<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 23:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039;ชวนสหรัฐทำสัญญาไม่แทรกแซงเลือกตั้งกันและกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาไม้ไหน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยื่นข้อเสนอต่อสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ชวนทำสัญญาไม่แทรกแซงการเลือกตั้งและกิจการภายในของอีกฝ่าย ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสู้ศึกเลือกตั้งชี้ชะตาเก้าอี้สมัยที่ 2 ในอีกไม่สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเผยแพร่วิดีโอที่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ อ่านแถลงการณ์ของประธานาธิบดีปูติน เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ในขณะที่ผู้นำรัสเซียกำลังไปตรวจเยี่ยมการซ้อมรบครั้งใหญ่ทางใต้ของรัสเซีย ซึ่งมีจีนและอิหร่านเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า หลายปีมานี้ชาติตะวันตกพากันกล่าวหารัสเซียว่าใช้แฮ็กเกอร์และพวกเกรียนอินเทอร์เน็ตโน้มน้าวผลการเลือกตั้งในประเทศเหล่านั้น และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐกล่าวกันว่า รัสเซียกำลังปลุกปั่นโซเชียลมีเดียเพื่อช่วยเหลือทรัมป์ ในแบบเดียวกับที่เคยทำมาแล้วเมื่อปี 2559 ที่ทรัมป์ชนะนางฮิลลารี คลินตัน ได้แบบหักโพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอของปูตินในการทำสัญญาไม่แทรกแซงผ่านระบบไซเบอร์เกิดขึ้นในช่วงยามที่รัสเซียกล่าวหาชาติตะวันตกว่ากำลังรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับรัสเซียจากกรณีการวางยาพิษอเล็กเซย์ นาวัลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย ที่ไซบีเรียเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ ปูตินเรียกร้องให้รัสเซียและสหรัฐให้คำรับประกันต่อกันว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย รวมถึงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78662</URL_LINK>
                <HASHTAG>วลาดีมีร์ ปูติน, เลือกตั้งสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b7db87433b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ป่าวร้องเรียกจีน-ยูเครนสอบ &#039;โจ ไบเดน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไหนๆ ก็ไหนๆ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้รัฐบาลจีนและยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าที่คู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งปีหน้า เย้ยหยันการสอบสวนของ ส.ส.เดโมแครตที่ต้องการถอดถอนเขาฐานเชื้อเชิญต่างชาติแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์จากพรรครีพับลิกันยังคงแสดงอารมณ์โกรธแค้นต่อความพยายามถอดถอนเขาพ้นตำแหน่ง โดยโจมตีพวกที่กล่าวหาเขาว่าเป็นพวกวิกลจริต ระหว่างการปราศรัยในงานที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 วันเดียวกับที่คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตเป็นประธาน เรียกอดีตนักการทูตประจำยูเครนเข้าให้การแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้เปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่เคยทำงานในบริษัทพลังงานยูเครน ผู้เปิดโปงที่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองสงสัยว่าทรัมป์ใช้เงินช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นข้อต่อรองบีบบังคับให้เซเลนสกีเปิดการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะบอกว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกี ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะแนะนำให้พวกเขาเปิดการสอบสวนพ่อลูกไบเดน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวนอกทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;เช่นเดียวกัน จีนก็ควรเปิดการสอบสวนพวกไบเดนด้วย เพราะสิ่งที่เกิดในจีนก็เลวร้ายพอๆ กับสิ่งที่เกิดในยูเครน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถูกตั้งคำถามว่า เขาจะขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำแบบเดียวกับเซเลนสกีหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า เขายังไม่ได้ขอ แต่ก็น่าขบคิดเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้แนะนำและรบเร้าให้ประเทศอื่นแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวหาว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนพายามขัดขวางการสอบสวนคดีคอร์รัปชันในยูเครน เกี่ยวกับหุ้นส่วนธุรกิจของลูกชาย โดยใช้ความช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นข้อต่อรอง และกล่าวหาฮันเตอร์ ไบเดน