<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัดศธ.&#039;ชี้&#039;แท็บเล็ต&#039;ยิ่งลักษณ์ ตกยุคแล้ว รองรับแอปฯใหม่ๆไม่ได้ หรือถ้าจะใช้ก็ต้องระดับมัธยมฯไม่ใช่ประถม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ค364- จากกรณีข้อเรียกร้องที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้นำแท็บเล็ตพีซีมาใช้ในระบบการศึกษาของไทย โดยโพสข้อความระบุถึงการศึกษาไทยว่าช่วงสถานการณ์โควิด-19 การปรับตัวเพื่อเรียนออนไลน์มีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยจากการติดเชื้อและให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด แท็บเล็ตพีซี จึงเป็นอุปกรณ์ทางเลือกที่พัฒนาให้นักเรียนรู้จักแสวงหาความรู้ และแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมกับปรับบทบาทครูเป็นผู้อำนวยการสอนเท่านั้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะนำนโยบายแท็บเล็ตพีซีและการเรียนออนไลน์เข้ามาใช้ในสถานศึกษาอย่างจริงจังและลงทุนให้ทุกโรงเรียนของรัฐมีอุปกรณ์การเรียนการสอนทั้งครูผู้สอนและนักเรียนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.ฉ ได้จัดซื้อ Tablet PC ให้กับนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศ ครั้งแรกในปี 2555 จำนวน 8 แสนเครื่องเศษ โดยในปี 2556 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นผู้จัดซื้อให้ จากบริษัทของประเทศจีนโดยตรง และจัดซื้อครั้งที่ 2 สำหรับนักเรียน ป.1 และ ม.1 ทั้งประเทศ จำนวน 1 แสน 6 หมื่นเครื่องเศษ โดยใช้วิธีการจัดซื้อแบบ e-Bidding ภายในประเทศไทย ต่อมาในปี 2557 ได้มีการประเมินผลการใช้ Tablet PC ในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน โดยสรุปคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
Tablet PC มีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนและครู มีความพึงพอใจสูง ในการใช้ในการเรียนการสอน อีกทั้ง Tablet PC ตอบสนองการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความแตกต่างของบุคคลด้านความพร้อมทางสติปัญญา ซึ่งผลการตอบรับภาพรวมในระดับโรงเรียนเห็นควรดำเนินโครงการ Tablet PC ต่อเนื่อง และจากสภาพปัญหาการใช้งาน จนถึงปัจจุบันพบว่า Tablet PC ยังมีจุดที่ต้องได้รับการพัฒนาหลายส่วน เช่น Spec Tablet PC ในสมัยนั้นค่อนข้างต่ำ การทำงานช้า และอายุการใช้งานสั้นปัจจุบันผ่านมา 8 ปี หมดอายุการใช้งาน ไม่สามารถรองรับ application ในปัจจุบัน สื่อ Application มีน้อย ไม่เพียงพอในการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ระบบปฏิบัติการ (OS) มีข้อจำกัดในการรองรับสื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำกัด หรือจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการใช้งานสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอสำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2555 มีงานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พบว่า Tablet PC เหมาะสมสำหรับนักเรียนระดับชั้น ป.4 ขึ้นไป ดังนั้นในกรณีจะจัดหา Tablet PC ให้กับนักเรียนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 เห็นควรจัดหาให้ระดับมัธยมศึกษาก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากนักเรียนกลุ่มนี้ใช้รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์อยู่เดิมแล้ว ในส่วนของระดับประถมศึกษายังมีการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย ได้แก่ On - AIR On &amp;ndash; Hand On - Demand นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ที่มาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ โดยเนื้อหาปัจจุบันนำเสนอในรูปแบบ New DLTV สามารถเข้าเรียนเมื่อใดก็ได้ เรียนล่วงหน้า ย้อนหลังได้ ผ่านเว็บไซต์ www.dltv.ac.th หรือผ่าน Application DLTV จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เพียงพอสำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษา ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับ Tablet PC ลำดับแรกๆ ควรเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาที่ด้อยโอกาสขาดแคลนอุปกรณ์ในการเรียน เช่น นักเรียนในกองทุน กสศ. รวมทั้ง Spec ของ Tablet PC ควรเป็นคุณลักษณะที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบันรองรับสื่อ Application ได้ทุกประเภท สำหรับการจัดหาควรใช้วิธีการเช่า ไม่ควรจัดซื้อ เพราะสามารถใช้งบดำเนินการสำหรับบริหารจัดการได้เลย เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 คลี่คลาย อาจจะไม่ต้องเช่าต่อก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากผลงานวิจัยจากครอบครัวในทวีปเอเชียและยุโรป โดยงานวิจัยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเรื่องผลกระทบของการเรียนออนไลน์ ในผู้ปกครองชาวอเมริกัน 405 คน ที่มีลูกอย่างน้อย 1 คนอายุต่ำกว่า 12 ปี และครึ่งหนึ่งของผู้ปกครองมีลูกอายุระหว่าง 2-5 ปี พบว่า ร้อยละ 40 ของผู้ปกครองรู้สึกเครียดจากการที่ลูกต้องเรียนออนไลน์ โดย ร้อยละ 25 ให้ข้อมูลว่า บ้านมีอุปกรณ์หรือสภาพไม่พร้อมต่อการเรียนออนไลน์ ส่วนผลสำรวจของ Washington Post จากผู้ปกครองที่มีลูกต้องเรียนออนไลน์ 60 คน พบว่าลูกตัวเองเครียดขึ้น ก้าวร้าวขึ้น เบื่ออาหาร บ่นปวดหลัง มีปัญหาเจ็บตาหรือตาอ่อนล้า ขณะที่งานวิจัยในประเทศจีน สำรวจนักเรียนในมณฑลหูเป่ยที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยเก็บข้อมูลนักเรียนเกรด 2 ถึง 6 (ป.2-ป.6) จำนวน 2,330 คน ระหว่าง 28 กุมภาพันธ์-5 มีนาคม 2563 พบว่ามีนักเรียนมากถึง ร้อยละ 40 ที่เผชิญความเครียดและวิตกกังวล สอดคล้องกับประเทศไทยที่ล่าสุดมีนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากเครียดจากการเรียนออนไลน์ เพราะไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้เกิดความทุกข์ และมีบางคนที่สุดท้ายก็นำไปสู่โศกนาฏกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า ดังนั้นในช่วงของสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงจำเป็นต้องใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อให้การเรียนรู้ต่อเนื่องการเรียนการสอนแบบออนไลน์มีองค์ประกอบ ได้แก่ ผู้สอน ผู้เรียน เนื้อหา สื่อการเรียนการสอน แหล่งเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอน ระบบการติดต่อสื่อสาร ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การวัดและการประเมินผล และเมื่อการเรียนออนไลน์มีบทสรุปเหมือนกับการเรียนปกติ ก็คือ ตัดสินกันที่การวัดและประเมินผลแบบเดิม ซึ่งกลายเป็นเรื่องหนักหน่วงของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเด็ก มีเด็กจำนวนมากที่ไม่ใช่ทุกข์ใจแค่การเรียนออนไลน์ การทำงานที่มากขึ้น แต่การสอบกลายเป็นเรื่องหนักสุด สืบเนื่องจากผลพวงเรื่องประสิทธิภาพในการเรียนออนไลน์ที่เด็กส่วนใหญ่อยากเรียนที่สถาบันการศึกษามากกว่า เด็กจำนวนมากถอดใจยอมถอยจากระบบ ออกจากโรงเรียนกลางคัน ในขณะที่ระดับมหาวิทยาลัยก็ดรอปไว้ก่อน นักเรียนในสิงคโปรต์ต้องกลับไปเรียนออนไลน์นาน 10 วัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เพื่อที่จะรักษาระยะห่างระหว่างคนเด็กหลายล้านคนทั่วโลกต้องเรียนหนังสือจากบ้าน เพราะเกือบทุกประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดใหญ่ของโควิด&amp;nbsp;
&amp;quot;แม้ขณะนี้นักเรียนจำนวนหนึ่งกลับไปโรงเรียนแล้ว สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องช่วงเวลาที่สูญเสียไปของการศึกษา แต่ยังเป็นผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพจิตของเด็กด้วยเด็ก ๆ ทั่วโลกทุกข์ทรมานกับความรู้สึกเครียด ความวิตกกังวล และการโดดเดี่ยวในช่วงที่ต้องล็อกดาวน์และปิดโรงเรียนนานหลายเดือนในช่วงปีที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาด แทบไม่มีการพูดถึงเรื่องสุขภาพจิตในโรงเรียนที่มุ่งเน้นด้านวิชาการในสิงคโปร์ แต่เรื่องนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป&amp;quot;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 กระทรวงศึกษาธิการพบว่ามีโรงเรียนที่จัดการเรียนแบบออนไลน์เต็มรูปให้กับนักเรียนจำนวน 7,889 โรงเรียน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 22.5 ในสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นมีข้อจำกัดจากการใช้ Tablet PC ในหลายมิติ เช่น
