<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันปรีดียืนยันไม่เอารัฐประหาร เตรียมตั้งคณะทำงานช่วยเหลือทางคดีกับผู้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 2563 บทเรียนจากรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ครบรอบ 14 ปี และ ความเห็นต่ออนาคตประเทศไทยหลังการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย 5 จุดยืนต่อสถานการณ์วิกฤติการเมือง 8 บทเรียนจากรัฐประหารสองครั้ง

การยุติการชุมนุมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและการรัฐประหาร

กลุ่มผู้นำรัฐบาล กลุ่มผู้นำรัฐสภา ควรเปิดเวทีเจรจากับ แกนนำการชุมนุม หาก รัฐบาล ไม่สะดวกใจที่จะดำเนินการ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขออาสาเปิดเวทีเพื่อให้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ขอคัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบและเราขอต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆอันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยและกฎหมายอันชอบธรรม

ทางคณะกรรมการสถาบันจะจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะทำงานเพื่อช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ จะออกแถลงการณ์เป็นระยะๆเพื่อมีส่วนในการช่วยทำให้สถานการณ์ไม่ถลำลึกสู่วิกฤตการณ์รุนแรง และ นำไปสู่การเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชนได้

ที่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 11.00 น. วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยุติการชุมนุมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและการรัฐประหาร เป็นการแสดงให้ความเห็นอย่างชัดเจนว่า แกนนำของ &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;rdquo; ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีอย่างเคร่งครัด ไม่เคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยง และต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างจริงใจ ลูกหลานของเราได้ต่อสู้เพื่อประเทศนี้ เพื่ออนาคตของพวกเขาเอง และ ต่อสู้ให้กับบรรดาผู้สูงวัยทั้งหลาย เราควรจะสำนึกในความเสียสละ กล้าหาญของเหล่าเยาวชนผู้ที่จะเติบโตเป็นหลักให้กับบ้านเมืองในอนาคต กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างมียุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่ดีจะทำให้เส้นทางสู่ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริงสงบสันติ มั่นคง ยั่งยืนและไม่ย้อนกลับไปสู่ระบอบอำนาจนิยมซ้ำแล้วซ้ำอีก

ผู้มีอำนาจรัฐก็ได้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะและความรุนแรงซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี นับเป็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นของผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจรัฐต้องตระหนักและแยกแยะให้ออกระหว่าง &amp;ldquo;ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; &amp;ldquo;การล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การล้มสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การยัดข้อหา &amp;ldquo;ล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การล้มสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่ต้องไม่กระทำเพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานในสังคมไทย นอกจากนี้ยังไม่เป็นผลดีต่อสถาบันหลักของชาติ รวมทั้งทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขอ่อนแอลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;

การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา บางประเทศประสบความสำเร็จ บางประเทศไม่ราบรื่น บางประเทศล้มเหลว สถานการณ์การชุมนุมที่เริ่มขึ้นในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo; 19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร&amp;rdquo; จะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อและจุดเปลี่ยนแปลงของอนาคตของประเทศไทย ทางสถานบันปรีดี พนมยงค์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 1 ไปเมื่อวานนี้ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ยอมรับความเห็นอันแตกต่างหลากหลาย เปิดโอกาสให้เสรีภาพและเจตจำนงอันแท้จริงของประชาชนได้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป ความเป็นธรรม ประชาธิปไตยและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ทางสถาบันปรีดี พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงขอแถลงจุดยืนต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

1. ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเจตจำนงและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนที่เรียกร้องให้สถาปนาระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอันเป็นรากฐานสำคัญของสังคม



2. สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติเป็นสิทธิโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการให้หลักประกัน และคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม รวมถึงจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า การกระทำอันเป็นการยั่วยุ หรือการใช้มาตรการรุนแรงในทุกรูปแบบ

3. สถาบันการศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

4. ขอประณามการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดที่ประสงค์จะใช้การยั่วยุหรือใช้ความรุนแรง และเรียกร้องทุกฝ่ายให้ร่วมกันต่อต้านการก่อรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจรัฐ ซึ่งจะมีผลเหนี่ยวรั้งสังคมไทยให้ถอยหลังลงอีก ไม่ว่าจะโดยการนําของฝ่ายใดก็ตาม

