<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มติเดิมไม่เลื่อนแบนสารพิษ เดินหน้าร่างระเบียบ4ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดวัตถุอันตรายไม่เลื่อนแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ยึดมติเดิมบังคับใช้ 1 มิ.ย.63 เดินหน้าร่างกฎหมาย-ระเบียบ ก่อนชง ครม.เห็นชอบ สั่งกรมวิชาการเกษตรหาสารทดแทนโดยศึกษาจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้แก่ ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการออกประกาศเพื่อกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาวการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันให้มีการออกประกาศฉบับนี้ สำหรับผลกระทบในส่วนของการกำหนดปริมาณสารตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหารนั้น กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว จะพิจารณาและกำหนดให้เหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการได้มีการลงมติ โดยมีกรรมการอยู่ในห้องประชุมจำนวน 24 ท่าน และมีผู้เห็นด้วยจำนวน 17 ท่าน ไม่เห็นด้วยจำนวน 6 ท่าน งดออกเสียงจำนวน 1 ท่าน สรุปได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบในร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยมีการให้ข้อสังเกตรวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้มีผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ น้อยที่สุด&amp;quot; นายสุริยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงสิ้นปี 2563 ตามข้อเสนอของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้ ขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหาข้อมูลว่าประเทศอื่นที่แบนสารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส มีการใช้สารทดแทนอะไรบ้าง &amp;nbsp;และให้กลับมานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรับรองรายงานการประชุมและการรับรองมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 เกี่ยวกับการพิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรนั้น ที่ประชุมยืนยันว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่มีการรับรองโดยที่ประชุมถูกต้องแล้ว แต่สำหรับการรับรองรายงานการประชุมนั้น ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานอีกครั้งหนึ่ง และมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานการประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางคนแจ้งขอสงวนสิทธิ์ไม่รับรองรายงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยังได้มีการพิจารณาในเรื่องอื่นๆ เช่น มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างระเบียบ/ประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย &amp;nbsp;(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้แก่ การกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านวัตถุอันตราย การผ่อนผันการปฏิบัติสำหรับการนำกลับเข้ามาหรือการส่งกลับออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะนำไปเสนอรัฐมนตรี (ครม.) หรืออธิบดีของแต่ละหน่วยงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป และให้มีการปฏิบัติงานของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและหน่วยงานผู้รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 9 คณะ เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็น หรือดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร, คณะอนุกรรมการควบคุมการโฆษณา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าก่อนการประชุมบอร์ดวัตถุอันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายคำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารเคมีทุกตัวมีความอันตรายไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 สารนี้ สารเคมีตัวอื่นผมก็ได้เสนอและชี้แจงไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าควรจะมีมาตรการจำกัดการใช้เหมือนกันทั้งหมด เพราะสารเคมีอันตรายทุกตัวครับ ผมยืนยันแนวคิดเดิม ต้องทำให้เกษตรเราปลอดภัย ให้ผู้บริโภคปลอดภัย ผลิตอาหารที่ปลอดภัย &amp;nbsp;การแบนสารไม่ควรเลื่อนไปปลายปี เพราะฉะนั้นเห็นว่าถ้ามติออกมาเป็นอย่างไรก็ควรดำเนินการตามมตินั้น&amp;quot; รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64753</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, คลอร์ไพริฟอส, บอร์ดวัตถุอันตราย, พาราควอต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaad1e88b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปี63&#039;เสี่ยหนู&#039;สั่งลุย! ปลดล็อกกัญชา-แบน3สารพิษ-ยกเครื่องคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.