ด้วยว่าใช้ชื่อเสียงของพ่อเพื่อหาทุน 1,500 ล้านดอลลาร์จากจีนเมื่อปี 2556 เพื่อใช้สำหรับการลงทุนในปักกิ่ง ที่สร้างเงินให้ฮันเตอร์ &amp;quot;หลายล้านดอลลาร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตรวจสอบของยูเครนในอดีตไม่พบว่าการสอบสวนหุ้นส่วนของฮันเตอร์คดีคอร์รัปชันถูกขัดขวาง ตรงกันข้าม รัฐบาลสหรัฐขณะนั้นรวมถึงพันธมิตรในยุโรปต่างมองว่าอัยการยูเครนที่ทำคดีนี้ในเวลานั้นแต่ถูกปลดไปแล้ว มีความประนีประนอมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการทำธุรกิจในจีนของฮันเตอร์นั้น รายงานข่าวหลายชิ้นกล่าวว่า เพื่อนร่วมธุรกิจของเขาขอใบอนุญาตลงทุนในจีน แต่ไม่มีชื่อของฮันเตอร์เกี่ยวข้องด้วย และเป็นการลงทุนแค่ไม่กี่ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47338</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ถอดถอน, ยูเครน, แทรกแซงเลือกตั้ง, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d9753ab238fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จริยธรรมสูง &#039;ทรัมป์&#039; ยินดีรับฟังข้อมูลจากต่างชาติขยี้คู่แข่งชิงประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเองกับปากขณะให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ ระบุการรับข้อมูลจากต่างประเทศที่สร้างความเสียหายต่อคู่แข่งทางการเมืองของเขาไม่ใช่เรื่องผิด ทั้งที่เคยปฏิเสธมาตลอดว่าเขาไม่ได้ใช้ข้อมูลจากรัสเซียป้ายสีนางฮิลลารี คลินตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยืนกรานว่า การรับข้อมูลจากต่างชาติที่สามารถนำมาสร้างความเสียหายต่อคู่แข่งในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีของเขานั้นไม่ใช่เรื่องผิด หรือต้องแจ้งเรื่องต่อเอฟบีไอ (สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า คุณอาจจะทำทั้งสองอย่าง ผมว่าคุณคงอยากจะฟัง การฟังไม่มีอะไรผิด&amp;quot; ทรัมป์กล่าว และเมื่อถูกตั้งคำถามว่า หากประเทศอย่างเช่นรัสเซียหรือจีนเสนอให้ข้อมูลแบบนี้กับเขาเล่า &amp;quot;หากมีใครสักคนโทร.มาจากประเทศหนึ่ง อย่างเช่นนอร์เวย์ ว่าเรามีข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งของคุณ ผมคิดว่าผมอยากจะฟังมัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า เขาไม่ถือว่าการรับข้อมูลแบบนี้เป็นการก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐโดยต่างชาติ แต่หากตัวเขาคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาก็อาจจะให้ข้อมูลกับเอฟบีไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานของทรัมป์ติดต่อกับชาวรัสเซียระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 อันนำไปสู่การสอบสวนหลายคณะของสภาคองเกรส รวมถึงการสอบสวนโดยอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ว่าทีมงานของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียหรือไม่ และทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ รายงานผลการสอบสวนของมุลเลอร์ระบุว่า แม้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอตั้งข้อหาทรัมป์ว่าสมรู้ร่วมคิดกระทำความผิดทางอาญา แต่ทรัมป์ก็ยินดีกับประโยชน์ที่ได้รับจากอุบายสกปรกของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์เผยแพร่ในวันเดียวกับที่โดนัลด์ จูเนียร์ ลูกชายของเขา เข้าให้การต่อวุฒิสภาสหรัฐเกี่ยวกับการติดต่อกับชาวรัสเซีย โดยเฉพาะบทบาทของเขาในการจัดการประชุมที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ระหว่างคณะของเขากับทนายความชาวรัสเซีย ที่อ้างว่ามีข้อมูลที่สามารถสร้างความเสียหายต่อนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกคองเกรสพรรคเดโมแครตบางคนสงสัยว่า ในการเข้าให้การเมื่อปี 2560 ทรัมป์ จูเนียร์ อาจโกหกเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเขาและพ่อของเขารู้เกี่ยวกับการประชุมที่ถูกเปิดโปงครั้งนั้น รวมถึงเรื่องการติดต่อระหว่างทีมงานกับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของมุลเลอร์กล่าวถึงไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ด้วยว่า โคเฮนจำได้ว่าทรัมป์ จูเนียร์ บอกกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการประชุม แต่ทรัมป์เคยปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เรื่องการประชุมนี้มาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลจากต่างชาติ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d025c5027353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; โอ่พ้นมลทิน ผลสอบชุด &#039;มุลเลอร์&#039; ไม่พบหลักฐานสมคบรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตีปีกอ้างพ้นมลทินแล้วทั้งหมด หลังผลสอบสวนของอัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่ใช้เวลาทำงานนานร่วม 2 ปี ได้บทสรุปว่า ไม่พบหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดระหว่างทรัมป์กับรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 แต่ไม่ได้ฟันธงว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินนานาชาติปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 ว่าอัยการพิเศษมุลเลอร์ประกาศยุติการสอบสวนยาวนาน 22 เดือนของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้ส่งมอบรายงานผลการสอบสวนที่เป็นความลับนี้แก่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ทำบทสรุปความยาว 4 หน้าเปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาร์ยืนยันว่า คณะสอบสวนของอัยการพิเศษมุลเลอร์ไม่พบหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะนำไปสู่การตั้งข้อหา อีกทั้งยังไม่พบว่ามีบุคคลใดในคณะหาเสียงของทรัมป์ &amp;quot;สมรู้ร่วมคิดหรือร่วมมือกับรัฐบาลรัสเซีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้สอบสวนว่า คณะทำงานของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการเลือกตั้งปี 2559 เพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากเดโมแครต หรือไม่ ทรัมป์มักโจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot; ภายหลังรู้ผล ทรัมป์รีบประกาศชัยชนะทันที โดยอ้างว่าเขาพ้นความผิดอย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นความพยายามโค่นตำแหน่งอย่างผิดกฎหมายที่ล้มเหลว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว &amp;quot;น่าอายที่ประเทศของเราต้องมาผจญกับอะไรแบบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ออกมาน่าจะเข้าทางทรัมป์และรีพับลิกันที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงและโจมตีคู่แข่งในการเลือกตั้งปี 2563 ขณะที่สมาชิกเดโมแครตหลายคนแสดงความไม่พอใจกับผลการสอบสวน และยืนกรานจะเดินหน้าการสอบสวนโดยสภาคองเกรสเกี่ยวกับการทำธุรกิจและเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวของทรัมป์ต่อไป ทั้งยังเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยผลการสอบสวนฉบับเต็ม โดยเฉพาะประเด็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ เดินออกจากโบสถ์ในกรุงวอชิงตันหลังเสร็จพิธีมิสซาเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายตรงข้ามหลายรายกล่าวหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการสอบสวนคำกล่าวหาเกี่ยวกับรัสเซีย จากกรณีที่ทรัมป์สั่งปลดเจมส์ คอมีย์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เมื่อปี 2560 ประเด็นนี้มุลเลอร์ไม่ได้ให้ข้อสรุปว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าทรัมป์พ้นจากความผิด เขาส่งหลักฐานที่มีให้บาร์เป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะดำเนินคดีกับทรัมป์หรือไม่ แต่บาร์และร็อด โรเซ็นสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ลงความเห็นกันว่า หลักฐานที่ได้ไม่เพียงพอต่อการตั้งข้อหาทรัมป์ว่าขัดขวางกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคลุมเครือนี้ทำให้ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ว่ามุลเลอร์ไม่ได้ชี้ว่าทรัมป์ปราศจากความผิดกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แสดงให้เห็นว่ามีความเร่งด่วนเพียงใดที่รายงานฉบับสมบูรณ์และเอกสารอ้างอิงต้องได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่รอช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ริชาร์ด เบอร์ ประธานคณะกรรมาธิการการข่าวกรอง วุฒิสภา จากพรรครีพับลิกัน ก็เห็นด้วยเช่นกันว่า บาร์ควรเปิดเผยรายงานของมุลเลอร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนของมุลเลอร์แม้จะไม่พบหลักฐานการทำความผิดของทรัมป์ แต่ผลข้างเคียงนำไปสู่การตั้งข้อหาบุคคล 34 คน อดีตผู้ช่วยคนสำคัญของทรัมป์หลายรายถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดกับรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานหาเสียง, ไมค์ ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความส่วนตัวของทรัมป์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32223</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมคบคิดรัสเซีย, อัยการพิเศษสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ไม่มีความผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98deba36bc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; จี้อัยการ &#039;มุลเลอร์&#039; ยุติสอบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอีกครั้งให้โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ ยุติการสอบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ ระบุเป็นแค่การหาเรื่องใส่ความ หลังจากอัยการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ได้จากปากคำอดีตทนายความทรัมป์ว่ารัสเซียพยายามเสนอให้ความร่วมมือตั้งแต่ปี 2558 เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐ เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภา ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำปฏิเสธของผู้นำสหรัฐและการกดดันให้ยุติการสอบสวนผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2561 มีออกมาภายหลังคณะสอบสวนของรัฐบาลกลางภายใต้การนำของมุลเลอร์ยื่นเอกสารต่อศาลเมื่อวันศุกร์ ซึ่งไม่ได้เปิดเผยหลักฐานใดๆ ของการสมรู้ร่วมคิดระหว่างรัสเซียกับคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์ แม้ในวันเดียวกันอัยการสหรัฐจะระบุว่า ทรัมป์สั่งให้ไมเคิล โคเฮน ทนายความของเขาในตอนนั้น จ่ายเงินปิดปากผู้หญิง 2 คนที่ทรัมป์เคยมีสัมพันธ์ทางเพศด้วย เพื่อไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวที่จะกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ไม่ได้ตอบโต้เรื่องการจ่ายเงินปิดเรื่องอื้อฉาวทางเพศของเขา แต่ได้พาดพิงถึงเอกสารที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์และอัยการนิวยอร์กยื่นต่อศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา &amp;quot;ถึงเวลาที่การหาเรื่องใส่ความต้องยุติ&amp;quot; ทรัมป์ทวีต พร้อมกับอ้างอิงคำพูดของเจอรัลโด ริเวรา พิธีกรโทรทัศน์ที่เป็นเพื่อนของเขา ด้วยว่าการกล่าวหาว่าทีมงานหาเสียงของเขาสมคบคิดกับรัสเซียนั้นเป็น &amp;quot;ภาพหลอนของการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตก่อนหน้านั้น ทรัมป์โจมตีการสอบสวนของมุลเลอร์ด้วยว่า หลังจากใช้เวลาสอบสวน 2 ปี และตรวจสอบเอกสารหลายล้านหน้า ไม่รวมการใช้เงินไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ข้อสรุปที่ได้คือ &amp;quot;ไม่มีการสมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แม้เอกสารของอัยการจะไม่ได้เปิดเผยหลักฐานการสมรู้ร่วมคิด แต่ก็ได้ให้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับประเด็นที่คณะสอบสวนของมุลเลอร์กำลังตรวจสอบ รวมไปถึงข้อมูลจากอัยการรัฐบาลกลางในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งระบุชัดว่า ทรัมป์คือคนสั่งการให้โคเฮนจ่ายเงินปิดปากสตรี 2 คนนี้ และจากการจ่ายเงินนี้ ถือได้ว่าพฤติกรรมของโคเฮนกระทำด้วยเจตนาโน้มน้าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวโดยเจาะจง และเป็นไปตามที่โคเฮนได้รับสารภาพแล้ว ด้วยการจ่ายเงินทั้ง 2 ก้อนนี้ เขากระทำการด้วยความร่วมมือและทำตามคำสั่งของบุคคลที่ 1&amp;quot; อัยการนิวยอร์กกล่าวถึงทรัมป์ในเอกสารคำฟ้องคดีโคเฮน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินปิดปากเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีรัสเซีย แต่เป็นการบรรยายภาพพจน์ของโคเฮน ซึ่งเคยคลุกคลีในกลุ่มผู้ช่วยที่ทรัมป์เชื่อถือ ว่าเขาได้ทำผิดกฎหมายอาญาอย่างกว้างขวาง จงใจ และร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของทรัมป์ ออกจากศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตทนายความของทรัมป์วัย 52 ปีรายนี้เคยรับสารภาพผิดเมื่อเดือนสิงหาคม ว่าได้ฝ่าฝืนกฎหมายทุนหาเสียง จากการจ่ายเงินปิดปากอดีตคู่ขาของทรัมป์ คำฟ้องของอัยการกล่าวว่า โคเฮนหลอกลวงประชาชนที่ออกเสียงเลือกตั้งด้วยการปิดบังข้อเท็จจริงที่เขาเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบันทึกช่วยจำอีกฉบับที่อัยการชุดของมุลเลอร์ส่งต่อศาล กล่าวไว้ด้วยว่า โคเฮนได้รับการติดต่อจากบุคคลสัญชาติรัสเซียคนหนึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เพื่อเสนอ &amp;quot;ให้ความร่วมมือในระดับรัฐบาล&amp;quot; จากรัสเซีย ซึ่งเป็นการทาบทามหลายเดือนก่อนหน้าที่ทรัมป์จะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเป็นการติดต่อกันก่อนหน้าช่วงเวลาที่เคยมีรายงานเรื่องการติดต่อระหว่างสองฝ่ายมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวรัสเซียซึ่งอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับทำเนียบเครมลิน ยังได้เสนอจัดการพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อีกหลายครั้งด้วย โดยเขาอ้างว่าการพบกันจะส่งผลสะเทือนระดับปรากฏการณ์ ไม่เพียงต่อด้านการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงในแง่ธุรกิจด้วย แต่อัยการมุลเลอร์กล่าวในเอกสารว่า โคเฮนไม่เคยติดตามเรื่องนี้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาเรื่องการผสมผเสผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจเข้าด้วยการอาจสร้างปัญหาแก่ทรัมป์ได้ ช่วงกลางปี 2559 ที่ทรัมป์กำลังชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีนั้น ธุรกิจของเขาเคยพยายามขออนุญาตสร้างอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในกรุงมอสโก และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โคเฮนก็รับสารภาพว่าเคยโกหกสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการที่ว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23856</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อัยการสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ไมเคิล โคเฮน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d24797320a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอเว้นโทษจำคุก &#039;ไมเคิล ฟลินน์&#039; อดีตกุนซือทรัมป์ขี้ปด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการพิเศษสหรัฐสหรัฐทำหนังสือถึงศาลวอชิงตัน เสนอให้ละเว้นการลงโทษจำคุก &amp;quot;ไมเคิล ฟลินน์&amp;quot; อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่รับสารภาพให้การเท็จต่อเอฟบีไอ ระบุฟลินน์ให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์มากต่อการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 สิงหาคม 2556 โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) แถลงอำลาตำแหน่งที่กระทรวงยุติธรรม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้สอบสวนข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 ที่เสนอแนะต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีขึ้นก่อนหน้าที่ศาลแขวงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบียจะมีคำพิพากษาวันที่ 18 ธันวาคมนี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้งใน 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ด้วยว่า อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวที่โดนบีบให้ลาออกหลังเข้ารับตำแหน่งไม่กี่สัปดาห์ อาจเป็นพยานคนสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า ฟลินน์รับสารภาพเมื่อปีที่แล้วว่าเขาโกหกเกี่ยวกับการติดต่อกับคนของรัสเซียภายหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 แต่บันทึกช่วยจำที่มุลเลอร์ยื่นต่อศาลเพื่อเสนอแนะให้ละเว้นโทษจำคุกนั้น เขาระบุว่า ฟลินน์ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนของเขา และการสอบสวนคดีอาญาของหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นที่ไม่เปิดเผย ซึ่งรวมถึงการเข้าให้ปากคำ 19 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุลเลอร์กล่าวว่า ถึงแม้ฟลินน์จะทำผิด &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; แต่อดีตนายพล 3 ดาวและอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของเพนตากอนรายนี้ มีประวัติที่ดีในการทำงานให้กองทัพและงานบริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เป็นบุคคลแรกที่ยอมรับสารภาพผิด ในการสอบสวนโดยคณะของมุลเลอร์เกี่ยวกับคำกล่าวหาว่าคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์สมคบคิดกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้ง เขาเป็นบุคคลระดับสูงที่คลุกวงในและติดตามทรัมป์ออกงานสำคัญๆ รวมถึงการปราศรัยสำคัญต่อที่ประชุมพรรครีพับลิกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 แล้วต่อมาทรัมป์แต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษาภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่ง สถานะของฟลินน์ทำให้เขามีโอกาสเป็นพยานปากสำคัญอย่างที่สุด แต่การที่ฟลินน์เคยให้การเท็จหลายครั้ง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าน่าจะลดค่าความสำคัญในฐานะพยานปากเอกของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 พลเอกไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดินออกจากศาลในกรุงวอชิงตัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟลินน์เคยให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 หรือ 4 วันหลังทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่ง โดยโกหกเกี่ยวกับคำสนทนาระหว่างเขากับเซอร์เกย์ คิสล์ยัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ระหว่างการพบกันเมื่อเดือนธันวาคม 2559 หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งแล้ว ครั้งนั้นมีบันทึกดักฟังคำสนทนาโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ที่เปิดโปงว่าฟลินน์พยายามบ่อนทำลายนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียตอบโต้การแทรกแซงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำสนทนาครั้งนั้น