<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบนสารพิษทำต้นทุนเพิ่ม กษ.เร่งเยียวยาเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เกษตรฯ เผยแบน 3 สารเคมีทำต้นทุนเกษตรกรเพิ่ม 5-10 เท่า พบยังเหลือคงค้างในสต๊อกกว่า 2.5 หมื่นตัน เตือนประชาชนเร่งแจ้งก่อน 1 ธ.ค. งดเว้นเจอโทษหนักคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้าน &amp;nbsp;&amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ระบุต้องใช้งบในการทำลายที่สูงถึงลิตรละ 1 แสนบาท &amp;quot;พรศิลป์&amp;quot; อ้างอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เจ๊งแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตรว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลังปรากฏการณ์ 1 ธ.ค.62 ที่จะต้องยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี พาราควอต, ไกลโฟเซต, คลอร์ไพริฟอส ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติไว้ โดยมอบให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้แต่ละกระทรวงสรุปผลกระทบและแนวทางการแก้ไขมายังกระทรวงเกษตรฯ โดยเร็วที่สุด เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของ 1.กระทรวงพาณิชย์ ให้ติดตามในเรื่องของราคาสารเคมีเกษตร ที่อาจมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา การหลอกลวงทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ 2.กระทรวงอุตฯ กรณีผลกระทบต่อวัตถุดิบอาหารสัตว์ และสำหรับคนที่มีการใช้ 3 สาร จะมีผลกระทบหรือไม่ เช่น การนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อวางมาตรการต่อการนำเข้า และต้องเตรียมด้วยว่าหากมีการร้องต่อองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) ว่าใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจะมีการดำเนินการอย่างไร 3.กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องมาช่วยเหลือในการตรวจร่างกายเกษตรกร ประชาชนในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ และ 4.กระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องมีการออกมาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้าเพื่อสรุปแนวทางการช่วยเหลือทั้งหมดจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ การยกเลิก 3 สารและขึ้นเป็นบัญชี 4 นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ทำต้นทุนการผลิตทางการเกษตรฯ พบว่าเมื่อเลิกใช้ 3 สาร ต้นทุนของขบวนการผลิตสินค้าทางการเกษตรทั้งระบบจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10 เท่า ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ลด โดยเป็นราคาค่าสารทางเลือกตามที่ขึ้นบัญชีกับกรมวิชาการเกษตร และค่าเครื่องจักรกล ค่าแรง ซึ่งแนวทางที่กระทรวงเกษตรฯ จะใช้คือการส่งเสริมการทำการเกษตรแปลงใหญ่ และการใช้สารอินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ เพื่อใช้แนวทางการเกษตรปลอดภัยและการเป็นครัวของโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ สศก.กลับไปทำตัวเลขเปรียบเทียบ ทั้งก่อน &amp;nbsp;1 ธ.ค.62 และตัวเลขที่คาดการณ์หลัง 1 ธ.ค.62&amp;ldquo; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า สศก.ได้ทำรายละเอียดมานั้น พบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการกำจัดวัชพืชนั้น แยกเป็น 1.ค่าแรงดายหญ้า (4 คนต่อไร่) อัตรา 1,200 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 2. ใช้สารกำจัดวัชพืชก่อนงอก 300 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 3.ใช้พาราควอต หรือไกลโฟเซต หลังวัชพืชงอก 150 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 4. ใช้กลูโฟสิเนตหลังวัชพืชงอก 550 บาทต่อไร่ต่อครั้ง 5.จอบหมุนพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ หรือรถไถพ่วงท้ายคราดสปริง 350 บาทต่อไร่ต่อครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตรได้เตรียม 1.ยกร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ.... และประกาศในเว็บไซต์ของกรมเพื่อรับฟังความเห็น (24 ต.ค.-8 พ.ย.) และรวบรวมเสนอต่อกรรมการวัตถุอันตราย 2.ยกร่างคำสั่งกรมวิชาการเกษตรที่... เรื่องการดำเนินการกับวัตถุอันตราย ชนิดที่ &amp;nbsp;4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครอง แจ้งปริมาณวัตถุอันตราย (พาราควอต, ไกลโฟเซต, &amp;nbsp;คลอร์ไพรฟอส) และส่งมอบภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรวบรวมและทำลายต่อไป ซึ่งหากไม่แจ้งครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน &amp;nbsp;10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นทั้งหมดได้ให้กรมวิชาการเกษตรเตรียมดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 23 ต.ค.2562 พบว่ามี 3 สาร คงเหลือประมาณ 23,000 ตัน และอยู่ในการครอบครองของสหกรณ์การเกษตร 518 แห่ง ประมาณ 500 ตัน ซึ่งในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ คาดว่าเมื่อถึง &amp;nbsp;1 ธ.ค.62 จะเหลือประมาณกว่า 200 ตัน รวมแล้วประมาณกว่า 2 หมื่นตันที่ทั้ง 3 สารเป็นปริมาณกว่าครึ่งของสารเคมีที่นำเข้ามาในไทย ทั้งนี้ ค่าทำลายสารประมาณตันละ 1 แสนบาท ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะใช้วิธีการใด ทั้งการรีเอ็กซ์พอร์ตหรือรัฐทำลาย เพราะมีทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและเอกชน เนื่องจากก่อนหน้าเคยมีการแบนสารเคมีมาแล้วเมื่อประมาณปี 2557 แต่เพียงแค่ 1 ตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ให้กรมวิชาการเกษตรสำรวจสต๊อกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ว่ามีอยู่ในประเทศเท่าใด ก่อนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม สามารถอนุญาตให้ส่งออกไปประเทศที่ยังใช้สารเหล่านี้อยู่ได้หรือไม่ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้นำเข้าและผู้ค้า รวมถึงงบประมาณในการทำลายที่สูงถึงลิตรละ 100,000 บาท พร้อมกันนี้ให้เร่งศึกษาวิจัยสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หากทดสอบประสิทธิภาพใช้ได้ผลจริง เปิดกว้างขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และข้าวสาลีปีละกว่า 7 ล้านตัน จากสต๊อกวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่มีอยู่ในประเทศจะรองรับการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร และกุ้งได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น หากรัฐบาลไม่มีแผนรับมือ ธุรกิจเหล่านี้จะล่มสลาย ตลอดจนเกิดปัญหาการเลิกจ้างงานและปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทันทีที่การยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดมีผลบังคับใช้ ต้องห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศที่ใช้ 3 สารนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นจะไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย อีกทั้งผู้บริโภคจะไม่ได้รับประโยชน์อะไร หากยังนำเข้าสินค้าที่ใช้สารเคมีที่ไทยยกเลิก เห็นชัดเจนว่าการตัดสินใจด้านนโยบายยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดนี้ รัฐไม่ได้มองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาให้รอบด้าน หากผู้บริหารประเทศรับข้อมูลที่ผิด ไม่มีทางที่จะตัดสินใจได้ถูกต้อง&amp;rdquo; นายพรศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งก็ต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนและเกษตรกรที่ยังสงสัยและเห็นต่างกันอยู่ และต้องดูแลเรื่องผลกระทบให้ชัดเจน รวมถึงจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า คนทั้ง 27 คนลงมติอย่างชัดเจนว่าแบน 3 สารพิษแล้ว จะไปแก้ไขตรงนั้น ตนก็ไม่รู้ เพราะมันเป็นมติไปแล้ว ส่วนในวันที่ 1 ธ.