&amp;nbsp; 62 &amp;ndash; พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงสิ้นปี 2562 นี้ว่า การทำงานของรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์, น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตลอดเวลากว่า 6 เดือน แม้จะเป็นช่วงเวลาการทำงานที่ไม่นานมากนัก แต่ถือว่าเป็นการทำงานในเชิงรุกอย่างแท้จริง สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้ได้อย่างน่าพอใจ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ได้ดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุขเพื่อดูและสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่รับปัญหาและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ที่ล่าสุดยังได้มีการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อจะทำให้พืช 2 ชนิด คือ กัญชาและกระท่อม พ้นจากการเป็นยาเสพติดให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่ยืนยันว่าการปลูกกัญชาในอนาคตจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ จะไม่มีการปล่อยให้กลายพันธุ์หรือเสพเพื่อความบันเทิงโดยทั่วไป โดยเป้าหมายคือปลูก ผลิตเพื่อการแพทย์เท่านั้นนอกจากนี้นายอนุทิน ยังได้ร่วมมือกับน.ส.มนัญญา รมช.เกษตรฯ ในการผลักดันแบนด์ 3 สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน แม้ว่าจะยังไม่สำเร็จในคราวเดียวแต่ก็สามารถทำให้มีการจำกัดการใช้ได้ และในอนาคตเชื่อว่าจะนำไปสู่การเลิกใช้ได้ในที่สุด&amp;nbsp; รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับนายพิพัฒน์ รมว.การเที่ยวและกีฬา ในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่จะทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาลอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดการประสานงานเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราจะทลายกำแพงอุปสรรคไม่ว่าจะอยู่พรรคเดียวกัน หรือต่างพรรค เมื่ออยู่ในรัฐบาลเดียวกันแล้ว ต้องสามารถทำงานสอดประสานกันได้ โดยอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน ตรงนี้เป็นหลักการทำงานที่ท่านหัวหน้าพรรคได้กำชับกับรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคฯมาโดยตลอดและการทำงานในปี 2563 ท่านหัวหน้าก็ได้กำชับอีกว่าต้องทำงานให้หนักขึ้น มุ่งมั่นเพิ่มขึ้นอีกต้องคิดแก้ปัญหา หาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในหน้าที่ ที่รับผิดชอบอยู่เสมอจะหยุดคิดหรืออยู่นิ่งไม่ได้&amp;rdquo; พ.อ.เศรษฐพงค์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่สำคัญคือการผลักดันนโยบายด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ การสื่อสาร ซึ่งตนเองได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาช่วยผลักดันเรื่องดังกล่าว ก็ได้ดำเนินการยังเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการแพทย์ทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Telemedicine) การศึกษาออนไลน์ฟรีตลอดชีวิต ที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้นโยบายเหล่านี้สำเร็จโดยเร็ว ก็คือเราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะทำให้นโยบายดังกล่าวดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านตนเองได้พยายามผลักดันการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ผ่านการหารือในสภา การลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) และการประสานความร่วมมือกับสำนักงานกสทช. หรือ Operator ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่สำคัญทราบว่า กสทช. จะได้มีการเปิดประมูลคลื่น 5G ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 ก็จะทำให้นโยบายด้านดิจิทัลของพรรคภูมิใจไทยสำเร็จได้ในไม่ช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับนโยบายด้านดิจิทัล เพราะคนไทยทุกคนจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งจะเข้ามามีความเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ digital disruption หรือจะเป็นเรื่องของกิจการด้านอวกาศ ที่กำลังเติบโตและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ซึ่งไทยควรมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็น space agency ผ่านการมีพ.