<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แบงก์ชาติ&#039;ไม่ห่วงคนแห่ถอนเงิน แจงสภาพคล่องแข็งแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 2563&amp;nbsp; นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีมีการเรียกร้องให้ถอนเงินจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ว่า ธปท.ไม่เป็นห่วงระบบสถาบันการธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากมี การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์สภาพคล่องที่มีความรุนแรง (LCR) มากกว่า 1 เท่า ซึ่งถือว่าสภาพคล่องยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ธปท. ได้คุยกับสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดแล้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

&amp;quot;เงินต้องมีที่ไป การถอนเงินจากธนาคารหนึ่งก็ต้องไปอีกธนาคารหนึ่ง ระบบสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ไทยจึงไม่น่าเป็นห่วง&amp;quot; นายธาริฑธิ์ กล่าว&amp;nbsp;

ดังนั้นสภาพคล่องที่ล้น ทำให้ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องเลย ย้ำอีกครั้งเงินที่ย้ายไปก็ต้องหาทางวนกลับมาได้

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., ธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์, สภาพคล่องทางการเงิน, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f6846cd76d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กรณ์&quot; เผยที่&quot;เอสเอ็มอี&quot; วิ่งเข้าหาเงินกู้นอกระบบ  เพราะเข้าไม่ถึง&quot;ซอฟต์โลนด์&quot; แบงก์ชาติ  เหตุแบงก์พาณิชย์ปล่อยแต่ลูกค้าเดิมๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18พ.ค.63- &amp;quot;กรณ์ จาติกวณิช&amp;quot; หัวหน้าพรรคกล้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเงิน Soft Loan วงเงิน 5แสนล้าน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ เตรียมไว้ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ว่าเอสเอ็มอีบางกลุ่ม ที่เพิ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;ไม่สามารถเข้าถึงวงเงินช่วยเหลือนี้ได้ &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทำอะไรแบบเดิม ผลก็จะออกมาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการ Soft Loan ของกระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติ เป็นมาตรการโอนเงิน (เกือบ) ฟรีให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อปล่อยต่อกับลูกค้า SME ที่เดือดร้อนจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แล้วตามคาด มีผู้ประกอบการมากมายเขียนเล่าให้ทีมกล้าฟังว่า #เข้าไม่ถึงเงินกู้ ผมจึงไม่แปลกใจที่วันนี้เห็นรายงานว่า SME จำนวนมากวิ่งเข้าหานายทุนนอกระบบ
.
นี่คือหนึ่งตัวอย่างความเห็นที่แสดงถึงเราครับ :-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังมี SME อีกมากที่เตรียมตัวจะล้มแล้ว SOFT LOAN ที่ให้มาไม่เคยถึงมือพวกเรา สอบถามแบงค์ แบงค์บอกหมดแล้ว ถามว่าส่วนใหญ่ให้ใครกู้ แบงค์บอกให้ผู้กู้เดิมอยู่ก่อนแล้วกู้ คนที่ไม่เคยกู้ไม่มีรายชื่อ
อ้าวแสดงว่าเขากลัวแต่SME ที่กู้ไปแล้วล้มเหรอ แล้วพวกที่เขาเพิ่งมาเดือดร้อนตอนโควิทล่ะทำยังงัย ถ้า SME หรือบริษัทเขาอยู่ได้ เขาก็ไม่ไล่พนักงานออก ซึ่งก็จะแบ่งเบารัฐบาลได้เยอะ สรุปคือต้องช่วยต้นน้ำก่อนครับ ถ้าไม่ช่วยต้นน้ำปัญหาเกิดแน่ และมันจะเป็นโดมิโนไปเรื่อยครับ&amp;rdquo;
.