ค. จะเป็นวันที่ให้ยกเลิก 3 สารพิษเหมือนเดิมหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ยืนยันกระทรวงสาธารณสุขเราจะยกเลิกทุกสารพิษที่เป็นอันตรายต่อคุณภาพชีวิตประชาชนที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ซึ่งเราสนับสนุนไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนผลกระทบในมิติอื่นกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การนำเข้าสารเคมีเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ต้องไปพิจารณา แต่ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติสั่งแบน ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว และไม่ทราบเรื่องจริงๆ ที่นายเฉลิมชัยตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและหาสารทดแทน 3 สารเคมี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49718</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ทำต้นทุนเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2d6dfe8d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตัดGSPไทย ‘ทรัมป์’เอาคืนสินค้า571รายการโทษฐานแบนสารเคมีพิษ3ชนิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ลงนามตัดสิทธิ์จีเอสพีไทยมูลค่าร่วม 4 หมื่นล้านบาท อ้างไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล แต่มีเสียงวิจารณ์หึ่งตอบโต้ไทยแบน 3 สารเคมีพิษทางการเกษตร &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; โต้ทันควันไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรม แต่ฝ่ายค้านได้ทีขย่มแหลก &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; ไล่รัฐบาลลาออก เหน็บประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำประกาศเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ส่งถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ประธานวุฒิสภา และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงการระงับสิทธิจีเอสพีแก่สินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างเหตุผลจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อความในจดหมายของทรัมป์ไม่ได้แจกแจงรายการสินค้าว่ามีอะไรบ้าง แต่ระบุแต่เพียงว่าสินค้าดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,300 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่า มาตรการที่จะใช้กับไทย จะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน จะครอบคลุมสินค้าของไทยที่ได้รับสิทธิพิเศษประมาณ 1 ใน 3 แต่ในส่วนของสินค้าอาหารทะเลทุกประเภทจะถูกระงับจีเอสพี เนื่องจากปัญหาสิทธิและสวัสดิการแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สินค้าไทยที่อยู่ในการที่จะถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 จะมีถึง 571 รายการ ครอบคลุมทั้งของกินและของใช้ ตั้งแต่อาหารทะเล ผักและผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักและผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ไม้อัดและไม้แปรรูป เครื่องประดับ แผ่นเหล็ก และสเตนเลส เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีรายงานว่า การตัดสินใจของทรัมป์เป็นผลสืบเนื่องมาจาก การแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิด ในภาคการเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซต ซึ่งสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จะแถลงรายละเอียดกรณีสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย ณ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เวลา 10.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นว่า ได้โพสต์สุขภาพของประชาชน ต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ เขาไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรมที่จะมากดดันรัฐบาลไทย ที่ได้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ และที่เราทำไป ก็ไม่ได้ขัดต่อกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น
ยังมีเวลาพอรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ภาครัฐในการกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะจะมีผลวันที่ 25 เมษายน 2563 ยังพอมีเวลารับมือ แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมของเอกชนกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะด้านการส่งออก แต่เชื่อว่าสินค้าไทยกลุ่มดังกล่าวยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐ เพราะเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน และไทยผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและหลากหลาย แต่ผลกระทบที่กังวลมากกว่าคือตัวผู้ประกอบการส่งออกของไทย ที่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในโลก เท่ากับว่าไทยโดน 2 เด้ง ดังนั้นอยากให้หน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้ามาดูแลเรื่องเงินบาทโดยด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลในเรื่องนี้ จึงเร็วเกินไปที่จะระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลกระทบอย่างไรต่อเราบ้าง แต่เชื่อว่าอาจจะมีผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องขอเวลาในการศึกษารายละเอียด ทั้งในส่วนอัตราภาษีจีเอสพี และขอประเมินมูลค่าการเสียสิทธิก่อน เกรงว่าหากลงรายละเอียดในขณะนี้ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มองว่าอย่างน้อยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว คือสินค้าในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธ์จีเอสพีจะมีราคาแพงขึ้น ซึ่งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหารทะเลถือว่าไทยเป็นเจ้าตลาดพอสมควร ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้สามารถลดต้นทุนในการผลิตและตั้งราคาที่สามารถแข่งขันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้หากเทียบเคียงกับกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน สหรัฐเองก็ยังขาดดุลทางการค้ากับจีน ซึ่งนั่นหมายความว่า จีนยังสามารถที่จะส่งสินค้าไปยังสหรัฐได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งลดลงจากเดิมอย่างมาก จึงคิดว่าไม่น่าจะแตกต่างกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทยมากนัก&amp;quot; นายธนวรรธน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ให้ความเห็นว่า ถ้าไทยเข้ากลุ่มองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ก็ไม่ต้องกลัวได้รับผลกระทบใดๆ จากเรื่องแบบนี้อีกต่อไป มิฉะนั้นระบบเศรษฐกิจไทยและการค้าต่างประเทศไม่มีวันที่จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงได้เลย เว้นแต่จะยอมเป็นเมืองขึ้นแบบบางประเทศ ข้อกล่าวหาแบบนี้จะกล่าวหากันได้ทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลสหรัฐตัดสิทธิ์ เนื่องจากรัฐบาลไทยล้มเหลวการยกระดับสิทธิแรงงานให้เท่าเทียมมาตรฐานโลก พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลมา 5 ปี จะโยนความผิดไปใส่รัฐบาลไหนคงไม่ได้ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์คุยมาตลอดว่า ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถออกกฎหมายได้มากที่สุด
ไล่รัฐบาลลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คงถึงบางอ้อแล้วว่า ประสิทธิภาพของการออกกฎหมาย ขึ้นอยู่กับเนื้อหา รายละเอียด ความเป็นสากล ไม่ใช่ปริมาณ โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์คือเรื่องเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง ความล่าช้าของงบปี 63 อย่างน้อย 3 เดือน การหดตัวของการส่งออก การซบเซาของการท่องเที่ยวที่ต้องเผชิญ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบว่าจะรับผิดชอบปมสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี สินค้าไทยอย่างไร&amp;rdquo; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งของสองมหาอำนาจ ไทยต้องระมัดระวังท่าทีและบทบาทที่จะส่งผลทางการเมือง พึงระลึกว่าเราไม่ควรเข้าไปอยู่ตรงกลางในระหว่างที่เสือสองตัวกำลังสู้กัน การแสดงท่าทีเลือกข้างหรือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ได้ส่งผลเสียหายต่อประเทศแล้ว จากนี้ไปคนไทยจะเผชิญความยากลำบากมากขึ้นจากความไร้สติปัญญาของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือรัฐบาลต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายใน อันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่เหลือที่ยังสามารถกระตุ้นได้ หัวใจสำคัญคือต้องทำให้คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนยากจนเกิดกำลังซื้อ ซึ่งทำได้สองแบบคือแจกเงินแบบที่กำลังทำอยู่ หรือลงทุนเพื่อให้คนเห็นอนาคต หรือการแจกโอกาสเพื่อให้ประชาชนเอาไปต่อยอดให้เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าไม่มีปัญญาจะทำอะไรมากไปกว่าการแจกเงินก็ลาออกไป ประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณ&amp;quot; นายวัฒนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังจะชะลอตัวลงอีก การค้าระหว่างประเทศลดลง ขณะที่สงครามการค้ายังเดินหน้าต่อไป และส่งผลกระทบไปทั่วโลก เบร็กซิตยังไม่มีข้อยุติง่ายๆ การส่งออกซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดเติบโตเป็นลบ เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำสุดในอาเซียน ล่าสุดสหรัฐประกาศตัดสิทธิ์ GSP ไทยมูลค่าเกือบ 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกเป็นแสนๆ ล้าน เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ประเทศไทยจะทำอย่างไรกันต่อไป ถึงเวลาต้องคุยกันอย่างจริงจังแล้ว
