<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มคลั่งไล่ฟันแท๊กซี่สาหัส3ราย! ในลานจอดรถหน้าห้างดังย่านบางพลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค. 64 - เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีระพงษ์ อะภัยวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ บางพลี จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีบางพลี ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดแท็กซี่หน้าห้าง พบเพียงกองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณพื้น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 ราย ทราบว่าเป็นคนขับแท็กซี่ พลเมืองดีได้ช่วยนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี ซึ่งอยู่ติดกับห้างดังกล่าวไปก่อนแล้ว ซึ่งผู้บาดเจ็บ 2 ใน 3 ราย อาการสาหัส ถูกอาวุธมีดดาบฟันเข้าที่ศีรษะ และลำตัว ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ห้างและพลเมืองดี ได้ช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ ในสภาพเลือดของผู้บาดเจ็บท่วมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่ง พร้อมด้วยอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุตที่ใช้ก่อเหตุซึ่งอยู่ในสภาพหงิกงอ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่โรงพัก สภ.บางพลี ทราบชื่อนายวินัย สุกแก้ว อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดพิจิตร ซึ่งยังไม่ยอมให้การใด ๆ ทั้งสิ้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน รอการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสาวคำบง ศรีบุบ อายุ 54 ปี&amp;nbsp; หัวหน้าแม่บ้านของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ได้เล่านาทีระทึกว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ก่อเหตุได้วิ่งถือมีดเข้ามาหาตน จึงวิ่งหนีเข้ามาในห้างฯ ผู้ก่อเหตุจึงหันไปที่กลุ่มโชเฟอร์รถแท็กซี่ที่นั่งรอลูกค้าอยู่ที่ลานจอดหน้าห้าง โดยผู้ก่อเหตุได้ฟันกลุ่มคนขับแท็กซี่ไม่ยั้ง จนต้องหนีตายกันอลหม่าน แต่มีผู้บาดเจ็บ 3 รายที่หนีไม่ทันถูกฟันเข้าที่ศีรษะและลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากที่คนขับแท็กซี่จะตั้งสติได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของห้างและพลเมืองดีจะเข้ากันช่วยจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้และใช้เชือกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคนแท็กซี่ที่อยู่ในเหตุการณ์&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุขณะที่พวกตนและผู้บาดเจ็บกำลังนั่งลูกค้าอยู่ที่ลานจอดรถ อยู่ ๆ ผู้ก่อเหตุได้วิ่งถือมีดเข้ามาไล่ฟัน ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหนเพราะไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากที่พวกตนตั้งสติได้จึงได้ช่วยกันเข้าจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้ จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน รอการสอบสวนภายหลัง ซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีอาการทางสมองหรืออาการทางประสาท เนื่องจากมีดดาบที่นำมาเป็นอาวุธในการก่อเหตุอยู่ในสภาพใหม่น่าจะเพื่อซื้อมาหรืออาจจะหยิบฉวยมาจากร้านค้าในละแวกใกล้เคียงก่อนที่จะวิ่งเข้ามาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111907</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนุ่มคลั่ง, ห้างดังย่านบางพลี, แท๊กซี่, ไล่ฟัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107425fbbac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดแอปพลิเคชันติดตามรถแท็กซี่ลุยเปิดตัว มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp; มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดทำแอปพลิเคชันสำหรับเป็นทางเลือกให้รถแท็กซี่ใช้แทน GPS โดยต้องมีความสามารถในการติดตามรถแท็กซี่เพื่อความปลอดภัย และผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันได้ในขณะเดียวกัน เพื่อความสะดวกและเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ด้วย

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ขบ.อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบควบคุม ตรวจสอบ และติดตามรถ TAXI เพื่อความปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชัน โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ภายในเดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและสร้างความเข้าใจกับผู้ขับรถแท็กซี่ พร้อมกันนี้ ได้ให้ ขบ.พัฒนาบริการรถรับจ้างทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการมีรายได้เสริมและเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการการเดินทาง โดยเรียกใช้บริการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งรถยนต์ที่นำมาให้บริการบางส่วนยังไม่สามารถนำมาจดทะเบียน ให้ถูกต้องตามกฎหมายได้

ทั้งนี้จึงกำหนดให้มีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอีกแบบหนึ่ง โดยการเรียกใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม จะได้มีการกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไข การจดทะเบียนและผู้ขับรถ เจ้าของรถต้องมีและใช้อุปกรณ์เครื่องสื่อสารเพื่อรับงานจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง คนขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ เพื่อความปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องจัดทำประกันภัยสำหรับรถยนต์สาธารณะ

