<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯชงอาคมไฟเขียวขึ้นราคาแท็กซี่โอเคสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นสัปดาห์หน้าขนส่ง ชงคมนาคมไฟเขียวปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแท็กซี่โอเค 8%ส่วนแท็กซี่ไม่โอเคแห้ว หลังพบยังมีการร้องเรียนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในฐานะโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เกี่ยวกับความคืบหน้าการพิจารณาปรับราคาโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ว่าขณะนี้ทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)ได้ส่งรายงานโครงสร้างต้นทุนการประกอบการและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันมาทางกลุ่มฝน กรมขนส่งทางบกซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปผลการศึกษาเพื่อเสนอให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารภายในสัปดาห์หน้า เมื่อกระทรวงเห็นชอบจะต้องออกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะใช้เวลา1เดือน เบื้องต้นปรับขึ้น8%
&amp;nbsp;
สำหรับ2แนวทางที่ ทีดีอาร์ไอได้ศึกษาเสนอไว้ ในการปรับอัตราค่าโดยสาร ประกอบด้วย1.ให้คงอัตราค่าโดยสารตั้งต้น และอัตราค่าโดยสารตามระยะไว้ตามเดิม แต่ปรับเฉพาะค่ารถติด กรณีรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 6กม.ต่อชม จากนาทีละ 2 บาท เป็นนาทีละ 3บาท ซึ่งจะทำให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีรายรวม 1,708 บาทต่อวันและมีรายได้หลักหักค่าใช้จ่าย 552บาท ต่อวัน 2. ยกเลิกค่ารถติด และคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาในการเดินทางรวม ในอัตรานาทีละ 1.50บาท ซึ่งจะทำให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีรายได้รวม 1,648บาทต่อวัน และมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย 492 บาทต่อวัน โดยที่ปรึกษาเห็นควรปรับเป็นแนวที่ 1 เนื่องจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับผู้รายน้อยกับการปฏิเสธผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวว่าการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารในครั้งนี้จะมีการปรับขึ้นเฉพาะรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคที่มีอยู่จำนวน 1,2987 คันกลัวประเทศจากแท็กซี่มิเตอร์ในกรุงเทพที่มีทั้งหมดจำนวน 8,0647 คัน หากแท็กซี่ที่ต้องการปรับขึ้นค่าโดยสารตามที่ได้กำหนดจะต้องเข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคเท่านั้น จึงจะสามารถปรับขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวว่าส่วนแท็กซี่ทั่วไปที่ยังไม่ปรับปรุงบริการเป็นแท็กซี่โอเคนั้น ยังไม่เข้าข่ายปรับขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากปัจจุบันยังพบว่ายังไม่ได้ปรับปรุงคุณภาพบริการให้เป็นที่ยอมรับ เมื่อพิจารณาตามสถิติการร้องเรียนแท็กซี่ผ่านสายด่วน 1584 ในปีงบประมาณ 2561 พบว่ามีถึง 48,223 เรื่อง สูงกว่าปีก่อนหน้าที่มีเรื่องร้องเรียน 43,804 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่ถูกร้องเรียน มากที่สุด คือ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกริยาไม่สุภาพ ขับรถประมาทหวาดเสียว ไม่ใช้มาตร (มิเตอร์) ค่าโดยสาร และไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากจะมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารในขณะนี้จะพิจารณาปรับขึ้นเฉพาะ แท็กซี่โอเค ตามผลการศึกษาทีดีอาร์ไอ นั้นเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ประกอบด้วย การติดตั้งระบบ GPS Tracking ติดตามพิกัดตำแหน่งรถ, ระบบยืนยันตัวตนผู้ขับรถ, กล้องบันทึกภาพในรถแบบ Snap Shot, ปุ่มฉุกเฉินเพื่อแจ้งเหตุร้องเรียน ให้บริการซึ่งถือเป็นต้นทุน และเป็นไปตามการยกระดับตามเงื่อนไขที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแท็กซี่วิ่งให้บริการในกรุงเทพฯ 80,647 คัน แบ่งเป็นแท็กซี่บุคคลธรรมดา 37,584 คัน และเป็นแท็กซี่นิติบุคคล 43,063 คัน ขณะที่ปัจจุบันแท็กซี่โอเคให้บริการแล้ว 12,986 คัน &amp;nbsp;(ตัวเลขวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา) &amp;nbsp;กรมฯ ยืนยันว่าหากแท็กซี่ที่ไม่เข้าระบบแท็กซี่โอเคมาแจ้งเข้าระบบด้วยการติดตั้งจีพีเอส ทำการตรวจสภาพ และเชื่อมโยงการบริการผ่านศูนย์ขนส่งก่อนประกาศปรับอัตราค่าโดยสารมีผลบังคับใช้ก็จะเข้าข่ายปรับราคาค่าโดยสารด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขึ้นราคาค่าโดยสาร, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, แท็กซี่โอเค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b81308db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลฟุ้งคนกรุงขานรับแท็กซี่โอเค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:https://www.it24hrs.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61-ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานโครงการ TAXI OK เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแท็กซี่ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการที่มีคุณภาพ เบื้องต้นพบว่าประชาชนให้การตอบรับโครงการนี้เป็นอย่างดี โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไปใช้บริการแล้ว 69,684 ครั้ง ประชาชนเรียกใช้บริการเฉลี่ยวันละ 2,000 ครั้ง มีแท็กซี่มาจดทะเบียนเป็นแท็กซี่โอเคแล้ว 2,824 คัน คาดว่าจะมีการจะทะเบียนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก รายงานสถิติว่าประชาชนเรียกใช้บริการรถแท็กซี่มากที่สุดในพื้นที่บริเวณสวนจตุจักร , 5 แยกลาดพร้าว ตามด้วย ถนนสุขุมวิทช่วงห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21, บีทีเอสอโศก โดยรัฐบาลจะเสริมการให้บริการใช้พื้นที่เหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้บริการแท็กซี่โอเค มีพฤติกรรมกดปุ่มฉุกเฉิน หรือ SOS โดยไม่มีเหตุจำเป็นเฉลี่ย 70-100 ครั้งต่อวัน จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า กด SOS ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คนกรุง, ทำเนียบรัฐบาล, ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์, รถแท็กซี่, รัฐบาล, แท็กซี่โอเค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa60e72bb265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
