<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมีดแทงตำรวจฮ่องกงก่อนฆ่าตัวตายวันครบรอบคืนสู่จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีความมั่นคงของฮ่องกงแถลงเมื่อวันศุกร์ ยืนยันเหตุการณ์ตำรวจฮ่องกงโดนแทงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น มีคนก่อเหตุเพียงคนเดียว เป็นชายวัย 50 ปีที่มีหัวรุนแรงทางการเมือง มือมีดใช้มีดเล่มเดียวกันแทงอกตนเองเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจฮ่องกงชูป้ายเตือนห้ามการชุมนุมประท้วงในย่านการค้าของฮ่องกงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 (Photo by Miguel Candela Poblacion/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันเกิดเหตุ 1 กรกฎาคมนั้น ตรงกับวันครบรอบที่อังกฤษคืนฮ่องกงให้อยู่ภายใต้การปกครองของจีน และเป็นวันที่จีนฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมถึงครบ 1 ปีที่กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ถูกบังคับใช้กับฮ่องกง ทางการฮ่องกงวางกำลังตำรวจนับหมื่นนายควบคุมความสงบเรียบร้อยและห้ามปรามการชุมนุมประท้วง มีรายงานว่ามีคนโดนจับกุมอย่างน้อย 21 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวฮ่องกงคนหนึ่งบันทึกภาพไลฟ์สตรีมขณะเกิดเหตุโจมตีตำรวจในย่านคอสเวย์เบย์ที่เป็นย่านช็อปปิ้งของฮ่องกงเมื่อคืนวันพฤหัสบดีไว้ได้ ชายมือมีดใส่เสื้อยืดสีดำ แทงตำรวจนายนี้จากด้านหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริส ถัง รัฐมนตรีความมั่นคงฮ่องกง ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า การสอบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้ายภายในที่คนร้ายลงมือเพียงลำพัง ต่อมาตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ก่อเหตุ และพบว่าคอมพิวเตอร์ของเขามีเนื้อหาที่แสดงว่าเขามีความคิดหัวรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจฮ่องกงไม่ได้เปิดเผยชื่อชายวัย 50 ปีที่ก่อเหตุ แต่บอกว่า หลังจากแทงตำรวจ เขาใช้มีดแทงหน้าอกตัวเอง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตำรวจที่โดนแทงอายุ 28 ปี บาดแผลโดนแทงทะลุปอด เข้ารับการผ่าตัดเมื่อคืนที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108441</URL_LINK>
                <HASHTAG>มือมีดหัวรุนแรง, วันครบรอบคืนสู่จีน, วันฉลอง100ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน, ฮ่องกง, แทงตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df143bc51cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมีดแทงตำรวจดับ 4 กลางกรุงปารีส ก่อนโดนยิงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต 4 นายที่สำนักงานตำรวจใจกลางกรุงปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนที่ตัวเขาจะโดนวิสามัญฆาตกรรม แนวทางการสอบสวนยังเชื่อว่าเป็นปัญหาทะเลาะวิวาท ไม่ใช่ก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรักษาการณ์ใกล้รถสำนักงานตำรวจกรุงปารีส ภายหลังเกิดเหตุตำรวจโดนแทงเสียชีวิต 4 นาย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นสำนักงานตำรวจปารีสภายหลังเกิดเหตุโจมตีเมื่อช่วงกลางวันของวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 ใกล้ที่เกิดเหตุมีตำรวจหลายสิบนายและรถพยาบาลหลายคัน&amp;nbsp; พื้นที่นั้นอยู่ใจกลางกรุงปารีสและอยู่ใกล้กับมหาวิหารนอเทรอดามและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ซึ่งมักคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว มีสถานีรถไฟใต้ดินอย่างน้อย 1 สถานีใกล้อาคารที่เกิดเหตุถูกปิดชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายกล่าวกับเอเอฟพีว่า คนร้ายโดนตำรวจยิงตายที่สนามของอาคาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาทำงานอยู่ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขาทำหน้าที่อะไร พนักงานสอบสวนสงสัยว่า ปัญหาขัดแย้งในที่ทำงานอาจเป็นสาเหตุของการโจมตีสังหารตำรวจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของฝรั่งเศสครั้งนี้ อัยการของปารีสมาสอบสวนที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่มีหน่วยงานด้านต่อต้านการก่อการร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสอบสวนในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสเคยเผชิญการก่อการร้ายนองเลือดหลายครั้งนับแต่ปี 2558 ซึ่งรวมถึงครั้งที่มือปืน 2 คนบุกโจมตีสำนักงานของนิตยสารล้อเลียน ชาร์ลีเอบโด เมื่อเดือนมกราคม 2558 ฆ่าเหยื่อ 12 ราย เพื่อตอบโต้ที่สื่อฉบับนี้ดูหมิ่นศาสดามุฮัมมัด ต่อมาในวันที่ 15 พฤศจิกายนปีเดียวกัน เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งนองเลือดที่สุด กลุ่มอิสลามิสต์กราดยิงและวางระเบิดสังหารเหยื่อ 130 คนในหลายจุด และวันที่ 14 กรกฎาคมปีถัดมา ชาวตูนิเซียขับรถพุ่งใส่ฝูงชนที่รวมงานฉลองวันชาติฝรั่งเศส มีคนเสียชีวิต 86 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงปารีส, ฝรั่งเศส, แทงตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9602f1ede38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
