<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงร่างประกาศกษ.คุมสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ไม่รอคำตอบ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; เดินหน้าเตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เสนอ กก.วัตถุอันตราย หวังคุมเข้มการผลิตสารเคมีเกษตรเบ็ดเสร็จ ตัดตอนบริษัทปัดความรับผิดชอบปล่อยสารหมดอายุว่อนตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ... จะสามารถเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อรับทราบได้ภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากได้ตรวจสอบร่างครบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หนังสือที่ทวงถามต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมติที่ดิฉันถามไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับมา ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็จะดำเนินการจำกัดการใช้สารเคมีตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย.62 โดยอาศัยกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่มีเพื่อควบคุมการผลิตสารเคมีเกษตรให้ได้คุณภาพ และบริษัทที่นำเข้า ผลิต จำหน่าย จะต้องผิดชอบในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมาขายแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ สารเคมีหมดอายุก็ไม่ต้องนำออกจากตลาด เรื่องแบบนี้ต่อไปต้องไม่มีอีก ร่างประกาศนี้จะดูแลทั้งหมด&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ในเรื่องสารเคมีเกษตรเป็นเรื่องที่ตั้งใจทำและต่อสู้กันมากับนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพราะเห็นปัญหาของประเทศ เห็นว่าสารเคมีอันตรายหากไม่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน และปล่อยให้มีการผลิตโดยไร้การควบคุมระบบ จึงมีโรงงานห้องแถว โรงงานผลิตสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อสารเคมีหมดอายุก็ไม่มีการจัดเก็บออกจากตลาด ซึ่งจะดูว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์จะลงนามส่งหนังสือหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นดิฉันจะลงนามเองในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของประกาศกระทรวงเกษตรฯ คือ กำหนดให้สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องได้การรับรองระบบมาตรฐานบริหารคุณภาพ ISO 9001 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ด้านการวิเคราะห์วัตถุอันตราย ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันการตรวจรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศไทย ยกเว้นสถานที่ผลิตสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืช สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ผลิตวัตถุอันตรายอยู่ก่อนแล้วจะให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 2 ปี อาคารผลิตและเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟ ผนังต้องใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของไฟ พื้นอาคารต้องไม่มีคุณสมบัติดูดซับวัตถุอันตราย สามารถป้องกันการรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบายอากาศที่เหมาะสม ต้องแบ่งแยกพื้นที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปะปนกัน มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่บ่อพักเพื่อนำไปบำบัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ปฏิบัติงานนั้น กำหนดให้ต้องมีเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน ถุงมือ &amp;nbsp;รองเท้า หมวก หน้ากากป้องกันพิษ ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย ถ้าผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาร์เมต ต้องตรวจหาระดับซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และหากตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่นี้ยังกำหนดให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ อัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ ตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจำกัดการใช้ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบภายในวันถัดจากวันที่มีการผลิตประกอบด้วย กระบวนการตั้งแต่เริ่มนำสารชนิดเข้มข้นมาแปรรูปโดยใช้ส่วนผสมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสารพร้อมใช้ แจ้งชนิดของส่วนผสม รายงานเกี่ยวกับภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วซึ่งมีอยู่ในความครอบครอง การส่งไปทำลาย สถานที่ทำลาย และวิธีการทำลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะต้องส่งรายงานดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคมทุกปี ในกรณีที่หากสอบสวนพบว่าเกิดข้อบกพร่องที่มีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือเกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ต้องเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนอย่างรวดเร็ว มีบันทึกการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนจากลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนให้แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนไว้ในบริเวณเฉพาะที่ปลอดภัย&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54477</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, กก.วัตถุอันตราย, ประกาศกระทรวงเกษตร, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, วัตถุอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7a9f533cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งไล่ลุงผนึกซักฟอก อนค.แบไต๋ทำ2ขาสอดรับกัน/บิ๊กตู่เบรกม็อบไล่-หนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินตอบเรื่องที่ดินพ่อ ส่วนบิ๊กป้อมชี้เรื่องเก่าแจงได้แน่ ฝ่ายค้านจ้องเพิ่มกฐิน &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; กรณีแบน 3 สารพิษ เตรียมโหมโรงใช้กีฬาฟุตบอลพันการเมืองวันที่ 19 ม.ค. &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภราดร&amp;rdquo; โอ่ข้อมูลในมือชั้นเอบวก รับแล้ววิ่งไล่ลุง-อภิปรายเป็นการทำงาน 2 ขา &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ร่ายยาวสะกิดม็อบไล่-เชียร์ให้คิดถึงคน 60 ล้าน ชี้ไม่ใช่เวลาสร้างความเกลียดชัง ลั่นทำงานไม่ใช่สั่งขี้มูกสั่งปรื๊ดแล้วโล่ง &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; โวยวิ่งไล่ลุงในต่างจังหวัดถูกคุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหยิบยกปมซื้อขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) มาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าวและเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที&amp;nbsp;
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องเก่า นายกฯ ชี้แจงได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านยังไม่มีการประสานมาในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนที่จะอภิปรายเรื่องต่างๆ นั้นเป็นเพียงข่าว ของจริงยังไม่มี ยังไม่มีการยื่นอะไรมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายย้อนไปถึงการทำงานของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ทำได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่ายังไม่มีประเด็น จึงยังไม่มีความเห็น ไม่ขอพยากรณ์ล่วงหน้า ตามกรอบจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เมื่อสมาชิกเข้าชื่อกันครบก็สามารถเปิดการไม่ไว้วางใจได้ &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณให้ผ่านก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) มีรายงานแจ้งถึงการเตรียมความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากรัฐมนตรี 5 คนที่จะถูกยื่นอภิปรายแน่นอนแล้ว คือ พล.อ.ประยุทธ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นผู้ถูกอภิปรายในสัดส่วนของพรรค พท. แต่ยังต้องรอพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคเสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเข้ามาอีก โดยเบื้องต้นมีการเคาะกันว่าจะมีรัฐมนตรีอีก 2-3 คนอยู่ในข่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังรวบรวมข้อมูล กรณีนายสุริยะอ้างมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้เลื่อนการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสออกไปเป็นวันที่ 1 &amp;nbsp;มิ.ย.63 และยกเลิกการแบนไกลโฟเซตให้เป็นจำกัดการใช้แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรค พท.กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านถือว่ามีความพร้อม โดยข้อมูลที่จะอภิปรายหัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรี แบ่งเป็นชุด A บวก คือข้อมูลที่มีใบเสร็จ กับชุด A ที่แม้ไม่มีใบเสร็จ แต่ก็น่าเชื่อได้ว่าน่าจะมีการกระทำผิด ที่ผ่านมาคณะกรรมการกิจการพิเศษได้ประชุมซักซ้อมเตรียมพร้อมที่จะอภิปราย เราดูทั้งบุคคลดูทั้งเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรอภิปราย เชื่อว่าข้อมูลที่อภิปรายไปคงทำให้หัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายยืนอยู่ต่อไปลำบาก จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;และบางทีอาจหนักกว่าการเปลี่ยนแปลงปรับคณะรัฐมนตรีก็ได้ เป้าหมายการอภิปรายอยู่ที่หัวหน้ารัฐบาล ส่วนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็เป็นภาพของสภา