ดูเหมือนฟลินน์พยายามทำความตกลงทางการเมืองกับรัสเซีย โดยบอกให้รัสเซียอดรนไว้ก่อน อย่าเพิ่งตอบโต้ เพราะทรัมป์จะยกเลิกการคว่ำบาตรนี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนจับได้ว่าเขาโกหกรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เรื่องการนัดพบกับทูตรัสเซียครั้งนี้ ฟลินน์ก็ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเดือนมีนาคม 2561 ในการให้ปากคำครั้งที่ 2 กับสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ฟลินน์ก็โกหกอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงก่อนและหลังเลือกตั้ง ที่เขาทำสัญญาวิ่งเต้นมูลค่า 530,000 ดอลลาร์ในนามตัวแทนล็อบบี้ของตุรกี ซึ่งเขาไม่ได้รายงานเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของมุลเลอร์กล่าวว่า ในเวลานั้น จำเลยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และทำหน้าที่ตัวแทนหาเสียงของทรัมป์ โดยได้แสดงทัศนะอย่างเปิดเผยในประเด็นความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้บันทึกนี้จะเสนอโทษสถานเบา แต่มุลเลอร์ก็ไม่ได้แย้มว่าฟลินน์ได้ให้การที่เป็นประโยชน์อะไรไว้ อย่างไรก็ดี ในภาคผนวกมีการปิดบังข้อความหลายช่วงหลายตอนที่บ่งบอกว่า ฟลินน์อาจกำลังช่วยเหลือการสอบสวนของหน่วยงานอื่นที่นอกเหนือจากคณะของมุลเลอร์ด้วย ซึ่งอาจรวมถึงความสัมพันธ์ด้านการเงินระหว่างทรัมป์กับรัสเซียผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23591</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, อดีตกุนซือ, เว้นโทษจำคุก, แทรกแซงเลือกตั้ง, โกหกเอฟบีไอ, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์, ให้การเท็จ, ไมเคิล ฟลินน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c07de7feb322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กบล็อก 115 แอคเคาต์โยงต่างชาติ หวั่นแทรกแซงเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กบล็อกบัญชีเฟซบุ๊กราว 30 บัญชี และอินสตาแกรม 85 บัญชี ที่อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรต่างชาติพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ลูกจ้างของเฟซบุ๊กทำงานใน &amp;quot;วอร์รูม&amp;quot; ที่เมนโลพาร์ต รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงเรื่องนี้ของเฟซบุ๊กเกิดขึ้นหลังจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองสหรัฐแถลงให้ชาวอเมริกันระวังความพยายามเผยแพร่ข่าวปลอมของรัสเซียในช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่มีขึ้นในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาธาเนียล ไกลเชอร์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์ของเฟซบุ๊ก แถลงเรื่องนี้ทางบล็อกเมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายนว่า เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐติดต่อมายังเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ที่เพิ่งพบเร็วๆ นี้ โดยเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับองค์กรต่างชาติ บริษัทจึงบล็อกบัญชีเหล่านั้นทันทีและกำลังสอบสวนบัญชีเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นพบบัญชีเฟซบุ๊กราว 30 บัญชี และบัญชีอินสตาแกรม 85 บัญชี มีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ บัญชีเฟซบุ๊กเหล่านี้เป็นภาษาฝรั่งเศสและรัสเซีย ส่วนบัญชีอินสตาแกรมที่บล็อกไปส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับบุคคลผู้มีชื่อเสียงและการอภิปรายทางการเมืองอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกลเชอร์ระบุว่า ตามปกติเฟซบุ๊กจะต้องใช้เวลาวิเคราะห์ในเรื่องนี้นานกว่านี้ก่อนที่จะประกาศให้สาธารณะทราบ แต่ในสถานการณ์นี้เฟซบุ๊กมีเวลาเพียง 1 วันเท่านั้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสำคัญของสหรัฐ และจำเป็นต้องแจ้งให้ประชาชนทราบในสิ่งที่เฟซบุ๊กได้ดำเนินการและความจริงที่ทราบจนถึงขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวิตเตอร์แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า ได้ลบบัญชีจำนวนมากที่พยายามแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และเมื่อเดือนที่แล้วเฟซบุ๊กเผยว่า ได้ปิดบัญชีเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับความพยายามของอิหร่าน ที่ต้องการมีอิทธิพลต่อนโยบายของสหรัฐและอังกฤษในเรื่องผู้อพยพและเชื้อชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21476</URL_LINK>
                <HASHTAG>บล็อกบัญชี, อินสตาแกรม, เฟซบุ๊ก, เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19741d4a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