5. ขอให้ทุกฝ่ายพึงระลึกว่า ระบอบประชาธิปไตยจะมั่งคงอยู่ได้ต้องประกอบด้วยกฎหมายที่สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของปวงชนชาวไทย พร้อมด้วยศีลธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต&amp;nbsp;

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวอีกว่า ทางสถาบันปรีดี พนมยงค์ เชื่อว่าการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบที่มิใช่วิถีทางแห่งประชาธิปไตยจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกอย่างสันติวิธี

ทั้งนี้ โดยผู้มีอำนาจจะต้องลดละการเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน และรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน อันนับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการแก้ไขปัญหาในระบอบการเมืองที่เป็นอยู่ และ เราขอคัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบและเราขอต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆอันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยและกฎหมายอันชอบธรรม ทางคณะกรรมการสถาบันจะจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะทำงานเพื่อช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ จะออกแถลงการณ์เป็นระยะๆเพื่อมีส่วนในการช่วยทำให้สถานการณ์ไม่ถลำลึกสู่วิกฤตการณ์รุนแรง และ นำไปสู่การเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชนได้

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึง 14 ปีที่ผ่านมา มีการไล่ล่าผู้เห็นต่างด้วยวิธีการต่างๆทั้งอุ้มหาย ยัดข้อหายัดคดี ใช้เครื่องมือทางกฎหมายกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งยุบเลิกหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพียงแต่เห็นว่า หน่วยงานเหล่านั้น จัดตั้งขึ้นมาด้วยรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามจัดตั้ง โดยไม่ใส่ใจว่าก่อให้เกิดต้นทุนและสร้างความเสียหายให้กับประเทศ&amp;nbsp;

บทเรียนที่เราได้รับจากการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปีของการรัฐประหาร และ นำมาสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2557 มีมากมายและเราไม่ควรย้ำรอยความผิดผลาดและวิฤกติซ้ำซากอย่างในปัจจุบันและในอดีตอีก บทเรียนมีดังต่อไปนี้

บทเรียนข้อที่หนึ่ง ความเป็นเอกภาพและร่วมแรงร่วมใจของคนในชาติ เราจึงฝ่าวิกฤตการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ วิกฤติทางการเมือง วิกฤติจากผลกระทบของโรคระบาด Covid-19 หรือ ปัญหาผลกระทบรุนแรงจากภัยธรรมชาติ จึงต้องเปิดให้มีการเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกร่วมกัน กลุ่มผู้นำรัฐบาล กลุ่มผู้นำรัฐสภา ควรเปิดเวทีเจรจากับ แกนนำการชุมนุม หาก รัฐบาล ไม่สะดวกใจที่จะดำเนินการ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขออาสาเปิดเวทีเพื่อให้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

บทเรียนข้อที่สอง ความกล้าหาญและเสียสละของประชาชน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ การเสียสละของผู้นำและกลุ่มผู้นำสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ และผู้นำต้องลาออกหากการลาออกทำให้สถานการณ์วิกฤตการณ์ดีขึ้น

บทเรียนข้อที่สาม การยึดถือหลักการประชาธิปไตย หลักความเป็นธรรม และใช้กลไกรัฐสภาหาทางออกให้ประเทศมีความสำคัญ ผู้มีอำนาจรัฐทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงต้องเร่งรัดกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว ควรคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ทำให้กระบวนการเข้าสู่อำนาจโปร่งใส ยุติธรรมและสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;

บทเรียนข้อที่สี่ ต้องลดเงื่อนไขหรือสภาวะเพื่อที่นำไปสู่ความขัดแย้งอันต้นทางของสงครามกลางเมือง และ ยึดในแนวทางสันติ ต้องไม่ให้เกิดความรุนแรงใดๆ หรือ มีผู้สูญเสียชีวิต เพราะหากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นแล้วจะทำให้สถานการณ์มีความยุ่งยากลุกลามไปสู่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นติดตามมา