เผย &amp;#39;วิ่ง-อภิปราย&amp;#39; สอดรับกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานเราจะทำสอดคล้องกัน สอดรับกับระหว่างการวิ่งไล่ลุง 12 ม.ค.ที่คนที่ออกมาวิ่งล้วนอยากไล่ลุง จึงชวนกันออกมา เป็นการทำงานนอกสภาของประชาชน ส่วนเรารับความประสงค์จากประชาชนมาทำให้เป็นจริงในสภาผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเวลาการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค. และเบื้องต้นขอเวลาอภิปรายไว้ 3 วัน คาดว่าจะบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังตรุษจีน และคงอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นเดือน ก.พ.&amp;rdquo; พล.ท.ภราดรกล่าวและว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ จะไปหารือกับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงประเด็นต่างๆ และกรอบเวลาอภิปราย ก่อนจะนำกลับมาหารือในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการพิเศษของพรรคในวันที่ 7 ม.ค.อีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมจัดกิจกรรมพรรคฝ่ายค้านสัญจร ที่จะเดินทางไปจัดกิจกรรมยังจังหวัดเชียงรายในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 16.00 น. ซึ่งจะมีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่รวมกับสื่อมวลชน พบกับนักฟุตบอลทีมเชียงรายและประชาชนในพื้นที่ จากนั้นเวลา 18.00-20.00 น.จะปราศรัยภายในสนามฟุตบอลในหัวข้อเกี่ยวกับการเมือง ผลจากการบริหารงานของรัฐบาล ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งเป็นลักษณะเปิดเวทีซักซ้อมกันก่อนวันอภิปรายจริงที่จะมาถึง &amp;nbsp;คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังอภิปรายประมาณ 1 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคมกล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลน้อยมาก เพราะในสัดส่วนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตอนนี้มีรัฐมนตรี 5 คนที่พรรค พท.จะอภิปรายแน่นอน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังรอพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่น หากมีข้อมูลก็สามารถเสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเข้ามาร่วมด้วยได้ ข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านตอนนี้มีความพร้อมมาก เพียงแต่กังวลในเรื่องเวลาที่ได้อภิปรายอาจจำกัด เท่าที่พูดคุยจะยื่นญัตติไม่เกินวันที่ 20 ม.ค. และคาดว่าการอภิปรายน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 1 หรือ 2 ของเดือน ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อมูลที่จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ที่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นข้อมูลเก่า คงไม่สามารถล้มรัฐบาลได้นั้น เราไม่ได้หวังว่าจะมาล้มใคร เราเพียงทำหน้าที่ตรวจสอบ การที่รัฐบาลจะล้มหรือไม่ล้มขึ้นอยู่ที่ตัวรัฐบาลเอง ที่วิจารณ์ว่าข้อมูลที่จะพูดเป็นเรื่องเก่านั้น ผมไม่ได้มองอย่างนั้น หากเป็นข้อมูลเก่าที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน จะมาถือว่าเป็นข้อมูลเก่าก็ไม่ได้ เราไม่ได้เอาข้อมูลเก่ามาพูด แต่เป็นข้อมูลต่อเนื่องกัน ถ้าคิดว่าไม่ถูกต้องทำไมรัฐบาลประยุทธ์ไม่แก้ไข เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็ล้วนมาจากประยุทธ์ 1 เมื่อรู้ว่าสิ่งไหนทำผิดพลาด เมื่อเป็นรัฐบาลใหม่แล้วทำไมถึงไม่แก้&amp;rdquo; นายนิคมระบุ
สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเช้าได้ให้โอวาทแก่คณะนักกีฬาพาราลิมปิก ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ก่อนออกเดินทางไปแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 &amp;nbsp;ณ เมืองซูบิก &amp;nbsp;สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยภายหลังให้โอวาทนายกฯ ได้เดินมาทักทายนักกีฬา พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;พวกเราไปแข่งขันกีฬาที่โน่น ส่วนผมอยู่ที่นี่ก็แข่งกีฬาเหมือนกัน เป็นกำลังใจให้ผมหรือเปล่า ผมทำความดี&amp;quot;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ได้มีนักกีฬาคนหนึ่งกล่าวติดตลกว่า &amp;quot;ขอให้กำลังใจลุง ขอให้วิ่งให้ทันเขานะลุง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าสังเกตว่าตลอดการให้โอวาท พล.อ.ประยุทธ์มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งมีเสียงที่ค่อนข้างแหบแห้งจากอาการป่วยเป็นไข้หวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันที่สิ่งที่กำลังดีๆ ก็อยากให้เดินหน้าไป อย่าดึงให้ถอยหลัง ย้อนไปย้อนมา คิดว่าได้ตั้งใจมั่นทำงานมา 5 ปี ปีที่ 6 นี้ ยังยืนยันมีแรงศรัทธาตลอดมา &amp;nbsp;ไม่ใช่ต้องการอำนาจ ใครบอกว่าการเมืองคืออำนาจผลประโยชน์ ในเมื่อไม่ต้องการอำนาจและผลประโยชน์ แล้วทำไมไม่ไว้ใจตนเอง เมื่อไว้ใจตนเองก็ต้องไว้ใจในการบริหารของตนเอง โดยจะควบคุมเรื่องเหล่านี้ให้มากที่สุดไม่ให้กลับไปที่เดิม นั่นคือสิ่งที่อยากจะพูดกับพวกเราทุกคน วันนี้ที่พูดเยอะเพราะแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้นายกฯ กำลังคิดแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง นายกฯ ไม่เคยหยุดคิด ใครจะตำหนิต่อว่าอะไรก็ตาม ส่วนเรื่องไหนที่ทุจริตผิดกฎหมายก็ว่ามา ชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็ไปขึ้นกระบวนการศาล การพูดกันไปมาบางทีไม่ใช่เรื่อง มันไม่มีอะไรที่ชัดเจน พูดกันไปบอกกันมา จนเกลียดชังหมด ถามว่าเวลานี้เราควรสร้างให้เกิดความเกลียดชังกันเองในชาติหรือไม่ มันใช่เวลาหรือไม่ ทำไมไม่เอาเวลามารวมพลังเพื่อต่อสู้กับปัญหาภายนอก แล้วปัญหาภายในก็แก้กันในเชิงระบบกลไก ถ้ามัวโทษกันไปกันมามันแก้อะไรไม่ได้สักอย่าง แก้โน้นกระทบนี้ พันกันไปหมด รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหาที่ซ้ำซ้อน ไม่ใช่แก้ปัญหาเชิงเดี่ยวในลักษณะเปิดแล้วปิดงานปรบมือกัน ตนเองไม่ชอบแบบนั้น ชอบแก้ปัญหาทั้งระบบ บางอย่างได้ผล บางอย่างไม่ได้ผล เพราะทั้งหมดเราบังคับไม่ได้ มันเป็นเรื่องของประชาชน&amp;nbsp;
เบรกม็อบ &amp;#39;ไล่-เชียร์&amp;#39;
&amp;ldquo;วันนี้ผมพยายามทำดีที่สุด รับทุกปัญหาของประชาชนมาคิด กลับบ้านก็คิด เสาร์อาทิตย์ก็คิด เย็นกลับไปก็คิด ไม่เคยนิ่งนอนใจกับปัญหา แต่ต้องใช้กลไก ครม.ขับเคลื่อนและติดตามผลการปฏิบัติจากการรายงาน ไม่ได้ฟังรายงานจากข้าราชการอย่างเดียว แต่ฟังจากประชาชนที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ เอาทั้งสองอย่างมาผสมกัน คือเชิงหลักการและเชิงประจักษ์ นั่นคือสิ่งที่ผมทำงาน ผมอยากให้ทุกคนใช้กลไกประชาธิปไตยของวันนี้สร้างประเทศกันก่อนได้หรือไม่ ดีกว่าที่จะทำลายซึ่งกันและกัน ถ้าผิดถูกตรงไหนก็ไปเข้ากระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าพูดกันไล่กันไปกันมาแบบนี้ ผมไม่เห็นประโยชน์จะเกิดขึ้น ไม่ว่าสนับสนุนผมหรือสนับสนุนใครก็ตามหรือต่อต้านผม มันเกิดประโยชน์กับใครบ้าง มันก็มีคนจำนวนหนึ่งที่ออกมาทำเรื่องแบบนี้ พัน สองพัน หมื่นนึง แต่คนที่เสียประโยชน์คือคน 60 ล้าน ผมอยากจะบอกว่าพอเถอะ มาช่วยกันทำประเทศดีกว่า&amp;rdquo;