1. ครอบครัวผู้ปกครองไม่สามารถจัดหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อให้นักเรียนได้เรียนออนไลน์อย่างเต็มรูปผ่าน Tablet PC ได้ด้วยสภาพพื้นที่ของที่อยู่อาศัยและสภาพเศรษฐกิจ
2. ผู้ปกครองต้องออกไปทำงานนอกบ้านนักเรียนต้องอยู่กับพีซี แท็บเล็ตโดยไม่มีผู้ดูแลกระตุ้นเตือนให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองทำให้ขาดประสิทธิภาพ
3. ผู้เรียนต้องการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับเพื่อนและ กับครู
4. การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์นั้นจะต้องมีการพัฒนาในองค์ประกอบ 3 ด้านคือ ด้านสติปัญญา ด้านร่างกายอารมณ์สังคม และด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดังนั้นการใช้พีซีแท็บเล็ต เป็นไปเพื่อช่วยในการเรียนออนไลน์จะมีประโยชน์เกิดคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษาของคนได้เฉพาะบางส่วนจึงไม่เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับการจัดการศึกษาโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงศึกษาธิการ และสถานศึกษา ได้คำนึงถึงการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบที่ใช้ครอบครัวและผู้เรียนเป็นฐาน รูปแบบการจัดการศึกษาการจัดการเรียนการสอนจึงต้องมีความหลากหลายตามความต้องการจำเป็นทั้งนี้ต้องเลือกที่เหมาะสมกับบริบทของครอบครัวสภาพพื้นที่สภาพเศรษฐกิจกิจและสังคมรวมถึงศักยภาพของผู้เรียนเป็นหลัก การจัดหา Tablet PC เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนจึงมีความเหมาะสมและจำเป็นกับนักเรียนเพียงบางกลุ่มบางสถานศึกษาเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนที่เรียนในระบบออนไลน์ก็สามารถใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วในการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ที่สถานศึกษาดำเนินการไปแล้ว&amp;rdquo; ปลัด ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108836</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, การเรียนออนไลน์, สุภัทร จำปาทอง, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฏฐพล&#039;ยอมรับมีช่องโหว่มากรายงานนายกฯยกเลิกซื้อแท็บเล็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้เข้ารายงานเกี่ยวกับการดำเนินการในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการเรียนการสอนว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร เพราะพล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงในเรื่องการศึกษาและเด็กๆอย่างมาก โดยระบุว่าในเรื่องของการศึกษาจะหยุดไม่ได้ รวมถึงท่านได้สอบถามถึงเรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต โดยรายงานไปว่า ศธ.ไม่ได้จัดซื้อแท็บเล็ตดังกล่าวแล้ว เพราะมีทางอื่นที่ดำเนินการได้จำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณ อีกทั้งขบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องดังกล่าวมีช่องโหว่มาก ดูแล้วไม่เหมาะสมในตอนนี้ ทั้งนี้นายกฯเน้นย้ำเรื่องงบประมาณว่าการใช้จ่ายต้องเหมาะสมมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามเรื่องการสอนออนไลน์ ถ้าจำเป็นจะดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งผมยืนยันว่าดำเนินการได้ โดยจะหารือกับ มูลนิธิไกลกังวล กสทช. เพื่อเตรียมการเนื่องจากจะใช้เนื้อหาของ มูลนิธิไกลกังวล เป็นหลักหากต้องเรียนออนไลน์ โดยวันที่ 16 พ.ค. นี้ จะมีการทดลองระบบก่อน ซึ่งนายกฯบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการทดลอง เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการพัฒนา จะได้รู้ว่าตรงไหนมีปัญหาอย่างไร ครูในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงหรือไม่ พื้นที่ไหนรับสัญญาณไม่ได้ เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกจุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค.จะต้องมีการเรียนการสอน พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติได้ก็ใช้รูปแบบปกติ พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติไม่ได้จะเอาวิธีการเรียนออนไลน์เข้าไปเสริม อย่างน้อยช่วงเวลาก่อนถึงวันที่ 1 ก.ค. เราก็ได้ทดลองและเตรียมความพร้อมในการเรียนออนไลน์ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิดลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯระบุว่าประมาทไม่ได้ เพราะตัวเลขลดลงได้มันก็ขึ้นได้ อย่างในช่วงสงกรานต์ถ้าประชาชนมีวินัยดีก็ถือเป็นทิศทางที่ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, จัดซื้อ, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8468cca84f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ชม&#039;ณัฎฐพล&#039;เลิกซื้อแท็บเล็ต แนะปฏิรูปศึกษาครั้งใหญ่สร้างเด็กไม่ชังชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;


12 เม.ย. 63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ขอชื่นชม&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; เชื่อว่าประชาชนคนไทย คงชื่นชมและให้กำลังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนถึงข้อท้วงติง พร้อมทบทวนการแจกแท็บเล็ตแก่นักเรียนชั้นม.4-ม.6

&amp;nbsp;

ผมอยากเล่าสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากสิงคโปร์ ที่ช่วงหลังมานี้ สิงคโปร์มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มจนน่าตกใจ นายกฯเขาประกาศมาตรการที่เข้มงวดคล้ายไทย และมีการประกาศปิดโรงเรียนทุกระดับ ให้เรียนออนไลน์ที่บ้าน กระทรวงศึกษาสิงคโปร์ มีนโยบายสับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการ ช่วยนักเรียนที่มีปัญหาอุปกรณ์ และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นรายๆไป ไม่มีการแจกแท็บเล็ต เขาประกาศวันศุกร์ที่ 3 เมษายน วันที่ 7 เมษายนปิดโรงเรียน วันที่ 8 เมษายน เรียนออนไลน์ที่บ้าน ด้วยแอพฟรีไม่ต้องเสียเงิน

&amp;nbsp;

สิ่งที่อยากจะบอกคือ คุณภาพการศึกษา จึงไม่ใช่การแจกแท็บเล็ต แต่หมายถึงวิธีการ สาระ และศักยภาพพื้นฐานของโรงเรียน ครู ที่มีความพร้อม เพื่อสร้างเด็กที่มีคุณสมบัติที่ประเทศต้องการ ดังนั้นกระทรวงศึกษาจึงต้องวางเป้าหมาย สร้างเด็กให้โตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่รู้จักระเบียบ วินัย ไม่ชังชาติ ไม่ดูถูกประเทศ รักในกำพืดความเป็นชาติ หวงแหนในวัฒนธรรม ประเพณี พูดได้สองภาษา รู้จักคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล มีทักษะการใช้ชีวิตในสังคม และสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิตอล

&amp;nbsp;

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงศึกษาของท่านณัฏฐพล ต้องหาคำตอบ ว่าจะทำอย่างไร ในระยะเวลาสองเดือนเศษ ช่วงที่โรงเรียนยังไม่เปิด เพราะประชาชนอยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ในยุคนายกฯที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ รมว.ศึกษาชื่อณัฏฐพล ส่งกำลังใจท่านครับ ประชาชนรอปรบมือให้ท่านอยู่&amp;rdquo;.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล, ปฏิรูปการศึกษา, ศธ., หมอวรงค์, แท็บเล็ต, ไม่ชังชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f1dca85e58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฏฐพล&#039;กลับลำ เลิกซื้อแท็บเล็ต ลั่นไม่หาอุปกรณ์ใหม่ที่เกินความจำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงมาตรการเตรียมความพร้อมการเลื่อนเปิดภาคเรียนและรับมือการจัดการศึกษารูปแบบออนไลน์ ว่า ขณะนี้ตนเข้าใจดีว่าหลายฝ่ายมีความกังวลกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ที่ต้องมีการเลื่อนเปิดภาคเรียนและต้องหันมาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์แทน ซึ่งตนขอย้ำว่าแม้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังไม่พ้นวิกฤต แต่เป้าหมายการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพของนักเรียน คือ สิ่งสำคัญที่สุด โดยโรงเรียนอาจหยุดเรียนได้แต่เด็กหยุดเรียนรู้ไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อประเมินความพร้อมและความต้องการของโรงเรียน ในแต่ละพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอน

ทั้งนี้การที่ ศธ.มีมติเดินหน้าจัดการศึกษาในรูปแบบออนไลน์และเลื่อนเปิดภาคเรียนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐาน 6 ข้อ ได้แก่ 1.จัดการเรียนการสอนที่ต้องคำถึงความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการเปิดภาคเรียนหมายถึง การเรียนที่โรงเรียนหรือการเรียนที่บ้าน ทั้งนี้การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับผลการประเมินและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 2.บริการให้นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนได้ แม้ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ 3.ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การเสนอขอช่องทีวีดิจิทัลจาก กสทช. ทั้งหมด 13 ช่อง เพื่อให้นักเรียนทุกระดับชั้นสามารถเรียนผ่าน DLTV ได้ ซึ่งประเด็นสำคัญจะยังไม่มีการลงทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ใดๆเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ตัดสินใจนโยบายต่าง ๆบนพื้นฐานของการสำรวจความต้องการจากนักเรียน ครู และโรงเรียน โดยให้การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยศธ.ขะสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ 5. ปรับปฏิทินการศึกษาของไทยให้เอื้อต่อการเรียนเพื่อรู้ของเด็กมากขึ้น รวมทั้งมีการปรับตารางเรียนตามความเหมาะสม และ 6. บุคลากรทางการศึกษาทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62852</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e8314132baa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์&#039; แนะ &#039;ณัฏฐพล&#039; พับแผนแจกแท็บเล็ต ให้ทำ 4 สิ่งนี้แทนรับรองแก๊งเสรีภาพนำสุขภาพต้องอึ้งแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - นพ.วรงค์ &amp;nbsp;เดชกิจวิกรม สมาชอกพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท็บเล็ต ม.4-ม.6 พร้อมข้อเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าท่านรัฐมนตรีศึกษา ได้รับฟังความคิดเห็นจากหลายๆฝ่าย หวังว่าท่านรัฐมนตรีศึกษาน่าจะเปลี่ยนแผนการแจกแท็บเล็ตเป็นล้านเครื่อง แก่นักเรียนชั้นม.4-ม.6 เพราะถ้ายังเดินหน้าต่อ เป้าหมายการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม จะเบี่ยงเบนจากเรื่องเสรีภาพและสุขภาพ มาสู่เรื่องแทปเล็ตแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอางบประมาณ และเวลาที่เหลือ 2 เดือนเศษก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค. มาวางแผนเปลี่ยนแปลง ระบบการศึกษาของประเทศจะดีกว่า โดยหลักง่ายๆ ปัญหาเรื่องคนของประเทศวันนี้คืออะไร เราอยากเห็นคนไทยในอนาคตเป็นอย่างไร เราก็แก้ตรงนั้น พอประเมินได้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ทำอย่างไรให้คนไทยพูดได้สองภาษา จะเป็นไทย-อังกฤษ ไทย-จีน หรืออื่นๆ แค่โจทษ์ข้อนี้ ในการวางแผนทั้งประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนลูกหลานประชาชนที่ด้อยโอกาสที่ห่างไกล ก็ท้าทายมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ช่วงหลังมานี้ คนมีการศึกษาดีหลายภาคส่วน ใช้ภาษาหยาบคายมาก ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ลืมประวัติศาสตร์ชาติ ลืมวัฒนธรรมประเพณี ดูถูกประเทศ เอาเวลาช่วงนี้มาศึกษาว่า จะปรับปรุงหลักสูตร หรือแก้ไขอย่างไร เพื่อสอนเด็กได้ซึมซับ ให้คนไทยในอนาคตไม่เป็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะปรับการเรียนการสอนอย่างไร ให้คนไทยมี critical thinking หรือมีความคิดแก้ปัญหาเชิงเหตุผล หลายท่านมีข้อเสนอ ต้องปรับการประเมินเอาข้อสอบอัตนัยมาช่วย เอาระบบการเรียนที่เด็กได้จัดกลุ่มนำเสนอ มากกว่าท่องจำ เราต้องยอมรับว่ากลุมประเทศที่การศึกษาดีที่สุดในโลกอย่างฟินแลด์ สิงคโปร์ หรืออังกฤษ ไม่มีข้อสอบชอยซ์ มีแต่อัตนัย ถ้าปรับตรงนี้ได้ การเรียนพิเศษจะค่อยๆหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ในช่วงวิกฤตโควิด เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะสร้างกระแสวินัยให้แก่คนในชาติ รวมถึงฝึกวินัยนักเรียนทั้งประเทศ โดยเฉพาะการเข้าแถวที่ถูกปลูกฝังในจิตวิญญาณ สามารถเอา social dustancing มาใช้กับนักเรียนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกหลายเรื่องดีๆที่กระทรวงศึกษาควรทำแผน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ให้ถึงโรงเรียนลูกหลานคนจน โดยไม่ต้องซื้อแทปเล็ตแจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญที่สุด การศึกษาจะมีคุณภาพได้ ต้องกระจายอำนาจและงบประมาณมาที่โรงเรียนให้มากที่สุด เอาผู้ปกครองและคนในท้องที่มาร่วมบริหาร ส่วนผู้บริหารที่สูงขึ้นไปก็กำหนดเป้าหมาย คอยติดตาม กำกับ ตรวจสอบ ให้ได้ผลตามเป้าหมาย ถ้าทำได้รับรองประชาชนจะยกย่อง ชื่นชมทั้งประเทศ และพวกเสรีภาพนำสุขภาพต้องอึ้งแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62808</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8a99af86c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; เดือด! ทุบ &#039;แท็บเล็ตณัฏฐพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 -&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายจัดการเรียนการสอนออนไลน์ หลัง คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือนพฤษภาคม ออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยการเรียนการสอนออนไลน์ดังกล่าว ศธ.เตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน เพื่อใช้สื่อสารสองทางระหว่างนักเรียนและครูผู้สอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าว มีครูผู้ปกครองมาร้องให้สมาคมฯสื่อไปยังรัฐบาลด้วยว่า กำลังจะเป็นปัญหาซ้ำรอยเดิมที่รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยทำมาและล้มเหลวไปแล้วโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผล 6 ประการ คือ 1)ทุกวันนี้ เด็กปัจจุบัน มีมือถือเป็นส่วนใหญ่ แค่ลำพังเราสอนอยู่ตรงหน้ายังไม่ตั้งใจเรียนเลย คิดหรือว่าเด็กอยู่บ้านจะนั่งดูครูไลพ์สอน มานั่งเรียนบทเรียนออนไลน์ ถ้าเด็กไม่ยอมดูจะบังคับยังไง เด็กในเมืองกับชนบทความรับผิดชอบต่างกันมาก เด็กประถม มัธยม ไม่ใช่เด็กมหาลัยที่เค้าจะมีสมาธิมานั่งเรียนแบบนี้ได้ ยังไงต้องมีครูคอยควบคุม ทุกวันนี้เด็กไทยใช้เทคโนโดยไม่มีการควบคุมดูแล ที่ผ่านมาถึงได้พังไม่เป็นท่า เตรียมตัวปวดหัวแน่นอนครูไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)แท็บเล็ตที่ ศธ.จะจัดสรรมา จะมีความโปร่งใสไร้ทุจริตได้อย่างไร ครั้งที่แล้วราคา 15,000 ได้สเป็คราคาไม่ถึง 5,000 &amp;nbsp;รุ่นที่แล้วทุกวันนี้ทุกโรงเรียนได้ใช้ไหม เคยมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหรือไม่ว่าอุปกรณ์ไอทีแต่ละชิ้นที่จัดสรรมา ราคาเป็นยังไง แพงกว่าท้องตลาด 3-4 เท่าหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)สงสารครูไทย เพราะก่อนจะใช้ออนไลน์ เอาจริงๆครูทำเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวต้องเอามาอบรม สอนครูใช้รับตรวจแท็บเล็ต แล้วไปสอนนักเรียนใช้กันวุ่นวาย จะใช้เป็นก่อนโควิด-19 หายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)เลื่อนเปิดเรียนแล้วก็เลื่อนไป แต่อย่าคิดระบบเรียนออนไลน์ให้วุ่นวาย ถ้าทำจริงจะแจกยังไง ต้องให้มารับที่โรงเรียนหรือไม่ ก็เสี่ยงโควิดอีก จะสอนนักเรียนใช้เบื้องต้นยังไง ในเมื่อยังพบเด็กไม่ได้ จะให้ผู้ปกครองสอนใช้หรืออย่างไร แล้วถ้าแจกมันคุ้มค่าจริงไหม เด็กจะใช้เรียนจริงหรือเปล่า ระบบอินเตอร์เน็ตครอบคลุมแล้วหรือยัง คิดเยอะๆ นะท่าน รมว. อย่าสักแต่จะแจก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)ผู้ปกครองอย่าดีใจว่าจะได้ของฟรี ทุกวันนี้ห้ามลูกหลานติดเกมส์มือถือได้หรือยัง เรียกมากวาดบ้าน เรียกมากินข้าว เหนื่อยกันไหมครับ อย่าคิดว่าลูกฉันเก่ง ฉันยังเข้าไม่เป็นเลย แบบนี้ไม่ใช่เก่งเทคโนโลยีนะครับ เพราะเล่นกันแต่เกมส์ ดูแต่ YouTube ไม่ได้ขนขวายหาความรู้ที่มีมากมายเลย จนทำอะไรกันไม่เป็นแล้ว บางคนก็หายจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อน อยู่กับร้านค้าที่มีWiFiฟรี จนไม่สนการบ้าน ไม่ช่วยงานบ้าน ตามหาตัวกันทุกวัน จริงไหมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้าย ศธ.