บทเรียนข้อที่ห้า การมียุทธศาสตร์ กุศโลบาย กลยุทธที่ดีและมุ่งผลประโยชน์สาธารณะของผู้นำและกลุ่มชนชั้นนำจะทำให้ประเทศชาติมีทางออกที่ดีจากวิกฤตการณ์ต่างๆ บทบาทของชนชั้นนำ รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจและมุ่งมั่นจริงใจในการวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขให้มั่นคงนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสันติสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน

บทเรียนข้อที่หก ขบวนการความเคลื่อนไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้เมื่อ ประชาชนตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน และ เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และ ไม่มีใครเอาชนะพลังของประชาชนผู้มุ่งมั่นได้ การผนึกกำลังกันของฝ่ายประชาชนและฝ่ายค้านจึงมีความสำคัญมากต่อการเปลี่ยนแปลง

บทเรียนข้อที่เจ็ด รัฐประหารสองครั้ง (2549, 2557) การฉีกรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ วิกฤตการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนทุกฝ่ายเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมในรอบ 14 ปี จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก หากมีการก่อรัฐประหารขึ้นอีก การรัฐประหารครั้งนี้จะนำไปสู่เส้นทางหายนะของประเทศ และจะสร้างความแตกแยกมากยิ่งกว่า รัฐประหารสองครั้งก่อนหน้านี้ ผู้นำทหาร ผู้นำตุลาการ ผู้นำภาคธุรกิจ ต้องสนับสนุนประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข ต้องไม่สนับสนุนระบอบเผด็จการหรือระบอบสืบทอดอำนาจ หากผู้นำกองทัพ ผู้นำศาล ผู้นำภาคธุรกิจ ไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่มีทางมั่นคงได้

บทเรียนข้อที่แปด ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการวางรากฐานประชาธิปไตยให้มั่นคง ปฏิรูปรัฐธรรมนูญและทำให้กระบวนการสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญจะต้องประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ความยุติธรรม ประโยชน์ส่วนรวมและศีลธรรมจักบังเกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อประชาชนมีเสรีภาพอย่างแท้จริงโดยปราศจากความกลัวจากการคุกคามโดยอำนาจรัฐและการกลั่นแกล้งจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ได้กล่าวอีกว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถลำลึกสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงได้อยู่แม้นการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนจะจบลงโดยดีก็ตาม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมยังคงดำรงอยู่และเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งต่อไป ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักสันติ จึงต้องสามารถเอาชนะต่อขบวนการต่อต้านประชาธิปไตยและกระหายความรุนแรงให้ได้ด้วยการรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

จำเป็นต้องเอาชนะวาทะกรรม &amp;ldquo;ชังชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; ที่ใส่ร้ายป้ายสีให้ได้ เอาชนะด้วยความอดทน หมั่นชี้แจงด้วยเหตุผล ด้วยข้อเท็จจริง นำไปสู่การตื่นรู้ของประชาชนส่วนใหญ่ นำไปสู่การอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายอย่างมีสันติสุข เสมอภาคเป็นธรรม และช่วยกันทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมี &amp;ldquo;กษัตริย์&amp;rdquo; เป็นประมุขมีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป ไม่สร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การซ้ำเติมความยากลำบากทางเศรษฐกิจของประชาชน หรือ แก้ไขปัญหานอกวิถีทางของกฎหมายและประชาธิปไตย

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมในการความกล้าหาญและเสียสละในการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยและผลักดันการปฏิรูปประเทศ ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมทั้งปกป้องผู้ถูกคุกคามจากความเห็นต่างในทางการเมืองของผู้ชุมนุมในวันที่ 19-20 กันยายน อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวผู้เป็นอนาคตของชาติว่าให้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น เพื่อประชาธิปไตยและเพื่ออนาคตของทุกคน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง รัดกุม เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์ดีต่อระบอบประชาธิปไตย และ ผู้ที่จ้องหาโอกาสในการเข้าสู่อำนาจอันไม่เป็นไปตามวิถีทางแห่งกฎหมายและประชาธิปไตย อันหมายรวมถึงกลุ่มทหารที่จะฉวยโอกาสทำรัฐประหารด้วย

