<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะสหรัฐแส่กิจการภายในให้ชาวฮ่องกงหลบภัยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนตอบโต้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ประกาศโอบอุ้มชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐได้ &amp;quot;หลบภัย&amp;quot; ชั่วคราว หากหวั่นเกรงว่าการกลับดินแดนฮ่องกงของจีนจะไม่ได้รับความปลอดภัยจากการโดนปราบปรามทางการเมือง ระบุสหรัฐบิดเบือนข้อเท็จจริงและแส่กิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติจีนภายในสถานกงสุลจีนประจำเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ของสหรัฐ (Photo by Go Nakamura/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกคำสั่งต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ให้ขยายโครงการ &amp;quot;ยับยั้งการบังคับออกนอกประเทศ&amp;quot; (ดีอีดี) กับชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐขณะนี้โดยอ้างอิงเหตุผลด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งจะอนุญาตให้ชาวฮ่องกงสามารถอยู่ต่อไปได้อีก 18 เดือน แม้วีซาจะหมดอายุ และสามารถทำงานในสหรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอีดีแตกต่างจาก &amp;quot;สถานะที่ได้รับคุ้มครองชั่วคราว&amp;quot; (ทีพีเอส) ที่เป็นระดับของผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีความเป็นทางการมากกว่า ซึ่งจะออกให้กับชาวต่างชาติที่ติดอยู่ในสหรัฐเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศบ้านเกิดเมืองนอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน โดยหลิว เผิงอวี้ โฆษกสถานทูต กล่าวว่า การบรรยายลักษณะสถานการณ์ในฮ่องกงของสหรัฐนั้นสับสนปนเประหว่างดำกับขาว และว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาตินั้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปกป้องเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการดังกล่าวเพิกเฉยและบิดเบือนข้อเท็จจริง และแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง&amp;quot; โฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศของจีนในฮ่องกงแถลงเมื่อวันศุกร์ กล่าวถึงข้อเสนอให้ที่หลบภัยของไบเดนว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ใส่ความฮ่องกง, ป้ายสีจีน และกระทำการเพื่อทำลายความเจริญและเสถียรภาพของฮ่องกง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน, โจ ไบเดน, ให้ที่หลบภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d3600393cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แส่เรื่องภายใน สิงคโปร์เตือนสถานทูตสหรัฐจัดสัมมนาLGBT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสิงคโปร์เตือนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาแทรกแซงกิจการภายในของสิงคโปร์ ภายหลังสถานทูตร่วมจัดการสัมมนาออนไลน์กับกลุ่มสิทธิเพศทางเลือก LGBT พร้อมกับย้ำให้ตระหนักว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ลูกโป่งติดสติ๊กเกอร์ &amp;quot;ทำให้การสมรสของเกย์ถูกกฎหมาย&amp;quot; ในกิจกรรมชุมนุมพิงค์ดอตสิงคโปร์ เมื่อปี 2558 (Photo by Lionel Ng/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสัมมนาทางออนไลน์ &amp;quot;กรณีทางเศรษฐกิจสำหรับความเสมอภาคของ LGBT&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ เป็นกิจกรรมเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ โดยมีเจ้าภาพร่วมคือสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ และ Oogachaga กลุ่มสิทธิชาวเพศทางเลือกของสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธกล่าวว่า ทางการสิงคโปร์ ซึ่งมักโดนวิจารณ์บ่อยครั้งเรื่องสิทธิของชาวเกย์ โดยเฉพาะกฎหมายยุคอาณานิคมที่ห้ามเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย มีความอ่อนไหวกับการแทรกแซงของต่างชาติในประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า กระทรวงรับทราบ &amp;quot;ด้วยความเสียใจ&amp;quot; ว่าสถานทูตร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาดังกล่าวด้วย กระทรวง &amp;quot;ขอเตือนสถานทูตสหรัฐว่า คณะผู้แทนต่างชาติที่นี่ต้องไม่แทรกแซงกิจการในประเด็นทางการเมืองและสังคมภายในประเทศของเรา