<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.งัดม.112ฟันแก๊งวีโว่ 3นิ้วป่วนหน้าศาลอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แนวร่วมม็อบสามนิ้ววางพวงหรีด-ผูกริบบิ้นสีขาวหน้าศาลอาญา หลังไม่ให้ประกันตัว &amp;quot;รุ้ง-ไมค์-ไผ่&amp;quot; แกนนำปลุกมวลชนห้ามท้อถึงม็อบจะแผ่ว&amp;nbsp; อ่านบันทึก &amp;quot;รุ้ง-ปนัสยา&amp;quot; หน้าศาล เจ้าตัวหวังให้คนออกมาถึงหลักล้าน ลั่นรอวันได้ออกมาสู้กับทุกคนอีกครั้ง กลุ่มโตโต้-แนวร่วมม็อบมีหนาว ตำรวจเตรียมเช็กบิลหนักจ้องสอบเอาผิดมาตรา 112 และข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน หลังพบภาพเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ทำลายแนวรั้วศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวหลังศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวแกนนำม็อบปลดแอก กลุ่มคณะราษฎร 63 จนทำให้สามแกนนำคือ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก หรือไมค์ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่&amp;nbsp; ดาวดิน ต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา แนวร่วมม็อบปลดแอก ได้มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ โดยเมื่อเวลา 16.00 น. ที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเดินทางมาทำกิจกรรม &amp;quot;ร่วมไว้อาลัยหน้าศาล&amp;quot; โดยสวมเสื้อดำ ผูกริบบิ้นสีขาว และวางพวงหรีดไว้อาลัยกระบวนการยุติธรรม เพื่อแสดงออกต่อกรณีศาลไม่ให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณหน้าศาล วางพวงหรีดและดอกไม้หน้าประตูศาล&amp;nbsp; ใช้ริบบิ้นสีขาวผูกประตูและรั้วศาล กับเขียนข้อความระบายความในใจติดประตูและรั้วศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภายในศาลมีกำลังตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชนจำนวน 1 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจพหลโยธิน ตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่เทศกิจของ&amp;nbsp; กทม.เข้ามาดูแลความปลอดภัยบริเวณศาล โดย พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเตือน การกระทำที่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และเป็นการชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจ ก่อนมีการทำกิจกรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.เบนจา อะปัญ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยถึงกิจกรรมวันนี้ว่า พวกตนมาอย่างสันติ ไม่มีอาวุธ มีดอกไม้ กระดาษ ปากกา ทำกิจกรรมวางพวงหรีด ดอกไม้ ผูกริบบิ้นที่รั้วศาล เขียนข้อความและสวมเสื้อดำ จะสิ้นสุดกิจกรรมในเวลา 18.00 น. โดยการจุดเทียนไว้อาลัยต่อความยุติธรรมและอ่านแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบนจากล่าวถึงการที่ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง เข้าเรือนจำว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่รุ้งเข้าไป ส่วนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์&amp;nbsp; หรือเพนกวิน ก็อยู่เกือบเดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราบอบช้ำพอสมควร เราจะเอาเพื่อนเราออกมาให้ได้ การเคลื่อนไหวต้องไปต่อไม่ว่าจะมีแกนนำหรือไม่ การคุมขังระหว่างพิจารณาซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 ปี ทั้งที่เขายังบริสุทธิ์ การเอาไปขังไม่ยุติธรรม ก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกัน เจอกันทุกวัน รุ้งมีความกังวลแต่ก็พยายามเข้มแข็ง บอกเพื่อนไม่ให้กังวล พอเจอเหตุการณ์อย่างนี้เราก็เสียศูนย์&amp;nbsp; เราห่วงสภาพจิตใจรุ้งที่กังวลและเป็นห่วงเพื่อนร่วมขบวนการข้างนอก การที่รัฐจับแกนนำทุกคนหมดไม่ทำให้การเคลื่อนไหวสิ้นสุดลง ถึงไม่มีแกนนำก็ไปต่อแน่นอน&amp;quot; แกนนำกลุ่มม็อบคณะราษฎร 63 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบนจายังเผยถึงคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112 ในส่วนของตนมีทั้งหมด 4 คดี ซึ่งอัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีในวันที่ 25 มี.