<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับม็อบหนุนทรัมป์ฉกแล็ปท็อป ปธ.สภา เล็งขายให้ข่าวกรองรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐจับกุมสาววัย 22 ร่วมม็อบผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกก่อจลาจลที่รัฐสภา พยานแฉว่าเธอฉกแล็ปท็อปหรือฮาร์ดไดรฟ์ของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีแผนจะนำไปขายต่อหน่วยข่าวกรองรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม อ้างคำฟ้องคดีอาญาที่สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตันเมื่อคืนวันอาทิตย์ เพื่อขอจับกุมไรลีย์ จูน วิลเลียมส์ จากรัฐเพนซิลเวเนีย โดยคำฟ้องกล่าวหาว่าหญิงวัย 22 ปีรายนี้เจตนาเข้าไปหรืออยู่ภายในอาคารหรือพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย, ใช้กำลังบุกรุก และประพฤติผิดระเบียบแบบแผนในพื้นที่ของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเปิดเผยว่า จับกุมวิลเลียมส์ได้แล้วที่เพนซิลเวเนีย โดยซีบีเอสนิวส์อ้างแหล่งข่าวว่าวิลเลียมส์เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวร่างผอมผมสีน้ำตาลใส่แว่นรายนี้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์มากกว่า 200 คน ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยอาศัยรูปภาพและวิดีโอที่ถ่ายเหตุการณ์จลาจลภายในรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคมไว้ได้ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกล่าวว่า วิลเลียมส์ถูกพบเห็นว่าอยู่ใกล้กับห้องทำงานของเพโลซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานซึ่งเอกสารระบุชื่อว่า พ.1 และอ้างตนว่าเป็นอดีตคนรักของวิลเลียมส์ กล่าวหาว่าเธอมีแผนจะส่งแล็ปท็อปที่ขโมยจากห้องทำงานนี้ให้เพื่อนคนหนึ่งในรัสเซีย เพื่อขายให้แก่สำนักงานข่าวกรองต่างประเทศ เอสวีอาร์ ของรัสเซีย แต่การขายไม่สำเร็จตามแผนด้วยสาเหตุไม่แน่ชัด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยังอยู่กับวิลเลียมส์ หรือไม่เธอก็ทำลายมันทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ดรูว์ แฮมมิลล์ รองหัวหน้าคณะทำงานของเพโลซี ทวีตหลังเกิดเหตุจลาจล 2 วันว่า แล็ปท็อปเครื่องหนึ่งโดนขโมยไปจากห้องทำงานของเพโลซี แต่คอมพ์เครื่องนี้มีไว้ใช้เพื่อนำเสนอรายงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอหลายชิ้นเผยให้เห็นหญิงคนหนึ่งที่ถูกระบุว่าคือวิลเลียมส์ เป็นคนร้องตะโกนสั่งให้ผู้ร่วมก่อจลาจลคนอื่นๆ ขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของเพโลซี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายให้รัสเซีย, ขโมยแล็ปท็อป, ม็อบหนุนทรัมป์, แนนซี เพโลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006d4ea78e04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐถอดถอน&#039;ทรัมป์&#039;รอบสอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; สร้างประวัติศาสตร์อัปยศ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐที่โดนสภาถอดถอนถึง 2 รอบ คราวนี้จากความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนก่อการกบฏ ส.ส.รีพับลิกัน 10 คนร่วมลงมติถอดถอนด้วย เจ้าตัวออกวิดีโอประณามเหตุการณ์รุนแรงที่รัฐสภา แต่ยังคงไม่แสดงความรับผิดชอบหรือกล่าวถึงการถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แสดงเอกสารข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่นางเพิ่งลงนามเพื่อส่งต่อไปยังวุฒิสภา เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ประชุมเมื่อวันพุธที่ 13 มกราคม เพื่อลงมติ 232 ต่อ 197 เสียง เห็นชอบกับข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี ฐาน &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นการก่อการกบฏ&amp;quot; จากการกล่าวปราศรัยปลุกเร้าผู้สนับสนุนเขาหลายพันคนเมื่อวันพุธที่แล้ว ให้เดินขบวนมาก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบุกโจมตีของกลุ่มม็อบในครั้งนั้นขัดขวางการลงมติเพื่อรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายน สมาชิกสภาคองเกรสต้องหนีไปหลบภัย ม็อบปล้นสะดมทำลายข้าวของและปะทะกับตำรวจ ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 5 คน รวมถึงตำรวจสภา 1 นายที่โดนรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำปราศรัยด้านนอกทำเนียบขาวครั้งนั้น