกว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการปรับแก้ ให้ทันยุค ทันเหตุการณ์ซึ่งต้องยอมรับว่ากองทัพเป็นเป้าหมาย รวมถึงตนเองด้วย เพราะฉะนั้นการที่ผู้บังคับบัญชาต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่บังคับแต่คนอื่น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก็พยายามทำหลายเรื่อง และได้ทำไปหลายเรื่องแล้วแต่ไม่อยากโฆษณา อย่างที่บอกแล้วว่า propaganda ไม่เก่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีการลงนามกับกระทรวงการคลังในเรื่องทรัพย์สินราชพัสดุกับกระทรวงการคลัง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ในส่วนของขั้นตอนจะนำเรื่องที่เป็นสวัสดิการดั้งเดิมของกองทัพบก เช่น สนามกอล์ฟ โรงแรม และสนามมวย ไปหารือกับกระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าจะเริ่มดำเนินการที่ใดบ้าง เพราะต้องเริ่มเป็นเฟส หรือระยะ โดยเฟสที่1 เริ่มต้นที่โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ สนามกอล์ฟ และสนามมวย โดยจะมีการบันทึกเอ็มโอยูกับกระทรวงการคลังเพื่อใช้สวัสดิการเชิงพาณิชย์และเป็นไปตามกฎหมาย หมายความว่าได้รับที่ไหนมาก็ต้องแบ่งให้กระทรวงการคลัง จากนั้นกระทรวงการคลังก็จะพิจารณาสัดส่วนคืนให้เป็นสวัสดิการของกองทัพบก ซึ่งก็จะทำไปเข้ากองทุนสวัสดิการต่อไป การบริหารจัดการทั้งหมดจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการมากกว่าจะใช้ทหาร เพราะมีความเป็นมืออาชีพ เนื่องจากเราไม่ได้เรียนการโรงแรมมา เราไม่ได้เรียนการบริหารจัดการมา แต่เรามีบุคลากรที่ยังทำงานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อะไรที่ไม่ดีก็ยอมรับ แต่อย่ามาตีซ้ำ ตีซ้อน ผมแก้ไข ไม่ใช่ไม่ทำ ไม่ใช่ผมพูดอย่างเดียวแล้วไม่ทำ ไปถามดูได้ในกองทัพบกในสิ่งที่ทำ ผมก็ยอมรับ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ผิดพลาด และที่เกิดขึ้นนอกกองทัพบก ผมพยายามแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด &amp;nbsp;และตนต้องแบกรับผลกระทบจากกำลังพลที่ทั้งไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะวัตถุประสงค์คือกองทัพบกต้องอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า อาจจะเกิดผลกระทบกับกำลังพลที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า เป็นส่วนน้อย เช่นกำลังพลที่ไปช่วยราชการอยู่ที่โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ ก็มีตำแหน่งและเงินเดือนอยู่แล้ว ก็กลับมาทำงานที่เดิม ไม่ใช่ทำงาน 2-3 แห่ง ซึ่งจะทำทุกอย่างให้สะอาดและโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่แก้ตนจะเป็นคนรับผิดชอบและแก้ไขให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดจากเปิดเผยข้อมูลของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตที่เรื่องเงินนอกงบประมาณของกองทัพใช่หรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า จริงๆ เราทำมาก่อนแล้ว แต่บางครั้งเป็นเรื่องภายในของกองทัพบก ที่ผู้บังคับบัญชาหลายคนคุยกันและมีการจัดระเบียบยุทโธปกรณ์ ซึ่งตนพูดได้เต็มปากว่าทำตั้งแต่ตอนเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ขณะที่รับผิดชอบเรื่องสายงานการส่งกำลังบำรุง ตนจัดระเบียบตั้งแต่ตอนนั้น ดังนั้นมาตรการต่างๆ ถือว่าดีแล้ว แต่หากยังหละหลวมอยู่ก็ต้องเพิ่มไป การลงโทษกำลังพลยอมรับว่ากองทัพบก มีกำลังพลเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวก็ต้องเลย์ออฟออกไป มีมากก็ไม่ต้องทำงาน และตนเอาจริงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กใคร ค่ายไหนตนไม่สน อย่ามาอ้าง ทุกวันนี้การมาฝากเป็นโน่นเป็นนี่ ตนให้ 99 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่มีตรงนี้ อาจจะมีจดหมายหลุดมาบ้าง ถือว่ากล้าหาญมากที่ทำ แต่ตนก็พิจารณาถ้าไม่ดี คนเสนอต้องรับผิดชอบ เพราะทุกวันนี้ทหารต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีค่าย ตามที่สื่อเคยเรียก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, คอลเซ็นเตอร์, นครราชสีมา, ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21, เบี้ยเลี้ยง, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e436ffad48a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแดง:ผมเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;กล่าวถึงกระแสภายหลังแถลงข่าวรายละเอียดเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21 จ.