ค.นี้ อาจจะถูกขังในเดือนนี้ ยืนยันไม่ลี้ภัย ยืนยันสู้ต่อ&amp;nbsp; ขอให้ทุกคนยึดมั่นอุดมการณ์ อย่าเพิ่งท้อถึงม็อบจะแผ่ว&amp;nbsp; แต่ตราบใดที่เราสู้ต่อ รัฐก็ยังไม่ชนะ อย่าหมดหวังสู้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. น.ส.เบนจาอ่านแถลงการณ์ที่ น.ส.ปนัสยาบันทึกไว้ก่อนถูกขัง มีเนื้อหาสรุปได้ว่า &amp;quot;ถึงเพื่อนพ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกคน หากทุกท่านได้รับสารนี้ รุ้งคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว รุ้งและเพื่อนๆ อีกหลายคนคงเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้ว ด้วยกระบวนการอันแสนอยุติธรรมของประเทศ ที่ปิดปากผู้เห็นต่าง ถูกผลักไสเป็นศัตรูโดยรัฐ คุกคามปราบปรามจับกุมคุมขัง ด้วยเหตุที่เราหวังจะมีสิทธิเสรีภาพที่ดีกว่า แม้รุ้งจะไม่อยู่ การต่อสู้เราต้องเดินต่อ เป้าหมายข้อเรียกร้องได้แก่&amp;nbsp; 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพต้องลาออก 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชนอย่างแท้จริง และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รุ้งอยากให้ทุกคนสานต่อความฝันว่า วันหนึ่งเราจะมีรัฐสวัสดิการที่ดี ไม่เห็นคนอดอยาก และไม่มีใครสูงส่งกว่าใคร มีสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยที่เท่าเทียม สิ่งที่มากกว่าการต่อสู้ คือการเดินทางอันยาวไกลของพวกเรา&amp;nbsp; แต่การจะเดินถึงเป้าหมายนั้นได้ ต้องพึ่งวินัยกับความเป็นเอกภาพ อย่าเป็นเครื่องมือของรัฐ ที่จะสลายการชุมนุมพวกเราด้วยความรุนแรงอย่างที่ผ่านมา เราต้องสู้ด้วยความอดทนอดกลั้น เราจำเป็นต้องต่อสู้ด้วยสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรงหรือเริ่มทำก่อน ไม่เช่นนั้นรัฐจะใช้โอกาสทำร้ายเราแน่ ขอให้เราออกมาถึงหลักล้าน แม้วันใดที่มืดมิดที่สุด เราจะออกมาส่องแสงให้ประเทศนี้อีกครั้ง รุ้งจะรอวันที่ออกมาสู้กับทุกคนอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลง &amp;quot;บทเพลงของสามัญชน&amp;quot; ตะโกนว่าปล่อยเพื่อนเรา พร้อมจุดเทียนสีขาว ปักบริเวณหน้าประตูศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำมวลชนสวมเสื้อสีดำจัดกิจกรรมที่หน้าเรือน?จำ?พิเศษ?กรุงเทพ?มหานคร ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป? โดยมีนายเจษฎา ศรีปลั่ง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เป็นแกนนำในการชุมนุมในครั้งนี้ ซึ่งมีนายภานุพงศ์ มุกดารา ประธานเครือข่ายแดงก้าวหน้าปทุมธานี สนับสนุนรถเครื่องเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นำถังน้ำมันเปล่า รวมถึงนำลวดหนามหีบเพลงมากั้นบริเวณทางเข้าหน้าเรือนจำ เบื้องต้นมีผู้ชุมนุมเข้าร่วม 50 คน&amp;nbsp; โดยมีการสลับกันขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจำคุก รวมถึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์?โอชา? นายกรัฐมนตรี?ลงจากตำแหน่ง&amp;nbsp; นอกจากนี้ผู้ชุมนุมได้นำรูปแกนนำที่ถูกจำคุกติดโบดำมาผูกที่ลวดหนาม พ่นสีสเปรย์ที่?ถังน้ำมันเปล่า อีกทั้งได้นำพวงหรีดสีขาวส้มติดป้ายว่า &amp;quot;หมดความศรัทธา?ในระบอบความยุติธรรม?&amp;quot; มาวางไว้ อย่างไรก็ตามกิจกรรมไฮไลต์?อยู่ที่การจุดเทียนจากนอกเรือนจำ เพื่อส่องแสงสว่างในความยุติธรรมที่มืดบอด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกรณีการนำตัว 3 แกนนำม็อบปลดแอกไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรีว่า เจ้าหน้าที่ได้ย้ายผู้ต้องขัง 3 ราย จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรีตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มี.ค.