ทรัมป์อ้างผิดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทุจริต และกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนเขาเคลื่อนขบวนไปรัฐสภา โดยบอกกับคนเหล่านี้ให้ &amp;quot;หยุดการขโมย&amp;quot;, &amp;quot;แสดงพลัง&amp;quot; , &amp;quot;ต่อสู้ให้หนักหน่วงขึ้น&amp;quot; และใช้ &amp;quot;กฎที่แตกต่างออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวก่อนการลงมติว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยุยงปลุกปั่นการก่อการกบฏครั้งนี้ เป็นการก่อกบฏโดยใช้อาวุธต่อประเทศของพวกเรา ทรัมป์ต้องออกไป เขาเป็นอันตรายที่ชัดเจนต่อประเทศที่รักของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลงมติ เพโลซีกล่าวว่า วันนี้ ส.ส.ทั้งสองพรรคแสดงให้เห็นว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนที่นางจะลงนามข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ที่จะส่งไปยังวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐคนใดพ้นจากตำแหน่งจากการโดนถอดถอน ทั้งทรัมป์ในปี 2562,&amp;nbsp; บิล คลินตัน ปี 2551 และแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2411 โดนสภาล่างถอดถอน แต่พ้นข้อกล่าวหาเมื่อถึงการไต่สวนของวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภายังคงอยู่ระหว่างพักการประชุมและจะไม่เรียกประชุมจนกว่าจะถึงวันที่ 19 มกราคม หนึ่งวันก่อนพิธีสาบานตนของโจ ไบเดน และ ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมาก ปฏิเสธข้อเรียกร้องของเดโมแครตให้เร่งกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน โดยบอกว่าไม่มีทางที่จะเสร็จก่อนที่ทรัมป์จะพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี วุฒิสภายังสามารถเปิดการไต่สวนหลังจากนั้น และหากมติ 2 ใน 3 เห็นว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา สภาอาจลงมติห้ามทรัมป์ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก ยังไม่ชัดเจนว่าจะมี ส.ว.รีพับลิกันเห็นด้วยกี่คน เดโมแครตต้องพึ่งเสียงจากรีพับลิกันอย่างน้อย 17 คนในวุฒิสภา 100 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธ มี ส.ส.รีพับลิกันแปรพักตร์มาลงมติถอดถอนทรัมป์ 10 คน รวมถึงลิซ เชนีย์ ผู้นำหมายเลข 3 ของ ส.ส.รีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนแสดงความเป็นห่วงว่า กระบวนการถอดถอนในวุฒิสภาในช่วงวันแรกๆ ที่เขารับตำแหน่งนั้นจะต้องไม่กระทบต่อการรับรองคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนสภาลงมติถอดถอน ประธานาธิบดีทรัมป์ออกวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ประณามเหตุการณ์รุนแรงที่รัฐสภา โดยบอกว่า ไม่มีผู้สนับสนุนเขาที่แท้จริงคนใดสนับสนุนความรุนแรงทางการเมือง และไม่มีผู้สนับสนุนเขาที่แท้จริงคนใดที่ไม่เคารพยำเกรงกฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เขาไม่ได้แสดงความรับผิดชอบที่ยุยงผู้สนับสนุนเขา หรือกล่าวถึงการถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาล่างครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังทรัมป์เมินเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ปฏิเสธที่จะใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศภายในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนหน้าพิธีสาบานตนของไบเดนวันที่ 20 มกราคม มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดหลายพันนายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลวางกำลังรักษาการณ์ทั้งภายในและภายนอกรัฐสภา รวมถึงทั่วเมืองหลวง ซึ่งการจราจรกลางเมืองถูกปิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5ffffdcb445ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;จ้อนโยบาย เมินจับมือปธ.สภา อีกฝ่ายฉีกคำแถลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่มีใครยอมใคร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร ตอกลิ่มความร้าวฉานกับพรรคเดโมแครต เมินจับมือ &amp;quot;แนนซี เพโลซี&amp;quot; ประธานสภาหญิง ก่อนจะโดนฝ่ายหลังตอบโต้ด้วยการฉีกสำเนาคำแถลงของเขาต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ถ่ายทอดสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภา ฉีกสำเนาคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ยืนปรบมือภายหลังทรัมป์จบการแถลงนโยบายเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในคำแถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 