ร.บ.กิจการอวกาศ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราให้ความสนใจในการผลักดันและต้องเตรียมให้คนในสังคมพร้อมรับมือให้ได้&amp;rdquo; โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วน นายศักดิ์สยามยังได้เดินหน้าทำงานทั้งการผลักดัน แก้ไขและรณรงค์ เพื่อขจัดปัญหาในด้านคมนาคมอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; เช่น การจัดระเบียบแก้ปัญหารถตู้สาธารณะที่ไม่ให้กระทบทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสารจนเกินไป การรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล แก้ปัญหามอเตอร์เวย์ไปกาญจนบุรีที่ค้างคามากว่า 4 ปี แก้ปัญหารถสาธารณะในกรุงเทพฯ ด้วยแผนฟื้นฟู ขสมก. ฉบับใหม่ ที่จะมีการจัดหารถโดยสารใหม่ ตรวจสอบเส้นทางเดินรถใหม่ การเก็บค่าโดยสาร 30 ต่อวันไม่จำกัดเที่ยว เป็นต้น ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน ในส่วนของนายพิพัฒน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ ก็ได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวมีแคมเปญการท่องเที่ยวออกมาอยู่เสมอ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดปี 2562มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยว 39.77 ล้านคน หรือเพิ่ม 4% สร้างรายได้ 1.96 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2563 ในนามพรรคภูมิใจไทยขออวยพรปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจงมีแต่ความสุขความเจริญสุขภาพแข็งแรง และของขวัญที่พรรคภูมิใจไทย ทั้งรัฐมนตรี ส.ส. และสมาชิกพรรคฯทุกขึ้น อยากมอบให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนคือการทำงานสานต่อนโยบายให้สำเร็จโดยเร็ว ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานเข้าถึง ใกล้ชิด ไม่หวั่นแม้ว่างานจะหนักและยากเพียงใด ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดล็อกกัญชา, พ.อ.เศรษฐพงค์, ภท., ภูมิใจไทย, ยกเครื่องคมนาคม, อนุทิน, เสี่ยหนู, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0ab9c65a602.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.วัตถุอันตรายพลิกมติ! ยกเลิกแบน&#039;ไกลโฟเซต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;ด่วน!!! กรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;nbsp; เพื่อพิจารณาว่าจะเลื่อนการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ออกไปก่อนหรือไม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.วัตถุอันตราย, สุริยะ, อนุทิน, แบน3สารพิษ, ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95b9745041f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายสตรีแห่ให้กำลังใจ &#039;มนัญญา&#039;ยันไม่ท้อลุยแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความขอบคุณที่กลุ่มเครือข่ายสตรีในชุมชน กทม. กับมูลนิธิเครือข่ายหญิงชายก้าวไกล&amp;nbsp; ที่มาให้กำลังใจที่กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp; ซึ่งแม่ได้อุ้มลูกชายแบเบาะวัยเพียงเดือนเศษ และหญิงตั้งครรภ์ เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมชูป้าย ติดแฮทแท็กเซฟมนัญญา ให้เดินหน้าแบน 3 สารต่อไปเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดย น.ส.มนัญญา มาถึงกระทรวงฯ ลงจากรถมาอุ้มเด็กชาย พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคนที่มายืนเคียงข้าง จะเดินหน้าทำในเรื่องที่ดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามาด้วยความมุ่งมั่นสิ่งที่ทำจะเกิดสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศและคนไทย โดยก่อนหน้านี้มีคนบอกแล้วว่า ถ้ารัฐมนตรีจะรับเงินง่ายกว่า แต่รัฐมนตรีแบนทำยาก ถามว่ารับเงินแล้วไปทำอะไร&amp;nbsp; แต่แบนสารพิษมีผลประโยชน์กับผู้หญิง และเด็กที่กำลังจะเกิดมาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีสมองดี เรื่องการแบนสารเคมีผลประโยชน์กับประชาชนทุกคน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูสิเด็กเล็กๆ เขารับรู้อะไร อยู่ดีๆ มารับสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเอาไว้&amp;nbsp; พี่ไป อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย&amp;nbsp; เด็กนักเรียนที่นั่นน่าสงสารมาก ทางสาธารณสุขไปตรวจเลือด พบมีสารตกค้างในเลือด ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่อึดใจ จะรู้มติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย พี่ไม่หนักใจเพราะยืนยันทุกอย่างทำเพื่อสุขภาพพี่น้องคนไทยได้ผลักดันการแบน 3 สาร เต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรจะเดินหน้าต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นส.