รวมถึงประเด็นเช่นรสนิยมทางเพศควรได้รับการจัดการอย่างไรในนโยบายสาธารณะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นเหล่านี้เป็นทางเลือกสำหรับชาวสิงคโปร์เท่านั้นที่จะอภิปรายและตัดสินใจ&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่ากฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันจะไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างแข็งขันนัก แต่ทางการสิงคโปร์ยืนยันว่าชาวสิงคโปร์ยังมีจิตใจอนุรักษ์นิยมและไม่สนับสนุนการยกเลิกกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวเคยพยายามฟ้องศาลให้ล้มเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าว แต่การท้าทายนี้ถูกปฏิเสธทั้งสองครั้งสองครา เมื่อปี 2557 และปีที่แล้ว กระนั้น ประชาชนในสิงคโปร์สนับสนุนสิทธิชาวเกย์กันมากขึ้นแล้วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เห็นได้จากการชุมนุมพิงค์ดอตเพื่อสิทธิเกย์ประจำปีมีผู้เข้าร่วมหลายพันคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103486</URL_LINK>
                <HASHTAG>LGBT, จัดสัมมนาออนไลน์, รักร่วมเพศ, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสิงคโปร์, สิงคโปร์, สิทธิเกย์, เตือนสถานทูตสหรัฐ, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a5077500b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;โต้อุปทูตสหรัฐแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เผยแพร่ &amp;nbsp; จดหมายเปิดผนึกถึงอุปทูตไมเคิล​ ฮีท &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การที่อุปทูตสหรัฐให้มารดาของแกนนำสามนิ้วเข้าพบและยื่นหนังสือ​ แม้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจะออกแถลงการณ์ชี้แจง​ &amp;nbsp;ในทำนองว่า​ เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์และทำความเข้าใจ​ แต่นี่เป็นคำ แก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตีเจตนารมณ์เป็นอย่างอื่นไม่ได้​ นี่คือ​ การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย​ ระดับอุปทูตไม่จำเป็นต้องให้น้ำหนักขนาดให้เข้าพบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในทางตรงกันข้าม​ เวลาที่มีคนอื่นไปยื่นหนังสือประท้วงที่สถานทูต​ ทำไม​ ส่งแค่ระดับ​ Attache รับหนังสือ​ที่หน้า​สถานทูต​ &amp;nbsp;ทำไมไม่ให้เข้าพบเอกอัครราชทูตหรืออุปทูตอย่างที่ให้กับกลุ่มนี้ นี่มันเป็นการแสดงท่าที​ Protocal​ &amp;nbsp;ที่ชัดเจนว่า​ อเมริกันกำลังจะเลือกข้างหรือไม่​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อยากเตือนอเมริกันว่า​ ผลประโยชน์ร่วมกัน​ ความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีต่อกัน​ ความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกันกับไทยที่มีอยู่อย่างมหาศาล​ &amp;nbsp;อาจได้รับผลกระทบ​ ในทางที่อเมริกันจะต้องผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างนี้เรียกว่า​ แทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นันทิวัฒน์​ สามารถ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96610</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, อุปทูตสหรัฐ, แกนนำม็อบ3นิ้ว, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5154ed3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเตือนสหรัฐอย่าแส่กิจการฮ่องกง ดักคอก่อนประชุมอะแลสกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประณามการดำเนินการของจีนที่เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของฮ่องกง รับการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสองฝ่ายที่อะแลสกาสัปดาห์หน้าคงคุยกันอย่าง &amp;quot;ลำบาก&amp;quot; โดยสหรัฐจะยกประเด็นล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมในซินเจียงขึ้นหารือด้วย ด้านโฆษกจีนเตือนหยุดแทรกแซงกิจการภายในของจีน อันรวมถึงฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวกล่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ จะไม่รีรอที่จะพูดคุยกับผู้แทนทางการทูตของจีนในการประชุมที่อะแลสกาวันที่ 18-19 มีนาคมนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไต้หวัน หรือความพยายามดึงประชาธิปไตยในฮ่องกงถอยหลัง หรือเรื่องความกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกหญิงผู้นี้กล่าวอีกว่า ประเด็นการล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมอุยกูร์ก็เป็นอีกเรื่องนี้ที่จะเป็นหัวข้อของการหารือกับจีนโดยตรงในสัปดาห์หน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่ปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องสหรัฐหยุดแทรกแซงกิจการภายในของจีน