นายกฯ กล่าวอีกว่า ช่วยกันฟังว่ารัฐบาลจะทำอะไร จะได้ประโยชน์อะไร ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกมา &amp;nbsp;รัฐบาลก็แก้ไข แก้ปัญหาต้องแบบนี้ อย่าใช้ทุกเวทีดิสเครดิตกันไปมา ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะยังไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ใครผิดถูกอย่างไรให้มาแจ้ง เอาหลักฐานมาจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ตอนนี้มีองค์กรอิสระตรวจสอบเยอะแยะไปหมด แล้วเขาจะกล้ามาเข้าข้างตนเองหรือ ถ้าเขากล้าช่วยหรือใครก็ตาม แล้วเขามีความผิด เป็นท่าน ท่านจะกล้าหรือไม่ที่จะช่วยคนผิด ทุกคนกลัวความผิด ฉะนั้นตนเองก็ใช้กลไก เจตนาของตนเองในการแสดงออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายอย่างคิดออกมาทำไม่ได้ผล ก็ยอมรับ ทุกอย่างอาจต้องลองผิดลองถูก ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญก็ไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม ในเมื่อตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษา แก้ไขก็ไปคุยกัน จะมาคุยกันทางสื่อทำไมกันทุกวัน เปิดประเด็นกันอีกทำไมในเมื่อก็ไม่ได้ขัดข้องอยู่แล้ว ก็ไปคุยกันในกรรมาธิการ วันนี้ทุกอย่างออกสื่อกันหมด แล้วก็ตีกัน ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง อยากถามว่ามันสำเร็จอะไรสักอย่างหรือไม่ ความร่วมมือจะเกิดหรือไม่ แล้วมาบอกว่าห่วงเรื่องโน้น มีสู้รบสงคราม แต่ในประเทศก็ตีกัน แล้วไปห่วงทางโน้น จะไปทำอะไรได้ ทำสองทาง ช่วยตนเองบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมฝากคน 60 กว่าล้านที่เขาเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยที่ท่านไม่ต้องไปสนใจเรื่องอะไรดี จะใช้คำพูดอะไรดี เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง บางทีมันไม่ได้สาระอะไรทั้งสิ้น พูดกันได้ทุกวัน เรื่องที่ยังไม่เกิดก็พูดทำให้สังคมระอุทุกวัน ทำเพื่ออะไร ผมอยากถามกับการที่ผมทำเพื่อประเทศของผม เพื่อพวกเราทุกคน ร่วมกับพวกเรา แต่อีกพวกจ้องทำลายทุกวัน ทำอะไรก็ผิดหมด ไม่มีใครทำถูกทั้งหมดหรือผิดทั้งหมดหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่าผิดกระบวนการยุติธรรมต้องตัดสิน และต้องเชื่อไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นประเทศอยู่ไม่ได้แน่นอน ทุกประเทศอยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ ข้อเท็จจริงตามกระบวนการ 3 ศาล เข้าใจกันหรือไม่ ไปว่ากันมาเมื่อตัดสินแล้วก็จบ ไม่ใช่ไปด้อยค่าศาลอีก ทุกอย่างมันรวนเรไปหมดแล้วจะอยู่กันด้วยอะไร ผมถามหน่อย รัฐธรรมนูญเขียนยังไงก็ไม่มีใครพอใจทั้งหมด &amp;nbsp;ฉะนั้นอย่าเอาเรื่องเดิมๆ มาทะเลาะกันอีกเลย ผมขอร้องแค่นี้ ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น&amp;quot; นายกฯ กล่าว
อัดทำงานไม่ใช่สั่งขี้มูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า สื่อด่าทุกวัน การ์ตูนเขียนด่ามา 5 ปีเต็ม ไม่เคยไปแตะต้องเลย รู้อยู่หนังสือพิมพ์ไหน หน้าไหน ไม่เคยแตะต้องรังแกสื่อไหน เขาทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกกระบวนการตามกฎหมายที่เขียนไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสั่ง ถ้าเราไม่เอากฎหมายที่เป็นตัวพื้นฐานของประเทศ &amp;nbsp;ประเทศนี้ก็ไม่ใช่ประเทศ อาจเรียกว่าอะไรสักอย่างที่หลายคนหลายกลุ่มอยู่กันไปตีกันไป นั่นมันโบราณกาลร้อยกว่าปีมาแล้ว วันนี้เป็นประเทศมาสองร้อยกว่าปีแล้ว กรุงรัตนโกสินทร์ตั้งสองร้อยกว่าปีแล้ว &amp;nbsp;ทำไมจะย้อนกลับไปสู่ยุคอดีตอีกที่ทุกคนแยกกันอยู่ แยกฝ่ายแล้วทุกคนก็ตีกัน รบกัน แล้วประเทศชาติ ประชาชนจะอยู่ตรงไหน ที่บอกรักชาติรักประชาชน รักจริงหรือเปล่า รักแบบไหน รักถูกวิธีหรือเปล่า รักลูกถูกวิธีหรือเปล่า รักคนไทยถูกวิธีหรือเปล่า ถ้ารักมันต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ดีบ้าง ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง แต่คนได้ประโยชน์ต้องมาก ส่วนคนที่ไม่ได้ประโยชน์ คนเสียประโยชน์ก็มี นั่นคือสิ่งที่ยากง่ายของการทำงาน ไม่ใช่ทำงานสั่งเหมือนสั่งขี้มูก เช้านี้สั่งปรื๊ดไปแล้วก็โล่ง มันไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นจะนั่งเป็นบ้าเป็นบอเขียนหนังสือ นั่งคิดทั้งวัน เหลือเวลานอนที่ไม่ได้คิด แล้วจะต้องมาเสียเวลาพูดกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สมองผมหายไปเยอะหายไปครึ่งนึง ทำไมไม่ช่วยผมบ้าง ผมเคารพทุกท่าน เพราะเข้ามาในกระบวนการประชาธิปไตย แต่ผมถามว่าประชาธิปไตยวันโน้นกับประชาธิปไตยวันนี้ต่างกันอย่างไร หาให้เจอผมขี้เกียจพูดย้อนไปย้อนมา ทุกคนทราบดี แต่ลืมไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย วันนี้สิ่งที่ดีเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ไม่ดียังมีค้างอยู่ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้ประชาชนตัดสินใจว่าเราจะเดินไปข้างหน้าหรืออยู่กับที่ หรือจะก้าวถอยหลัง หรือจะรื้อทั้งหมดกลับไปสู่อดีต เชิญท่านเถอะ ผมทำของผมเต็มที่เท่านี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค.ว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องติดตามอะไร เขาวิ่งกันอยู่ที่ไหน แค่รู้ว่าวิ่งกันอยู่ที่สวนรถไฟก็พอแล้ว จะให้ทำอย่างไร วิ่งแต่อย่าให้ผิดกฎหมายก็แล้วกัน และไม่มีสั่งปิดที่ไหน รัฐบาลให้ทำกิจกรรมแล้วไม่ให้ใครสั่งปิดหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากิจกรรมดังกล่าวมีนักการเมือง ทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;(อนค.) และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.เข้าร่วมด้วย พล.อ.ประวิตรสวนว่า &amp;ldquo;ผมจะทำยังไงได้ ผมไม่ใช่ช่อนี่ เขาจะวิ่งแล้วจะไปทำอย่างไร&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรจะไปร่วมกิจกรรมตามคำเชิญของกลุ่มดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมจะไปยังไง ผมเดินยังไม่เดินยังอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์กล่าวแสดงความกังวลถึงกรณีการคุกคามการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากกรณีการออกหมายเรียกบุคคลต่างๆ ให้เข้ารับทราบข้อหาตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และกรณีการคุกคามประชาชนที่จะทำการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในจังหวัดต่างๆ ว่า &amp;nbsp;การแจ้งข้อหาบุคคลต่างๆ ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งมีนายธนาธร รวมทั้งนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร สมาชิกพรรค อนค.ถูกแจ้งข้อหาด้วยนั้น ขอยืนยันว่าทั้งสองคนจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันในวันที่ 10 ม.ค.นี้แน่นอน โดยการรับทราบข้อกล่าวหาครั้งนี้เป็นการไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น แต่เรายังคงยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมือง เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560
ช่อข้องใจจับผิดวิ่งไล่ลุง ตจว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนกำลังถูกคุกคาม จากกรณีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งการจัดกิจกรรมกระจายไปในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศไทย ที่ผ่านมาผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในกรุงเทพฯ ถูกคุกคาม ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมในรูปแบบที่สงบสันติ เป็นการแสดงออกที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ต่อมาได้มีการร้องเรียนการถูกคุกคามเข้ามาที่คณะกรรมาธิการกฎหมายและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จึงมีการเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม ซึ่งตำรวจเองก็ยืนยันว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จะจัดขึ้นเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมา การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในหลายจังหวัดกลับมีการคุกคามผู้จัดกิจกรรม ถูกติดตามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดพะเยาที่มีการเรียกผู้จัดกิจกรรมไปพบและไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม โดยบอกว่าผู้จัดไม่ได้ขออนุญาตสถานที่หลายสถานที่ รวมทั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ติดเครื่องหมายชั้นยศแสดงตนสังกัดที่ชัดเจน เรียกผู้จัดกิจกรรมไปพบถึงสองครั้ง พร้อมมีคำพูดข่มขู่จากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ระบุว่าคงพอรู้นะว่าพื้นที่นี้เป็นของใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะผู้แทนราษฎรขอยืนยันว่า พื้นที่สาธารณะทุกแห่งในประเทศไทยเป็นพื้นที่ของประชาชน คนไทยทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศ และตราบใดที่กิจกรรมที่ทำไม่ได้ขัดต่อกฎหมายและขื่อแปของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมไม่มีสิทธิ์ไปคุกคาม และยังต้องอำนวยให้กิจกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นอย่างสะดวกเรียบร้อยและปลอดภัย จึงต้องขอถามกลับไปยังเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดในเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ กมธ.