นครราชสีมาว่า &amp;nbsp;ถือว่าดี และคิดว่าสื่อมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ข้าราชการทหาร ตำรวจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถือเป็นบทเรียนทั้งประเทศ และเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ในส่วนของกองทัพบกก็แสดงความเสียใจ และความรับผิดชอบไปแล้ว แต่ในสื่อออนไลน์ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ และเราก็ทำใจมานานแล้ว เพราะห้ามไม่ได้ &amp;nbsp;ขอบคุณสื่อทีระมัดระวังเรื่องการตั้งคำถามมากกว่าให้เป็นเรื่องประเด็นทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองภาพรวมผลตอบกลับจากการแถลงข่าวอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่มีอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก ได้รับแต่ข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ในส่วนของภริยาและบุตร ก็ต้องปิดโซเชียลมีเดียไปเลย เป็นผลกระทบจากตน ที่ทำให้บุคคลใกล้ชิดและครอบครัวได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งตนมองว่าวิกฤตินี้ไม่ควรลืมไปง่ายๆ เราควรหันมารักใคร่กลมเกลียวสามัคคีกัน หันหน้าเข้าหากัน มองผลประโยชน์ของประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก อย่างมุ่งแต่ คนนั้นดี คนนั้นเก่ง คนโน่นไม่ดี สิ่งไม่ดีก็ช่วยกันแนะนำแก้ไข ตอนนี้มีกำลังใจดี เมื่อวานได้ผ่อนคลายในสิ่งที่ตนเองรู้สึกตั้งแต่วันเกิดเหตุ และได้แสดงความรับผิดชอบ ตนพูดจากใจ อาจจะมีคนไปตีว่าเป็น emotional บ้าง อะไรบ้างแต่ทุกอย่างมาจากใจ สิ่งที่ตนทำเขียนมาจากใจกว่าจะลงมาเป็นตัวปากกา ขณะที่สื่อเองก็ได้รับบทเรียน โดยเฉพาะดิจิทัลทีวีที่ถูก กสทช.เรียกไปทำความเข้าใจ ว่าในต่างประเทศเขาบริหารจัดการกันอย่างไร หลายสื่อก็ได้ให้ข้อเสนอแนะที่ดี เพราะบางอย่างอาจทำให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบขึ้นมา รวมถึงเอกอัครราชทูตหลายประเทศได้ส่งเอกสารมาถึงตนเอง ว่าประเทศเขาก็เคยเกิดขึ้นและได้แนะนำวิธีการบริหารจัดการในหลายๆ อย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ถูกมองเรื่องแถลงข่าวด้วยน้ำตา พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตนเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะสิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ &amp;nbsp;ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืมยามรักษาการณ์ แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวันใครจะรู้ว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง คนทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันทุกวันใครจะไปรู้ ใครจะไปเฉลียวใจ อย่างไรก็ตาม ฝากขอให้คิดไปดูข้อความที่คนแชร์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องเฉินหลง ที่บรรทัดแรกๆเขียนว่าเฉินหลง 65 ปีได้นอนอย่างสงบที่ฮ่องกง ทำให้เข้าใจว่าเฉินหลงเสียชีวิต แต่พอไล่บรรทัดถัดมาเขาก็เขียนว่า เฉินหลงตื่นเช้ามาก็ตื่นเช้าออกกำลังกายปกติ &amp;nbsp;จึงอยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัด เวลาอ่านอะไรอย่าอ่านแค่ 3-4 บรรทัดแล้วไม่อ่าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56959</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, นครราชสีมา, ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ห้างสรรพสินค้าเทอมินัล 21, แถลงข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e436e04a6c79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