มนัญญา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันนี้ กรมวิชาการเกษตรเสนอให้ขยายระยะเวลาหลังจากแบน 3 โมเดล คือ ยืดจากมีประกาศแบนไป 1 เดือน&amp;nbsp; ยืดไป 3 เดือน และ ยืดไป 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวอังคณา อินทะสา ตัวแทนมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้กำลังใจ น.ส.มนัญญา หลังถูกโจมตีจากฝ่ายสนับสนุนให้ใช้สารเคมี เพื่อให้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชนต่อไป และถือเป็นความกล้าหาญทางนโยบายที่จะถูกบันทึกไว้ เพราะมีกลุ่มที่เสียประโยชน์จากการแบนครั้งนี้ต้องการขัดขวางและยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน ไม่ควรมีการขยายเวลาต่อไปอีก ในฐานะผู้บริโภคต้องการวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการทำอาหาร และผลักดันการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, มนัญญา, มูลนิธิเครือข่ายหญิงชายก้าวไกล, ยืด6เดือน, เครือข่ายสตรี, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da47d93deb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;โฆษกภท.&#039;ย้ำแบน3สารพิษเพื่อคนไทยเมินสหรัฐแบนGSP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาได้ระงับสิทธิพิเศษทางพิกัดอัตราภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(จีเอสพี)แก่สินค้าส่งออกบางประเภทจากไทย โดยมีรายงานเหตุผลหนึ่งมาจากการแบนด์ 3 สารพิษ ซึ่งเป็นการผลักดันของพรรคภูมิใจไทยว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาตัดจีเอสพี เพราะการแบน 3 สารพิษ เนื่องจากเขาให้เหตุผลว่าเพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งไม่ว่าเขาจะตัดสินใจด้วยเหตุผลใด ตนต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่าที่เราผลักดันการแบน3สารพิษได้สำเร็จ เป็นเพราะการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของรัฐบาล เราเห็นชัดเจนว่าสารดังกล่าว มีผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยจริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อพรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยตรง ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว. สาธารณสุข รวมถึงน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ก็ต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วเมื่อเราผลักดันสำเร็จ ก็ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาลเช่นกัน ที่ได้ทำเรื่องที่ดีเพื่อชีวิตในอนาคตของประชาชนคนไทย และพรรคภูมิใจไทยยังจะยืนยันหลักการทำงานเพื่อชีวิต ความเป็นอยู่ เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชนต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ในส่วนการที่มีบางประเทศจะตัดสิทธิจีเอสพีนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เรื่องดังกล่าวตนขอพูดในหลักการโดยไม่เจาะจงไปยังประเทศใดประเทศหนึ่ง ว่าหลักการบริหารประเทศในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนอื่นเลยประเทศยักษ์ใหญ่ไม่ควรใช้วิธีการในเชิงแทรกแซง หรือกดดันการบริหารงานของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่เล็กกว่า มีศักยภาพน้อยกว่า แต่ควรให้ความเคารพในการบริหารงานของประเทศไทย ที่ผ่านมาเมื่อประเทศไทยตกอยู่ในภาวะอ่อนไหวทางการเมืองหลังการรัฐประหาร อยู่ในวิกฤต ก็ไม่เห็นประเทศยักษ์ใหญ่ยื่นมือเข้ามาช่วยอะไร มาถึงตอนนี้เมื่อไทยดำเนินการเพื่อประโยชน์ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ตนจึงอยากเห็นการสนับสนุนจากประเทศยักษ์ใหญ่ เพราะจะเป็นท่าทีที่ชี้ว่าเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่า ตนคิดว่าเรื่องที่มีผลกระทบชีวิตประชาชนไม่ควรนำมาเป็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบกัน ซึ่งการบริหารงานเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต้องรู้จักได้ รู้จักเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมหวังว่าการแบนด์ 3 สารพิษ จะไม่ใช่เหตุผลหลักในการตัดจีเอสพีประเทศไทย แต่ถึงอย่างไรประเทศไทยเราก็ขอยืนยันว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกทำอะไรสักอย่าง เราก็จะเลือกทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตพี่น้องประชาชนมาก่อนเป็นลำดับแรก เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48987</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรคภูมิใจไทย, สหรัฐตัดGSPไทย, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db64c14ae513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามายัดเยียดคนไทย!&#039;มนัญญา&#039;โต้เดือดสหรัฐค้านแบนสารพิษ&#039;ไกลโฟเซต&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ต.ค 62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ลงพื้นที่จ.อุทัยธานี เพื่อประชุมทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรปลอดภัย ภายหลังแบน3สารเคมี และจะผลักดันให้อุทัยธานีเป็นเมืองเกษตรปลอดภัย โดยมีประชาชน เกษตรกร หน่วยงานต่างๆมาให้กำลังใจในการต่อสู้พื่อสุขภาพที่ปลอดภัยของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย3สาร เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการปกป้องสุขภาพคนไทย &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือชี้แจงสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รมช.เกษตรฯระบุว่า การยกเลิกสารพิษเพื่อให้ไทยที่เป็นครัวของโลกมีอาหารปลอดภัยจริง ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่ทานเข้าไปมีสารพิษหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันชูโมเดล &amp;ldquo;เมืองหลวงเกษตรปลอดภัยอุทัยธานี&amp;rdquo;ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดดิฉัน เพื่อให้เป็นจังหวัดต้นแบบและขยายผลไปทุกจังหวัดแบบเครือข่ายใยแมลงมุม ในการส่งเสริมปลูกพืชอินทรีย์ &amp;nbsp;ผักปลอดภัย ทำเกษตรปลอดภัย คนที่มาเที่ยวจังหวัดนี้จะได้กินน้ำ อาหาร อากาศ ปลอดภัย ซึ่งประชาชนทุกคนต้องการ &amp;nbsp;สหรัฐฯควรมาถามคนไทยทุกคนว่าต้องการอะไร ไม่ใช่จะมายัดเยียดให้ใช้สารอะไรต่ออะไร ที่จริงประเทศไทยจะพยายามแบน3สารมาหลายปีแล้ว &amp;nbsp;ไม่มีใครคิดว่าจะแบนได้ แต่มีใครถาม หรือมีใครทราบไหมว่ากว่าที่ดิฉันจะสามารถแบน3สารนี้ได้ ดิฉันต้องเจอต้องต่อสู้กับอะไรมาบ้าง เพื่อคนไทย วันนี้จึงแปลกใจที่มีคนต้านไม่ให้เลิกใช้สารพิษ&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าในการแบน3สาร เป็นเรื่องกฏหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งคงไม่ตอบโต้มากกว่านี้ ส่วนกระทบเรื่องการค้าหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดูแลแก้ไขกันต่อไป อย่าคาดการณ์ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลไทยหรือไม่ รมช.เกษตรฯกล่าวว่าจะแทรกแซงหรือไม่นั้นขอให้เป็นท่าทีของรัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะเราทำในฐานะหน้าที่ของเราที่ทำได้ และต้องทำ ขณะนี้เรามุ่งรักษาสุขภาพและชีวิตของคนไทย หากสารเคมี มีแต่เรื่องดีๆทำไมกว่า50ประเทศจึงยกเลิกการใช้ รวมทั้งเกษตรกรไทย เตรียมพร้อม ลด ละ เลิก มา3ปีแล้ว ดังนั้นสหรัฐฯต้องไปถาม ประเทศเวียด ขณะนี้ห้ามใช้สารเคมีแล้วกระทบการค้าระหว่างสองประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งปริมาณส่งออกสินค้าเกษตรจากเวียดนามไปสหรัฐฯ มีปริมาณมากกว่าประเทศไทย มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าจะมีการบูรณาการทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมโยงตลาดโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยทุกอำเภอ โครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัด พัฒนาเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือกรีนช็อป การสร้างและพัฒนาตลาดเพื่อให้เกิด ซูเปอร์สหกรณ์ในทุกจังหวัดขึ้น ทั้งนี้สินค้าเกษตรปลอดภัยได้มีการส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต จากทุกอำเภอ เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่และเกษตรกรในพื้นที่แปลงคทช.เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ สร้างร้านค้าจำหน่ายสารชีวภันฑ์ หรือ กรีนช็อป ในท้องถิ่น โดยปลายทางสินค้าปลอดภัยเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่า การลุกมาต้านเพราะทุกภาคส่วนต่างๆเห็นด้วย ประชาชนก็ลุกขึ้นมาไม่เอา3สารด้วย ไม่ใช่การที่ตนนึกมโนเอง ทุกหน่วยงานมีเหตุผลประจักษ์ถึงพิษภัยจากสารเคมี จริงๆประเทศไทยมีการส่งออกมากมาย จึงได้นำจ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวด้วยว่ามีการตั้งโต๊ะล่าชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการแบนที่ร้านขายเคมีเกษตร เพื่อนำชื่อมายื่นศาลปกครอง เชลล์ขายยา ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเกษตรกร &amp;nbsp;ถามว่าหน่วยงานที่เป็นต้นทาง ไปไหน &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรไปฟ้องร้องศาลปกครอง ถามว่าใครล่ารายชื่อ ใครไปร้อง ใช่เกษตรกรหรือไม่ ขอให้เกษตรกรที่มีปัญหามาหา ไม่ใช่เอาเซลล์ขายยาไปขึ้นศาล จะสั่งให้กรมวิชาการเกษตร ไปตรวจสอบร้ายขายยา ที่จ.