สิทธิมนุษยชนเรียกมาชี้แจง บอกว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงจัดได้ แต่ตำรวจที่ไปเรียกผู้จัดกิจกรรมในจังหวัดอื่นๆ เข้าพบ ใช้อำนาจใดตามกฎหมายในการเรียกตัว ทำไปเพื่ออะไร ท่านเห็นว่าประชาชนที่จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงทำผิดกฎหมายข้อใด ขอให้ตอบมาให้ชัด เพราะถ้าตอบไม่ได้ย่อมหมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังใช้อำนาจรัฐคุกคามประชาชน และกระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กเพจเจ๊ดา อนาคตจันท์ ของนางลัดดา จตุจักรอุทัยศรี หรือเจ๊ดาเจ้าของโรงแรมเชอราตันเซนเตอร์ อดีตผู้สนับสนุนพรรค อนค.โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;ขณะนี้มีการแอบอ้างชื่อบุคคลในทีมงานเจ๊ดา อนาคตจันท์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ขอแจ้งให้ทราบโดยชัดเจนว่าไม่มีทีมงานของเจ๊ดา อนาคตจันท์คนใดข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการกิจกรรมดังกล่าว ทีมงานของเรามุ่งหมายทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายได้มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น &amp;nbsp;มีสังคมและเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เราจึงไม่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมดังกล่าวอันอาจทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจส่วนหนึ่งที่ซบเซาและซ้ำเติมภาวะตึงเครียดของโลกที่อาจเกิดภัยสงครามในตะวันออกกลาง ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วทั่วโลก ดังนั้น ไม่ว่ากลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มการเมืองพรรคใดในจังหวัดจันทบุรีที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้ เราถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรีที่ทีมงานเจ๊ดา อนาคตจันท์กำลังมุ่งมั่นดำเนินงาน&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดินพ่อบิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิ่งไล่ลุง, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e134156b5aad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเอาสะใจ! ‘กรมป่าไม้’ย้ำ คดีฟาร์มไก่เอ๋</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป่าไม้ยันคดีที่ดิน &amp;ldquo;ฟาร์มไก่ปารีณา&amp;rdquo; เอาความสะใจไม่ได้ ต้องรอกฤษฎีกาชี้ชัด &amp;nbsp;ลั่นจัดระเบียบม่อนแจ่มไม่ใช่กลบข่าว ผู้ตรวจฯ ย้ำแบน 3 สารพิษเส้นตาย มิ.ย.หมดเวลาต่อรอง
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่ากฤษฎีกายังไม่ได้ตีความการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ว่าอยู่ในอำนาจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินและเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมป่าไม้ โดยได้พูดคุยกันด้วยวาจาว่าเร็วๆ นี้กฤษฎีกาจะเชิญกรมป่าไม้มาให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตการถือครองที่ดินดังกล่าว ก่อนตั้งคณะกรรมการพิจารณา จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อใด
&amp;ldquo;การดำเนินคดีต้องดูไปตามข้อเท็จจริงของกฎหมาย จะไปเอาความสะใจของสังคมที่ต้องการให้เป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ส่วนจะดำเนินการเอาผิดครอบคลุมไปถึงนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณาด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องไปดูตามข้อกฎหมาย&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพลยังกล่าวถึงการจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ว่าจะมีการกวาดล้างแน่นอน และในวันที่ 6 ม.ค.63 จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีการออกคำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกป่าสงวนฯ โดยไม่มีการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว เนื่องจากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้ามาทำการยึดคืนพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ม่อนแจ่มไม่ได้ทำเพื่อจะกลบข่าวการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณาแต่อย่างใด
&amp;quot;เรื่องการกวาดล้างคนที่เข้าไปดูพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาตินั้นต้องทำอย่างจริงจัง เพราะถ้าเราไม่ทำจริงจังพอเงียบไปคนเหล่านี้ก็จะกลับเข้าไปอีก ซึ่งนอกจากพื้นที่ม่อนแจ่มแล้วเรายังจะขยายไปยังพื้นที่รอบๆ อ.แม่ริมอีก&amp;rdquo;
ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) &amp;nbsp;ยืนยันว่า การบุกรุกที่ป่าไม่ว่าจะเป็นของใครจะใช้มาตรฐานและกฎหมายเดียวกัน ดำเนินคดีความฟ้องร้อง แม้ประเด็นเรื่องที่ดินอาจดำเนินการได้ไม่เร็วหรือถูกใจทุกคน เพราะต้องรอบคอบในการทำงาน แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลย
&amp;ldquo;ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อาจไม่รวดเร็วทันใจ แต่ให้ความมั่นใจว่าสิ่งใดที่ถูกคือถูก สิ่งใดที่รุกป่าคือรุกป่า และได้ดำเนินการในส่วนที่ไร้ข้อกังขาไปแล้ว บางส่วนยังรอคำตอบจากส่วนราชการ เมื่อได้ความชัดเจนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าวตอบเรื่องที่ดินของ น.ส.ปารีณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนแบน 3 สารพิษออกไปเป็นเดือน มิ.ย.63 ขณะที่ผู้ตรวจฯ มีมติให้แบน 3 สารตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;1 ม.ค.63 ว่า เรื่องดังกล่าวมีเวลา 13 เดือนในการเตรียมการ ถ้ารัฐบาลและหน่วยงานรัฐไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้คำแนะนำไปก็จะไม่เกิดผลเสียหายเช่นนี้ และหากหน่วยงานใดที่ยังไม่สามารถแบนการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดได้ ต้องส่งเหตุผลมาให้พิจารณาว่าเพียงพอต่อการขอเลื่อนและขยายเวลาออกไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้ขอรายงานที่ประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ 22 ต.ค. และ 27 พ.ย.เพื่อมาพิจารณาว่าได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งจะครบกำหนด 30 วันในเดือน ม.ค.63 &amp;nbsp;ส่วนมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ขยายการแบนถึงเดือน มิ.ย. เนื่องจากมีเสียงคัดค้าน คงเกรงว่าปริมาณสารพิษที่มีอยู่ในมือผู้นำเข้าหรือเกษตรกรจะทำลายอย่างไร ก็เห็นว่าตั้งแต่ที่มีการออกมติดังกล่าว กรมวิชาการเกษตรต้องไปควบคุมให้ดี เมื่อถึง มิ.ย.63 แล้วต้องมีคำตอบ ไม่ใช่มาขอต่อรองอยู่เรื่อย&amp;rdquo; พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53614</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จัดระเบียบม่อนแจ่ม, ปารีณา ไกรคุปต์, ฟาร์มไก่ปารีณา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d625ce10b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะพิงนายกฯ-อ้างหนู เอาด้วยยืดแบนสารพิษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สุริยะ&amp;quot; พิงหลัง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้างเห็นด้วยเลื่อนแบนสารพิษ สวน &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; กก.วัตถุอันตรายลงมติถูกต้อง ยันมีเทปบันทึกเป็นหลักฐาน ขู่ฟ้องกลับเครือข่าย 686 องค์กร &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เสียงอ่อยแจง รพ.ติดป้ายหนุนเลิก 3 สารแค่แสดงความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหามติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เลื่อนการยกเลิกการใช้สารเคมีทางเกษตร คือพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงประเด็นที่จำเป็นต้องการมีเลื่อนการยกเลิกสารพิษดังกล่าวไปอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน เนื่องจากยังมีอยู่ในมือเกษตรกร และสต๊อกของร้านค้าจำนวนนับหมื่นล้านบาท ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยที่จะต้องมีการเลื่อนไป เพราะถ้าไม่เลื่อนจะนำเงินที่ไหนไปจ่ายให้เกษตรกร รัฐไม่มีเงินจ่ายให้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกประเด็นที่มีการระบุว่ามติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายมิชอบนั้น ยืนยันว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายดูแลเรียบร้อย มีการถอดเทปการประชุม เรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว นายกฯ เองก็เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการ สำหรับกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้ชะลอนั้น ในที่ประชุม ครม.&amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่มองว่าอะไรเกิดประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่ใช่การดูแลสุขภาพอย่างเดียว ต้องดูแลเรื่องของรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้ใช้ ต้องดูให้ครบทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเผยแพร่เทปการประชุมหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า กลายเป็นว่าบางคนเมื่อพูดแล้วอาจจะไม่อยากออกสื่อ แต่ถ้ากรรมการคนใดมีปัญหา เราสามารถเปิดเทปให้ดูได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทินเสนอให้ตีความว่ามติของคณะกรรมการเป็นมติที่ถูกต้องหรือไม่ รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า ตอนนั้นนายอนุทินไม่มีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คือไปฟังคำพูดแล้วจับประเด็นมา แต่ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้น มีการสอบถามกรรมการแต่ละคน ซึ่งนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้าใจเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะยังกล่าวถึงกรณี ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย 27 พ.ย. ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า? ยืนยันการแบนสารพิษมีการลงมติอย่างถูกต้อง ได้ให้เจ้าหน้าที่ถอดเทปเสียงเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการลงมติอย่างชัดเจน สำหรับการลงมติของคณะกรรมการแต่ละคน ในช่วงของการอภิปรายมีกรรมการหลายคนให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนอยากให้แบนทันที บางคนอยากให้เลื่อนออกไปอีก 3 และ 6 เดือน หรือแม้แต่ไม่ให้แบนสารพิษก็มี จึงบอกในที่ประชุมว่าไปร่างเป็นมติเพื่อนำมาพิจารณาว่าควรเป็นอย่างไร เมื่อมติขึ้นบนจอในที่ประชุมก็ให้ไปปรับแก้ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เมื่อร่างมติเป็นที่พอใจแล้วตนได้ถามในที่ประชุมว่ามีใครเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าเห็นด้วยกับมติดังกล่าว ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคืออยากให้เลื่อนการแบนสารพิษไปมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่มีใครเสนอบอกให้แบนสารพิษในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถือว่ามตินี้มีความเป็นเอกฉันท์ คือไม่ให้แบนสารพิษในทันที ส่วนที่มาตรา 12 พ.ร.บ.วัตถุอันตรายระบุว่าต้องให้ลงมตินั้น การลงมติไม่ได้หมายความว่าต้องยกมืออย่างเดียว การที่ผมถามว่าในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องยกมือ ไม่ใช่ว่าต้องทำเหมือนทุกครั้งที่จะต้องมายกมือกัน ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นแบบนี้ นอกจากนี้ผมก็ถามย้ำแล้วว่าที่ประชุมมีมติเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีคนมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือเป็นมติได้&amp;quot; รมว.อุตสาหกรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ระบุว่าไม่มีการลงมตินั้น นายสุริยะกล่าวว่า ลองไปถามคณะกรรมการคนอื่นดู ทุกคนจะยืนยันว่ามีมติออกมาชัดเจน และการทำงานในรูปของคณะกรรมการต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไรควรจะเคารพตามนั้น ไม่ใช่ออกไปแถลงข่าวข้างนอกเมื่อความเห็นตนเองไม่ตรงกับความเห็นส่วนใหญ่ ไม่ควรทำเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร เตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ นายสุริยะกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าในองค์กรที่ระบุว่ามี 686 องค์กรมีจำนวนกี่คน แต่การที่มีการแถลงข่าวออกไปและทำให้ตนได้รับความเสียหายนั้น จะให้นักกฎหมายไปดูเพื่อเตรียมที่จะฟ้องกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่ไปทำความจริงให้ปรากฏแล้วมาชี้แจง ส่วนที่กรรมการบางคนอ้างว่าที่ประชุมไม่มีการลงมติและไม่มีนับคะแนนด้วยนั้น ตนไม่ทราบรูปแบบ วิธี และการลงมติของคณะกรรมการชุดนี้ ขณะที่การประชุม ครม.ไม่มีการลงมติแบบที่ให้มีการออกเสียง มีเพียงแค่ประธานในที่ประชุมสอบถามว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่ แล้วออกเป็นมติ อย่างไรก็ตาม วิธีการควบคุมการประชุมมีหลายวิธี ไม่ใช่ต้องให้มีการโหวตทุกครั้ง และได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายภักดี โพธิศิริ หนึ่งในกรรมการดังกล่าว ที่ระบุว่าหลังการประชุมเสร็จสิ้นได้มีการยกร่างมติแล้วอ่านมตินั้นให้ที่ประชุมรับทราบทันที หากเป็นไปตามนั้น ทำให้เห็นว่าเดินหน้าไปมากกว่าที่เรารู้ ในเมื่อเรื่องจริงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมติใดก็ตามที่ไม่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา สามารถเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แม้แต่มติที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ที่ว่าจะต้องทำหรือไม่ แต่ไม่ทราบว่าเขาลงมติอะไร ขอให้ไปสอบถามเจ้าของเรื่องดีกว่า ส่วนที่เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร และเครือข่ายผู้บริโภคจะยื่นฟ้องร้องนายสุริยะนั้น ก็แล้วแต่ จะกี่ศาลก็ช่าง อย่างไรก็ตาม สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ไม่จำเป็นต้องส่งไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ติดป้ายสนับสนุนการแบนสารพิษว่า ไม่มี และในแต่ละโรงพยาบาลต่างยืนยันว่าทั้ง 3 สารพิษนั้นอันตราย ส่วนที่มีการติดป้ายไม่เห็นด้วยกับการชะลอแบนสารพิษในแต่ละโรงพยาบาลนั้น เป็นการแสดงความเห็นของเขาเอง เชื่อว่าไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร และไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณใดๆ ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงเบื่อกับการรักษาคนไข้ที่ป่วยที่มีสาเหตุมาจากสารพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?&amp;quot; ว่าตามมาตรา 12 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่ระบุการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม และเมื่อต้องมีการออกเสียง ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนด้วย โดยตามข้อเท็จจริงจาก รศ.ภญ.จิราพร การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเองสันนิษฐานเอา&amp;nbsp;ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย หรือพูดอีกอย่างได้ว่าเท่ากับยังไม่มีมติใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51730</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ยืดแบนสารพิษ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de674a187fd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาหี่!แบน3สารพิษ กลับมติยืดเวลาอีก6เดือนภูมิใจไทยพาเหรดจวกยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มติ &amp;quot;คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่&amp;quot; ยกเลิกแบนสารไกลโฟเซต แค่จำกัดการใช้ พร้อมขยายเวลายกเลิกสารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.63 อ้างข้อมูลการไกลโฟเซตยังไม่พบส่งผลเสียต่อสุขภาพ แฉ &amp;quot;กรมวิชาการเกษตร&amp;quot; ทำหนังสือขยายเวลาแบนไม่ผ่าน รมช.เกษตรฯ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ผิดหวังแต่ไม่เสียหน้า ยันไม่ใช่เกมการเมือง แค่จุดยืนทำงานต่างกัน &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ขอคืนกรมวิชาการเกษตรแลกกรมชลฯ บอกคุมไม่ได้แล้ว &amp;quot;ชาดา&amp;quot; ปลุก ปชช.จุดเทียนหน้าบ้านไม่เอาสารพิษ-รมต.หนุนสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมว.ยุติธรรม) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นประธานการประชุม คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่ เพื่อพิจารณาเรื่องการเลื่อนการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร ประกอบด้วย พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะแถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จากจำนวนผู้เข้าประชุม 24 เสียง ให้เลื่อนการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส คือการปรับระดับสารเคมีทั้ง 2 จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ออกไปอีก 6 เดือน คือในวันที่ 1 มิ.ย.2563 จากเดิมที่กำหนดไว้ให้ยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารทั้ง 2 ชนิดส่งผลต่อสุขภาพประชาชน ส่วนที่เลื่อนยกเลิกการใช้ออกไป เพราะหากยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีสารเคมีทั้ง 2 ไว้ในครอบครอง ทำให้เกิดความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท&amp;quot; นายสุริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน คกก.วัตถุอันตรายกล่าวว่า ในส่วนสารไกลโฟเซต ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ใช้ได้ต่อไป แต่ต้องจำกัดการใช้ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเดิมเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2561 ซึ่งสาเหตุที่ให้ใช้ต่อ เพราะหากยกเลิกการใช้จะทำให้ไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ถั่วเหลืองไม่ได้ และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการหาสารเคมีทดแทนสารเคมีทั้ง 2 ชนิด ประธาน คกก.