น้องๆนิสิตนักศึกษาต้องตระหนักและเตรียมรับมือกับการโต้กลับของเครือข่าย &amp;ldquo;ปฏิปักษ์ประชาธิปไตย&amp;rdquo; ด้วยความรู้เท่าทัน อดทน และ ยึดถือแนวทางสันติวิธีและหลักของเหตุผล ขณะเดียวกัน ท่านต้องไม่หลงอยู่ในห้วงวังวนของมหาสมุทรแห่งความหลอกลวงและความหวาดกลัว จงมีความหวัง เอาความจริงและความกล้าหาญทางจริยธรรมเข้าสู้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสันติธรรมไม่ใช่การต่อสู้วันเดียว อาทิตย์เดียว เดือนเดียว หรือ ปีเดียวจบ มันเป็นสงครามยืดเยื้อที่เราต้องต่อสู้กับพวกเผด็จการและพวกกระหายความรุนแรงและการกดขี่ การต่อสู้อาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิต อาจต้องสืบทอดให้ลูกหลาน อย่าหวาดกลัวในการแสดงจุดยืนและความเห็นที่ถูกต้องเพื่อพิทักษ์สันติธรรมและเสรีภาพ และ เราต้องยอมเข้าสู่ความยากลำบากที่จำเป็น แต่เป็นความยากลำบากที่พิสูจน์การกระทำอันยิ่งใหญ่ เป็นอมตะ เช่นเดียวกับวีรชนทั้งหลายที่ได้สละชีวิต เลือดเนื้อ ความสุขสบาย เกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ เพื่อให้ประเทศนี้เป็นประเทศของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่า ขอดวงวิญญาณแห่งบรรพชนประชาธิปไตย ตั้งแต่ กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ร.ศ. 103 นำโดยพระองค์เจ้าปฤษฎางค์&amp;nbsp; สมัย รัชกาลที่ห้า ขบวนการทหารหนุ่มประชาธิปไตย ร.ศ. 130 นำโดย ขุนทวยหาญพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) สมาชิกคณะราษฎร 2475 นำโดยพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ขบวนการประชาธิปไตย พ.ศ. 2492 นำโดยกลุ่มทหารเรือ วีรชนเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 และ พ.ศ. 2519 วีรชนพฤษภา 35 และ พฤษภา 53 เป็นต้น ขอพลังแห่งความปรารถนาดีต่อประเทศชาติและความมุ่งมั่นเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนช่วยปกป้องคุ้มครองให้ &amp;ldquo;ลูกหลาน&amp;rdquo; ของเรา เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, สถาบันปรีดี พนมยงค์, แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจชี้ม็อบทำผิด3กระทงชัดเจนย้ำปักหมุดผิดกฎหมายไม่ใช่สิ่งที่พึงมีในสนามหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 20 ก.ย.เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.ร่วมแถลงความคืบหน้าหลังกลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.กฤษณะ เผยว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ที่เป็นผู้รับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมไปในฐานะ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ไม่ได้เป็นตัวแทนของส่วนสำนักองคมนตรี เมื่อรับหนังสือมาแล้วจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ผู้ยื่นหนังสือมีความประสงค์ ซึ่งเป็นขั้นตอนตามธุรการให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเป็นสิ่งที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากจะให้เกิดขึ้นคือการเจรจาต่อรอง ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือกระทำความผิดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ภายหลังจากการยุติชุมนุม จะทำการเปิดการจราจรโดยรอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การจราจร มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ไม่น่าจะเกินเย็นวันนี้ก็คงจะเรียบร้อย แต่จะอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มน้องๆผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำการปักหมุด เข้าข่ายความผิดใดบ้างพล.ต.ต.