ซึ่งหมายรวมถึงฮ่องกงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถมุ่งความสนใจด้านความร่วมมือและจัดการข้อโต้แย้งระหว่างกัน&amp;quot; เขากล่าว และว่า ทั้งสองประเทศควรเข้าใจเจตนาด้านนโยบายของอีกฝ่ายอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐที่ว่าจีนล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมชาติพันธุ์อื่นๆ ในเขตซินเจียง และกล่าวถึงการวิจารณ์พฤติการณ์ของจีนต่อฮ่องกงและไต้หวันว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของฮ่องกงว่าเป็น &amp;quot;การโจมตีโดยตรงต่ออำนาจปกครองตนเอง, เสรีภาพ และกระบวนการประชาธิปไตยของฮ่องกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคาดคะเนได้ว่าจะมีการสนทนาที่ยากลำบาก&amp;quot; เขากล่าวถึงการพบปะระหว่างบลิงเคนและซัลลิแวน กับหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และหยาง เจียฉือ ผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่จะเป็นการพบปะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นครั้งแรกในรัฐบาลของไบเดน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95864</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประชุมอะแลสกา, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b4463d22b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหประชาชาติอย่าจุ้น! &#039;ซูเปอร์โพล&#039; ชี้คนไทย 92% มั่นใจแก้ปัญหาขัดแย้งกันเองได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สหประชาชาติ อย่าจุ้น ยุ่งไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,328 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 21 - 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความมั่นใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติของไทยแก้ไขกันเองได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.2 มั่นใจว่าแก้ไขกันเองได้ ในขณะที่ร้อยละ 7.8 ไม่มั่นใจ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 เห็นด้วยว่า สหประชาชาติ ควรปล่อยให้ประเทศไทยจัดการความขัดแย้งภายในประเทศเองได้ เช่น เรื่อง การใช้กฎหมายมาตรา 112 สหประชาชาติ ไม่ควรมายุ่ง ควรไปดูแลประเทศอื่นที่ขัดแย้งรุนแรงกว่าจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 7.6 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.4 เห็นด้วยว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ควรวางตัวเป็นกลางในเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ถ้าจะยุ่งให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 5.6 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 เห็นด้วยว่า ประเทศจีนแสดงบทบาทที่ดีไม่เข้าแทรกแซง ความขัดแย้งภายในประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 7.0 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.3 ระบุมีความจำเป็นรักษาความสัมพันธ์ มหามิตรประเทศ กับสหรัฐอเมริกาและจีน ในขณะที่ร้อยละ 5.7 ระบุไม่มีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 เห็นด้วยว่า สหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา และจีน ช่วยจัดหาวัคซีนโควิดและช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้คนไทยจะดีกว่า มายุ่งเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 4.9 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า คนไทยทุกคนลองคิดดูว่า ทำไมต่างชาติจึงเข้ามาแสดงบทบาทต่างๆ บนเวทีในประเทศไทยที่มันต้องมีอะไรดึงดูดให้ต่างชาติเหล่านั้นเข้ามาปฏิบัติการต่างๆในประเทศไทย ประเทศไทยมีผลประโยชน์ชาติที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ในหลายด้านและคนไทยต้องรู้จักประเทศไทยของตนเองว่ามีทรัพยากรธรรมชาติที่ดีที่สุดอยู่ในพิกัดไหน มีตำแหน่งภูมิศาสตร์ตำแหน่งไหนที่ดีที่สุดในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติรู้เหมือนกับว่า พวกเขามีภาพเอกซเรย์ประเทศไทยไปแต่คนไทยไม่รู้ตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญที่คนไทยต้องช่วยกันรักษาปกป้องไว้จึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ชาติที่ต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเรื่องสังคมวัฒนธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เสาหลักของชาติล้มและประเทศชาติ ราษฎรล่มสลาย ดังนั้น ในสถานการณ์วิกฤตโควิดรอบใหม่นี้ คนไทยทุกคนต้องเรียกร้องให้ต่างชาติมายุ่งในเรื่องที่คนไทยต้องการคือ วัคซีนและแก้เศรษฐกิจ ไม่ใช่มาจุ้นเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติที่คนไทยแก้กันเองได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, มาตรา112, ยูเอ็น, สหประชาชาติ, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201226/image_big_5fe6af30bc84d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; ปูดกลางสภาฯ ส.