จันทบุรี จ.ตราด ทำไมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เป็นร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีที่ไหนต้องใช้เงินหลวงเป็น100ล้านบาท เพื่ออบรมการใช้ยาพิษ ซึ่งที่จ.อุทัยธานี เกษตรกรมารับการอบรมใช้สารเคมี 400คน ถอนตัวไป100กว่าคน พอเปิดอบรมใช้ชีวภาพ เกษตรอินทรีย์ มาอบรมกว่า2หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการดูแลเกษตรกรได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตร800แห่ง เพื่อมีมาตรการสนับสนุนปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกล กำจัดวัชพืช ช่วยเหลือเกษตรกรให้เร็วที่สุด โดยจะเสนอเร่งด่วนขอใช้งบกลาง เสนอนายกรัฐมนตรี อุดหนุนสหกรณ์การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าได้เตรียมเกษตรกร สหกรณ์ ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สนับสนุนเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ กรมได้เตรียมเงินทุนให้สหกรณ์กู้ร้อยละ1 ปล่อยให้สมาชิก กู้ไปทำแหล่งน้ำ ปรับปรุงการผลิต ทางกรมหาตลาดที่จะส่งออกจากจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะยกยกเลิก3สาร กรมส่งทีมงานไปเตรียมพร้อมทุกจังหวัดเพื่อดูว่าสหกรณ์ต้องการช่วยเหลือสมาชิกอย่างไร โดยกรมได้เตรียมเสนอ รมช.เกษตรฯว่าจะทำโครงการช่วยเหลือสมาชิกโดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลให้สหกรณ์ ไปบริการเกษตรกร ลดต้นทุนถูกลง ในการกำจัดศัตรูพืช &amp;nbsp; อ้อย ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา &amp;nbsp;ซึ่งพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังต้องมีการปรับดิน &amp;nbsp;ซึ่งมาตรการนี้ได้เสนอรมช.เกษตรฯเห็นชอบนำเสนอครม.โดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48862</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สหรัฐสารพิษ, สารพิษอันตราย, เกษตรกร, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2c282daa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอไทยชี้แบน3สารพิษจุดเปลี่ยนประเทศ ปลื้มสื่อนอกแห่ตีปี๊บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 &amp;ndash;&amp;nbsp; เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิชีววิถี BIOTHAI ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติแบน 3 สารพิษที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ด้วยคะแนนท่วมท้น สื่อต่างประเทศพร้อมใจกันรายงานข่าวนี้อย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์คไทม์ วอชิงตันโพสต์ เอพี เอเอฟพี ฟร้องซ์ 24 สำนักข่าวเบอร์นาม่า ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กล่าวถึงการลาออกหากการแบนไม่ประสบผลสำเร็จ และคำให้สัมภาษณ์ของปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานไทยแพนที่ระบุว่า การแบนสารพิษครั้งนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนที่ฝ่ายการเมืองรู้ร้อนรู้หนาวต่อปัญหาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเบอร์นามา ให้รายละเอียดการแบนไปจนถึงผลการโหวตแบนในแต่ละสารอันตราย และการคัดค้านจากเกษตรกรบางกลุ่มที่อ้างว่าการแบนจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวของฟร้องซ์24 ให้รายละเอียดข่าวอย่างครบถ้วน โดยให้ภาพกว้างของการแบนพาราควอต และไกลโฟเซต โดยสารตัวหลังขณะนี้ได้ถูกจำกัดการใช้แล้วในหลายประเทศ โดยฝรั่งเศสจะเริ่มแบนสารนี้ในปี 2023 โดยตบท้ายว่า &amp;quot;Thai-PAN ซึ่งได้รณรงค์เรื่องนี้มาอย่างยาวนานขอบคุณรัฐบาล*ที่แบนทั้ง 3 สารพิษ แต่เรียกร้องให้รัฐและทุกฝ่ายต้องให้การสนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราควรใช้การเริ่มต้นนี้ เป็นจุดเปลี่ยนแปลงประเทศ จากประเทศที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบราคาถูก และพืชผักไม่ปลอดภัยไปสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48695</URL_LINK>
                <HASHTAG>BIOTHAI, คกก.วัตถุอันตราย, มูลนิธิชีววิถี, สื่อนอก, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5daff3cc868a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