ในส่วนของรถยนต์ที่จะนำมาเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นรถเก๋งสองตอน รถเก๋งสองตอนแวน รถเก๋งสามตอน รถเก๋งสามตอนแวน รถยนต์นั่งสองตอน รถยนต์นั่งสองตอนแวน รถยนต์นั่งสามตอน รถยนต์นั่งสามตอนแวน หรือรถยนต์ลักษณะอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี และจะกำหนดขนาดรถที่ให้บริการ ที่มีความหลากหลาย

ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน เมื่อดำเนินการเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ต้องแสดงเครื่องหมายแสดงการเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดไว้ที่ตัวรถ โดยจะมีการกำหนดแบบของเครื่องหมายและตำแหน่งการติดตั้ง ส่วนทะเบียนรถยังคงใช้หมายเลขและแผ่นป้ายทะเบียนที่เป็นทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลเดิม อย่างไรก็ตาม รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงกำหนดให้มี อายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย ได้มอบหมายให้ขบ.พิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะมาให้บริการระบบแอปพลิเคชันในการเรียกรถให้สอดคล้องกับต่างประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทุนทะเบียนบริษัท เป็นต้น เพื่อให้ผู้ให้บริการระบบฯ มีความรับผิดชอบต่อสังคมในภาพรวม รวมทั้งการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ในกฎหมายสมควรจะให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแก้ได้ตามสถานการณ์หรือวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96442</URL_LINK>
                <HASHTAG>แท๊กซี่, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052bea4b8024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียว&#039;แท๊กซี่&#039;คิดค่าบรรทุกสัมภาระเพิ่ม 20-100 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI &amp;ndash; METER) ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร 2563 ลงนามประกาศ ณ วันที่ 28 ต.ค. 2563 โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI &amp;ndash; METER) ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กำหนดความหมายของคำว่า &amp;ldquo;สัมภาระ&amp;rdquo; หมายถึง สินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีการบรรจุกล่องกระเป๋า มัดรวม หรือบรรจุหีบห่อ และที่มิได้บรรจุแต่มีขนาด ปริมาณ ความกว้าง ความสูงเกินกว่าเป็นสัมภาระติดตัว แต่มิให้หมายความรวมถึงรถเข็นหรืออุปกรณ์สำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย เช่น วีลแชร์ ไม้เท้า ส่วนคำว่า&amp;rdquo;สัมภาระ&amp;rdquo; ติดตัวหมายถึงสัมภาระที่อยู่ในความดูแลของคนโดยสารระหว่างการเดินทาง เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าคอมพิวเตอร์ เป้สะพายหลังและให้หมายถึงของใช้ส่วนตัวที่ติดตัวคนโดยสารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนการคำนวณค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษ ให้กำหนด ดังนี้ 1. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งเกินกว่า 26 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งไม่เกิน 26 นิ้วเกินกว่า 2 ชิ้น ให้เรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ชิ้นที่ 3 ขึ้นไป ในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท ทั้งนี้ ไม่นับรวมกับสัมภาระตามความหมายข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์การกีฬาจำพวก ถุงกอล์ฟ รถจักรยาน วินด์เซิร์ฟหรือเครื่องดนตรี ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นสินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่บรรจุกล่อง และที่มิได้มีการบรรจุกล่อง แต่มีการมัดรวมหรือหีบห่อรวมกันไว้ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่บรรจุกล่อง มัดรวมหรือหีบห่อชิ้นละไม่เกิน 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การวัดขนาดของสัมภาระ มิให้วัดล้อหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่รวมคำนวณเป็นขนาดของสัมภาระด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การเรียกเก็บค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษ ให้เรียกเก็บได้ในกรณีการจ้างจากท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือการจ้างจากสถานที่อื่นไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ผู้ขับรถยนต์รับจ้างแจ้งอัตราค่าบริการให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้าก่อนทำการรับจ้าง
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84132</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเงิน, ค่าสัมภาระ, แท๊กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d1032392110a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 9ก.ย. ขนส่งฯพร้อมให้บริการEV Taxi VIP” 101คัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯ จับมือเอกชน เปิดตัวรถแท็กซี่หรูขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% &amp;ldquo;EV Taxi VIP&amp;rdquo; 101 คันแรกของประเทศไทย เพิ่มทางเลือกในการใช้บริการของประชาชน พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 9 ก.ย.นี้