เพื่อลดความแออัดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยเรือนจำได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายทำประวัติ&amp;nbsp; ตรวจร่างกายตามขั้นตอน และอยู่ในแดนแรกรับเพื่อกักโรคตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นระยะเวลา 14 วัน แต่ให้อยู่คนละห้องขังกัน เพราะเป็นผู้ต้องขังความผิดคดีเดียวกันจึงต้องแยกควบคุม แต่ยังมีเพื่อนผู้ต้องขังคดีอื่นๆ รวมอยู่ ซึ่งเรือนจำพิเศษธนบุรีเป็นเขตควบคุมความมั่นคง มีเจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจะไปรับตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรีไปศาลตามขั้นตอนปกติ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรือนจำพิเศษธนบุรียังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเพราะยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังโควิด-19
ดำเนินคดีม็อบ 6 กลุ่มข้อหาหนัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) แถลงเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ พร้อมพวก และกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังพบการกระทำความผิดหลายข้อหาว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล บช.น.ได้แบ่งการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมออกทั้งหมด 6 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 1 นายปิยรัฐ กับพวกรวม 18 คน ถูกดำเนินคดีสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อเตรียมการกระทำผิดอาญา ตามภาคสองของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 107-มาตรา 366 การมั่วสุมของนายโตโต้พร้อมพวกเป็นการเตรียมการที่จะก่อความสงบไม่เรียบร้อยในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 วรรค 1 และวรรค 2 เนื่องจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบการกระทำจับกุมซึ่งหน้า จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้หมายจับ นอกจากนี้ยังผิดมาตรา 210 มาตรา 209&amp;nbsp; และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคอีกส่วนหนึ่ง กลุ่มนี้ดำเนินคดี 4 ข้อหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับได้และได้หลบหนีไปจากการควบคุมของเจ้าพนักงาน ในส่วนนี้จะมีความผิด&amp;nbsp; 4 ข้อหาหลักเช่นเดียวกับกลุ่มของนายโตโต้ แต่จะมีความผิดตามมาตรา 190 ตามประมวลกฎหมายอาญา หลบหนีไปจากการควบคุมของเจ้าพนักงานสอบสวนสืบสวนคดีอาญา มีการปรากฏตัวต่อตำรวจ สน.พหลโยธิน ตำรวจได้รับตัวและปล่อยตัวให้กลับไปก่อน จากนั้นจะทำการพิสูจน์ทราบว่าทั้ง 27 คนเป็นผู้ที่หลบหนีหรือไม่อย่างไร เมื่อความปรากฏชัดเจนว่าบุคคลที่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นบุคคลที่หลบหนีจริง พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อกล่าวหาเดิม และอีก&amp;nbsp; 1 ข้อหาใหม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้มีผู้ต้องหาบางส่วนยังไม่ได้มาพบตำรวจ วันนั้นตำรวจก็จะออกหมายเรียกตัวมาดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 ตามที่ปรากฏภาพและคลิป มีกลุ่มบุคคล&amp;nbsp; กลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มการ์ดทุบทำลายรถของทางราชการและชิงตัวผู้ต้องหา ทำร้ายเจ้าพนักงาน ชิงของกลางบางส่วนไปจากการดูแลของเจ้าพนักงาน มีความผิดตามมาตรา&amp;nbsp; 191 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา 83 ร่วมกันช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือผู้ถูกควบคุมในอำนาจของพนักงานสอบสวนสืบสวนคดีอาญาให้หลุดพ้นไปจากการดูแลของเจ้าพนักงาน ส่วนนี้จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาตามมาตรา 191 ถ้าความปรากฏว่าผู้ชุมนุมคนหนึ่งคนใดมีหลักฐานโยงไปถึงการทำลายทรัพย์สินและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และ 140 ยังมีความผิดอื่นๆ เช่น ทำให้เสียทรัพย์ของทางราชการอีกส่วนหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 4 ตามที่ปรากฏภาพ มีกลุ่มบุคคลทุบทำลายแนวรั้วของศาลอาญา นำสิ่งต่างๆ มาเผารวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ บุกรุกสถานที่ราชการศาลอาญาและสำนักงานอัยการสูงสุด ในส่วนนี้จะเป็นความผิดข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน และความผิดบางส่วนจะเป็นฐานละเมิดอำนาจศาล พนักงานสอบสวนกำลังดูว่าความผิดใดผิดมาตรา 112 คงต้องมีการดำเนินกับกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 5 คือกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ หลังมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรค ห้ามมีการชุมนุม ก็จะผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 6 เวลา 23.