วัตถุอันตรายกล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเร่งหามา แล้วให้นำมาเสนอต่อที่ประชุมในอีก 4 เดือนข้างหน้า เช่นเดียวกับการหามาตรการลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบายเพิ่มว่า ขณะนี้ห้ามนำสารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเข้าประเทศแล้ว แต่ยังสามารถขายและใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย.2563 ส่วนไกลโฟเซตที่ให้ใช้ได้ต่อตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลทางวิชาการยังไม่พบว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพประชาชนและเกษตรกร ทั้งสหรัฐเองก็ไม่ได้ห้ามการใช้สารชนิดนี้ โดยปัจจุบันไทยมีสต๊อกของสารเคมีทั้ง 3 รวมกันอยู่ประมาณ 23,000 ตัน สำหรับสารไกลโฟเซต เป็นสารเคมีที่สหรัฐทำหนังสือให้รัฐบาลไทยทบทวนการยกเลิก&amp;quot; อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากผลการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการแบน สารไกลโฟเซต และขยายเวลาการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือนนั้น กลุ่มงานสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้แจ้งหมายการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2562 ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.2562 เวลา 09.30-11.00 น. ณ ห้องประชุมวีนัส ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้วาระการประชุมจะมีเรื่องความคืบหน้าการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 พ.ศ.2562 การทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว และ 4รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง แต่เชื่อว่าหลังการประชุมแล้วนายอนุทิน น่าจะมีการแถลงท่าทีกรณี คกก.วัตถุอันตราย ที่ยกเลิกการแบนสารพิษดังกล่าว&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;#39;อนุทิน&amp;#39;ผิดหวังมติ คกก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังมติ คกก.วัตถุอันตรายออกมา น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตรที่แอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา 3 กรณี หลังจากมติแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยแบ่งเป็น 1.ขยายระยะเวลา 1 เดือน 2.ขยายระเวลา 3 เดือน 3.ขยายระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่แจ้งให้ทราบ มาแอบเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รองนายกฯ อนุทินและ รมช.มนัญญามีความไม่พอใจอย่างมากที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งที่เป็นหน่วยงานในการดูแลของ รมช.เกษตรฯ กลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเอกสารดังกล่าวลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำส่งเข้าที่ประชุมทันที&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นายอนุทินได้เรียก น.ส.มนัญญาไปที่รัฐสภา เพื่อประชุมพรรค แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย และรอมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย อีกทั้งนายอนุทินไม่พอใจอย่างมากและคาดว่าประเด็นนี้จะเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ทราบจากตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข คือ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ร่วมประชุม คกก.วัตถุอันตรายว่า ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขยืนยันต่อที่ประชุมให้มีการแบนสารเคมีในภาคเกษตร ในวันที่ 1 ธ.ค. ตามมติเดิมของคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสียงข้างมากในที่ประชุมวันนี้ ก็ให้การแบนพาราควอตและคลอไพริฟอสออกไปอีก 6 เดือน ส่วนไกลโฟเซต ให้กลับไปใช้มติเก่าคือการจำกัดการใช้ แล้วกระทรวงสาธารณสุขจะไปทำอะไรได้ ต้องก้มหน้าก้มตารักษาคนไข้ต่อไป&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสข่าวเรื่องนี้มีผลต่อการร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการพิจารณาของกรรมการแต่ละคนที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งท่าทีของกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าอะไรที่มีปัญหากับสุขภาพประชาชนจะเห็นด้วยไม่ได้ และก็ยืนยันให้มีการแบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่า คงต้องรอฟังก่อน เพราะกรรมการวัตถุอันตรายชุดนี้มีระดับ รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธาน ก็ต้องฟังที่ท่านแถลง จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการเป็นผู้บริหารจัดการประเด็นเหล่านี้ต่อไป กระทรวงสาธารณสุขสุดซอยแล้ว นางมนัญญาก็สุดซอยแล้ว ทำเต็มที่เพื่อปกป้องสุขภาพ และรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนแล้ว เมื่อมีมติออกมาแล้ว ฝ่ายปกป้องชีวิตประชาชนเป็นเสียงข้างน้อยจะให้ทำอะไร ก็ต้องทำตามกฎหมาย เพราะมตินี้ออกโดยคณะกรรมการฯ ถ้าออกโดยรัฐมนตรีค่อยเป็นประเด็นทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวผิดหวัง แล้วจะอย่างไร หากมีกฎหมายที่ รมว.สาธารณสุขสามารถหักล้างมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ และสามารถสั่งการได้เอง ผมจะเซ็นเดี๋ยวนี้เลย แต่นี่ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแบนสารพิษนั้นไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เราต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีคณะกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาคส่วนต่างๆ เมื่อออกมติออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับเท่ากับเราไม่เคารพกฎหมาย อีกหน่อยถ้าเราออกอะไรบ้างเขาไม่ยอมรับบ้างก็จะไม่จบ ดังนั้นเรื่องนี้ก็ต้องยอมรับไป กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้ามีปัญหาก็ขอให้ทุกคนโชคดี ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็ยินดีรับรักษา&amp;quot; รองนายกฯและ รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า เรื่องนี้จะเป็นรูเล็กๆ บนเรือเหล็กที่อาจจะเป็นเหตุให้เรือล่ม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ตนเป็นช่างอ๊อก จบวิศวกรรมโลหะ&amp;nbsp;
ฉุนกรมวิชาการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า ดูเหมือนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการขับเคลื่อนให้มีการแบนสารเคมีภาคเกษตร แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับเป็นอีกแนวทางหนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนมีภารกิจต่างกัน อุตสาหกรรมก็มีมุมมองทางด้านอุตสาหกรรม เกษตรก็มีมุมมองทางด้านเกษตร ส่วนสาธารณสุขก็มีมุมมองทางด้านสาธารณสุข สมมติว่าไม่มีกรรมการชุดนี้ก็แพ้อยู่ดี เพราะ 2 ต่อ 1 แต่เราต้องไม่แพ้แบบนักเลง เราต้องยอมรับว่าในเมื่อ 3 คนต้องมาให้ความเห็นร่วมกัน อย่างที่บอกว่าหากอยากให้มาเอาตามเราต้องไปขอกฎหมายที่เราสามารถทำได้ หากตนสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็ทำอยู่แล้ว แต่นี่ทำไม่ได้ จึงต้องพยายามให้เกิดการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดกับประชาชน กับเกษตรที่ใช้สารเคมีเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.มนัญญายืนยันว่า การประชุมวันนี้ไม่ได้มีการโหวต ยังเป็นมติเดิมของวันที่ 22 ต.ค. เพราะการประชุมครั้งนี้ไม่มีการสอบถาม ไม่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงผลการประชุม จึงอยากถามว่าเขามาจากประชาธิปไตยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เผด็จการ ส่วนตนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ขอให้ไปถามคณะกรรมการฯ ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ถ้าจะเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่ที่ประชาชน ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการคืนกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ น.ส.มนัญญากล่าวว่า ถ้าอยากจะเอากรมที่เราชอบ ขอเป็นกรมชลประทาน และเอาวิชาการเกษตรคืนไป เพราะเรากำกับดูแลไม่ได้ และคนที่คิดว่ากำกับและสั่งการได้ก็เอาไปดูแลเลย เพราะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ อยู่แล้ว เพราะตอนนี้กรมชลฯ ถูกทอดทิ้งชาวนาไม่มีน้ำใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม หากเกิดอะไรขึ้นต่อประเทศนี้ในเรื่องของสารพิษ และต้องบอกให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไรจึงมีมติยกเลิกแบบนี้ออกมา จะต้องบอกให้ชัดเจนว่าเป็นการลงมติหรือการแถลง ซึ่งตามขั้นตอนแล้วจะต้องยกเลิกมติเดิมก่อน แล้วจึงจะมีการประชุมเพื่อขอมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่เราทราบมายังไม่ได้มีการลงมติเลย แต่มีการออกมาแถลงรวมๆ ถามว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วมาอ้างว่ากรมวิชาการเกษตรไม่ทำอะไรเลย ซึ่งผมมองว่าหากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่น่าอยู่แล้วกรมวิชาการเกษตร เพราะในช่วงเวลา 1 เดือน ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีแผน ไม่มีการทำอะไรเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมวิชาการเกษตรขาดไม่ได้เลยกับสารนี้ น่าจะเอาไปกินที่บ้าน&amp;quot; นายชาดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้มีการพูดคุยกับ น.