ไม่เชื่อเพราะแบนสารเคมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) &amp;nbsp;มองว่า ไม่น่าเกี่ยวกับแบนสารเคมี ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทบทวนหรือชี้แจงใดๆ คนละส่วนกัน และขอย้ำว่าอันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกีดกันทางการค้าใดๆ เลย เพราะมีข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ข้อมูลสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวถึงกรณีมีคนแสดงความเห็นผ่านเพจ Biothai ข่มขู่เรื่องเปิดเผยเบื้องหลังสหรัฐ ขอให้ไทยยกเลิกมติแบน 3 สารพิษ มาจากผู้บริหารของสมาคมที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชว่า อาจจะตายสักวัน ว่าจากการที่ได้ปรึกษากับทนายความ ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยจะเดินทางไปยังสถานีตำรวจนนทบุรี วันที่ 28 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. และจะรวบรวมข้อมูลส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการชี้แจงต่อสหรัฐมองว่าไม่จำเป็นที่ระดับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะต้องชี้แจง เนื่องจากตามวิธีการทูตแล้ว สามารถแจ้งให้ระดับเจ้าหน้าที่ เช่น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ชี้แจงต่อทางฝ่ายสหรัฐได้เลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์บอกว่า การชี้แจงเบื้องต้นอาจประกอบด้วย 1.เราดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย และ 2.ดำเนินการตามหลักพื้นฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ที่อิงตามพื้นฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันอาทิตย์เดินทางไปจังหวัดอุดรธานี เพื่อประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกร ภาคเอกชน และภาครัฐ ในการประกันรายได้เกษตรกร มันสำปะหลัง ซึ่งจะมีการกำหนดราคาที่จะตกลงประกันรายได้รวมกัน ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้ในราคากิโลกรัมละเท่าไหร่ ต้องรอผลสรุปในวันพรุ่งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงกรณีกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาทำหนังสือถึงรัฐบาลไทย เพื่อขอให้ทบทวนการแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิดในภาคการเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซต ว่าภายหลังกระทรวงเกษตรสหรัฐส่งเรื่องนี้มายังกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ส่งต่อเรื่องให้ กรมการค้าต่างประเทศได้นำไปพิจารณาแล้ว จะมีผลกระทบต่อประเทศอย่างไร ซึ่งต้องรอการพิจารณาของกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเหตุผลที่ส่งเรื่องนี้ให้กรมการค้าระหว่างประเทศ เพราะอยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย
ชู&amp;quot;มนัญญา&amp;quot;หญิงแกร่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในหนังสือกระทรวงเกษตรสหรัฐแสดงความห่วงใยเรื่องต้นทุนการใช้ยาตัวใหม่จะแพงขึ้น เฉลี่ยถึง 1 แสนล้านบาท พร้อมกับห่วงว่าสินค้าเกษตรบางอย่างของสหรัฐจะมีปัญหาการนำเข้าในประเทศไทยหรือไม่ ส่วนตัวสะท้อนให้เห็นว่าทางสหรัฐห่วงใยการส่งออกสินค้า ที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยส่วนตัวขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ต้องรอให้หน่วยงานที่ข้องไปพิจารณาตามขั้นตอนก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเรื่องนี้ยังจะไม่นำเข้าสู่ที่ประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า เพราะในส่วนของอาเซียนจะเป็นเรื่องการค้าการลงทุนเท่านั้น ส่วนตัวยังคงไม่สามารถตอบได้ว่าประเทศอื่นในอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ก็ได้ผนึกกำลังร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในการผลักดันแบน 3 สารพิษได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่ง น.ส.มนัญญาถือเป็นรัฐมนตรีผู้หญิงเพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำงานเดินหน้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เรียกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งแห่งพรรคภูมิใจไทย สู้ไม่ถอยในเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพี่น้องประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวว่า อยากให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย เราสัญญาว่าบุคลากรของพรรคภูมิใจไทยทุกคน จะเดินทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป นายอนุทินฝากขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงาน รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลงานที่ออกมา ไม่ใช่เป็นของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ถือเป็นผลงานของรัฐบาลด้วย เพราะทุกนโยบายที่จะสำเร็จได้ ลำพังเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวไม่อาจทำให้สำเร็จได้ ต้องได้แรงสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย ดังนั้นผลงานที่ออกมาต้องให้เครดิตกับทุกคนในรัฐบาล&amp;rdquo; โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48916</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ตอบโต้ทางการค้า, ตอบโต้แบนสารพิษ, ตัดGSPไทย, สหรัฐตัดGSPไทย, สินค้า571รายการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร, แบนสารเคมีพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db4391adc775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนัญญาพร้อมแจงมะกัน แฉกลัวกระทบพืชGMO!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไบโอไทยแฉ &amp;quot;มอนซานโต้&amp;quot; เจ้าพ่อจีเอ็มโอดิ้นหนัก &amp;nbsp;หลังไทยแบนสารเคมีพิษ 3 ชนิด กลัวกระทบนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีมาไทย มูลค่า 5.1 หมื่นล้านบาท เพราะสหรัฐยังใช้สารไกลโฟเซตอยู่ เกษตรฯ เผยต้องใช้งบ 3 พันล้านทำลายสารอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาการแบนสารไกลโฟเซต 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตร โดยให้พิจารณาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ อ้างว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เพจเฟซบุ๊ก BIOTHAI ของมูลนิธิชีววิถี แฉว่านอกเหนือจากเหตุผลที่ไบโอไทยวิเคราะห์การที่รัฐบาลสหรัฐคัดค้านการแบนไกลโฟเซตว่าเกิดขึ้นเนื่องจากความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ไกลโฟเซตกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมของบริษัท มอนซานโต-ไบเออร์ ซึ่งมีอิทธิพลสูงในรัฐบาลสหรัฐแล้ว เนื้อหาในหนังสือของ USDA ที่ส่งมายังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 7 คนในรัฐบาลยังระบุว่า การแบนไกลโฟเซตจะกระทบกับการส่งออกสินค้าสหรัฐมายังประเทศไทย โดยระบุว่าจะกระทบกับการส่งออกข้าวสาลี ถั่วเหลือง และองุ่น เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ.2560 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 นั้น ในข้อ 4 ระบุว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อ 4 อาหารที่มีสารพิษตกค้างต้องมีมาตรฐาน โดยตรวจไม่พบวัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 ตามบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศนี้&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การประกาศให้ไกลโฟเซตเป็นวัตถุอันตรายอาจจะกระทบกับการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหรัฐที่มีการใช้ไกลโฟเซตมายังประเทศไทยในอนาคต