ว.สหรัฐหนุนม็อบ 3 นิ้ว ล็อบบี้ฝุ่นตลบ-แลกผลประโยชน์กดดันไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - เวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม&amp;nbsp; เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เรื่อง 9 ส.ว.สหรัฐอเมริกา มีข้อมติเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยถึงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และกรณีที่สหภาพยุโรป(อียู)ผ่านกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.เพื่อเอาผิดกับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ตอบกระทู้สดชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี ว่า กรณีข้อมติเรียกร้องของส.ว.สหรัฐฯไม่ใช่ประเด็นที่ได้รับความสนใจในสหรัฐฯ และร่างมติดังกล่าวไม่มีผลบังคับใดๆต่อประเทศไทย เป็นเพียงแค่การแสดงท่าทีเท่านั้น และร่างมติดังกล่าวจะตกไปในชั้นวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 18 ธ.ค. เพราะไม่สามารถนำเรื่องเข้าไปหารือในวุฒิสภาสหรัฐได้ทัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงส่งให้ส.ว.สหรัฐฯทราบแล้ว&amp;nbsp; เพื่อให้เข้าใจข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในสถานการณ์ชุมนุมประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มาที่ไปของร่างมติดังกล่าว มีสมมติฐาน 2 ประการ คือ 1.มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของผู้ที่สนใจ ไม่ว่ามาจากองค์การภายในของสภาฯ หรือภายนอก&amp;nbsp; 2.จากการล็อบบี้จากภายนอกที่ตรวจสอบพบหลักฐานจำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนข้อกังวลจะเป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยนั้น ไม่คิดว่าเป็นการแทรกแซงกิจการในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับเชิญไปรับประทานอาหารที่บ้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ที่แสดงความชื่นชมสถานการณ์ชุมนุมในไทยเป็นไปด้วยความสงบ รัฐบาลอดกลั้นรับมือกับผู้ชุมนุม ถือเป็นเรื่องปกติที่กระบวนการประชาธิปไตยจะเจอความท้าทาย&amp;nbsp; เชื่อว่าประเทศไทยจะหาทางแก้สถานการณ์การเมืองได้ในที่สุด คำตอบเหล่านี้ยืนยันต่อข้อกังวลเรื่องการแทรกแซงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวต่อว่า จากการติดตามข้อมติเรียกร้องของส.ว.สหรัฐฯ เราได้กลิ่นไออย่างมากเรื่องการล็อบบี้ ยืนยันกระทรวงต่างประเทศไม่เคยมองข้ามปัญหาข้อเรียกร้องใดๆ แต่เมื่อเจอปัญหาแล้ว เราไม่โวยวาย เป็นมวยวัดออกสื่อ แต่จะหาข้อมูลก่อน เพื่อตอบโต้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp; ส่วนกรณีสหภาพยุโรป(อียู)ออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีผลวันที่ 10 ธ.ค.นั้น ยังไม่เคยได้ยิน&amp;nbsp; อาจจะตกข่าว จึงขอไปหาข้อมูลก่อน&amp;nbsp;ไม่รีแอคกับข่าวทันทีทันใด&lt;/p&gt;


	&amp;#39;มายด์&amp;#39; พร้อม 4 แกนนำม็อบเข้ามอบตัว
	แดงรอเก้อ! &amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39; ยืนยันยังไม่ปล่อย &amp;#39;ณัฐวุฒิ&amp;#39; พ้นคุก
	ขอของขวัญปีใหม่ &amp;#39;สุชาติ&amp;#39; อยากโดน ม.112-ปลดออกพ้นศิลปินแห่งชาติ
	ลุย! &amp;#39;โตโต้&amp;#39; นำกองกำลังวีโว่บุก สน.ยานนาวา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อัษฎางค์&amp;#39; เหน็บพระเซเลบ
	แฉ &amp;#39;พระลี้ภัย&amp;#39; ถูกไล่พ้นวัดเหตุชอบชุมนุมการเมือง
	บอกแล้วบ่ฟัง!&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;แนะแกนนำ3นิ้ว
	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; จิกพี่ศรีว่างแล้วไปตรวจสอบต้นไม้กทม.&amp;nbsp;
	&amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39; แถลงผูกมัดตัวเอง
	อดีตนักโทษ ม.112 ไม่ยี่หระโดนหมายเรียก