ปิยะ เผยว่า ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสนามหลวงได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ภายใต้การดูแลของ 2 หน่วยงาน คือกรุงเทพมหานคร และกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่สนามหลวงทั้งหมด กระทรวงศึกษาธิการดูแล ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมออกจากมหาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามายังสนามหลวง ที่กรุงเทพฯเปิดให้ประชาชนใช้ในการทำกิจกรรมตามที่กำหนด ผู้ชุมนุมมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนการดำเนินการพักแรมค้างคืนก็เป็นส่วนหนึ่งที่กรุงเทพฯ ผู้ดูแลจะต้องพิจารณาว่าการค้างคืนนี้เป็นการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหมุด บนพื้นซีเมนต์ของท้องสนามหลวง กรุงเทพฯต้องประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ ว่าการกระทำดังกล่าว เข้าองค์ประกอบความผิดแค่ไหนอย่างไร แต่เท่าที่ดูด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏน่าจะมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนจะต้องดำเนินการเอาออกหรือไม่ถ้าไม่มีความจำเป็นในสนามหลวง กทม. ก็ต้องมีการพิจารณาเพื่อออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ แม้ว่าจะเหตุการณ์จะต่อเนื่องกันก็ตาม การทำผิดส่วนที่ 1.ตั้งแต่ออกจากมหาลัยธรรมศาสตร์เข้าสู่สนามหลวง ถ้าสนามหลวงเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนใช้ แต่การชุมนุมโดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบถือว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเข้าไปในท้องสนามหลวงแล้ว อยู่เกินเวลาที่กำหนดถือว่าเป็นการกระทำผิดในส่วนที่ 2. การกระทำความผิดส่วนที่ 3 คือการปักหมุดตรงนี้ถือว่าเป็นส่วนเกินไม่ใช่สิ่งที่พึงมีในท้องสนามหลวง ทางกรุงเทพฯต้องพิจารณาต่อไป ส่วนผู้ที่กระทำความผิด ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและเสียงไว้หมด&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดชุมนุมกันวันที่ 23-24 กันยายนนี้ที่รัฐสภา เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามประเมินสถานการณ์เพื่อวางกำลังให้เกิดความเหมาะสม &amp;nbsp;ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะใช้ แผนการชุมนุม 63 แต่ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า เป็นความสำเร็จของการเจรจาระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายอยากให้เกิดขึ้น ส่วน แกนนำที่เข้าร่วมในการชุมนุมครั้งนี้ ถูกออกหมายจับมาแล้วหลายคดี ถ้าพบมีการกระทำความผิดซ้ำหรือผิดเงื่อนไข การประกันตัวก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากการชุมนุมในครั้งก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำปราศัยเนื้อหาไม่เหมาะสมจะดำเนินกาอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะเผยว่า ปิยะ เริ่มตั้งแต่มีการชุมนุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีพนักงานสอบสวนกว่า 40 นาย เฝ้าดูรวมทั้งบันทึกภาพ บันทึกเสียง เพื่อพิจารณาว่าการปราศรัยหรือการให้สัมภาษณ์ เข้าข่ายความผิดหรือไม่อย่างไร ถ้าผมว่าเข้าข่ายความผิดก็จะดำเนินคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78006</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบ 19 กันยา, แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f66d9b488b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>19-20 กันยา &#039;มธ.&#039; ปิดประตูเข้า-ออก 2 ด้าน เว้นท่าพระอาทิตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 &amp;nbsp;ก.ย.63 - รศ.ดร. มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อความ เรื่อง งดการเรียนการสอน และงดการติดต่อ ในวันที่ 19 - 20 กันยายน 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และคณะประชาชนปลดแอก จะจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายน 2563 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ให้งดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และงดการติดต่อ ระหว่างวันที่ 19 - 20 กันยายน 2563 และให้มหาวิทยาลัยปิดประตูทางเข้า - ออกด้านสนามหลวง และด้านท่าพระจันทร์ โดยให้เข้า - ออกประตู ด้านพระอาทิตย์เพียงประตูเดียว และจะต้องแสดงบัตรประจำตัว พนักงานมหาวิทยาลัย หรือบัตรประจำตัวประชาชนโดยแจ้งเหตุผลความจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;


