<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2025 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่วิน-แท็กซี่เฮ ถึงคิว‘เยียวยา’ ‘พ.ย.’รับทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงคิวแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;ขีดเส้นอายุเกิน 65 ปี จองคิวรับเงินลงทะเบียนเยียวยาโควิด 29 จังหวัด เริ่ม 18 ต.ค. พร้อมจ่ายผ่านพร้อมเพย์ต้นเดือน พ.ย. &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ขอขยายมาตรการขยายพักหนี้สกัด NPL
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ใน 29 จังหวัด ของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเปิดให้ลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 25 ต.ค.-5 พ.ย.2564 ณ กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้รับสิทธิต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ &amp;nbsp;บัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 จึงขอให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อมาดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัด แบ่งเป็นการช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใน 13 จังหวัด ช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า กลุ่มที่ 2 ใน 16 จังหวัด ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง โดยจะจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 2 รอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย.2564 สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.2564 สำหรับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ
&amp;ldquo;ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดโครงการดังกล่าวจึงช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ชี้แจงว่าเนื่องจากกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปี เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 40 ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีอายุระหว่าง 15-65 ปี โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานได้เชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อรับเงินเยียวตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือครั้งนี้ จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ตามที่ทางภาครัฐได้มีการออกมาตรการพักชำระหนี้ โดยมีลูกหนี้ที่ขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการดังกล่าวประมาณ 7 ล้านล้านบาท เป็นลูกหนี้ SME ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวใกล้จะครบกำหนดแล้ว&amp;nbsp;
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้องให้พิจารณาขยายมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไปต่อไปอีกสักระยะ เช่น 6 เดือนถึง 12 เดือน ก่อนที่หนี้ในระบบจะกลายเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสีย (NPL) เพราะหากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนมาก ก็อาจเข้าสู่ภาวะจำใจต้องทิ้งหนี้ และในที่สุดต้องถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ถูกยึดทรัพย์บังคับหลักประกันขายทอดตลาด &amp;nbsp;ส่งผลต่อต้นทุนในการจัดการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และทำให้เกิดปัญหาการกดราคาทรัพย์สิน.&lt;/p&gt;h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120027</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองคิวรับเงินลงทะเบียนเยียวยาโควิด, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, วินมอเตอร์ไซค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6023e882d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังแจงแนวทางพักหนี้ ‘แท็กซี่’ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นำโดยนายวิฑูรย์&amp;nbsp; แนวพานิช นายกสมาคมฯ ได้นำรถแท็กซี่สหกรณ์ราชพฤกษ์ จำกัด และกลุ่มบวรแท็กซี่ จำนวนนับ 100 คัน มาจอดที่หน้ากระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาพักชำระหนี้ช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างรุนแรงเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยขอให้มีการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และให้มีการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยเพื่อนำมาปรับปรุงสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้มีมาตรการด้านการเงินเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.1 ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั่วประเทศ ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมแต่ต้องปิดกิจการจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 หรือเดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1.2 ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 เดือน ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด และนอกพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของภาครัฐ เริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม ได้แก่ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหนี้ในช่วงระยะเวลาที่การระบาดของ COVID-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง สถาบันการเงินที่เข้าร่วมมาตรการจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ในทันทีเมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้ โดยลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ธปท. ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงินออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 โดยยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างเหมาะสม ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.1 บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว หรือลดค่างวด ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.2 สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.3 เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มทางเลือกการพักชำระค่างวด และสำหรับลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ โดยหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2.4 สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน โดยเพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (step up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท. ได้ขอให้ผู้ให้บริการทางการเงินให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะของลูกหนี้ตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงิน สำหรับลูกหนี้ที่มีศักยภาพ ธปท. สนับสนุนให้ทยอยชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย จะยังคงมีการคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาการกู้ยืมอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กระทรวงการคลังได้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และยังมีวงเงินโครงการคงเหลือที่ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.1 ธนาคารออมสินมีโครงการสินเชื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและ Supply Chain วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 2 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2.2 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีโครงการสินเชื่อ Extra Cash วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ขนาดย่อมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111184</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, พักหนี้, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d9368830d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 ก.ค.นี้ แท็กซี่ร้องศาลฯ-DSIค้านรถป้ายดำให้บริการผ่านแอปฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 2564 นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่กฎกระทรวง รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2564 ซึ่งได้กำหนดให้รถยนต์ หรือการนํารถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภท เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่าในวันที่ 1 กรกฏาคม นี้ สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นหนังสือศาลปกครองสูงสุด,ศาลรัฐธรรมนูญ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ทั้งนี้จะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดขอคุ้มครองคำสั่งชั่วคราวยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดต่อกฏหมายที่ขัดต่อ พ.ร.บ.พ.ศ. 2522 ห้ามนำรถส่วนตัววิ่งรับจ้าง ขณะเดียวกันจะยื่นหนังสือถึง DSI ในเรื่องการฟอกเงินของบริษัทแอปพลิเคชันรถป้ายดำ โดยฝ่ายกฏหมายจะรวบรวมหลักฐานจากการกระทำผิดในการนำรถป้ายดำมาวิ่งรับจ้างให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกมาแสดงจุดยืนของสมาคมฯไม่ต้องการที่จะล้มใคร แต่เขาจะมายึดอาชีพเราไปเป็นของนายทุน วันนี้จะออกมาสู้เพื่อคนข้างหลังที่จะออกมาประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งตามพ.ร.บ.รถยนต์พ.ศ.2522 ดังกล่าวนั้นห้ามเด็ดขาดการเอารถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง ซึ่งแม้ภายหลังจดทะเบียนก็ยังให้ใช้ป้ายรถยนต์ส่วนบุคคลจึงเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทผิดกฎหมายประเด็นสำคัญปัจจุบันผู้ประกอบการแท็กซี่มีจำนวนหลายแสนคัน ในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงมีการเรียกผ่านทางออนไลน์ ผ่านมือถือ ซึ่งแทบไม่มีผู้โดยสาร อาชีพแท็กซี่รถรับจ้างลำบากแสนสาหัวอยู่แล้วในภาวะปัจจุบัน แน่นอนว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และซ้ำเติมผู้ประกอบการ&amp;rdquo;นายวรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ขณะนี้หากไม่มีการคัดค้านการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เบื้องต้นราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศออกกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังกฎกระทรวงประกาศมีผลบังคับใช้แล้วจะมีการออกประกาศกฎหมายฉบับรองเพื่อกำหนดคุณสมบัติ รูปแบบการจดทะเบียนรถสาธารณะและเงื่อนไขผู้ที่ให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ราว 4-5 ฉบับเพื่อรองรับกฎกระทรวงฯ หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอปพลิเคชันฯได้ภายในปลายดือนกรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการออกร่างกฎกระทรวงฉบันนี้ กรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อยกระดับการให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันทั้งระบบและสามารถควบคุมกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำให้อยู่ในกฎระเบียบได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันกฎกระทรวงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้บริการรถสาธารณะปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น เช่น การประกันคุ้มครองรถสาธารณะ การตรวจสภาพรถที่ให้บริการ ผู้ให้บริการมีใบขับขี่สาธารณะ ฯลฯ ส่วนการกำหนดอัตราค่าโดยสารให้บริการ เบื้องต้นทางกรมฯ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขอัตราค่าโดยสารในรูปแบบมิเตอร์หรือรูปแบบแอปพลิเคชันว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะเป็นช่องทางที่เพิ่มรายได้ให้แก่รถสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107874</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถป้ายดำ, วรพล แกมขุนทด, เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา, แท็กซี่, แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d93622ad5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ให้กำลังใจนายกฯ-ศักดิ์สยามคลอดกม.