16 ส.ค.61-นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม รองปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่ากระทรวงมีแนวทางในการขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้สูงขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล โดยที่ผ่านมากรมฯได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และแนวทางการใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างปลอดภัย ซึ่งทำให้เกิดการขับเคลื่อนสนับสนุนการเติบโตของของยานยนต์ไฟฟ้า และกระทรวงคมนาคมยังได้เร่งผลักดันให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะ ทำให้การเปิดตัว EV Taxi VIP ภายใต้การยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทย โดยอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 2 กิโลเมตรแรก 150 บาท และกิโลเมตรต่อไปคิดกิโลเมตรละ16 บาท สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและเงินสด โดยจะเริ่มให้บริการวันที่ 9 กันยายนนี้

สำหรับโครงการ Taxi VIP ของกรมการขนส่งทางบก จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการสร้างระบบการคมนาคมขนส่งที่มีคุณภาพในทุกด้าน ทั้งการยกระดับการให้บริการระดับมืออาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขับแท็กซี่&amp;nbsp; พร้อมทั้งดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษจากการคมนาคมขนส่งเพิ่มเติม อีกทั้งยังลดการใช้น้ำมันลง เนื่องจากรถที่นำมาใช้ให้บริการเป็น EV Taxi VIP เป็นรถที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อน เพิ่มจำนวน Taxi VIP ซึ่งเป็นการให้บริการรถหรูระดับพรีเมี่ยม ที่มีมาตรฐานครอบคลุมในทุกมิติตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยมีสถานีอัดประจุไฟ Charging station ให้บริการทั้งหมด 30 แห่งทั่วกรุงเทพ เพียงพอกับความต้องการใช้งานของรถ EV Taxi VIP

นอกจากนี้ยังเป็นการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้จัดพื้นที่จอดรถบริเวณชั้น 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กับรถ EV Taxi VIP ส่งเสริมความเป็น Smart Airport ให้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสร้างเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศ

ด้าน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกพร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการขนส่งในการใช้รถโดยสารสาธารณะพลังงานทางเลือกที่มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการ โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทยให้มีคุณภาพความปลอดภัยและการให้บริการภายใต้โครงการ Taxi OK และ Taxi VIP โดยนำเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือบริหารสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนด้วยบริการด้วยรถสาธารณะที่ดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะ Taxi VIP ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการเดินทางที่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับรองรับความต้องการกลุ่มผู้โดยสาร เช่น ลูกค้าองค์กรธุรกิจ, ธุรกิจโรงแรม, นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความหรูหราสะดวกสบายและการให้บริการในการเดินทางระดับพรีเมี่ยม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, รถยนต์ไฟฟ้า, แท๊กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75147e996e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2018 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯพร้อมให้บริการTaxi OK25ม.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้บริการแอพพลิเคชั่นแท็กซี่โอเค (Taxi OK) ของกรมการขนส่งฯ ว่าจะเปิดให้บริการล็อตแรกจำนวน 10,000 คัน ภายในเดือนมกราคม นี้ และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ม.ค.นี้. ซึ่งขณะนี้กรมขนส่งทางบกได้ มีแท็กซี่โอเค มาให้บริการแล้วจำนวน 2,000คัน ก่อน ส่วนสาเหตุสาเหตุที่กรมฯยังไม่ได้มีการปนะชาสัมพันธ์ออกไป เนื่องจากเกรงว่าจำนวนรถในระบบไม่เพียงพอต่อการให้บริการของประชาชน โดยประชาชนจะเสียค่าเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น 20 บาท หรือสามารถโบกรถแท๊กซี่โอเคได้หากผู้โดยสารพบเจอตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมการขนส่งฯ ได้ร่วมมือกับสหกรณ์แท็กซี่และศูนย์วิทยุแท็กซี่ผลักดันโครงการแท็กซี่โอเค ซึ่งสหกรณ์แท็กซี่ที่แจ้งเจตนารมณ์เข้าร่วมตอบรับ มี18 สหกรณ์ รวมถึงผู้ขับรถแท็กซี่ให้ความสนใจเกือบทั้งหมด &amp;nbsp;เบื้องต้นมีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงจะเข้าร่วมโครงการประมาณ 20,000-30,000 คัน และมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน แบ่งเป็น ภาคบังคับหรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจหรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุ แต่ต้องการเข้าร่วมโครงการอีกจำนวนมากปัจจุบันรถแท็กซี่เหล่านี้อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ เช่น การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูล มั่นใจว่ารถแท็กซี่โอเคล็อตแรกจะมีจำนวนครบ 1 หมื่นคัน ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของประชาชนและสามารถเปิดให้บริการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/623</URL_LINK>
                <HASHTAG>TaxiOK, แท๊กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180105/5a4f58fd25da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
