<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่วิน-แท็กซี่เฮ ถึงคิว‘เยียวยา’ ‘พ.ย.’รับทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงคิวแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;ขีดเส้นอายุเกิน 65 ปี จองคิวรับเงินลงทะเบียนเยียวยาโควิด 29 จังหวัด เริ่ม 18 ต.ค. พร้อมจ่ายผ่านพร้อมเพย์ต้นเดือน พ.ย. &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ขอขยายมาตรการขยายพักหนี้สกัด NPL
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ใน 29 จังหวัด ของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเปิดให้ลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 25 ต.ค.-5 พ.ย.2564 ณ กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้รับสิทธิต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ &amp;nbsp;บัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 จึงขอให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อมาดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัด แบ่งเป็นการช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใน 13 จังหวัด ช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า กลุ่มที่ 2 ใน 16 จังหวัด ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง โดยจะจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 2 รอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย.2564 สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.2564 สำหรับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ
&amp;ldquo;ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดโครงการดังกล่าวจึงช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ชี้แจงว่าเนื่องจากกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปี เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 40 ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปี โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานได้เชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อรับเงินเยียวตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือครั้งนี้ จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ตามที่ทางภาครัฐได้มีการออกมาตรการพักชำระหนี้ โดยมีลูกหนี้ที่ขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการดังกล่าวประมาณ 7 ล้านล้านบาท เป็นลูกหนี้ SME ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวใกล้จะครบกำหนดแล้ว&amp;nbsp;
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้องให้พิจารณาขยายมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไปต่อไปอีกสักระยะ เช่น 6 เดือนถึง 12 เดือน ก่อนที่หนี้ในระบบจะกลายเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสีย (NPL) เพราะหากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนมาก ก็อาจเข้าสู่ภาวะจำใจต้องทิ้งหนี้ และในที่สุดต้องถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ถูกยึดทรัพย์บังคับหลักประกันขายทอดตลาด &amp;nbsp;ส่งผลต่อต้นทุนในการจัดการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และทำให้เกิดปัญหาการกดราคาทรัพย์สิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120027</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองคิวรับเงินลงทะเบียนเยียวยาโควิด, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, วินมอเตอร์ไซค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6023e882d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังแจงแนวทางพักหนี้ ‘แท็กซี่’ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นำโดยนายวิฑูรย์&amp;nbsp; แนวพานิช นายกสมาคมฯ ได้นำรถแท็กซี่สหกรณ์ราชพฤกษ์ จำกัด และกลุ่มบวรแท็กซี่ จำนวนนับ 100 คัน มาจอดที่หน้ากระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาพักชำระหนี้ช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างรุนแรงเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยขอให้มีการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และให้มีการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยเพื่อนำมาปรับปรุงสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้มีมาตรการด้านการเงินเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.1 ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั่วประเทศ ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมแต่ต้องปิดกิจการจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 หรือเดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.2 ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม ได้แก่ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหนี้ในช่วงระยะเวลาที่การระบาดของ COVID-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง สถาบันการเงินที่เข้าร่วมมาตรการจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ในทันทีเมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้ โดยลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ธปท. ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.1 บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว หรือลดค่างวด ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.2 สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.3 เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.4 สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน โดยเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท. ได้ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน สำหรับลูกหนี้ที่มีศักยภาพ ธปท. สนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย จะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กระทรวงการคลังได้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และยังมีวงเงินโครงการคงเหลือที่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.1 ธนาคารออมสินมีโครงการสินเชื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและ Supply Chain วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 2 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.2 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีโครงการสินเชื่อ Extra Cash วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดย่อมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111184</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, พักหนี้, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d9368830d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 ก.ค.นี้ แท็กซี่ร้องศาลฯ-DSIค้านรถป้ายดำให้บริการผ่านแอปฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 2564 นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่กฎกระทรวง รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2564 ซึ่งได้กำหนดให้รถยนต์ หรือการนํารถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภท เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่าในวันที่ 1 กรกฏาคม นี้ สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นหนังสือศาลปกครองสูงสุด,ศาลรัฐธรรมนูญ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ทั้งนี้จะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดขอคุ้มครองคำสั่งชั่วคราวยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดต่อกฏหมายที่ขัดต่อ พ.ร.บ.พ.ศ. 2522 ห้ามนำรถส่วนตัววิ่งรับจ้าง ขณะเดียวกันจะยื่นหนังสือถึง DSI ในเรื่องการฟอกเงินของบริษัทแอปพลิเคชันรถป้ายดำ โดยฝ่ายกฏหมายจะรวบรวมหลักฐานจากการกระทำผิดในการนำรถป้ายดำมาวิ่งรับจ้างให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกมาแสดงจุดยืนของสมาคมฯไม่ต้องการที่จะล้มใคร แต่เขาจะมายึดอาชีพเราไปเป็นของนายทุน วันนี้จะออกมาสู้เพื่อคนข้างหลังที่จะออกมาประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งตามพ.ร.บ.รถยนต์พ.ศ.2522 ดังกล่าวนั้นห้ามเด็ดขาดการเอารถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง ซึ่งแม้ภายหลังจดทะเบียนก็ยังให้ใช้ป้ายรถยนต์ส่วนบุคคลจึงเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทผิดกฎหมายประเด็นสำคัญปัจจุบันผู้ประกอบการแท็กซี่มีจำนวนหลายแสนคัน ในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงมีการเรียกผ่านทางออนไลน์ ผ่านมือถือ ซึ่งแทบไม่มีผู้โดยสาร อาชีพแท็กซี่รถรับจ้างลำบากแสนสาหัวอยู่แล้วในภาวะปัจจุบัน แน่นอนว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และซ้ำเติมผู้ประกอบการ&amp;rdquo;นายวรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ขณะนี้หากไม่มีการคัดค้านการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เบื้องต้นราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศออกกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังกฎกระทรวงประกาศมีผลบังคับใช้แล้วจะมีการออกประกาศกฎหมายฉบับรองเพื่อกำหนดคุณสมบัติ รูปแบบการจดทะเบียนรถสาธารณะและเงื่อนไขผู้ที่ให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ราว 4-5 ฉบับเพื่อรองรับกฎกระทรวงฯ หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอปพลิเคชันฯได้ภายในปลายดือนกรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการออกร่างกฎกระทรวงฉบันนี้ กรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อยกระดับการให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันทั้งระบบและสามารถควบคุมกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำให้อยู่ในกฎระเบียบได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันกฎกระทรวงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้บริการรถสาธารณะปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น เช่น การประกันคุ้มครองรถสาธารณะ การตรวจสภาพรถที่ให้บริการ ผู้ให้บริการมีใบขับขี่สาธารณะ ฯลฯ ส่วนการกำหนดอัตราค่าโดยสารให้บริการ เบื้องต้นทางกรมฯ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขอัตราค่าโดยสารในรูปแบบมิเตอร์หรือรูปแบบแอปพลิเคชันว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะเป็นช่องทางที่เพิ่มรายได้ให้แก่รถสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107874</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถป้ายดำ, วรพล แกมขุนทด, เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา, แท็กซี่, แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d93622ad5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ให้กำลังใจนายกฯ-ศักดิ์สยามคลอดกม.