วิ่งรถผ่านแอปฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64-ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ตัวแทนประชาชนผู้สนับสนุนแอปพลิเคชั่นเรียกรถ และตัวแทนเครือข่ายผู้ขับขี่แท็กซี่ ชมรมผู้ขับขี่แท็กซี่ 4.0 และชมรมแท็กซี่พัฒนา นำโดย นายจิรภัทร โสภาลัย เดินทางมาขอบคุณและให้กำลังใจ พร้อมยื่นหนังสือขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.....ตามที่ กรมการชนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม เสนอให้พิจารณาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรภัทร กล่าวว่า กลุ่มเชื่อว่าร่างกฎกระทรวงฯ นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง โดยการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการให้บริการและส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว สามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐยังให้การช่วยเหลือดูแลกลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยไม่ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสูญเสียประโยชน์ โดยหวังว่ากฎกระทวงฯ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง จะสามารถประกาศใช้ได้ในโอกาสแรกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวไม่กังวลใจว่าการนำรถบ้านมาวิ่งเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านเอปฯจะทำให้รถแท็กซี่ทั่วไปอยู่ไม่ได้ เนื่องจากรถแท็กซี่สามารถจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกวิ่งรถผ่านแอปฯ คู่ขนานไปกับวิ่งรับส่งโดยสารตามรายทาง ซึ่งรถบ้านที่เปลี่ยนมาเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปไม่ได้สามารถทำได้ เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้ชัดเจน&amp;quot; นายจิรภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าของรถส่วนบุคคลสามารถนำรถมาวิ่งเป็นรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปฯ ได้ แต่จะนำไปต้องขึ้นทะเบียน เปลี่ยนสถานะเป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ อีกทั้งผู้ขับขี่จะต้องสอบใบขับขี่สาธารณะ ไม่ต่างจากรถแท็กซี่ทั่วไป นอกจากนี้ การเรียกเก็บค่าโดยสาร รถแท็กขี่ที่เข้าร่วมวิ่งรถผ่านแอปฯ สามารถจะเก็บเงินผ่านแอปฯ ได้เช่นกัน ขณะที่ ผู้โดยสารจะไม่ถูกปฏิเสธ เรียกใช้บริการได้ง่าย รู้ค่าโดยสารส่วงหน้าก่อนจะตัดสินใจใช้บริการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106541</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, แท็กซี่, แอปพลิเคชั่นเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9731c72d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุขับรถปาดหน้า! หนุ่มกระบะโหดยิงแท็กซี่ดับกลางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - ร.ต.อ.กองพล วงค์จันทร์ รอง สว.(สอบสวน)&amp;nbsp; สน.บางนา รับแจ้งเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณถนนเทพรัตน ฝั่งขาเข้า ช่วงปากซอยบางนาตราดซอย 8 แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.มนต์เสก ตระกูลพานิช ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ศุภากร แก้วเขียว ผกก.สส.สน.บางนา พ.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ วงค์สิงห์ สว.สส.สน.บางนา พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางนา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนดังกล่าว พบศพนายพีระพงษ์ สุวรรณ อายุ 52 ปี ชาวจ.หนองบัวลำภู นอนหงายสวมเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. จำนวน 4 นัด มีท่อนเหล็กตกอยู่ข้างกาย ห่างไปไม่ไกลพบรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน มช-8272&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้รับเบาะแสจากพลเมืองดี ที่สามารถถ่ายภาพรถผู้ก่อเหตุไว้ได้ เป็นรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แค็ป สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒห 2379 กรุงเทพมหานคร จึงทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายวินัย บุญพยุง อายุ 53 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ เป็นพนักงานของบริษัทให้เช่ารถเครน หลบหนีไปบริเวณถนนหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และรถที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวมาที่ สน.บางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือไปเพราะมีการขับรถปาดหน้ากัน ฝ่ายแท็กซี่ได้ใช้ท่อนเหล็กพยายามจะทำร้าย จนมีการยื้อแย่งกัน จึงใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วย ยิงสวน ก่อนจะหลบหนีไปจนถูกตามจับได้ ทั้งนี้ทางฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถปาดหน้า, ยิงดับ, สน.บางนา, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098d66d22863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังลุงแท็กซี่ตีนผี เมาชนคนเจ็บ-ตาย บนทางเท้า ไร้ญาติประกันนอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.ท.อดิรุจน์ คงปลอด รอง สว.สอบสวน สน.หัวหมาก ควบคุมตัว นายมงคลชัย จันทร์กว้างไกล อายุ 55 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขับรถยนต์ขณะมึนเมาสุรา มาขออำนาจศาลฝากขังศาลครั้งแรก เนื่องจากพนักงานสอบสวน ยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ และอื่นๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ขับรถแท็กซี่ขณะมึนเมาสุรา จนรถเสียหลักปีนขึ้นไปบนฟุตปาธพุ่งชนร้านกาแฟริมทาง และที่จอดวินรถจักรยานยนต์หน้าปากซอยรามคำแหง 60/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายพันลพ สินธุพันธ์ อายุ 75 ปี ขณะเดินเท้าบนฟุตปาธ และ น.ส.นิภาวรรณ์ นวลวันละ อายุ 38 ปี อาชีพขี่วินจักรยานยนต์และผู้บาดเจ็บอีกหลายราย เมื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่า นายมงคลชัยมีปริมาณแอลกอฮอร์ ในโลหิต147 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บ และบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ขับขี่รถยนต์ขณะเมาสุรา ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.จราจรฯ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;
ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังฝากขังแล้ว วันนี้ไม่มีญาติของผู้ต้องหามายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายมงคลชัยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญา, อาชญากรรม, เมาสุรา, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b219c7c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่ติดไวรัสอูฮั่นเล่าทั้งน้ำตาหลังหายดีหวังภาครัฐเยียวยาเรื่องรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;พญ.อนุตรา รัตน์นราทร แพทย์อายุรกรรมโรคปอด สถาบันบำราศนราดูร กล่าวถึงแท็กซี่รายแรกที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกภายในประเทศ ที่รักษาหายแล้ว ว่าเป็นชายไทยอายุ 50 ปี รับนักท่องเที่ยวชาวจีน แล้วรู้สึกผิดปกติ มีไข้ ไอมาก จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตามสิทธิ ผลตรวจพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จึงมีการส่งต่อมายังสถาบันบำราศวันที่ 28 ม.ค. มีไข้ต่ำ และมีความกังวล แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดเพราะตอนนั้นยังไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หลังจากให้การรักษาตามอาการแล้ว 2-3 วัน คนไข้อาการดีขึ้น จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้อ 31 ม.ค. ตอนนี้หายดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคนขับแท็กซี่ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาคลอ ว่า ขอบคุณแพทย์ พยาบาลที่รักษาตนจนหายป่วย ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงมากวิ่งรอบกระทรวงสาธารณสุขยังได้ เป็นโอกาสที่ดีเหมือนมาฟิตร่างกาย ความรู้สึกวันแรกน้ำตาไหล เพราะไม่คิดว่าเราจะป่วย เพราะเราทำงานเลี้ยงครอบครัว พอติดเชื้อความรู้สึกวันแรกก็ได้ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร ให้กำลังใจ โทรมาหาทุกวัน บอกอย่าเครียด ให้ทำใจสบาย ถ้ากินได้นอนหลับ ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ก็มาเยี่ยมเพราะเป็นห่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากเพื่อนแท็กซี่ และคนขับรถสาธารณะ ที่มีการคลุกคลีกับนักท่องเที่ยว วอนให้ทุกคนหันมาดูแลตัวเอง ไม่ใช่หาเงินอย่างเดียว แต่พอมีอะไรเกิดขึ้นมา รายได้หดหายเหมือนกับตน ถ้าไม่หายครอบครัวจะแย่ อย่างไรก็ตาม ของตนดีที่ครอบครัวไม่ติด เพราะทุกครั้งที่คนในบ้านป่วย โดยเฉพาะไข้หวัดจะแยกของใช้กัน รับประทานอาหารต้องใช้ช้อนกลาง ครอบครัวเลยไม่มีใครติด เพื่อไม่ให้ครอบครัวเราเป็นส่วนแพร่เชื้อสู่ภายนอก ที่ผมตนป่วยไม่ออกไปคุยกับคนนอกบ้านเลย เพื่อไม่ให้ใครมาโทษเราว่าเป็นตัวแพร่เชื้อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท็กซี่กล่าวอีกว่า แม้ว่าติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ฯ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับนักท่องเที่ยว หรือชาวจีนแต่อย่างใด เพราะก็เหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกันทั่วโลก การตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่ อู่ข้าวอู่น้ำก็คือนักท่องเที่ยว จึงไม่มีความรู้สึกแย่อะไร ตนดูข่าวในห้องแยกโรค ก็ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวจีนที่เมืองอู่ฮั่นทุกวันว่าให้สู้ๆ เพราะขนาดตนยังสู้จนหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วอนเพื่อนๆ ที่ขับรถสาธารณะ โดยเฉพาะแท็กซี่ซึ่งเป็นด่านแรกที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว ท่านอย่าลืม อยู่บนรถติดไฟแดงบางครั้งเป็นชั่วโมง 10 นาที 20 นาที แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของเราคนนั้นปลอดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าดูแล้วเขาไม่ปลอดภัยให้ส่งหน้ากากอนามัยให้เขาเลย ส่วนตัวเราเองขอวิงวอนเลยว่าใส่หน้ากากอนามัยเถอะ จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ ให้ใส่หน้ากากอนามัยเลย เราจะได้มีความรู้สึกดี&amp;rdquo; คนขับแท็กซี่กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมวิงวอนภาครัฐให้พิจารณาดูแลคนขับรถสาธารณะที่ต้องหยุดงานเพราะเรื่องนี้จะมีการชดเชยการขาดรายได้. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56362</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อนุตรา รัตน์นราทร, สถาบันบำราศนราดูร, แท็กซี่, แพทย์อายุรกรรมโรคปอด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a706603752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