เนื่องจากสหรัฐยังมิได้แบนไกลโฟเซต และมีการใช้ไกลโฟเซตปริมาณมหาศาลเนื่องจากการใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรมต้านทานราวด์อัพในสหรัฐ และผลการตรวจพบว่าถั่วเหลือง ข้าวโพด และผลิตภัณฑ์หลายชนิดปนเปื้อนไกลโฟเซตในระดับต่างๆ จนรัฐบาลสหรัฐประกาศเพิ่มค่า MRL ของไกลโฟเซตหลายเท่า เพื่อให้ระดับการตกค้างในผลผลิตไม่ผิดกฎหมายในสหรัฐเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐประมาณ 51,000 ล้านบาท/ปี ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2561 ประเทศไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมีมูลค่า 73,194,348,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีรัฐบาลสหรัฐนั้น เมื่อ EPA ประกาศแบนคาร์โบฟูราน หรือชื่อการค้าที่คนไทยรู้จักดี &amp;quot;ฟูราดาน&amp;quot; ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่คือบริษัทสหรัฐ FMC นั้น รัฐบาลสหรัฐแม้จะยกเลิกค่า MRL สำหรับผลิตผล/ผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศของตน (ซึ่งหมายถึงจะมีสารพิษดังกล่าวตกค้างในสินค้าไม่ได้) แต่ก็อนุญาตให้ผลผลิตนำเข้าที่ส่งจากต่างประเทศมายังสหรัฐสามารถมีฟูราดานตกค้างได้ แต่ต้องไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทสหรัฐเอง ที่จะสามารถส่งคาร์โบฟูรานไปขายยังประเทศอื่นได้อย่างชอบธรรม แม้ประเทศตนจะแบนสารดังกล่าวแล้วก็ตาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้แม้คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติให้ไกลโฟเซตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 แล้วก็ตาม โดยให้มีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 แต่ตามบัญชีท้ายคำประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ.2560 ในบัญชี 1 ยังมิได้รวมไกลโฟเซตอยู่ในรายชื่อแต่ประการใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลสหรัฐจึงยังมิได้เกิดขึ้นแต่ประการใด ทั้งนี้ โดยไม่ต้องกล่าวถึงว่าที่ผ่านมาประเทศไทยแทบมิได้มีการตรวจสารพิษตกค้างในธัญพืชสำคัญ ทั้งข้าวสาลี และถั่วเหลืองที่นำเข้ามาจากสหรัฐเลยก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไปแล้ว และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันตามมติเดิม ไม่ก้าวก่ายกระทรวงอื่นๆ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นกฎหมายของแต่ละประเทศก็ไม่ควรก้าวก่ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดแล้ว เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการปรับเปลี่ยน จากเดิมเคยใช้พาราควอตและไกลโฟเซตเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืช ส่วนคลอร์ไพริฟอสใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกำจัดสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส ซึ่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ปรับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และครอบครอง เมื่อกรมวิชาการเกษตรสำรวจปริมาณคงเหลือชัดเจนแล้ว เมื่อประกาศยกเลิกใช้ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายมีผลบังคับใช้ กรมวิชาการเกษตรต้องอายัดทั้งหมด เพื่อทำลายต่อไป การทำลายวัตถุอันตราย 3 ชนิด เบื้องต้นพบว่ามีปริมาณคงค้างรวม 29,869.58 ตัน จะต้องหาวิธีทำลายปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีการทำลายสารเคมีวัตถุอันตรายจำนวนมากเช่นนี้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรคาดว่ากว่าจะทำลายได้หมดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตรรายงานว่า กรมวิชาการเกษตรพิจารณาความเหมาะสมในการบริหารจัดการที่ยังคงเหลืออยู่ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการสำรวจปริมาณคงเหลือของสาร 3 ชนิด เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 พบว่า พาราควอตยังมีในประเทศไทย 13,063.69 ตัน, ไกลโฟเซต 15,110.93 ตัน และคลอร์ไพริฟอส 1,694.86 ตัน รวมทั้งสิ้น 29,869.58 ตัน โดยรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการทำลายตันละ 100,000 บาท ดังนั้น จะต้องใช้งบประมาณในการทำลายเกือบ 3,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบสหรัฐมีเหตุผลอะไร แต่เรื่องสุขภาพ สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ เป็นเรื่องที่ต้องดูแลไม่ให้คนไทยบริโภคสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ บางครั้งต้องขอให้แยกส่วนกัน หากสหรัฐสอบถามมา เราก็พร้อมชี้แจง เพราะนานาประเทศที่แบนสารเหล่านี้มีเหตุผลของแต่ละประเทศ ส่วนเรื่องความหนักใจหรือไม่ เมื่อทำอะไรไปแล้ว จะไม่คิด ไม่หนักใจเลย การเป็นผู้บริหารที่ต้องดูแลทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งเกษตรกรและภาคเอกชน ไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ แต่ต้องเดินไปด้วยกัน ด้วยการพูดคุยและสร้างความเข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขัดแย้งกับผู้บริโภค น่าจะเหมือนขัดแย้งกับเซลล์ขายยาแล้วในตอนนี้ แต่ก็ไม่รู้จะไปไกล่เกลี่ยหรือเจรจากับใคร เพราะทำในเส้นทางของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครต้องการจะพูดคุยด้วย ก็พร้อมเปิดห้องเจรจากัน&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิธีการใช้ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ไม่รู้สึกหนักใจที่การกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพราะกระทรวงทรัพย์ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องสารเคมีภาคการเกษตรต้องให้นายเฉลิมชัย เชื่อว่าน่าจะมีสารทดแทนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ยังเป็นห่วงว่าสินค้าบางตัวที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐ เช่น แป้งสาลี องุ่น หากยังใช้สารเหล่านั้นอยู่จะสามารถนำเข้ามายังประเทศไทยได้ต่อไปหรือไม่ ซึ่งได้ให้กรมการค้าต่างประเทศพิจารณาในฐานะ หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่แล้ว และขณะนี้กระทรวงพาณิชย์จะยังไม่มีการส่งหนังสือใดๆ ตอบกลับไปยังสหรัฐแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่กรรมการในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นข้าราชการระดับสูงของกรมและกระทรวงต่างๆ ลงความเห็นยกเลิกใช้สารเคมีการเกษตร 3 ชนิด โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ แต่ลงความเห็น เพราะถูกอำนาจที่เหนือกว่าครอบงำ ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเกษตรกร แต่อาจทำให้เกิดความล่มสลายของภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากภาคเกษตร เช่น การผลิตน้ำตาล การแปรรูปมันสำปะหลัง การผลิตอาหารสัตว์ เป็นต้น ทำให้ประเทศไทยเสียหายอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุกรรณ์ แสงวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ผู้แทนเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล จะไปร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต เดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีมาตรการรองรับ ทั้งการหาสารทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน การสนับสนุนด้านเครื่องจักรกลกำจัดวัชพืช และแรงงานที่จะใช้จัดการแปลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48880</URL_LINK>