อย่าได้คิดขายฝันไปเรื่อยๆ ขนาดครูผู้มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ยังคิดจะเอามาใช้ลำบากเลย แล้วครูอีกหลายๆ คนจะพร้อมไหม เทคโนโลยีกับการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ภูมิคุ้มกันการใช้เทคโนโลยีของเด็กไทยยังแย่อยู่มาก ทุกอย่างต้องพร้อมกว่านี้ การเปลี่ยนแปลงบางครั้งมันต้องค่อยเป็นค่อยไป วางระบบ รากฐานให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่คิด สั่งตูม แล้วบอกครูต้องทำได้ น่าสงสารครูไทยครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่าทุกวันนี้มีการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning TV : DLTV)จากโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ช่วยประเทศไทยมาหลายปีแล้ว ทำไมไม่ร่วมมือกับ กสทช.จัดทำระบบ อีดีแอลทีวี (eDLTV : Electronic Distance Learning Television) ขึ้น ให้นักเรียนศึกษาที่หน้าจอทีวีที่บ้าน น่าจะประหยัดกว่ากันเยอะเลย สู้เอาเงินจัดซื้อแท็บเล็ตไปใช้ซื้อหน้ากากอนามัย ซื้อชุด PPE ชื้อชุดตรวจการแพร่ระบาดของโควิด-19 แจกแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62794</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e912460b53f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แท็บเล็ต&#039; เพื่อการศึกษาคืนชีพ  จาก &#039;รัฐบาลปู&#039; ถึง &#039;รัฐบาลบิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ครม.รับทราบสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง จากวันที่ 16 พ.ค. เป็นวันที่ 1 ก.ค. และจะไม่มีการปิดเทอมในเดือน ต.ค.63 และเดือน เม.ย.64 เนื่องจากมีการเลื่อนเปิดภาคเรียนล่าช้าไป 1 เดือนครึ่งแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังเปิดเผยเรื่องที่สำคัญคือ การเรียนการสอนออนไลน์ผ่านทีวี 7 ช่อง ซึ่งจะเริ่มปล่อยสัญญาณในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เพื่อทดลองระบบและหาจุดบกพร่อง
ทว่า เจ้ากระทรวงยังผุดไอเดีย เปิดเผย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางกระทรวงเตรียมที่จะจัดหาอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ที่มีความเหมาะสม อาจจะเป็น Tablet หรือ Laptop ที่มีความแตกต่างจากที่เคยแจกในครั้งที่แล้ว โดยสามารถใช้เรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้การจัดหาอุปกรณ์ที่มีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีในปัจจุบันมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป โดย ศธ.ต้องบริหารจัดการงบประมาณภายในกระทรวงเอง ไม่ของบประมาณเพิ่ม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ข่าวนี้เผยแพร่ ชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์หนักและต่างไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากมีบทเรียนจากรัฐบาลสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าแท็บเล็ตสมัยนั้นกำจัดหมดประเทศไปแล้วหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเอาเข้าจริงเมื่อแจกจ่ายไปยังเด็กนักเรียนแล้วกลับใช้งานได้อย่างไร้ประสิทธิภาพ เมื่อเครื่องที่จัดซื้อมีสเปกต่ำ จึงทำให้แท็บเล็ตอืด ช้า แบตเตอรี่หมดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และซวยซ้ำกรรมซัด ใช้ไปได้ไม่เท่าไหร่ เกิดเสียไม่มีศูนย์รับซ่อม เท่ากับว่าแท็บเล็ตรัฐบาลในชุดนั้นกลายเป็นที่ทับกระดาษไป และเกิดเป็นภาระของสังคมที่ต้องมานั่งกำจัดเป็นล้านๆ เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ร้ายสุดที่สุดเห็นจะเป็น &amp;ldquo;การจัดซื้อจัดจ้าง&amp;rdquo; ผลปรากฏว่าบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลกลับไม่สามารถส่งแท็บเล็ตได้ตามกำหนด ถึงขนาดนักเรียนชั้น ป.1 เลื่อนชั้นไป ป.2 กันเลยทีเดียว บางล็อตก็ส่อฮั้วประมูล อย่างเช่น การประมูลในโซน 3 นักเรียนชั้น ม.1 (ภาคกลางและภาคใต้) จำนวน 426,683 เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแบบนี้แล้วก็ยังรู้สึกประหลาด