<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.แทนซาเนียถึงแก่อสัญกรรมลึกลับ ฝ่ายค้านเชื่อสังเวยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แทนซาเนียไว้อาลัยนาน 14 วันต่ออสัญกรรมของประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี ท่ามกลางข่าวลือสะพัดหลังจากเขาไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนานร่วม 3 สัปดาห์ รองประธานาธิบดีประกาศว่าเขาเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ แต่ฝ่ายค้านเชื่อเขาป่วยโรคโควิด-19 และสิ้นลมมา 1 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี ระหว่างเยือนเคนยา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 (Photo by Magdalene Mukami/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองประธานาธิบดีซาเมีย ซูลูฮู ฮัสซัน ซึ่งกำลังจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้ ประกาศข่าวอสัญกรรมของมากูฟูลีก่อนเที่ยงคืนวันพุธที่ 17 มีนาคม โดยระบุว่าเขาเสียชีวิตในวันเดียวกันนี้ เนื่องจากอาการของโรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ขณะรักษาอาการที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองดาร์เอสซาลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลแทนซาเนียสั่งให้ลดธงลงครึ่งเสาทั่วประเทศและไว้อาลัยนาน 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศข่าวอสัญกรรมของผู้นำที่ครองอำนาจมานานกว่า 6 ปีรายนี้มีออกมาหลังจากมากูฟูลีไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนานเกือบ 3 สัปดาห์ และทำให้รัฐบาลถูกกดดันให้ชี้แจงและปฏิเสธข่าวเรื่องเขาล้มป่วย ท่ามกลางความตื่นตระหนกและข่าวลือว่าเขาเดินทางไปรักษาอาการป่วยโควิด-19 ในต่างประเทศ โดยมีคนโดนจับกุมแล้วหลายรายฐานเผยแพร่ข่าวลือทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลหลายประเทศได้แสดงความอาลัยต่ออสัญกรรมของเขา ทั้งเอธิโอเปีย, อังกฤษและสหรัฐ ประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา แห่งเคนยาซึ่งเป็นประธานประชาคมแอฟริกาตะวันออก กล่าวว่า แอฟริกาสูญเสียผู้นำที่มีชื่อเสียง และเขาได้สั่งให้เคนยาร่วมไว้อาลัยนาน 7 วันและให้ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกลดธงครึ่งเสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทุนดู ลิสซู แกนนำฝ่ายค้านแทนซาเนียที่เคยโดนลอบยิง 16 ครั้งเมื่อปี 2560 และขณะนี้ลี้ภัยอยู่เบลเยียม กล่าวถึงการตายของมากูฟูลีว่าเป็น &amp;quot;ความยุติธรรมตามบทกวี&amp;quot; เขายืนกรานว่า แหล่งข่าวหลายคนบอกว่า มากูฟูลีตายเพราะโควิด-19 และไม่ได้เสียชีวิตเมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมาด้วย แต่แหล่งข่าวบอกเขาว่ามากูฟูลีป่วยหนักและเสียชีวิตตั้งแต่วันพุธของสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มากูฟูลีเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศไม่กี่คนในโลกที่เย้ยหยันโรคโควิด-19 ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ที่ต่างก็ล้มป่วยด้วยไวรัสโควิด-19 แล้วทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาสนับสนุนการใช้การแพทย์ทางเลือก และเรียกร้องให้ประชาชนสวดภาวนาแทนการสวมหน้ากากอนามัย โดยเขาอ้างว่าการสวดเอาชนะโรคระบาดได้ รัฐบาลของเขาเลิกเปิดเผยสถิติการติดเชื้อภายในประเทศตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ซึ่งเวลานั้นแทนซาเนียมีผู้ติดเชื้อ 509 คน และเสียชีวิต 16 คน มากูฟูลียังเคยอ้างว่า เขาส่งตัวอย่างที่เป็นผลไม้ เช่น มะละกอ และสัตว์ เช่น แพะและนกกระทา ไปตรวจไวรัสโคโรนา แล้วผลกลับออกมาเป็นบวก ซึ่งพิสูจน์ &amp;quot;การก่อวินาศกรรม&amp;quot; ที่ศูนย์ปฏิบัติการทดลองของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96492</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี, ประธานาธิบดีแทนซาเนียถึงแก่อสัญกรรม, แทนซาเนีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_60531914d8e79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำแทนซาเนียโทษชุดตรวจไวรัสมั่ว ขนาดมะละกอยังติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี ผู้คลางแคลงความร้ายแรงของไวรัสโคโรนา แสดงความไม่เชื่อมั่นกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ อ้างลองเก็บตัวอย่างจากแพะและมะละกอไปตรวจ กลับพบติดเชื้อไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี ของแทนซาเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประเทศแอฟริกาตะวันออกชาตินี้ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในประเทศและไม่ดำเนินการป้องกันอย่างจริงจัง ข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลแถลงคือเมื่อวันพุธที่ 29 เมษายน แทนซาเนียมีผู้ติดเชื้อ 480 คน เสียชีวิต 16 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ประธานาธิบดีมากูฟูลี ซึ่งก่อนหน้านี้ร้องขอให้ประชาชนช่วยกันสวดขับไล่ไวรัสโคโรนา กล่าวปราศรัยเป็นสวาฮิลีถ่ายทอดสดทางสถานีทีบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ว่าคนที่ถูกตรวจพบว่าติดไวรัสอาจไม่ได้ป่วย และชุดตรวจไวรัสอาจ &amp;quot;ผิดพลาดทางเทคนิค&amp;quot; หรือนักเทคนิคที่ทำการตรวจเชื้ออาจทำพลาดหรือเล่นเกมสกปรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มากูฟูลีกล่าวว่า เขาเคยสั่งให้กองกำลังความมั่นคงตรวจสอบคุณภาพของชุดตรวจเชื้อ พวกเขาสุ่มเก็บตัวอย่างจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์มาตรวจ ซึ่งรวมถึงมะละกอ 1 ผล, แพะ 1 ตัว หรือแม้แต่น้ำมันเชื้อเพลิง โดยใส่ชื่อเป็นชื่อมนุษย์และปลอมอายุ ตัวอย่างเหล่านี้ถูกส่งไปให้ห้องแล็บแห่งชาติของแทนซาเนียตรวจหาเชื้อไวรัส โดยช่างเทคนิคไม่รู้ว่าแท้จริงคือตัวอย่างจากอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ตัวอย่างที่เก็บจากมะละกอและแพะถูกระบุว่ามีเชื้อโควิด-19 ซึ่งหมายความว่าบางคนที่ถูกระบุว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ในข้อเท็จจริงอาจไม่ได้ติดเชื้อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีบางสิ่งเกิดขึ้น ผมเคยบอกไว้แล้วว่าเราไม่ควรยอมรับว่า ความช่วยเหลือทุกอย่างนั้นดีต่อประเทศของเรา&amp;quot; มากูฟูลีกล่าว และว่าควรมีการสอบสวนชุดตรวจเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยด้วยว่า รัฐบาลของเขากำลังเจรจากับมาดากัสการ์และจะส่งเครื่องบินไปขอแบ่งยาสมุนไพรรักษาโควิด-19 ที่ประธานาธิบดีมาดากัสการ์อ้างว่าสามารถรักษาผู้ป่วยหายได้ภายใน 10 วัน อย่างไรก็ดี ยาที่เขาอ้างถึงนี้ยังไม่ผ่านการยอมรับทางวิทยาศาสตร์ในระดับสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจไวรัส, ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี, แทนซาเนีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafba63a75af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ แทนซาเนียเหยียบกันตาย 20 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุสลด ชาวแทนซาเนียเหยียบกันตายอย่างน้อย 20 คนระหว่างพิธีทางศาสนาของคริสตจักรอีวานเจลิคัลเมื่อค่ำวันเสาร์ เมื่อฝูงชนเบียดเสียดยื้อแย่งรับน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาจารย์ชื่อดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนอกเครื่องแบบเฝ้าประตูทางเข้าสนามมาเจนโกเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังเกิดเหตุเหยียบกันตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีดังกล่าวจัดภายในสนามกีฬากลางแจ้งแห่งหนึ่งที่เมืองโมชี ในภาคเหนือของแทนซาเนีย เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ตามเวลาท้องถิ่น โดยศาสนาจารย์ผู้ทำพิธีคือโบนิเฟซ วัมโปซา ผู้มีชื่อเสียงในประเทศนั้นที่เรียกสานุศิษย์ได้จำนวนมากจากการอวดอ้างว่าสามารถสร้างความมั่งคั่งและรักษาโรคร้ายได้ด้วย &amp;quot;น้ำมันศักดิ์สิทธิ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิปปี วาริโอบา นายอำเภอเมืองโมชี เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน เป็นเด็ก 5 คน แต่หวั่นเกรงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีคนเจ็บอีกอย่างน้อย 16 คน &amp;quot;เหตุชุลมุนเหยียบกันตายเกิดขึ้นเมื่อศาสนิกชนกรูกันเข้าไปรับน้ำมันศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของผู้เห็นเหตุการณ์ว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดเมื่อวัมโปซา ซึ่งตั้งตนเป็นอัครทูต เทน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ลงพื้น แล้วฝูงชนกรูกันเข้าไปเพื่อสัมผัสน้ำมันที่พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยรักษาโรคร้ายได้ แต่คนหลายสิบคนล้มลงกับพื้นแล้วโดนเหยียบ บางคนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัมโปซาหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที ไซมอน