	&amp;#39;แบทแมน&amp;#39;ก็มา! ศอปส. ฮือบุกไทยซัมมิท โจมตียับ &amp;#39;ทอน&amp;#39; เบื้องหลังม็อบปลดแอก (ชมภาพชุด)
	&amp;#39;ส.ว.สมชาย&amp;#39; เปิดข้อมูลหน่วยข่าวกรอง 10 เครือข่ายขนคนร่วมม็อบ 19 กันยา
	&amp;#39;ก่อแก้ว&amp;#39; โหมกระพือม็อบ19กันยา เชื่อเสื้อเหลือง-กปปส.กลับใจหันมาร่วมชุมนุมเปลี่ยนประเทศ


&lt;p&gt;เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของฝ่ายความมั่นคง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังที่กล่วมาข้างต้น คณะนิติศาสตร์จึงงดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และงดการติดต่อที่ท่าพระจันทร์ ระหว่างวันที่ 19 -20 กันยายน 2563 และคณะนิติศาสตร์ มีความจำเป็นต้องปิดประตูทางเข้า - ออก ทุกจุดภายในอาคารคณะนิติศาสตร์ท่าพระจันทร์ จึงขอความร่วมมือคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ งดเว้นการเข้ามาปฏิบัติหน้ที่ในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77716</URL_LINK>
                <HASHTAG>19กันายน, ธรรมศษสตร์, ม็อบปลดแอก, แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f62e9c1e7ccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำม็อบบุกวางหรีดอาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ลั่น 19 กันยาพูดเรื่องสถาบัน-ไม่เปลี่ยนสถานที่ ล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้าไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย. 63 - เมื่อ 10.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แถลงยืนยันจะจัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. นี้ ว่าเพื่อทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกเอกสารไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ โดยอ้างไม่เป็นไปเงื่อนไข แต่ขอยืนยันว่าทางกลุ่มได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองถูกต้อง การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้จะเป็นการจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมเผชิญอันตรายข้างนอก ทั้งที่พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา เพราะธรรมศาสตร์บอกว่าทุกตารางนิ้วในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนาน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่การปฐมนิเทศพูดถึงจิตวิญญาณทำให้นักศึกษาซึมซับของรุ่นพี่ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลา &amp;nbsp;ซึ่งแปลกใจที่มหาวิทยาลัยอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ขอเรียกร้อง อธิการบดีฯ และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคนให้แสดงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหมือนนักต่อสู้ของธรรมศาสตร์รุ่นก่อน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เสียสละ จนธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มารับใช้เผด็จการ และระบบทุนนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปนัสยา กล่าวว่าตนขอเรียกร้องให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางเกศินี วิฑูรชาติ อย่าสันหลังหวะ หวังว่าจะไม่ลืมจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ไป และคาดหวังว่าธรรมศาสตร์จะไม่ใช่ดีแค่กินบุญเก่าที่คนอื่นได้ทำมา ยืนยันว่าจะเดินหน้าชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะไม่เปลี่ยนหรือย้ายสถานที่ หากล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้ามา พร้อมจะพูดถึงการปฏิรูปสถาบัน ที่หลายคนมีความกังวล จะถูกพูดถึงในการชุมนุมแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปนัสยา ยังกล่าวว่าทางกลุ่มพร้อมเจรจา 3 ฝ่าย ร่วมกับ มหาวิทยาลัย และตำรวจ แต่ไม่ใช่มาลิดรอน หรือตัดสิทธิ์กันแบบนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ยอมรับว่าหลายคนมีความเป็นห่วง แต่กลุ่มก็จะจัดการ์ดคอยดูแล ควบคู่กับตำรวจ &amp;nbsp;เพราะห่วงอาจมีผู้ไม่หวังมาดีเข้ามาสร้างสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนตัว เป็นห่วงจะมีการไล่เช็คบิลตามหมายจับที่เคยถูกดำเนินคคีแกนนำก่อนถึงวันชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. แต่ไม่ว่าตนเอง หรือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะถูกจับ แต่กิจกรรมทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป เพราะได้เตรียมการไว้หมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น น.ส.ปนัสยา ได้นำพวงหรีดที่มีดอกไม้สีแดงเหลือง ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมขอความ อาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไปวางไว้หน้าอนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ &amp;nbsp;พร้อมกล่าวด้วยว่า &amp;quot;จะเป็นเด็กดื้อต่อไป ไม่ฟังคำสั่งอธิการบดีคนปัจจุบัน และฝันว่า พ่อปรีดีและทนายอานนท์ มาบอกให้ใช้ธรรมศาสตร์จัดชุมนุม 19 ก.ย.นี้ได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, รุ้ง, แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b0b983b5fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