สภาฯ จะเปิดพิจารณา พรก. Soft Loan นี้ในวันที่ 27 พ.ค.ที่จะถึง ผมอยากให้กระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติเปิดเผยข้อมูลว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Soft Loan ที่ธนาคารออมสินและธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยผ่านธนาคารพาณิชย์ไปนั้น ปล่อยไปแล้วเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปล่อยไปให้ใครบ้าง กี่ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีการคิดค่าธรรมเนียมการพิจารณาสินเชื่อหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติมีมาตรการใดในการติดตามตรวจสอบเพื่อให้วงเงินนี้ไปถึงมือกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเพียงแค่ออกมาตรการมาลอยๆ ครับ
ต้องตามจี้ตามจิก ลงไปคลุก เพื่อให้มีผลตามที่ควรจะเป็น
ยึดผลประโยชน์ของประชาชนคนเดือดร้อนเป็นที่ตั้ง แล้วผลลัพธ์ของนโยบายนั้นๆ ถึงจะส่งผลออกมาได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..วันนี้ดูเหมือนว่ายัง &amp;lsquo;เหมือนเดิม&amp;rsquo; อยู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เข้าไม่ถึงเงินกู้ #SoftLoan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66241</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, soft loan, กรณ์ จาคิกวณิช, ธปท., ธุรกิจเอ็สเอ็มอี, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cabcf4d191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ขุนคลัง” ฉุนซัดแบงก์พาณิชย์ไม่มีเหตุผลอ้างประชาชนทำระบบล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ฉุนจี้แบงก์พาณิชย์เร่งแก้ปัญหาระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ล่ม ซัดไม่มีเหตุผลที่จะไปโทษประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสาเหตุ มองเป็นเรื่องตลกที่นำมาเป็นข้ออ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย.61- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงกรณีปัญหาระบบการโอนชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์ล่มเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ว่า เป็นปัญหาที่กระทรวงการคลังไม่จำเป็นต้องสั่งการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะกำกับดูแลสถาบันการเงิน หรือต้องสั่งการธนาคารพาณิชย์ เพราะเป็นหน้าที่ของแต่ละแห่งต้องดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ไม่มีเหตุผลที่จะไปโทษประชาชนที่ใช้บริการว่าทำให้ระบบการโอนเงินล่ม มีปัญหาตรงไหนก็ต้องไปแก้ไขให้ถูกจุด หากเป็นปัญหาจากระบบของธนาคารพาณิชย์ก็ต้องไปแก้ไข จะไปบอกว่าประชาชนกดผิดแล้วทำให้ระบบล่มนั้นไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมากล่าวอ้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ละคนมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ต้องให้กระทรวงการคลังไปสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ระบบมันพังก็ต้องแก้ ที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ธปท.ก็สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์แก้ไขแล้ว ส่วนธนาคารพาณิชย์ก็ต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นผู้บริการประชาชน และเมื่อระบบล่มจะไปโทษว่าประชาชนทำให้ระบบล่มได้อย่างไร ฟังดูแล้วเป็นเรื่องตลก&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16978</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ธปท., ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์, สถาบันการเงิน, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a55bdeb39d89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ตุน2.5หมื่นล้านรองรับสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท.เตรียมสำรองเงิน 2.5มื่นล้านบาท รองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;ด้านแบงก์พาณิชย์ยันหยุดยาว 7 วันมีเงินพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04เม.ย.61- นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ช่วงกลางเดือนเม.ย.61 เป็นช่วงที่มีเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;1 สัปดาห์ ธปท. ประมาณการว่า สถาบันการเงินจะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. มูลค่าสุทธิประมาณ 25,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ธปท. ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการไว้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ธปท. ยืนยันว่าสถาบันการเงิน จะนำธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 17) ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท ออกใช้ในวันจักรี วันที่ 6 เม.ย. 2561 เป็นต้นไป &amp;nbsp;แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการ ประชาชนสามารถเบิกถอนได้ ณ สาขาของสถาบันการเงินที่เปิดให้บริการในวันหยุด หรือที่ตู้เอทีเอ็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ได้ประกาศสำรองเงินสดเพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. 61 โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BBL) สำรองเงินสดไว้ 36,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 18,000 ล้านบาท และในเขตต่างจังหวัด 18,000 ล้านบาท ,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) &amp;nbsp;26,460 ล้านบาท แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ 7,230 ล้านบาท และในต่างจังหวัด 19,230 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) &amp;nbsp;21,000 ล้านบาท ผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 16,000 ล้านบาท และช่องทางสาขาของธนาคารจำนวน 5,000 ล้านบาท ,ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) &amp;nbsp;500 ล้านบาท และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) สำรองเงินสดผ่านเครื่อง LH Bank ATM จำนวนเงินรวม &amp;nbsp;200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., สงกรานต์, แบงก์ชาติ, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e614b2649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. แจงแบงก์แข่งดุ “ฟรีค่าธรรมเนียม” หนุนฐานลูกค้าเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. แจงแบงก์พาณิชย์แข่งดุแห่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ช่วยหนุนฐานลูกค้าเพิ่มในระยะยาว ระบุ &amp;ldquo;พร้อมเพย์&amp;rdquo; เป็นหนึ่งในทางเลือกการใช้บริการของประชาชน ชี้หลายสถาบันการเงินเว้นค่าธรรมเนียมกรณีโอนเงินเกิน 5,000 บาทอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค. 61 - นางสาว สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เป้าหมายในเรื่องการส่งเสริม e-Payment คือ การให้ประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้เงินสดและเช็ค ซึ่งการปรับลดค่าธรรมเนียมโอนเงินด้วยเลขที่บัญชีของธนาคารพาณิชย์ ตามกลไกตลาดในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการทำธุรกรรมทางการเงินมากขึ้น &amp;nbsp;ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ก็จะได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นและสามารถต่อยอดการให้บริการอื่นๆ ได้ และจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลางทำให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งธนาคารพาณิชย์และผู้ใช้บริการทางการเงินจะได้ประโยชน์ในระยะยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับพร้อมเพย์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ประชาชนสามารถโอนและชำระเงินได้ง่าย และสะดวกด้วยการใช้หมายเลขโทรศัพท์และเลขประจำตัวประชาชนแทนเลขที่บัญชี และมีบริการต่อยอดต่างๆ เช่น บริการชำระบิลข้ามธนาคาร บริการเตือนเพื่อจ่าย (Request to Pay) เป็นต้น ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ ในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์นั้น แม้จะมีการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมตามช่วงมูลค่า เช่น &amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน 10 บาท แต่ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งก็มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ที่เกิน 5,000 บาท ให้กับประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าธรรมเนียม, ทำธุรกรรม, ธนาคารพาณิชย์, ธปท., พร้อมเพย์, สถาบันการเงิน, หมายเลขโทรศัพท์, อิเล็กทรอนิกส์, แบงก์, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcd336c290d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเล็งคลอดกฎหมายสั่งสถาบันการเงินจ่ายเงินช่วยเอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลุยยกเครื่องกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เล็งรีดเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อช่วยเหลือกรณีมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2561 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเปิดรับแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ระหว่างวันที่ 9-25 มี.ค.นี้ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ทั้งสิ้น 3 ประเด็น ประกอบด้วย การเพิ่มประเภทเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ครอบคลุม เงินนำส่งจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก &amp;nbsp;ซึ่งหมายถึง ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้สถาบันการเงินนำส่งเงินและเงินเพิ่มเข้ากองทุนฯ ตลอดจนการเพิ่มประเภทการใช้จ่ายเงินที่สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้และมีปัญหากับสถาบันการเงินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังระบุว่าหากสถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินมาเข้ากองทุนหรือนำส่งไม่ครบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกิน 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่นำส่ง หรือนำส่งไม่ครบ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขครั้งนี้เพื่อให้สถาบันการเงิน ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับฟื้นฟูกิจการของเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลุกลามไปสู่ระบบสถาบันการเงิน และเป็นการสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ มีสัดส่วนสินเชื่อเป็น 1 ใน 3 ของสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินทั้งหมด ดังนั้นหากเอสเอ็มอีประสบปัญหาด้านการเงิน ย่อมส่งผลต่อระบบสถาบันการเงินในภาพรวมได้ ดังนั้น เพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ประสบปัญหามีแหล่งเงินสำหรับดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สมควรให้สถาบันการเงินต้องส่งเงินเข้ากองทุนเอสเอ็มอี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประโยชน์ที่ได้รับคาดว่า จะให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน &amp;nbsp;โดยอาศัยเงินนำส่งจากสถาบันการเงินไปช่วยเหลือให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้ของ สถาบันการเงินฯ สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อภาค เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังลดปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้สินเชื่อ ส่งผลให้ ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินกับสถาบันการเงินเกิดความมั่นใจในฐานะและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันเอสเอ็มอี ยังสามารถขยายกิจการ ก าลังการผลิต การลงทุนใน เครื่องมือเครื่องจักร นวัตกรรม และเพิ่มระดับการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเสถียรภาพ ให้แก่ระบบการเงิน ระบบสถาบันการเงิน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, กระทรวงการคลัง, กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, คลัง, ธนาคาร, สถาบันการเงิน, เอสเอ็มอี, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a891d9be74d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