                <HASHTAG>BIOTHAI, กระทบนำเข้าถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, มอนซานโต้, สหรัฐยังใช้สารไกลโฟเซต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าพ่อจีเอ็มโอ, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร, ใช้งบ 3 พันล้านทำลายสารอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db302c163fd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษ.แจ้งผลแบน3สารพิษ บีบกก.วัตถุอันตรายมีมติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; แจ้งมติเอกฉันท์แบน 3 สารพิษ ส่งให้ คกก.วัตถุอันตรายพิจารณายกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; โพสต์ขอบคุณ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ชัดเจนทำเพื่อสุขภาพ ปชช. &amp;quot;สธ.&amp;quot; รุกเพิ่มสั่ง รพ.ทั่วประเทศเร่งรวบรวมผู้ป่วยที่รับผลกระทบสารเคมีเกษตร &amp;quot;ส.ส.อนาคตใหม่&amp;quot; โผล่ค้าน อ้างกลัวเปิดทางสารเคมีตัวใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรและสหกรณ์) กล่าวถึงความคืบหน้าการยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ชนิดว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามหนังสือแจ้งมติคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สารเคมี 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต ปรับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป ถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมว.อุตสาหกรรม)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในหนังสือระบุกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาความเห็นเรื่องนี้ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และหาวิธีดำเนินการได้ โดยมอบหมาย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน คณะทำงานได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและลงมติอย่างเปิดเผยจนได้ผลสรุปดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือแจ้งมติคณะทำงานข้างต้นให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อปรับสารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยด่วน ซึ่งจะมีผลให้ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง ดังนั้นจากนี้ไปขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะประชุมวันที่ 22 ต.ค. ว่าจะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ และจะมีมติอย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติพร้อมทำตามมติ&amp;quot; นายเฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร โดยสั่งการอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินตามนโยบายส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั้งประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงจะเข้าไปให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และประสานหาตลาดรองรับผลผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่ได้ประชุมเพื่อมีมติใหม่ กระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามมติเดิมในการจำกัดการใช้ โดยวันที่ 20 ต.ค.2562 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การครอบครองวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต สาระสำคัญคือ ผู้ขายต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด และต้องเข้าอบรมทุกๆ 3 ปี ต้องใช้เครื่องวัตถุอันตรายดังกล่าวกับพืชและพื้นที่ตามที่แสดงหลักฐานการซื้อขาย ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจะต้องจัดให้มีบุคลากรเฉพาะในการขายวัตถุอันตราย ต้องแยกออกจากวัตถุอันตรายอื่นๆ และมีป้ายแสดงข้อความว่า วัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้ อย่างชัดเจน&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว
เกษตรฯ เซ็นแบนสารพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในส่วนฉบับที่ 2 เรื่อง การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่ห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ ในกรณีอยู่นอกพื้นที่ข้างต้น ให้ใช้เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ส่วนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัตถุอันตรายเกี่ยวกับไกลโฟเซต ต้องแสดงข้อความในฉลากว่า เป็นวัตถุอันตราย และระดับความเป็นพิษเพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ฉบับที่ 3 กำหนดให้ใช้คลอร์ไพริฟอสในไม้ผลเฉพาะเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นเท่านั้น ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับพาราควอต โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีข้อกำหนดการใช้อื่นๆ เช่นเดียวกับไกลโฟเซต และฉบับที่ 5 เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;กำนัน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ภายในเขตท้องที่รับผิดชอบ ตามมาตรา 54 (1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงเกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดการใช้ดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติใหม่อย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม ในระหว่างนี้ยินดีรับฟังข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่าย ซึ่งวันที่ 21 ต.ค. จะมีกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดเข้าพบ ในฐานะ รมว.เกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภคทั้งประเทศ&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; ซึ่งเป็นภาพเอกสารแจ้งมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต ลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่งถึง รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งมีใจความว่า คณะทำงานฯ มีมติให้สารดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุณาทำความชัดเจนให้ปรากฏ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน&amp;quot; ข้อความที่นายอนุทินระบุในโพสต์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ พร้อมด้วย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. และคณะ ประชุมผ่านระบบวิดีโอกับสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ชี้แจงแนวทางการทำงานเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด ซึ่ง สธ.ได้ให้ความสำคัญกำหนดให้การป่วยและเสียชีวิตจากพิษสารเคมีทางการเกษตรเป็นตัวชี้วัด และอยู่ในระบบรายงานโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ม.ล.สมชายกล่าวว่า การประชุมชี้แจงครั้งนี้เป็นการยกระดับการเฝ้าระวังระบบการรายงานผู้ป่วยจากพิษสารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ทั้งเป็นสารก่อมะเร็งในผู้ที่สัมผัสในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง และเกิดพิษเฉียบพลัน เช่น ปอดพัง หนังเน่า เนื้อเน่าจากสารฆ่าวัชพืชพาราควอต หรือสารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส ที่จะรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์ ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก ส่วนสารไกลโฟเซต จะรบกวนการทำงานระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ซึ่งมีรายงานชัดเจนว่าหลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้และประกาศห้ามใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.ได้เร่งรัดจัดการภัยคุกคามความมั่นคงทางสุขภาพ ได้เปิดวอร์รูมพร้อมตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อรณรงค์และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่อันตรายต่อสุขภาพ มีเป้าหมายที่จะยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ซึ่งประเทศไทย พบรายงานผู้ป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2559 พบอัตราป่วยด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 18.91 ต่อประชากรแสนราย เพิ่มเป็น 21.52 ต่อประชากรแสนรายในปี 2560 ขณะนี้ 9 เดือนของปี 2562 พบป่วยจากสารเคมีทางการเกษตร (ที่ไม่รวมการฆ่าตัวตาย) ในทุกกลุ่มโรคจำนวน 4,833 รายทั่วประเทศ&amp;quot; นพ.ม.ล.สมชายกล่าว