วิ่งรถผ่านแอปฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64-ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ตัวแทนประชาชนผู้สนับสนุนแอปพลิเคชั่นเรียกรถ และตัวแทนเครือข่ายผู้ขับขี่แท็กซี่ ชมรมผู้ขับขี่แท็กซี่ 4.0 และชมรมแท็กซี่พัฒนา นำโดย นายจิรภัทร โสภาลัย เดินทางมาขอบคุณและให้กำลังใจ พร้อมยื่นหนังสือขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.....ตามที่ กรมการชนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม เสนอให้พิจารณาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรภัทร กล่าวว่า กลุ่มเชื่อว่าร่างกฎกระทรวงฯ นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง โดยการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการให้บริการและส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว สามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐยังให้การช่วยเหลือดูแลกลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยไม่ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสูญเสียประโยชน์ โดยหวังว่ากฎกระทวงฯ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง จะสามารถประกาศใช้ได้ในโอกาสแรกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวไม่กังวลใจว่าการนำรถบ้านมาวิ่งเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านเอปฯจะทำให้รถแท็กซี่ทั่วไปอยู่ไม่ได้ เนื่องจากรถแท็กซี่สามารถจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกวิ่งรถผ่านแอปฯ คู่ขนานไปกับวิ่งรับส่งโดยสารตามรายทาง ซึ่งรถบ้านที่เปลี่ยนมาเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปไม่ได้สามารถทำได้ เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้ชัดเจน&amp;quot; นายจิรภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าของรถส่วนบุคคลสามารถนำรถมาวิ่งเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปฯ ได้ แต่จะนำไปต้องขึ้นทะเบียน เปลี่ยนสถานะเป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ อีกทั้งผู้ขับขี่จะต้องสอบใบขับขี่สาธารณะ ไม่ต่างจากรถแท็กซี่ทั่วไป นอกจากนี้ การเรียกเก็บค่าโดยสาร รถแท็กขี่ที่เข้าร่วมวิ่งรถผ่านแอปฯ สามารถจะเก็บเงินผ่านแอปฯ ได้เช่นกัน ขณะที่ ผู้โดยสารจะไม่ถูกปฏิเสธ เรียกใช้บริการได้ง่าย รู้ค่าโดยสารส่วงหน้าก่อนจะตัดสินใจใช้บริการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106541</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, แท็กซี่, แอปพลิเคชั่นเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9731c72d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุขับรถปาดหน้า! หนุ่มกระบะโหดยิงแท็กซี่ดับกลางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - ร.ต.อ.กองพล วงค์จันทร์ รอง สว.(สอบสวน)&amp;nbsp; สน.บางนา รับแจ้งเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณถนนเทพรัตน ฝั่งขาเข้า ช่วงปากซอยบางนาตราดซอย 8 แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.มนต์เสก ตระกูลพานิช ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ศุภากร แก้วเขียว ผกก.สส.สน.บางนา พ.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ วงค์สิงห์ สว.สส.สน.บางนา พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางนา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนดังกล่าว พบศพนายพีระพงษ์ สุวรรณ อายุ 52 ปี ชาวจ.หนองบัวลำภู นอนหงายสวมเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. จำนวน 4 นัด มีท่อนเหล็กตกอยู่ข้างกาย ห่างไปไม่ไกลพบรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน มช-8272&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้รับเบาะแสจากพลเมืองดี ที่สามารถถ่ายภาพรถผู้ก่อเหตุไว้ได้ เป็นรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แค็ป สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒห 2379 กรุงเทพมหานคร จึงทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวินัย บุญพยุง อายุ 53 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ เป็นพนักงานของบริษัทให้เช่ารถเครน หลบหนีไปบริเวณถนนหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และรถที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวมาที่ สน.บางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือไปเพราะมีการขับรถปาดหน้ากัน ฝ่ายแท็กซี่ได้ใช้ท่อนเหล็กพยายามจะทำร้าย จนมีการยื้อแย่งกัน จึงใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วย ยิงสวน ก่อนจะหลบหนีไปจนถูกตามจับได้ ทั้งนี้ทางฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถปาดหน้า, ยิงดับ, สน.บางนา, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098d66d22863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังลุงแท็กซี่ตีนผี เมาชนคนเจ็บ-ตาย บนทางเท้า ไร้ญาติประกันนอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.ท.อดิรุจน์ คงปลอด รอง สว.สอบสวน สน.