18 นาที เมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 แม้ทรัมป์จะไม่ปล่อยโอกาสในการแขวะผลงานของพรรคเดโมแครต แต่เขากลับหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงประเด็นดรามาเรื่องความพยายามของพรรคเดโมแครตเพื่อถอดถอนเขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่า วุฒิสภา ซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก จะลงมติให้ทรัมป์พ้นจากข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงส่วนใหญ่ กล่าวโทษทรัมป์ว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและขัดขวางกระบวนการไต่สวนของคองเกรส ที่ประชุมมีกำหนดเริ่มลงมติเวลา 16.00 น.ของวันพุธตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือ 05.00 น.วันพฤหัสบดีของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงนโยบายในวันอังคาร เป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ได้เผชิญหน้ากับนางเพโลซี นับแต่นางนำสมาชิกระดับสูงของเดโมแครตวอล์กเอาต์ออกจากวงประชุมกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อ 4 เดือนก่อน เริ่มต้นการแถลงเมื่อทรัมป์มาถึงแท่นโฆษกด้านหน้าบัลลังก์ประธานสภา ทรัมป์ได้ยื่นสำเนาคำแถลงของเขาแก่นางเพโลซี เมื่อประธานสภาหญิงจากพรรคเดโมแครตรับไว้และยื่นมือออกเพื่อจับมือ ทรัมป์กลับทำเมินเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเพโลซีดูเหมือนจะเอาคืนทรัมป์ด้วยการกล่าวคำแนะนำประธานาธิบดี โดยตั้งใจเลี่ยงการใช้ถ้อยคำให้เกียรติตามธรรมเนียมว่า &amp;quot;ถือเป็นสิทธิพิเศษและเป็นเกียรติอย่างสูง&amp;quot; ด้วยการกล่าวแนะนำเพียงว่า &amp;quot;ท่านสมาชิกสภาคองเกรส, ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์แถลงนโยบายจบ เพโลซียังแสดงอาการไม่พอใจทรัมป์อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการลุกขึ้นยืนและฉีกสำเนาคำแถลงของทรัมป์ที่เขาส่งให้เธอกับมือก่อนหน้านี้ เพโลซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากนั้นว่า สิ่งที่เธอทำถือว่ามีมารยาทแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า อีก 9 เดือนที่เหลือนับจากนี้จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ทรัมป์คงคาดหวังได้น้อยว่าจะได้รับความร่วมมือจากสภาผู้แทนราษฎรในการผลักดันกฎหมายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเผชิญการต่อต้านอย่างเปิดเผยจากเดโมแครต แต่ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ส.ส.และ ส.ว.รีพับลิกัน ที่พากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;อีก 4 ปี&amp;quot; ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะเริ่มต้นการแถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ทรัมป์ประกาศว่า &amp;quot;การแถลงนโยบายประจำปีของเราเข้มแข็งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา&amp;quot; นางเพโลซีซึ่งนั่งนิ่งปั่นหน้าเครียดตลอดเวลาอยู่ด้านหลังทรัมป์ ถึงกับส่ายศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังอวดโอ่ด้วยว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ เศรษฐกิจของสหรัฐและอัตราการจ้างงานดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ที่สหรัฐมีประธานาธิบดีชื่อบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หญิงหลายคนของเดโมแครตแต่งชุดสีขาวล้วนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของขบวนการเรียกร้องสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งของผู้หญิงอเมริกันเมื่อ 100 ปีก่อน ส.ส.เดโมแครตหลายคนยังเลือกที่จะไม่เข้าฟังคำแลถงของทรัมป์เลย เช่นอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส.หญิงหัวเสรีนิยมที่เป็นคู่ปรับของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงครั้งนี้ทรัมป์โจมตีนโยบายด้านการประกันสุขภาพของเดโมแครตเช่นเคย โดยระบุว่าแผนของเดโมแครตเป็นการ &amp;quot;เข้าเทกโอเวอร์ของพวกสังคมนิยม&amp;quot; ที่จะทำให้สหรัฐล่มจม ในขณะที่ผู้แทนหญิงของเดโมแครตตอบโต้ด้วยการตะโกนคำว่า &amp;quot;เอชอาร์ 3&amp;quot; หมายถึงกฎหมายของพรรคที่จะลดค่ายา และเมื่อทรัมป์กล่าวถึงนโยบายคนเข้าเมืองของเขา นางเพโลซีที่อยู่ด้านหลังก็คอยส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56406</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภาคองเกรส, แถลงนโยบายประจำปี, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac2b7794f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตเริ่มกระบวนการถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039; อย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรคเดโมแครต ประกาศเปิดกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอังคาร ชี้ทรัมป์ตระบัดสัตย์คำสาบานตนรับตำแหน่ง จากการขอความช่วยเหลือจากผู้นำต่างชาติเพื่อทำร้ายโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต แถลงเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กระบวนการถอดถอนนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐเพียง 14 เดือน แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประณามความพยายามของเดโมแครตว่าเป็นการล่าแม่มดและการรังแกประธานาธิบดี กลับอ้างว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาชนะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน 2562 ถึงการตัดสินใจเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนที่มีความซับซ้อนและมีโอกาสเป็นจริงน้อยว่า การกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าอัปยศของการทรยศต่อคำสาบานตนของประธานาธิบดี การทรยศต่อความมั่นคงแห่งชาติ และการทรยศต่อบูรณภาพของการเลือกตั้งของสหรัฐ วันนี้ตนจึงประกาศว่าสภาผู้แทนราษฎรกำลังเดินหน้าเปิดการไต่สวนเพื่อถอดถอนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎรรายนี้และแกนนำหลายคนของเดโมแครตเคยบ่ายเบี่ยงการถอดถอนทรัมป์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยต้องการให้ความสำคัญกับการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่คำกล่าวหาล่าสุดที่ว่าทรัมป์เสนอให้ความช่วยเหลือต่อยูเครนเพื่อแลกกับการขอให้ยูเครนช่วยในการสอบสวนเพื่อทำลายชื่อเสียงของอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งเป็นตัวเต็งผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ไปจนถึงการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคตั้งแต่ระดับบนยันระดับล่าง ส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot; เพโลซีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกสื่อเปิดโปงว่าเขากดดันประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้เปิดการสอบสวนคดีคอร์รัปชันกับไบเดน และฮันเตอร์ ลูกชายของเขาที่ทำงานให้บริษัทพลังงานของยูเครน เรื่องอื้อฉาวนี้มีชนวนเหตุมาจากการการร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เปิดโปงลับๆ รายหนึ่ง เกี่ยวกับคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม แต่หน่วยงานด้านข่าวกรองปฏิเสธจะส่งมอบเอกสารร้องทุกข์ดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการของคองเกรส ทำให้เกิดการงัดข้อกันระหว่างคองเกรสกับทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยยืนกรานจะไม่เปิดเผยบทสนทนาครั้งนั้น แต่เมื่อวันอังคารเมื่อเดโมแครตเดินหน้าถอดถอนจริง เขากลับประกาศทางทวิตเตอร์ว่า เขาจะเปิดเผยการถอดบทสนทนาทางโทรศัพท์กับเซเลนสกี ซึ่งจะเผยให้เห็นว่าเป็นการสนทนาฉันมิตร ไม่มีการกดดันหรือการยื่นหมูยื่นแมวเหมือนกับที่โจ ไบเดน และลูกชายของเขาทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นทรัมป์ยอมรับว่าเขาหารือกับเซเลนสกีเรื่องไบเดนจริง แต่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ตั้งเงื่อนไขผูกพันความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่สหรัฐจะมอบให้ยูเครน เพื่อแลกกับการให้ยูเครนสอบสวนไบเดน เมื่อวันอังคารทรัมป์อ้างว่า เขาระงับความช่วยเหลือก้อนนั้นก็เพื่อบีบให้ชาติพันธมิตรในยุโรปเพิ่มการสนับสนุนแก่รัฐบาลของเซเลนสกีบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจเปิดเผยบทสนทนาของทรัมป์ยังไม่เป็นที่พอใจแก่สมาชิกเดโมแครต ที่ต้องการให้ทำเนียบขาวเปิดเผยเอกสารร้องทุกข์ของผู้เปิดโปงจากหน่วยข่าวกรองต่อสภาคองเกรส ที่เชื่อกันว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, เดโมแครต, เริ่มกระบวนการถอดถอน, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์, โวโลดีมีร์ เซเลนสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6fbf32420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยอมถอย ยุติ &#039;ชัตดาวน์&#039; ยาวนาน 35 