ส.ส.อนาคตใหม่โผล่ค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.จังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า &amp;quot;ผมนายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะลูกชาวสวน ขอคัดค้านการแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดแบบหักดิบในเวลานี้...ผมเห็นด้วยกับการลดการใช้สารเคมีในการผลิตพืช ผัก ผลไม้ และสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ แต่เราต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ในด้านการตลาด การคิดค้นชีวภัณฑ์ทดแทน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแบนสารเคมีตัวเก่า เพื่อเปิดทางให้ใช้สารเคมีตัวใหม่ เท่ากับเป็นการหลอกลวงประชาชน ประเทศเราควรมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์ใน 10 ปี หรือ 15 ปีข้างหน้าโดยดำเนินการไปอย่างมีกระบวนการลดการนำเข้าและลดการใช้สารเคมีควบคู่ไปกับการค้นคว้าวิจัยชีวภัณฑ์ทดแทน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ไม่ได้มีการเตรียมการที่ดีพอเพื่อหาทางออกให้กับประชาชน เกษตรกรจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคอนาคตใหม่รายนี้ระบุว่า &amp;quot;จังหวัดตราดเป็นแหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร จะพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตตามมาตรฐาน GAP ซึ่งจะสนับสนุนให้เกษตรกรใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นผลดีต่อการส่งออกผลไม้จังหวัดตราดต่อไป ผมขอยืนเคียงข้างพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรตลอดไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นางวรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว รัฐบาลควรให้ระยะเวลาเอกชนและเกษตรกรอย่างน้อย 2 ปี การยกเลิกสารเคมีวันที่ 1 ธ.ค.นี้ อาจทำให้ภาคการเกษตรเสียหายอย่างมาก เพราะยังไม่มีสารใดมาทดแทน และสารที่เสนอให้ทดแทนเป็นสารที่มีราคาสูงถึง 6 เท่า จะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น และรัฐบาลควรให้เวลาเอกชนในการจัดสต๊อกสินค้าคงค้างประมาณ 40,000 ตัน ทำให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายทำลายสารดังกล่าวประมาณ 5,000 ล้านบาท ค่าขนย้ายเช่าโกดังเก็บสินค้าอีก 5,050 ล้านบาท และค่าชดเชยเกษตรกรอีกประมาณ 3 เท่าของราคาสินค้า.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48206</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, รมว.เกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b55031e8ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิก3สารเคมีจบเร็วๆนี้ 2รมต.กษ.ป่วยจริงไม่หนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ชี้ยกเลิก 3 สารพิษเกษตรให้เป็นไปตามขั้นตอน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เชื่อจบได้เร็วๆ นี้ เลขาฯ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; โต้ปัดหนีม็อบ ยันรมว.ป่วยจริงทั้งหวัด-ความดัน &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; โชว์ภาพนอน รพ. ลั่นไม่หนีอยู่แล้ว &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เตือนไม่แบนสารเคมี เตรียมงบไว้รักษาคนได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงจุดยืนการดำเนินการยกเลิกใช้สารเคมีเกษตร กรณีที่มีเหตุการณ์กลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้านเดินทางไปพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ไม่ได้พบ เนื่องจากทั้งสองคนมีอาการป่วยกะทันหันว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการต่อต้าน 3 สารพิษในขณะนี้ว่า ส่วนตัวเป็นห่วงอยู่แล้ว แต่เขากำลังทำกันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะจบได้ง่ายๆ มิเช่นนั้นไม่ยืดยาวมาหลายปี แต่คงจะจบลงได้เร็วๆ นี้ เพราะความคิดเห็นตรงกันหมดแล้ว ตกลงกันได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องนี้ทำให้รัฐมนตรีป่วยถึง 2 คนเลย นายวิษณุ ถามกลับว่า &amp;ldquo;ป่วยจริงหรือเปล่า แต่เห็นคุณเฉลิมชัยไอมาตั้งนานแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงกรณีมีสื่อบางสำนักระบุนายเฉลิมชัยป่วยการเมือง เพื่อหลบเลี่ยงไม่พบตัวแทนเกษตรกรที่สนับสนุนใช้สารพาราควอตว่า ยืนยันนายเฉลิมชัยมีอาการป่วยจริง ซึ่งเหตุเกิดจากการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ซึ่งใช้เวลานาน 5 ชั่วโมง โดยนายเฉลิมชัยนั่งในจุดที่ลมแอร์ตกเป็นเวลานาน จึงทำให้เป็นหวัด ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา และวันที่ 9 ต.ค. ก็มาทำงานตามปกติ แต่เนื่องจากพักผ่อนน้อย จึงทำให้เป็นความดันโลหิตสูงขึ้นด้วย ตนจึงขอให้พักผ่อน โดยได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรี ไปพบกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้าน 3&amp;nbsp;สารพิษ&amp;nbsp;และให้นายนราพัฒน์ แก้วทอง เลขานุการรัฐมนตรี ไปพบกลุ่มเกษตรกรผู้สนับสนุนใช้สารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภายหลัง รมว.เกษตรฯ ทานยาแล้วพักผ่อน ตลอดช่วงบ่ายถึงคืนวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา จนเช้านี้ (10 ต.ค.)อาการดีขึ้น จึงได้ออกมาปฏิบัติงานตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งมีอาการปวดหัวตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า &amp;quot;สุภาพสตรีรุ่นนี้ไม่หนีอะไรอยู่แล้วค่ะ พร้อมค่ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ของ น.ส.มนัญญา ปรากฏบุตรสาว น.ส.มนัญญารับสายแทน โดยระบุว่ามารดากำลังทำกายภาพบำบัด พร้อมยืนยันว่าในวันที่ 11 ต.ค. จะร่วมลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ในกิจกรรม &amp;quot;ภูมิใจไทยสัญจร&amp;quot; ตามกำหนดเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยข้อมูลหลักฐานตัวเลขเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากสารเคมีทางการเกษตร ทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยจะมีการฟ้อง สธ.ต่อศาลปกครอง เพราะมีการขึ้นป้ายแบนสารเคมีเหมือนกล่าวหาเกษตรกรเป็นผู้ร้ายฆ่าคนว่า ไม่ได้เป็นการกล่าวหา แต่เป็นการช่วยเกษตรกรด้วยซ้ำ มั่ว แต่หากจะมีการฟ้องร้องจริงๆ ก็ห้ามไม่ได้ ส่วนกรณีที่บอกว่าไม่มีเวลาให้พบนั้น ใครก็สามารถมาพบตนได้ แต่มาจริงหรือไม่ และต้องมาดี พร้อมพบทุกคนทุกฝ่าย ตนเป็น รมว.สาธารณสุข อะไรก็ตามที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ต่อชีวิต ไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สารเหล่านี้มีอันตราย มิเช่นนั้นโรงพยาบาลทั่วประเทศคงไม่ขึ้นป้ายแบน ขณะที่รัฐมนตรีอีก 3 คนปฏิเสธสารพิษ เท่ากับว่ามีโทษแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่เห็นพ้องต้องกันขนาดนี้ และจากการที่ถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข ทุกฝ่ายเห็นด้วยว่ามันต้องยุติการใช้ ตนก็ต้องทำตาม เพราะคนที่ไม่เอาคือนายแพทย์ทั้งนั้น มีวิชา มีความรู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่เป็นกรรมการวัตถุอันตราย ก็ยืนยันต่อสื่อมวลชนไปแล้วว่าไม่สนับสนุน และพร้อมเสนอให้ที่ประชุมมีการโหวตอย่างเปิดเผย เราชาวสาธารณสุขมีความชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนการใช้สารเคมีอันตราย ผลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 27 คน ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และหากไม่แบน เราก็จะเตรียมยา เตรียมการรักษา ซึ่งจะเป็นภาระต่องบประมาณของประเทศต่อไป&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ความรู้แบ่งปันจากอาจารย์แดง บุญรุ้ง สีดำ (บุญรุ้ง ศรีษะอโศก) มีคนถามมามากเหลือเกินว่า หากรัฐบาลจะยกเลิกพาราควอต, ไกลโฟเซต จะมีสารตัวไหนใช้ฆ่าหญ้าทดแทนได้บ้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอตอบอย่างนี้ครับ 1.โดยสัตย์จริง ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือแม้แต่สารอินทรีย์ เพราะหญ้าก็มีประโยชน์ของมัน อย่างน้อยมันก็คลุมดินไม่ให้ปะทะแดดฝนโดยตรง ลดการชะล้างสูญเสียปุ๋ยหรือแร่ธาตุ แถมที่รากของหญ้ายังมีสารเมือกประเภทคาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อโรค หากเราหาประโยชน์ของหญ้าเจอ เราจะไม่เห็นมันเป็นศัตรู เราจะไม่ไปฆ่าทำลายเขา แค่ขยันตัดห่มดินให้เป็นปุ๋ย เราจะได้ประโยชน์มากกว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอซะที กับคำว่ามันจะไปแย่งปุ๋ยพืชที่เราปลูก มันดูดปุ๋ยน่ะใช่ แต่มันก็อยู่ตรงนั้น บังแดดให้ดินให้จุลินทรีย์ตรงนั้น ดินใต้กอหญ้าจะชุ่มชื้นและร่วนซุยอยู่เสมอ ไม่สังเกตบ้างหรือครับ ดินที่ปราศจากหญ้าจะแห้งผากและสูญเสียหน้าดินได้ง่าย สังเกตไหมครับ ทุกครั้งของการอบรม ผมจะไม่พูดถึงการใช้ยาฆ่าหญ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นเคมีหรืออินทรีย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.