เซอร์โร ผู้บัญชาการตำรวจแทนซาเนีย แถลงทางโทรทัศน์เช้าวันอาทิตย์ เรียกร้องให้เขามอบตัวเพื่อให้ตำรวจสอบปากคำ เพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสียง ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้น ตำรวจกำลังสอบสวนด้วยว่า องค์กรคริสตจักรผู้จัดงานนี้มีมาตรการรับมือฝูงชนจำนวนมากหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี กล่าวผ่านแถลงการณ์ แสดงความเสียใจกับการสูญเสียชีวิตที่เมืองโมชี รวมถึงการเสียชีวิตของประชาชนอีก 20 คน ที่สังเวยอุทกภัยที่เขตลินดีในภาคใต้ของประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ แทนซาเนียมีศาสนาจารย์ผู้เผยแพร่คำสอนเพื่อสร้างความมั่งคั่งผุดขึ้นจำนวนมาก ด้วยการให้สัญญาว่าจะช่วยให้ผู้คนพ้นจากความยากจนและแสดงอภินิหารในการรักษาโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56098</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันศักดิ์สิทธิ์, เมืองโมชี, เหยียบกันตาย, แทนซาเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d5c22c3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถน้ำมันพลิกคว่ำก่อนระเบิด ชาวบ้านแห่เก็บน้ำมันสังเวย 60 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รถบรรทุกน้ำมันประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในแทนซาเนียเมื่อวันเสาร์ ชาวบ้านกรูเข้าไปเก็บน้ำมันที่รั่วไหลแต่รถเกิดระเบิดไฟลุกท่วม คร่าชีวิตชาวบ้านอย่างน้อย 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่จุดเกิดเหตุในภาคตะวันออกของแทนซาเนีย / AFP Map&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โศกนาฏกรรมจากรถบรรทุกน้ำมันระเบิดครั้งล่าสุดของทวีปแอฟริกาครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับเมืองโมโรโกโร ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงดาร์เอสซาลามของแทนซาเนีย เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของสตีเฟน เค็บเว ผู้ว่าราชการจังหวัดโมโรโกโร ว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 60 ศพ ที่ถูกส่งไปยังห้องเก็บศพของโรงพยาบาลท้องถิ่น และยังมีผู้บาดเจ็บรับการรักษาอีกมากกว่า 70 คน แต่เขาเตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอาจเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลบร็อด เอ็มตาฟุงวา ผู้บังคับการตำรวจประจำเขตนั้น เผยว่า หลังจากรถบรรทุกน้ำมันคันนี้พลิกคว่ำก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ ผู้ตายส่วนใหญ่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างและชาวบ้านที่กรูกันเข้าไปในเก็บน้ำมันภายหลังรถประสบอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศในทวีปแอฟริกาเคยเกิดโศกนาฏกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เมื่อเดือนที่แล้วที่ไนจีเรีย ชาวบ้านแห่งเก็บน้ำมันหลังจากรถน้ำมันเกิดอุบัติเหตุ แต่เกิดระเบิด ทำให้มีคนตายอย่างน้อย 45 คน บาดเจ็บมากกว่า 100 คน เดือนพฤษภาคมเกิดเหตุคล้ายกันที่ไนเจอร์ มีคนตายเกือบ 80 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หายนภัยจากรถน้ำมันระเบิดที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดเกิดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 มีคนตาย 292 คน และเดือนกันยายน 2558 ที่เซาท์ซูดานมีคนตายอย่างน้อย 203 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43155</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถน้ำมันระเบิด, รถบรรทุกน้ำมัน, แทนซาเนีย, โมโรโกโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190810/image_big_5d4eacb0d302d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทนซาเนียจับพ่อขายลูกสาว 6 ขวบให้คนฆ่าทำของขลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายชาวแทนซาเนียโดนตำรวจจับฐานขายลูกสาววัย 6 ขวบ เพื่อให้คนนำไปฆ่าตัดอวัยวะใช้ประกอบพิธีไสยศาสตร์ทำเครื่องรางของขลังเพื่อให้ร่ำรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมืองดาร์เอสซาลามของแทนซาเนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแทนซาเนียแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมว่า โรส จาเพต ลูกสาววัย 6 ขวบของชายชาวแทนซาเนียผู้นี้โดนฆ่าตายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยพบศพของเด็กคนนี้ที่เมืองมเบยา ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคที่เกิดเหตุเด็กถูกฆ่าในพิธีไสยศาสตร์หลายครั้ง ศพของเด็กหญิงคนนี้อยู่ในสภาพโดนตัดศีรษะ นอกจากนี้เท้าข้างขวาถูกตัดออกไปด้วย ซึ่งไปพบซากเท้าฝังไว้อยู่ใกล้กับศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแทนซาเนียเผยว่า เหตุจูงใจของคดีฆาตกรรมรายนี้เป็นเรื่องของเงิน พ่อของเด็กนำลูกสาวมาขายให้พ่อค้ารายหนึ่งเป็นเงิน 1 ล้านชิลลิงแทนซาเนีย หรือราว 68,620 บาท เพื่อนำเธอไปฆ่าและตัดเท้าขวา พ่อค้ารายนี้ซึ่งโดนตำรวจจับกุมแล้วเช่นกัน จะนำเท้าขวาของเด็กหญิงคนนี้ไปให้กับหมอผี เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมเสกเครื่องรางของขลังเพื่อความร่ำรวย พ่อค้ารายนี้รับสารภาพเรื่องนี้กับตำรวจและเจ้าหน้าที่กำลังตามจับหมอผี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมเบยาอยู่ใกล้กับภูมิภาคจอมเบของแทนซาเนีย ซึ่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดคดีเด็กอย่างน้อย 10 คน อายุระหว่าง 2-10 ขวบ โดนฆ่าในพิธีทางไสยศาสตร์ โดยสหประชาชาติออกมาประณามการสังหารเด็กที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำเด็กมาสังหารในพิธีไสยศาสตร์เป็นคดีที่เกิดขึ้นบ่อยในแทนซาเนีย บ่อยครั้งที่เด็กเผือกมักจะถูกลักพาตัวไปสังหาร จากนั้นหั่นอวัยวะเพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลังและยาเสน่ห์ ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้พวกเขาร่ำรวยหรือโชคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35652</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับพ่อขายลูก, ทำของขลัง, แทนซาเนีย, ไสยศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd81d84056bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือเฟอร์รีล่มกลางทะเลสาบในแทนซาเนีย ดับอย่างน้อย 126 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือเฟอร์รีอับปางกลางทะเลสาบวิกตอเรียในเขตแดนของประเทศแทนซาเนียเมื่อวันพฤหัสบดี พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 126 ราย คาดสาเหตุจากบรรทุกน้ำหนักเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก Twitter / Stephen Msengi&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการแทนซาเนียรายงานว่าเรือเฟอร์รีชื่อเอ็มวี เอ็นเยเรียร์ ที่ออกจากเกาะบูโกโรราอับปางก่อนถึงท่าเรือเกาะอูคาราราว 50 เมตร เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น คาดมีผู้โดยสารบนเรือถึง 200 คน เกิน 2 เท่าของจำนวนผู้โดยสารที่บรรทุกได้ นอกจากนี้เรือยังบรรทุกข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากที่ชาวบ้านซื้อมาจากเกาะบูโกโรรา เนื่องจากวันนั้นเป็นวันที่มีตลาดนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีวิทยุทางการแทนซาเนียทีบีซีไทฟารายงานเมื่อวันศุกร์ถึงยอดผู้เสียชีวิตจากเรือเฟอร์รีล่มว่า จากการเปิดเผยของไซมอน ซีร์โร ผู้บัญชาการตำรวจแทนซาเนีย พบศพแล้วมากกว่า 100 ราย ส่วนผู้รอดชีวิตอยู่ที่ 40 คน จากการค้นหาผู้รอดชีวิตของนักดำน้ำตำรวจและทหารเมื่อเช้าวันศุกร์ยังไม่พบผู้รอดชีวิตเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาไอแซค คัมเวเล รัฐมนตรีคมนาคม แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 126 แล้ว นับถึงช่วงเที่ยงวันของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี ของแทนซาเนียแถลงผ่านทางโฆษก แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่ออุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้ ด้านจอห์น เอ็มยีกา รองเลขาธิการพรรคชาเดมาพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศระบุว่าทางพรรคแสดงความกังวลเรื่องสภาพที่ย่ำแย่ของเรือเฟอร์รีที่ใช้อยู่มานานแล้วแต่รัฐบาลทำเป็นหูหนวก และวิจารณ์เรื่องที่เรือบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบถึงความล่าช้าและไม่พยายามช่วยผู้โดยสารที่เรืออับปางอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทะเลสาบวิกตอเรียมีพื้นที่ถึง 70,000 ตารางกิโลเมตรเป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา มีเขตติดต่อ 3 ประเทศ ได้แก่ แทนซาเนีย, ยูกันดาและเคนยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลสาบวิกตอเรีย, เรือเฟอร์รีล่ม, แทนซาเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba50517f1fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