ส.มนัญญาเรื่องใดบ้าง นายชาดา กล่าวว่า ก็คุยกันตามประสาพี่น้อง ว่าวันนี้เราทำหน้าที่และพยายามเต็มที่แล้ว แล้วเราจะคืนกรมวิชาการเกษตรให้กับรัฐมนตรีว่าการไปดูแลเอง เราขอเปลี่ยนกรมใหม่ เพราะหากอยู่ในสภาพแบบนี้เรารับไม่ได้ ส่วนกรมวิชาการเกษตรจะเอาไปให้ใครดูแลก็แล้วแต่ รมว.เกษตรฯ อย่างไรก็ตาม เท่าที่คุยกับ น.ส.มนัญญาก็ไม่แฮปปี้ ใครจะไปพอใจทุกคนก็ไม่แฮปปี้อยู่แล้ว แต่มันก็สุดทางเราแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะลาออกทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะคนที่จะต้องลาออกน่าจะเป็นคนที่ทำไม่ถูกต้อง วันนี้ตนคิดว่าประชาชนต้องออกมาดีกว่า หรือว่าจะให้จุดเทียนหน้าบ้าน ถ้าประชาชนจุดเทียนหน้าบ้านทุกหลังว่าไม่เอาสารพิษ รัฐมนตรีที่เอาสารพิษก็จบทุกอย่าง และต้องพิจารณาตัวเอง&amp;quot; นายชาดาตอบข้อถามที่ว่ามีความจำเป็นที่ น.ส.มนัญญาต้องลาออกหรือไม่.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51287</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, คกก.วัตถุอันตราย, ยกเลิกแบนสารไกลโฟเซต, ยังไม่พบส่งผลเสียต่อสุขภาพ, ยืดเวลาอีก6เดือน, รมต.หนุนสารพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7ac30ae67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบบีบรัฐเลิกมติแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ม็อบชุดดำ&amp;quot; ต้านแบน 3 สารเคมีมาตามนัด บุกจี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยุติการแบน อ้าง รธน.มาตรา 73 เปิดช่องให้อำนาจเกษตรกรมีสิทธิ์เลือก ตะเพิด &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; พ้นเก้าอี้ เซ่นสร้างความเดือดร้อน &amp;quot;กลุ่มหนุน&amp;quot; ไป สธ. เดินหน้ายกเลิกใช้ 3 สารพิษต่อ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; ขอ 2 ฝ่ายคุยกันหาทางออก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำถ้าอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันไม่ได้ &amp;quot;รมช.เกษตรฯ&amp;quot; ขอรอฟังมติ คกก.วัตถุอันตรายหารือ 27 พ.ย.นี้ ลั่นหากล้างมติเดิมต้องมีเหตุผลมากกว่าแบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย. กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ประมาณ 2,000 คน ซึ่งนัดหมายสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรปลอดภัย นำโดยนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรปลอดภัย, กลุ่มเครือข่ายคนรักแม่กลอง นำโดย น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร, กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและแนวร่วมผู้ได้รับผลกระทบจากการเเบน 3 สารเคมีเกษตร นำโดยนายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่าย และกลุ่ม 3 สมาคม นำโดย ดร.วีระวุฒิ กตัญญูกุล ประธานสมาคมไทยธุรกิจเกษตร, ดร.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ ประธานสมาคมอารักขาพืชไทย และ ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮ้าส์ ประธานสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย รวมทั้งเกษตรกร รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเดินเท้าไปยังบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการแบน 3 สารเคมี ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้ทบทวนมติการแบนสารเคมีดังกล่าว มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านการยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในภาคการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ และจนถึงขณะนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิกต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ตลอดจนผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นทางกลุ่มจึงขอให้รัฐบาลดำเนินการยุติการยกเลิกศาลทั้งสามชนิดจนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างถี่ถ้วน รอบคอบและเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน และให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระหว่างมีการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยภายใต้แนวทางของเกษตรกรปลอดภัย&amp;quot; ท้ายแถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัญชุลี หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;5 ข้อ คือ 1.เกษตรกรขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในมาตรา 43 (3) ประกอบมาตรา 77 ทวงสิทธิ์ผลการรับฟังความคิดเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สาร 2.ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในมติหรือการให้ความเห็นของคณะกรรมการ การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายอื่น และการออกประกาศของ รมว.อุตสาหกรรม หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ให้คำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศอื่นประกอบด้วย 3.ขอเรียกร้องให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่สร้างความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงให้แก่เกษตรกรทั้งประเทศจนนำมาสู่การชุมนุมคัดค้านในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ตลอดจนข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานโยบายด้านสารเคมีแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เสนอการแบนสารเคมีทางเกษตรทั้ง 3 ชนิด ให้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะใบรายงานการตรวจสอบที่ยืนยันว่า ตรวจสารตกค้างของสารทั้ง 3 ชนิด ออกมายืนยัน 5.ขอเรียกร้องให้นักวิชาการแสดงความรับผิดชอบและยืนยันว่างานวิชาการที่ตนวิจัยนั้นมีความถูกต้องตามหลักวิชาการจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. ทางกลุ่มเดินเท้าต่อไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือกับทางรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตรายดังกล่าวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 27 พ.ย. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ รมว.สาธารณสุขด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนหลายเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ, เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา, &amp;nbsp;เครือข่ายเยาวชนนักขับเคลื่อนสังคม, เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ฯลฯ กว่า 40 คน ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ผ่านทางนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน สธ.และรัฐบาล เดินหน้าแบน 3 สารพิษอันตราย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกหลานไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มค้านแบน 3 สารพิษ และกลุ่มสนับสนุนแบน 3 สารพิษว่า เมื่อความเห็นเป็นสองฝ่าย ต้องหาทางออกที่เหมาะสม โดยหารือร่วมกัน การแสดงออกทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนน่าจะอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันถึงขนาดเกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปหาข้อมูล ซึ่งผมรับฟังข้อมูล โดยเฉพาะเกษตรกรที่บอกว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีและยังไม่พร้อมจะใช้สารชนิดอื่น เพราะเกรงว่าจะมีราคาแพง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะให้หยุดใช้ ก็พิจารณาบนพื้นฐานของสุขภาพประชาชน จึงต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าจะหาทางออกอย่างไร&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ยืนยันไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งอะไรกับกลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารพิษ แต่เรื่อง 3 สารเคมีทางการเกษตรก็ยังเป็นไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนแล้วว่าทั้ง 3 สารจะต้องหยุดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเรียกร้องที่จะให้ขยายเวลาจากวันที่ 1 ธ.