ทำไม &amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; ถึงยังติดใจเสนอโครงการในลักษณะแบบนี้ และเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำถึงเปิดช่องให้ทำตามที่ &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; ออกมาให้สัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งก็มีหัวหน้าเป็นคนเดียวกันกับรัฐบาลชุดนี้ ออกคำสั่งยกเลิกนโยบายประชานิยมโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียนไปแล้ว พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) อดีตรองหัวหน้า คสช. ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปไตร่ตรองถึงข้อดี-ข้อเสีย และความคุ้มค่าของโครงการประชานิยมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจึงสั่งให้ยุติกระบวนการดำเนินการทุกอย่างในโครงการแท็บเล็ต ทั้งการประมูลในโซนที่ 4 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 1.1 พันล้านบาท และโครงการแท็บเล็ตในปีงบประมาณ 2557 กว่า 5.8 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดเอาแล้วกันว่า หากมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย หรือเป็นการลงทุนการศึกษาที่คุ้มค่า คสช.จะยกเลิกทำไม ตัวอย่างมีให้เห็น ถามว่ากล้าซ้ำรอยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากเหตุผลโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตของ &amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; อ้างว่าอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หากมีอุปกรณ์นี้จะทำให้นักเรียนศึกษาผ่านระบบออนไลน์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด และจะมีปัญหาวุ่นวายตามมาทีหลังค่อนข้างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากปัญหาที่กล่าวข้างต้นยังพบว่า หากแจกให้ทุกคนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในพื้นที่ห่างไกล ถามว่าจะเอาสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากที่ไหน กับแค่คลื่นสัญญาณโทรศัพท์ยังติดๆ ดับๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้แต่แจกเด็กในเมือง พื้นที่พัฒนาแล้วก็ตาม ยังจำเป็นต้องอาศัยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต/ไวไฟ ถามว่าถ้าอินเทอร์เน็ตหมดจะทำอย่างไร ต้องเป็นหน้าที่รับผิดชอบของงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการในการจัดหาแพ็กเกจอีกใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุใดจึงไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ทั้งยังเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพเสียด้วย เช่น &amp;ldquo;ครูตู้&amp;rdquo; การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ให้นักเรียนเปิดทีวีดูครูสอนยังดีกว่า เป็นต้น หรือจะขอความร่วมมือกับช่องโทรทัศน์ของภาครัฐในการเผยแพร่การเรียนการสอนอีกทางก็ย่อมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากอ้างว่าแนวทางนี้มีข้อเสีย คือถ้านักเรียนไม่ตั้งใจฟังในบทเรียนนั้นๆ จะไม่สามารถย้อนดูทีหลังได้นั้น ก็มีแนวทางแก้ไขโดยการใช้วิธีการบริหารจัดการอัดเป็นวิดีโอ เปิดช่องในยูทูบเพื่ออัพโหลดคลิปวิชาต่างๆ สำหรับนักเรียนที่พลาดหรือไม่เข้าสามารถเข้าไปเปิดย้อนหลังหรือทบทวนบทเรียนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขการศึกษาควรต้องแก้เป็นกลุ่มๆ ให้เหมาะสม ไม่ใช่การหว่านแหแจกแท็บเล็ต 1 เครื่องแล้วจบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยามที่บ้านเมืองต้องใช้งบประมาณจำนวนมากมายมหาศาลในการกู้วิกฤติครั้งนี้ ขอร้องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนช่วยใช้เงินของประเทศชติอย่างประหยัดและคุ้มค่าได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; ขอได้ไหม ทบทวนอีกครั้ง เพื่อเห็นแก่นักเรียนและประชาชนตาดำๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศึกษา, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e906acb0375e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