แม้หากมีพื้นที่กว้าง ตัดหญ้าไม่ไหว ก็ใช้แค่น้ำหมักเข้มข้นฉีดพ่นก็เหลือเฟือครับ ตัวที่ใช้ทดแทนสารพิษพาราควอต, ไกลโฟเซต ทำเองได้ ไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากปลอดภัยแล้ว หญ้าที่ตายก็ถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยด้วย น้ำหมักหลังสัมผัสใบหญ้าแล้ว มันก็ถูกฝน, น้ำค้าง เจือจางลงดินกลายเป็นปุ๋ย มีแต่ได้กับได้ครับ&amp;quot; พิจารณากันนะครับว่ายังมีแนวทางอื่นๆ อีก ทั้งลดต้นทุน ปลอดภัย (ไม่มีใครช่วยท่านได้ ยกเว้นคนที่อยู่ในกระจก ลุงคิมกล่าวไว้) เป็นทางเลือกอีกหนึ่งแนวทาง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัยธานี กล่าวในงานร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ว่าโรงพยาบาลอุทัยธานีขอสนับสนุนต่อรัฐบาลให้ดำเนินการยกเลิก 3 สารเคมีดังกล่าว และขอเชิญชวนให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอุทัยธานี ผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ยกเลิกการใช้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และลดความรุนแรงผลกระทบของสารเคมีต่อร่างกายมนุษย์ เพื่อไม่ให้มีสารอันตรายต่อสุขภาพ จากการเก็บข้อมูล พบว่าทุกปีมีคนป่วยจากการใช้ยาฆ่าหญ้าจำนวน 14,000 คน และเสียชีวิตมากว่า 600 คน/ปี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47799</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป็นไปตามขั้นตอน, แบน 3 สารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f408e0757b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สารพิษเกษตรทำรมต.ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เสนาบดีสาธารณสุขปลื้มผลงานแบนสารเคมี 3 ชนิด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ทุบโต๊ะตัวแทน สธ.โหวตโนในคณะกรรมการวัตถุอันตรายแน่นอน แต่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ตบเท้าเข้าโรงพยาบาล &amp;quot;เฉลิมชัย-มนัญญา&amp;quot; อยู่ในมือหมอ เครียดจัดหลังทำสงครามพาราควอต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกกรม ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุทินกล่าวว่า ตนและผู้บริหารทุกคนขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจต่อปรากฏการณ์ที่หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง ได้พร้อมใจกันขึ้นป้ายทั่วประเทศไม่สนับสนุนการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นการแสดงจุดยืนของคนกระทรวงสาธารณสุข ว่าไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากวัตถุอันตราย และสารเคมีทุกชนิด เรื่องนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ และสมควรจะหลีกเลี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พลังของพวกเราชาวกระทรวงสาธารณสุขทุกคนผ่านไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 29 ท่าน ว่าเราไม่เอาสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขที่เหลือ 2 ท่าน คือ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา จะโหวตโนสารเคมีอันตรายดังกล่าวอย่างแน่นอน และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ และคิดว่าการแสดงพลัง การขึ้นป้ายไม่สนับสนุนสารเคมีทั่วประเทศในหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นข้อความที่สำคัญให้ประชาชนทุกคนให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ภารกิจหน้าที่ และพันธกิจหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่สำคัญคือ การดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งได้รับรายงานจากกรมอนามัยว่า การใช้สารเคมี 3 ชนิด เป็นปัญหาและส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งเด็กในครรภ์มารดา จึงไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีเหล่านี้ ซึ่งการรวมกันแสดงพลังในวันนี้ สิ่งสำคัญคือแสดงถึงภาวะผู้นำของท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ ก็คือการดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ และได้แสดงจุดยืนตัวตนที่ชัดเจน จึงขอร่วมให้กำลังใจและขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงพลังสำคัญที่เราต้องดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขประกาศจุดยืนในการดูแลสุขภาพประชาชน อะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำลายสุขภาพ พวกเราไม่สนับสนุน นอกจากจะเอาองค์ความรู้ทางหลักวิชาการ และพร้อมที่เป็นกำลังสนับสนุนเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยมีสุขภาพที่ดี ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากนี้ไปกระทรวงสาธารณสุขประกาศสงครามกับสารเคมีที่เป็นอันตรายกับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะมีข้อมูลหลักฐานผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนชัดเจน ว่าสารเคมีส่งผลกระทบทางสุขภาพต่อเกษตรกรและประชาชน ไม่เพียงแต่ผลกระทบโดยตรง ยังส่งผลกระทบทางอ้อมมีการตกค้างในสิ่งแวดล้อม ข้อมูลที่อาจยังไม่มีใครรู้คือสารเคมียังถูกพบในน้ำประปาบางส่วนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อกังวลกรณีสารทดแทนที่จะนำเข้ามาใช้ หลังสาร 3 ชนิดนี้ถูกแบนนั้น ขอให้ประชาชนและเกษตรกรคลายความกังวล เพราะคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเดิมที่ปล่อยให้มีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดมานานนับสิบปี จะถึงยุคใหม่ที่มีการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูล ซึ่งตอนนี้ตนมีรายชื่อสารทดแทนนับร้อยชนิดที่จะ ต้องมาศึกษาว่ามีความปลอดภัยจริงหรือไม่ ก่อนประกาศใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเกษตรกรกว่า 50 คน เข้ามาขอยื่นคัดค้านการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด &amp;nbsp;บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันฯ ให้เวลากระทรวงเกษตรฯ ใน 15 วัน เพื่อขอเข้าพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ อีกครั้ง หากไม่เป็นไปตามที่ตกลง ก็จะมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายเฉลิมชัยมีความตั้งใจที่จะมาพูดคุยกับทั้ง 2 กลุ่ม แต่ในขณะที่มีการประชุมเตรียมการเพื่อพูดคุย ได้เกิดอาการวูบ หน้ามืด จึงรีบไปโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจสุขภาพทันที ซึ่งไม่ได้มีอาการเครียดหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด แต่มีอาการป่วย มือชา แขนชา และป่วยมาหลายวันแล้ว ในเบื้องต้นนายเฉลิมชัยได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร และนายนราพัฒน์ แก้วทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้รับเรื่องแทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังคงพักฟื้นอยู่ที่ รพ.สมิติเวช เนื่องจากอาการปวดหัวอย่างหนัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และบุตรชายคนโตของ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า คุณแม่ยังคงพักฟื้นอยู่ รพ.สมิติเวชเพื่อรอดูอาการอีกหนึ่งคืน ซึ่งคุณหมอได้ฉีดยาคลายเครียดและให้น้ำเกลือ คาดว่าจะออกจาก รพ.พรุ่งนี้ เพราะห่วงเรื่องการจัดทำเอกสารเพื่อยกเลิกใช้ 3 สารเคมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงจุดยืนเรื่องสารพิษอันตราย 3 ชนิดทางการเกษตรว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับกระทรวง ทส.โดยตรง เพราะมีกรมควบคุมสารพิษเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งสิ่งใดที่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและประชาชน หรือสารเคมีใดก็แล้วแต่ที่สะสมในดินนานๆ เกิดการตกค้าง กระทบกับแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง ไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร กระทรวง ทส.ไม่สนับสนุนแน่ โดยตนได้ให้นโยบายกับกรมควบคุมมลพิษแล้วให้รณรงค์ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในดิน น้ำ อากาศ และจะพยายามบอกให้เกษตรกรรู้ถึงพิษภัย ไปจนถึงการให้หยุดการนำเข้าสารพิษอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยไปตั้งแต่ 23 พ.