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ่ายหมากการเมืองของเดโมแครต ยินยอมลงนามกฎหมายงบประมาณรายจ่ายชั่วคราว 3 สัปดาห์โดยไม่มีงบสร้างกำแพง เพื่อยุติการชัตดาวน์ยาวนาน 35 วันแล้วเมื่อวันศุกร์ แต่ยังรักษาฟอร์มโดยขู่จะปล่อยให้ชัตดาวน์อีกรอบ หรือไม่ก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชัตดาวน์ของหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลกลางสหรัฐเกิดขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานไม่ลงนามกฎหมายงบประมาณที่ไม่มีงบ 5,700 ล้านดอลลาร์ให้เขาใช้สำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ทว่าการชัตดาวน์มาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ที่ทำให้ลูกจ้างของรัฐบาลกลาง 800,000 คนถูกพักงานหรือทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตลอด 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลต่อความนิยมของทรัมป์และทำให้เขาต้องยอมจำนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายชั่วคราว 21 วันผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรคเดโมแครตของเสียงข้างมาก และผ่านวุฒิสภา ที่รีพับลิกันกุมเสียงข้างมาก และต่อมาทำเนียบขาวยืนยันว่า ทรัมป์ได้ลงนามกฎหมายนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัค ชูเมอร์ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อย กล่าวว่า เขาหวังว่าทรัมป์จะเรียนรู้บทเรียนครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี (ซ้าย) และชัค ชูเมอร์ ประกาศยุติการชัตดาวน์ ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คำแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 ทรัมป์ยังคงท่าทีขึงขัง โดยขู่ว่า หากเดโมแครตและรีพับลิกันยังไม่หาทางออกเรื่องงบสร้างกำแพงของเขาในช่วง 21 วันต่อจากนี้ สหรัฐก็จะเผชิญกับการชัตดาวน์อีกครั้งในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หรือไม่เช่นนั้น เขาจะใช้อำนาจประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้สร้างกำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะตัดสินใจเชิญทรัมป์มาแถลงนโยบายประจำปีที่สภาคองเกรสในวันอังคารหน้านี้หรือไม่ หลังจากเธอเคยปฏิเสธที่จะให้ประธานาธิบดีใช้รัฐสภาเป็นเวทีแถลงนโยบายโดยอ้างการชัตดาวน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัตดาวน์, ยุติชัตดาวน์, เดโมแครต, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4be7102fd8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยอมเลื่อนแถลงนโยบายประจำปี รอหลังยุติ &#039;ชัตดาวน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำยอมทำตามคำขอของแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยประกาศเลื่อนการแถลงนโยบายประจำปีออกไปจนกว่าการชัตดาวน์บางส่วนของหน่วยงานรัฐบาลกลางจะยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตเมื่อคืนวันพุธที่ 23 มกราคม 2562 ว่าคำขอนี้เป็นอภิสิทธิ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร เขาไม่ต้องการแถลงนโยบายประจำปีในสถานที่อื่นที่นอกเหนือจากรัฐสภา เพราะไม่มีสถานที่ใดจะสู้สภาผู้แทนราษฎรที่มีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์และประเพณียาวนานได้ ฉะนั้น เขาจะชะลอการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาไว้ก่อน จนกว่าการชัตดาวน์จะยุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นางเพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตที่ครองเสียงข้างมากในสภาล่างแห่งนี้ ได้ยกเลิกคำเชิญประธานาธิบดีแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาล่างในวันอังคารหน้า โดยนางอ้างว่าควรรอให้รัฐบาลกลางเปิดดำเนินงานอย่างสมบูรณ์เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกจ้างและคนงานสัญญาจ้างของรัฐบาลกลาง 800,000 คนต้องถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างมานาน 34 วันแล้ว เนื่องจากพรรคเดโมแครตปฏิเสธจะผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายที่รวมถึงงบสำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก 5,700 ล้านดอลลาร์ และทรัมป์ก็ปฏิเสธจะลงนามกฎหมายที่ไม่มีงบสำหรับกำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เจมส์ ไคลเบิร์น ผู้นำอันดับ 3 ของเดโมแครตในสภาล่าง กล่าวว่า พรรคจะยอมให้งบ 5,700 ล้านตามที่ทรัมป์ขอ แต่เป็นงบสำหรับการรักษาความมั่นคงชายแดน ผ่านการใช้เทคโนโลยี เช่น โดรน, เอกซเรย์ และเซ็นเซอร์ รวมถึงการเพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดน หรือที่เขาอยากเรียกว่ากำแพงฉลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มิตช์ แม็กคอนเนล ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากในวุฒิสภา มีแผนจะลงมติร่างกฎหมาย 2 ฉบับในวันพฤหัสบดี โดยฉบับหนึ่งนั้นเป็นข้อเสนอของเดโมแครตที่จะผ่านงบสำหรับการใช้จ่ายของรัฐบาลระยะสั้น 3 สัปดาห์ แต่ก็ไม่รวมงบกำแพง และน่าจะไม่ผ่านความเห็นชอบของรีพับลิกันและทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกฉบับเป็นร่างกฎหมายที่จะรวมถึงงบกำแพงและการขยายการคุ้มครองชั่วคราวแก่พวก &amp;quot;ดรีมเมอร์&amp;quot; หรือพวกลูกของคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ตามที่ทรัมป์เสนอไว้เมื่อวันเสาร์ แต่เดโมแครตยืนกรานไม่ยอมรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัตดาวน์, เลื่อนแถลง, แถลงนโยบายประจำปี, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c89f19f99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าง &#039;ชัตดาวน์&#039; ห้ามประธานคองเกรสเยือนอัฟกานิสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เอาคืนนางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาสหรัฐ ด้วยการสั่งระงับการใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศให้นางพาคณะ ส.ส.ไปเยือนอัฟกานิสถาน อ้างสหรัฐยังอยู่ในภาวะชัตดาวน์ เชื่อตอบโต้ถูกขอให้เลื่อนการแถลงนโยบายประจำปีปลายเดือนนี้ออกไปด้วยเหตุผลเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ มองดูประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประคารมกับนางแนนซี เพโลซี ส.ส.เดโมแครต พร้อมกับชาร์ลส์ ชูเมอร์ ส.ว.เดโมแครต ภายในทำเนียบขาว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 ว่าประธานาธิบดีสหรัฐส่งหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรหญิงจากพรรคเดโมแครตเมื่อวันพฤหัสบดี ความว่า &amp;quot;ผมเสียใจที่ต้องแจ้งคุณว่า ทริปของคุณที่จะไปเยือนบรัสเซลส์, อียิปต์และอัฟกานิสถานนั้นถูกเลื่อนไปก่อน เราจะจัดตารางการเดินทางแบบหมู่คณะระยะสั้นนาน 7 วันนี้ใหม่ภายหลังการชัตดาวน์ยุติลงแล้ว&amp;quot; ทรัมป์แจ้งในจดหมายแบบประชดประชัน &amp;quot;ผมมั่นใจว่าคุณจะเห็นด้วยว่าการเลื่อนกิจกรรมประชาสัมพันธ์นี้เป็นเรื่องเหมาะสม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับพรรคเดโมแครตที่ขัดขวางการจัดสรรงบประมาณ 5,700 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ส่งผลให้เกิดภาวะชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐบางส่วนและกระทบต่อลูกจ้างของรัฐบาลกลาง 800,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การงัดข้อกันระหว่างทรัมป์กับผู้นำรัฐสภาต่างพรรคกำลังกลายเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างทั้งคู่ เมื่อเพโลซีเสนอแนะให้ทรัมป์เลื่อนการแถลงนโยบายประจำปีต่อคองเกรส วันที่ 29 มกราคมนี้ออกไปก่อน หรือไม่ก็ให้ทรัมป์แถลงจากทำเนียบขาว โดยนางอ้างว่าการชัตดาวน์กระทบต่อการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสของกองทัพอากาศสหรัฐที่ส่งมารับนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม คณะ ส.ส. ไปขึ้นเครื่องบินทหาร จอดรอที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีและคณะ ส.ส. มีกำหนดการเยือนอัฟกานิสถานแบบไม่ป่าวประกาศ ในภารกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านข่าวกรองในเขตสมรภูมินี้ รวมถึงเยี่ยมทหารอเมริกันที่นั่น โดยคณะจะเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ สำนักงานของเพโลซีกล่าวว่า อียิปต์ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสั่งระงับแผนการเดินทางเยือนครั้งนี้อย่างปุบปับแล้ว ในวันพฤหัสบดี ทำเนียบขาวยังป้องกันการค่อนแคะของพรรคเดโมแครตด้วยการประกาศระงับแผนการเดินทางของสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และคณะ เพื่อไปร่วมการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์สัปดาห์หน้าเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัตดาวน์, ห้ามเยือน, อัฟกานิสถาน, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41d0035ab5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