ค. ออกไป มีการพูดคุยกันหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เราต้องรับฟังทุกฝ่ายและมาประเมินว่าควรจะทำอย่างไรให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด แต่ผมรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข นโยบายคืออะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันให้ไม่ได้&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 พ.ย.นี้ก่อน แล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีการชุมนุมคัดค้านการแบน 3 สารพิษออกมาเคลื่อนไหว สำหรับตนเองไม่มีผล เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และตามมติของคณะกรรมการฯ ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่คณะกรรมการฯ จะเดินหน้าไปแบบไหนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก็ต้องให้หลายฝ่ายเป็นผู้ตัดสินดู ตอนนี้เรายื่นสุดมือแล้ว จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางคณะกรรมการฯ ที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหน ซึ่งหลังจากวันที่ 27 พ.ย. เราจะมาประชุมกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางออกมาแบบไหน แต่ความจริงการลดละเลิกเป็นนโยบายของนายกฯ อยู่แล้ว ที่ต้องการจะลดละเลิกการใช้สารเคมีในประเทศไทยให้น้อยลง เราทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51194</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, ต้านแบน 3 สารพิษ, รธน.มาตรา 73, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกรมีสิทธิ์เลือก, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd39b80fcd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบน3สารพ่นพิษ‘กษ.’โวยหากเลื่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; โวย &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ส่อเลื่อนแบน 3 สารพิษ บี้ต้องมีเหตุผลตอบประชาชนให้ได้ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ถกตัวแทน 19 องค์กรเกษตรกร ยันรับฟังปัญหาไม่ตัดสินด้วยอารมณ์ ม็อบต้านแต่งดำ 5 พันคนบุกทำเนียบฯ ลากยาวถึง 27 พ.ย. ฮึ่มไม่กลับมติมีฟ้องศาลทุกคนที่ลงนาม พร้อมแบน ปชป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงสหกรณ์จังหวัด 77 จังหวัด เพื่อมอบนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหลังแบน 3 สารเคมี คือ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่จะมีผลวันที่ 1 &amp;nbsp;ธ.ค.62 ว่า ขอให้เดินหน้านโยบายแบนสาร 3 ชนิด ซึ่งไม่ว่าวันที่ 27 พ.ย.นี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะประชุมเพื่อรับรองมติ 22 ต.ค.62 หรือจะมีการกลับมติ จะให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีความสับสนในเรื่องการแบนสารว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนหน่วยงานที่ตนดูแลกำลังเดินหน้าชี้แจงแนวปฏิบัติเพื่อให้มีการจัดเก็บสารเคมี กลับมีข่าวว่ากรมวิชาการเกษตรพูดเรื่องจะเลื่อนการแบนสารเคมี จึงได้มีคำสั่งให้กรมวิชาการเกษตรทำหนังสือชี้แจงมาภายในวันที่ 26 พ.ย.นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ &amp;nbsp;27 พ.ย. และอีกเรื่องที่สับสนคือกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะมีการทบทวนมติเช่นกัน ทำนองว่าอาจมีการเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก 6 เดือน เป็นเรื่องที่ รมว.อุตสาหกรรมต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่ามีเหตุผลอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงไม่ต้องคุยกับนายสุริยะ เพราะงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของใคร ต้องให้เกียรติเขาทำงาน เราไม่ชอบก้าวก่ายใคร แต่ทุกคนพยายามเข้ามาก้าวก่ายการทำงานเรา เราก็ไม่ชอบให้เข้ามา ซึ่งควรต้องให้สิทธิในการทำงานกัน แต่ถามว่าถ้าครั้งนี้ยืดเวลาได้ ก็หมายความว่าต้องยืดตลอดใช่หรือไม่ ครั้งนี้ 6 &amp;nbsp;เดือน ต่อไปก็ต่ออีก 6 เดือนใช่หรือไม่ และมีอะไรรองรับว่าจะไม่ยืดต่ออีก ทั้งนี้เงื่อนเวลาในการเก็บคืนสารภายใน 30 วัน เป็นระยะเวลาที่กรมวิชาการเกษตรดำเนินการเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย จนมีคำสั่งของกรมวิชาการเกษตรลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ซึ่งทุกอย่างได้ทำมาสุดมือเตรียมไว้ทุกอย่าง&amp;quot; รมช.เกษตรฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 &amp;nbsp;ชนิดว่า ที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาและได้ข้อสรุปว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปคิดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้จัดทำหลักเกณฑ์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการเยียวยา จำนวนพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ อัตราที่จะใช้การเยียวยา เป็นต้น มาตรการจัดการเชิงปฏิวัติในการกำจัดวัชพืชหากมีการยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้จัดตั้งทีม Task &amp;nbsp;Force เพื่อศึกษาวิจัยหาสารชีวภัณฑ์ หรือจุลินทรีย์มาทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาจากแกนนำเกษตรกรกว่า 20 คน ที่เป็นตัวแทนจาก 19 องค์กรเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดจะได้รับผลกระทบหากแบน 3 สารว่า ได้รับหนังสือข้อเรียกร้องจากเกษตรกรแทนนายกรัฐมนตรีที่ติดภารกิจต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยกลุ่มนี้คัดค้านการแบน 3 สาร โดยให้กลับไปใช้มติเดิม คือมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีวัตถุอันตรายทางเกษตร อย่างไรก็ตาม ตลอด&amp;nbsp;2 เดือนที่ผ่านมามีการแสดงความเห็นของสองฝ่ายมาต่อเนื่อง ซึ่งได้มอบให้คณะทำงานของกระทรวงไปรวบรวมปัญหาทุกด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเยียวยาเกษตรกรใช้งบกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทใช่หรือไม่ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กำลังให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไปทำตัวเลขมาเสนอ และต้องดูผลกระทบด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้คงไม่ต้องคุยกับ น.ส.มนัญญา เพราะเห็นจากข่าวทุกวันอยู่แล้ว โดยตนได้เรียน รมช.เกษตรฯ ตั้งแต่ต้นว่าให้ฟังรอบด้าน และได้มอบหมายให้ รมช.เกษตรฯ ไปดำเนินการ ไม่ว่าจะมีผลออกมาอย่างไรจะต้องมีผลกระทบทั้งสองด้าน&amp;nbsp;จุดยืนของตนคือการรับฟังและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มีหน้าที่รับฟังปัญหาเกษตรกร &amp;nbsp;ประชาชน เพราะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ต้องฟังทุกฝ่าย ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน ใช้เหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า เกษตรกรมีความเดือดร้อนจากทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งอยู่ไกลปืนเที่ยง จู่ๆ จะให้คืนสารเคมีที่เสียเงินซื้อมาในวันที่ 1&amp;nbsp;ธ.ค. และยังขู่ว่ามีโทษหนักติดคุก ปรับเป็นแสนเป็นล้าน แล้วร้านค้าจะให้เงินคืนหรือไม่ เป็นความวิตกกังวลของเกษตรกรและร้านค้าต่างๆ ในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 26 พ.ย.นี้ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันคนจะแต่งชุดดำไปแสดงพลังที่ทำเนียบรัฐบาล และวันที่ 27&amp;nbsp;พ.ย.ไปกระทรวงอุตสาหกรรม รอฟังมติจากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp;เราไม่ต้องการให้ยืดแค่ 6 เดือนเท่านั้น จะแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกรได้ต้องไปใช้มติเดิม คือมาตรการจำกัดการใช้ตามข้อเสนอของเกษตรกรกว่า 1.5 ล้านราย ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างเกือบ 2 ล้านล้านบาท ถ้ายังมีมติแบน 3 สาร เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มัน ปาล์ม ยาง ข้าวโพด จะเดินหน้าคัดค้านการแบน 3 สารจนถึงที่สุด&amp;nbsp;และจะไปฟ้องศาลเอาผิดกับผู้ลงนามทุกราย ทุกกรม ทุกกระทรวง &amp;nbsp;และนักวิชาการอิสระ พร้อมแบนพรรคประชาธิปัตย์ที่ รมว.เกษตรฯ กลับคำไม่ทำตามเกษตรกรเรียกร้อง&amp;quot; นายสุกรรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นำทีมผู้บริหารระดับสูงของ สธ.ร่วมประชุมทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ แถลงจุดยืนสนับสนุนการแบนสารพิษในวันที่ 1 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ออกแถลงการณ์เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง ยืนยันให้มีการแบนพาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51102</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนแบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษ, ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe0c9360fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