	จวก ส.ส.บางพรรคดิสเครดิต &amp;#39;คนละครึ่ง&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, ส.ว.สหรัฐ, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee07884c6ddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเตือนชาติตะวันตกหยุดก้าวก่ายกิจภายใน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนแถลงตอบโต้การดำเนินการของสหรัฐกับ 3 ชาติพันธมิตรที่วิจารณ์ร่างกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุสหรัฐลักพาตัวคณะมนตรีฯ เพื่อจุดประสงค์ของสหรัฐเอง พร้อมเตือนชาติตะวันตกอย่าก้าวก่ายกิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสารยืนรอบนชานชาลาสถานีรถไฟด้านหน้าธงชาติจีน (ขวา) และธงฮ่องกง ที่ประดับเหนือสถานีดับเพลิงในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และออสเตรเลีย มีแถลงการณ์ร่วมกันวิจารณ์แผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีน ซึ่งจะลงโทษการแยกดินแดน, การบ่อนทำลายอำนาจรัฐ, การก่อการร้าย และการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงจะอนุญาตให้สำนักงานด้านความมั่นคงของจีนดำเนินการได้อย่างเปิดเผยในฮ่องกง สภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) เพิ่งลงมติอนุมัติแผนการออกกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวทางการทูตหลายรายเผยกับเอเอฟพีว่า หลังจากจีนขัดขวางความพยายามของสหรัฐที่จะผลักดันวาระเกี่ยวกับฮ่องกงเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงในสัปดาห์นี้ได้ในตอนแรก แต่สุดท้ายสหรัฐและอังกฤษก็สามารถนำประเด็นนี้เข้าหารืออย่างไม่เป็นทางการในที่ประชุมได้สำเร็จเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ทั้งสี่ประเทศกล่าวว่า การร่างกฎหมายความมั่นคงของจีนขัดแย้งโดยตรงกับพันธสัญญาระหว่างประเทศของจีนที่ให้คำรับประกันเสรีภาพในฮ่องกง &amp;quot;กฎหมายที่เสนอนี้จะบั่นทอนเค้าโครงหนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; คำแถลงกล่าวถึงสถานะพิเศษของฮ่องกงตามข้อตกลงที่จีนรับม็อบฮ่องกงคืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า จีนได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อ 4 ประเทศนี้แล้ว โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า จีนเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเหล่านี้เคารพอำนาจอธิปไตยของจีน และหยุดการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกงและจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังตำหนิการดำเนินการของสหรัฐด้วยว่า &amp;quot;ไม่มีเหตุผลอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนจะไม่ยอมให้สหรัฐลักพาตัวคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อจุดประสงค์ของสหรัฐเอง &amp;quot;เราเรียกร้องสหรัฐยุติการชักใยทางการเมืองอย่างไร้เหตุผลนี้ทันที&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า อังกฤษอาจขยายกฎเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหนังสือเดินทางอังกฤษนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถานะที่อังกฤษมอบให้ชาวฮ่องกงในช่วงส่งมอบเกาะ หากจีนยังเดินหน้าออกกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าวเตือนถึงอังกฤษเช่นกันว่า จีนของสงวนสิทธิที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หลี่ จ้านซู ประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซีซึ่งจะทำหน้าที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวไว้ว่า การดำเนินการของจีนสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนชาวจีนทุกคน ซึ่งรวมถึงชาวฮ่องกงรักชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาจีนเสร็จสิ้นในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกง ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐถอนสิทธิพิเศษทางการค้าและเศรษฐกิจของฮ่องกงได้&amp;nbsp; ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกงเพราะจีนไม่เคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับอังกฤษ ที่จะอนุญาตให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าเขาจะแถลงข่าวเกี่ยวกับจีนในวันศุกร์ โดยคาดว่าจะกล่าวถึงฮ่องกงและประเด็นร้อนแรงอื่นๆ ด้วย เช่นไวรัสโคโรนา, การลอบจารกรรม และการค้า &amp;quot;เราไม่มีความสุขกับจีน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, คณะมนตรีความมั่นคง, จีน, ยุเอ็น, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed1156254439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