ย.61 เสนอว่าให้ยกเลิกนำเข้า มีไว้ในครอบครอง หากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังคงมีมติไม่ยกเลิก 3 สารพิษ จะเข้าข่ายหัวหน้าหน่วยราชการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ตามกฎหมายให้ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการพิจารณาชี้มูลความผิด หรือถ้าบุคคลใดเข้าข่ายผิดอาญาก็ส่งศาลยุติธรรมพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากฝากถึงคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า ขอให้พิจารณาโดยคำนึงถึงเรื่องสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ มากกว่าเน้นเรื่องการหาสารทดแทน หากไม่ยกเลิกครอบครัวของบุคคลที่เป็นคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็ต้องได้รับพิษภัยจากสารพิษนี้เช่นกัน และปกตินวัตกรรมใหม่ๆ จะเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดอยู่แล้ว ดังนั้นทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นเกษตรปลอดภัย อาหารปลอดภัยและคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า จึงอยากให้คิดให้รอบคอบ&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร, สารพิษเกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9df0a41b1e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1ธันวาฝังเด็ดขาด3สารพิษ มนัญญาลั่นรับผิดชอบเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กมธ.ควบคุมสารเคมีหนุนแบนเด็ดขาด 3 สารพิษ จี้ รมต.เกษตรฯ สังกัด ปชป.ชง ครม.ออกพระราชกำหนดเลิกใช้ถาวร &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; เดินหน้าชนขอรับผิดชอบเอง 1 ธ.ค.62 ต้องจบก่อนคนไทยเที่ยวปีใหม่ ฉะวิธีการจำกัดการใช้สาร 3 ชนิดล้มเหลว ปฏิบัติจริงไม่ได้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นสารทดแทนต้องไม่มีผลเสียต่อร่างกายเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ว่า จากการประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่าย เพื่อสรุปผลกระทบการใช้ 3 สารเคมีอันตราย ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้ยกระดับสารทั้ง 3 ชนิดนี้ ถือเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 และให้ยกเลิกใช้สารดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผลโหวตมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับประชาชนไทยที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เรายังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการนำเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาต่อไป ที่ผ่านมาผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ค่อนข้างล่าช้า ใช้เวลาการตัดสินใจเป็นเวลานาน ซึ่งผลของการประชุมล่าสุดให้ดำเนินมาตรการจำกัดการใช้ จึงหมายความว่ายังสามารถใช้สารเคมีเหล่านี้ได้ เพียงแต่มีข้อจำกัดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต่อสู้กับเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในวันที่ 27 ตุลาคม จะมีการโหวตเพื่อลงคะแนนของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยขอให้เป็นแบบเปิดเผย ถ้าหากผลของการพิจารณาโดยคณะกรรมการวัตถุอันตรายใช้เวลานานมากไป อยากจะวอนขอให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเรื่องนี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี โดยเร็วที่สุด&amp;quot; ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า หากมีการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดจริง เราควรมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และไม่ผลักภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกร โดยส่งเสริมให้ทำเกษตรแบบอินทรีย์ พัฒนาพืช ผัก และผลไม้ไทยให้ปลอดสารพิษ พัฒนาพืชผลทางการเกษตรให้เป็นออร์แกนิกตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้สินค้าเหล่านี้สามารถส่งออกไปขายเพิ่มมูลค่าและก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร คนไทยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ต้องได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมีอาการปวดหัวหนักมาก เหมือนเส้นเลือดจะแตก คงจะเครียดมากไปจากการดำเนินการเรื่องแบนสารเคมี 3 ชนิด ได้ไปฉีดยาที่โรงพยาบาลสมิติเวช ทั้งนี้ หลังคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่มีฝ่ายรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภค ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียง ให้แบน 3 สารทันที มีผลวันที่ 1 ธ.ค.62 ซึ่งทั้งหมดจะเร่งนำเสนอนายกรัฐมนตรี และเสนอ รมว.เกษตรฯ รมว.สาธารณสุข และ รมว.อุตสาหกรรม ลงนามเห็นชอบการแบน และเสนอเข้าคณะกรรมการวัถตุอันตรายภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้คณะกรรรมการสามารถเรียกประชุมแบน 3 สารได้ทันที จากกำหนดเดิมที่จะประชุมวันที่ 27 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะทำงาน 4 ฝ่ายเซ็นรับรองมติแบน 3 สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เป็นวัถตุอันตรายประเภท 4 ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และพี่จะรวบรวมเอกสารทำให้เสร็จวันนี้ ทีมงานกำลังตรวจอีกที ส่งให้ท่านนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นยื่นให้ คกก.วัตถุอันตราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยื่นเร็ว จะได้เรียกประชุมได้เร็ว โดยในที่ประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ใช้เวลานาน เพราะพูดคุยกันเยอะมากถกหลายปัญหา พี่จึงตัดสินใจบอกว่าพี่ขอรับผิดชอบทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่รับผิดชอบ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่จบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ส่วนตัวแทนฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคยังหยิบขวดพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะในที่ประชุม ยืนยันว่ามาตรการจำกัดการใช้สาร ที่ชอบยกขึ้นมาพูดเสนอเป็นแผนปฏิบัติการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่นสาร ทำไม่เคยได้ ใครไปซื้อสารต้องมีใบอนุญาตการใช้จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ จึงซื้อได้จากร้านค้า ซึ่งภาคผู้บริโภคยืนยันว่าทำไมคนทั่วไปเดินไปชื้อได้เลย พ่อค้ายังถามว่าทำไมไม่ชื้อไว้เพิ่ม เป็นการยืนยันว่ามาตรการที่หน่วยงานทำมาใช้ไม่ได้ ต้องล้มตรงนี้ มันจบไปแล้ว ไม่มีแล้ว ถือว่าล้มเหลวทั้งหมด วิธีการจำกัดการใช้สาร 3 ชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่พี่ดิ้นมาถึงจุดนี้ได้ต้องยกความดีให้พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติตนทุกอย่าง ทำได้เต็มที่ วันนี้มีกำลังใจดีจากประชาชนทั่วสารทิศส่งมาให้กำลังใจตนเป็นจำนวนมาก หลายคนบอกว่าไม่คิดว่าในชีวิตจะได้อยู่เห็นเรื่องการแบนสารพิษหมดจากประเทศไทย ทำได้จริง ซึ่งตนมีความเป็นแม่ มีคุณธรรม จริยธรรม ในประเทศไทยคนเก่งๆ มีเยอะ หากมีความดี มีคุณธรรม จริยธรรมด้วย จะช่วยพัฒนาประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น พี่พยายามทำเรื่องแบน 3 สารให้จบโดยเร็ว โดยไม่ยอมให้ยืดไปอีกถึงวันที่ 1 ม.ค.63 ต้องให้แบนวันที่ 1 ธ.ค.62 ก่อนคนไทยไปเที่ยวปีใหม่ ไปสูดอากาศทางเหนือ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ กินพืชพรรณธัญญาหารปลอดสารพิษ&amp;quot; รมช.เกษตรฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พูดชัดเจนในเรื่องนี้หมดแล้ว แต่ตนพูดก่อน ส่วนที่นายเฉลิมชัยอยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวร่วมกันนั้นเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขขึ้นป้ายหมดแล้วทั่วประเทศทุกโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเรื่องสารทดแทนที่จะมาใช้แทนสารเคมี 3 ชนิด ต้องไปถามกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชน และจะให้คนป่วยจากสารพิษไม่ได้ หากมีสารอะไรที่ทำให้ประชาชนป่วยเข้ามาอีก เราให้มีไม่ได้ และสารพวกนี้ไม่ได้ผ่านองค์การอาหารและยา (อย.) หากผ่าน อย. ผมจะตัดตั้งแต่ต้นตอไม่ให้เกิด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สารทดแทนต้องไม่ใช่สารเคมีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเป็นอะไรที่ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ บอกว่ามีสารทดแทน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด ไม่ต้องห่วงข้าราชการไทยทุกคนเขามีวิธีการช่วยชาวไร่ชาวนา ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนายทุนได้ประโยชน์จากสารตัวใหม่นี้ ตนไม่รู้ พอดีพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องใช้นายทุน ไม่มีนายทุนคนไหนมีอิทธิพล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47640</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62, วัตถุอันตรายประเภทที่ 4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9ca1752d3b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