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนกำลังเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ ศาลอาญาผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมหน้า สน.พหลโยธิน ได้มีกลุ่มบุคคลใช้ลูกเหล็กหนังสติ๊ก อาวุธปืน ยิงใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้รถราชการเสียหาย รถกระบะ 1 คัน รถ 6 ล้อ&amp;nbsp; 1 คัน และรถบัส 3 คัน จากการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานพบร่องรอยการถูกยิง เชื่อว่าถูกยิงมาจากอาวุธปืน พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาดำเนินการ ว่าการกระทำผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานด้วยอีกส่วนหนึ่งหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวเสริมเรื่องทรัพย์สินที่นายโตโต้กล่าวอ้างว่าสูญหายระหว่างการถูกจับกุม ว่าจากการตรวจสอบในวันนั้นมีกลุ่มบุคคลมาทำทุบรถของราชการ มีการแย่งชิงตัวผู้ต้องหาและแย่งชิงของกลางบางส่วนไป และมีการชิงหรือปล้นทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ขณะนี้ได้รับรายงานจากตัวคนเจ็บเพิ่งให้การได้เมื่อวานนี้ ตัวคนเจ็บเป็นห่วงทรัพย์บางส่วนซ่อนไว้ใต้เบาะนั่ง พนักงานสืบสวนได้เข้าตรวจค้นรถยนต์พบของกลางของนายโตโต้ที่กล่าวอ้างเรียบร้อย และนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนเรียบร้อย หากมีทรัพย์สินของกลางสูญหายต้องตรวจสอบว่าหายไปด้วยเหตุใด ถ้าปรากฏว่าเป็นความบกพร่องของตำรวจก็จะมีการพิจารณาข้อบกพร่อง แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการประทุษร้ายผู้ชุมนุมต้องรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นโทรศัพท์ พระเลี่ยมทองและสร้อยคอยังไม่ได้คืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวยังพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ถ้าออกจาก รพ.แล้วจะมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเป็นห่วงถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมทางการเมือง โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยไปห้ามการชุมนุม แต่ถ้าชุมนุมแล้วมีความรุนแรงเกิดขึ้น ถ้าศาลเห็นว่าเป็นการทำกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็เป็นเรื่องของศาลตัดสินออกมา รวมทั้งการจะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันก็เป็นเรื่องของศาลเช่นเดียวกัน ไม่มีอำนาจไปก้าวล่วง&amp;nbsp; กฎหมายเป็นของทุกคน เป็นของสังคมและเป็นของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะละเว้นกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการจับกุมมือประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ ได้กำชับฝ่ายมั่นคงให้เข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบระเบิดอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่จับกุมได้ และไม่ควรจะมีคำถามว่าเป็นการจัดฉากของภาครัฐหรือไม่ ไม่เคยมีนโยบายให้ไปทำเรื่องเหล่านี้ คงไม่กล้าทำและทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทุกอย่างมีหลักฐาน เพราะรับสารภาพว่าเป็นคนทำและทำมาจากบ้าน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ริบบิ้นสีขาว, วางพวงหรีด, ศาลอาญา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้าศาลอาญา, แนวร่วมม็อบสามนิ้ว, ไม่ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60478b395f3f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