หัวหมาก ควบคุมตัว นายมงคลชัย จันทร์กว้างไกล อายุ 55 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขับรถยนต์ขณะมึนเมาสุรา มาขออำนาจศาลฝากขังศาลครั้งแรก เนื่องจากพนักงานสอบสวน ยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ และอื่นๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ขับรถแท็กซี่ขณะมึนเมาสุรา จนรถเสียหลักปีนขึ้นไปบนฟุตปาธพุ่งชนร้านกาแฟริมทาง และที่จอดวินรถจักรยานยนต์หน้าปากซอยรามคำแหง 60/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายพันลพ สินธุพันธ์ อายุ 75 ปี ขณะเดินเท้าบนฟุตปาธ และ น.ส.นิภาวรรณ์ นวลวันละ อายุ 38 ปี อาชีพขี่วินจักรยานยนต์และผู้บาดเจ็บอีกหลายราย เมื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่า นายมงคลชัยมีปริมาณแอลกอฮอร์ ในโลหิต147 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บ และบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ขับขี่รถยนต์ขณะเมาสุรา ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.จราจรฯ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;
ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังฝากขังแล้ว วันนี้ไม่มีญาติของผู้ต้องหามายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายมงคลชัยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญา, อาชญากรรม, เมาสุรา, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b219c7c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่ติดไวรัสอูฮั่นเล่าทั้งน้ำตาหลังหายดีหวังภาครัฐเยียวยาเรื่องรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;พญ.อนุตรา รัตน์นราทร แพทย์อายุรกรรมโรคปอด สถาบันบำราศนราดูร กล่าวถึงแท็กซี่รายแรกที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกภายในประเทศ ที่รักษาหายแล้ว ว่าเป็นชายไทยอายุ 50 ปี รับนักท่องเที่ยวชาวจีน แล้วรู้สึกผิดปกติ มีไข้ ไอมาก จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตามสิทธิ ผลตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงมีการส่งต่อมายังสถาบันบำราศวันที่ 28 ม.ค. มีไข้ต่ำ และมีความกังวล แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดเพราะตอนนั้นยังไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หลังจากให้การรักษาตามอาการแล้ว 2-3 วัน คนไข้อาการดีขึ้น จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้อ 31 ม.ค. ตอนนี้หายดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคนขับแท็กซี่ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอ ว่า ขอบคุณแพทย์ พยาบาลที่รักษาตนจนหายป่วย ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงมากวิ่งรอบกระทรวงสาธารณสุขยังได้ เป็นโอกาสที่ดีเหมือนมาฟิตร่างกาย ความรู้สึกวันแรกน้ำตาไหล เพราะไม่คิดว่าเราจะป่วย เพราะเราทำงานเลี้ยงครอบครัว พอติดเชื้อความรู้สึกวันแรกก็ได้ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร ให้กำลังใจ โทรมาหาทุกวัน บอกอย่าเครียด ให้ทำใจสบาย ถ้ากินได้นอนหลับ ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ก็มาเยี่ยมเพราะเป็นห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากเพื่อนแท็กซี่ และคนขับรถสาธารณะ ที่มีการคลุกคลีกับนักท่องเที่ยว วอนให้ทุกคนหันมาดูแลตัวเอง ไม่ใช่หาเงินอย่างเดียว แต่พอมีอะไรเกิดขึ้นมา รายได้หดหายเหมือนกับตน ถ้าไม่หายครอบครัวจะแย่ อย่างไรก็ตาม ของตนดีที่ครอบครัวไม่ติด เพราะทุกครั้งที่คนในบ้านป่วย โดยเฉพาะไข้หวัดจะแยกของใช้กัน รับประทานอาหารต้องใช้ช้อนกลาง ครอบครัวเลยไม่มีใครติด เพื่อไม่ให้ครอบครัวเราเป็นส่วนแพร่เชื้อสู่ภายนอก ที่ผมตนป่วยไม่ออกไปคุยกับคนนอกบ้านเลย เพื่อไม่ให้ใครมาโทษเราว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท็กซี่กล่าวอีกว่า แม้ว่าติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ฯ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับนักท่องเที่ยว หรือชาวจีนแต่อย่างใด เพราะก็เหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกันทั่วโลก การตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่ อู่ข้าวอู่น้ำก็คือนักท่องเที่ยว จึงไม่มีความรู้สึกแย่อะไร ตนดูข่าวในห้องแยกโรค ก็ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวจีนที่เมืองอู่ฮั่นทุกวันว่าให้สู้ๆ เพราะขนาดตนยังสู้จนหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วอนเพื่อนๆ ที่ขับรถสาธารณะ โดยเฉพาะแท็กซี่ซึ่งเป็นด่านแรกที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว ท่านอย่าลืม อยู่บนรถติดไฟแดงบางครั้งเป็นชั่วโมง 10 นาที 20 นาที แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของเราคนนั้นปลอดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ปลอดภัยให้ส่งหน้ากากอนามัยให้เขาเลย ส่วนตัวเราเองขอวิงวอนเลยว่าใส่หน้ากากอนามัยเถอะ จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ ให้ใส่หน้ากากอนามัยเลย เราจะได้มีความรู้สึกดี&amp;rdquo; คนขับแท็กซี่กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมวิงวอนภาครัฐให้พิจารณาดูแลคนขับรถสาธารณะที่ต้องหยุดงานเพราะเรื่องนี้จะมีการชดเชยการขาดรายได้. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56362</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อนุตรา รัตน์นราทร, สถาบันบำราศนราดูร, แท็กซี่, แพทย์อายุรกรรมโรคปอด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a706603752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
