<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโอไทย&quot; ชี้หน่วยงานระดับปฎิบัติของไทย ที่เกี่ยวข้องการแบน3สารเคมี ควรเป็นผู้ตอบจดหมาย&quot;เท็ด แมคคินนี&quot;ไม่ถึงขั้นต้องทำในนามรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25ต.ค.62-เพจมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ได้เปิดเผยรายละเอียด ของผู้ลงนามจดหมายถึงรัฐบาลไทยคัดค้านการแบนไกลโฟเซต ซึ่งคือนาย เท็ด แมคคินนี (Ted McKinny) ตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ Under Secretary of Agriculture for Trade and Foreign Agricultural Affairs หรือ ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรเพื่อการค้าและกิจการเกษตรต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสหรัฐอเมริกา ตำแหน่ง Under Secretary นี้เป็นตำแหน่งทางการเมือง มีระดับต่ำกว่ารัฐมนตรีช่วย (Deputy Secretary) ไบโอไทยจึงใช้คำว่า &amp;quot;ผู้ช่วยรัฐมนตรี&amp;quot; โดยส่วนใหญ่จะได้รับมอบหมายให้หัวหน้ากิจการระดับกรม (sub department)ของกระทรวงต่างๆ ในแง่นี้รัฐบาลไทยจึงไม่ควรให้ความสำคัญในการตอบโต้โดยให้รัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไบโอไทยระบุอีกว่า การที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์วันนี้ (25/10/2562) ว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตอบจดหมายดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตามในความเห็นของไบโอไทย ควรใช้หน่วยงานปฏิบัติเป็นผู้ตอบจดหมายดังกล่าว ตัวอย่างเช่น ในกรณีเวียดนาม ผู้ตอบโต้ต่อรัฐบาลสหรัฐ เป็นเพียงระดับอธิบดีหรือหัวหน้าด้านป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนาม (Head of the Plant Protection Department, Ministry of Agriculture and Rural Development) เท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประวัติ ผู้ช่วยรัฐมนตรี &amp;quot;เท็ด แมคคินนี&amp;quot; ทำงานมาอย่างยาวนานถึง 19 ปี กับบริษัทดาวอะโกรไซแอนส์ บริษัทผู้ผลิตและเจ้าของผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลง &amp;quot;คลอร์ไพริฟอส&amp;quot; ซึ่งในสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตรียมยกเลิกการใช้ แต่เมื่อทรัมป์ แต่งตั้ง สก็อต พรุตต์ เข้ามาเป็นประธาน EPA เขาได้สั่งเลื่อนการแบนออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนหนังสือพิมพ์ในสหรัฐขุดคุ้ยว่าทั้งเขาและทรัมป์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ จนในที่สุดพรุตต์ ต้องตัดสินใจลาออกไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสหรัฐได้ตัดสินให้ EPA ยกเลิกการใช้คลอร์ไพริฟอสภายใน 60 วัน ขณะนี้กระบวนการอยู่ในขั้นอุทธรณ์
&amp;quot;ในความเห็นของเรา จดหมายของแมคคินนี ไม่ได้มีความหมายปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกันแต่ประการใด แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลสหรัฐฯเป็นหลักมากกว่า&amp;quot; ไบโอไทยระบุ
การอ้างเรื่องผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในการส่งออกถั่วเหลือง และข้าวสาลี น่าจะเป็นเพียงข้ออ้างในการปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทในสมาคม CropLife ที่ประกอบกิจการค้าไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เป็นสำคัญ
&amp;quot;โพสต์ต่อไป เราจะชำแหละจดหมายของแมคคินนีอย่างละเอียด ที่แทรกแซงกระบวนการกำหนดนโยบายเรื่องการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของไทย &amp;nbsp;โปรดติดตาม และโปรดแชร์ให้เรื่องนี้ถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการแบนสารพิษทุกคน&amp;quot;เพจไบโอไทยแถลงการณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48863</URL_LINK>
                <HASHTAG>เท็ด แมคคินนี, แบน3สารเคมี, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2c8055ffb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เสวนา “ความจริงของ 3 สารเคมี” อนุทิน ยันกำไรขาดทุนเอามาแลกกับความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน การตายจากการใช้สารเคมีไม่ได้เด็ดขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร &amp;nbsp;สื่อมวลชน ร่วมเสวนาวิชาการ &amp;ldquo;ความจริงของ 3 สาร จากคนทำงานสู่ผู้บริโภค&amp;rdquo; พร้อมนำคณะผู้บริหาร ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนแสดงจุดยืน&amp;rdquo; ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนสังคมได้รับข้อมูลที่รอบด้าน เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 สาร คือพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส จากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ เกษตรกร ผู้ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวว่าการเสวนาครั้งนี้ ทำให้ได้รับองค์ความรู้ ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความรุนแรง ผลกระทบต่อสุขภาพหากยังใช้ 3 สาร คือพาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ต่อพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกร &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากผลการใช้สารเคมี ต้องเจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะ ที่สำคัญยังพบว่ามีผลไปถึงทารกในครรภ์ ดังนั้น จำเป็นต้อง &amp;ldquo;ห้ามใช้ ห้ามขาย ห้ามตาย&amp;rdquo; เรื่องกำไรขาดทุนเอามาแลกกับความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน การตายจากการใช้สารเคมีไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งไม่เฉพาะ 3 สารเท่านั้น แม้แต่สารเคมีอื่นๆที่เป็นอันตรายก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ &amp;nbsp;และการเสวนาวิชาการในครั้งนี้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งผู้ร่วมเสวนาได้ใส่เสื้อขาวเป็นสัญลักษณ์ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตรทั้ง 3 สาร พร้อมให้กำลังใจรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน เกษตรกรและกรรมการ 3 ท่าน คืออธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเลขาธิการ อย. ที่จะเป็นตัวแทนทำหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ปกป้องรักษาสุขภาพของคนไทย นำนโยบายของ รมว.สธ. ปลัด สธ. ไปโหวตแบบเปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันพรุ่งนี้ เพื่อประชาชน เพื่อเกษตรกร ส่วนผลเป็นอย่างไร ขึ้นกับคณะกรรมการ ผู้บริหารทุกคนจะร่วมกันรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ , รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศ.ดร.พรพิมลกองทิพย์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล, นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai -PAN),นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(สคยท.) ตัวแทนผู้บริหารจากทุกกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48522</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, แบน3สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad775903e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;ลงนามแจ้งมติแบน3สารเคมีให้คกก.วัตถุอันตรายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 62 &amp;ndash; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ได้ลงนามหนังสือแจ้งมติคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สารเคมี 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ปรับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในหนังสือระบุว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาความเห็นเรื่องนี้ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและหาวิธีดำเนินการได้ โดยมอบหมายนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน คณะทำงานได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและลงมติอย่างเปิดเผยจนได้ผลสรุปดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือแจ้งมติคณะทำงานข้างต้นให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อปรับสารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยด่วน ซึ่งจะมีผลให้ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง ดังนั้น จากนี้ไปขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะประชุมวันที่ 22 ตุลาคม ว่าจะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ และจะมีมติอย่างไร กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติพร้อมทำตามมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังเร่งเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร โดยสั่งการอธิบดีกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินตามนโยบายส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั้งประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงฯ จะเข้าไปให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และประสานหาตลาดรองรับผลผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่ได้ประชุมเพื่อมีมติใหม่ กระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามมติเดิมในการจำกัดการใช้ โดยวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การครอบครองวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต สาระสำคัญ คือ ผู้ขายต้องการผ่านอบรมตามหลักสูตรที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดและต้องเข้าอบรมทุก ๆ 3 ปี ต้องใช้เครื่องวัตถุอันตรายดังกล่าวกับพืชและพื้นที่ตามที่แสดงหลักฐานการซื้อขาย ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจะต้องจัดให้มีบุคลากรเฉพาะในการขายวัตถุอันตราย ต้องแยกออกจากวัตถุอันตรายอื่น ๆ และมีป้ายแสดงข้อความว่า &amp;ldquo;วัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้&amp;rdquo; อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 2 เรื่อง การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่ห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ ในกรณีอยู่นอกพื้นที่ข้างต้น ให้ใช้เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ส่วนผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าวัตถุอันตรายเกี่ยวกับไกลโฟเซต ต้องแสดงข้อความในฉลากว่า เป็นวัตถุอันตรายและระดับความเป็นพิษเพื่อประโยชน์ในการควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 กำหนดให้ใช้คลอร์ไพริฟอสในไม้ผลเฉพาะเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นเท่านั้น ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับพาราควอต โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงมีข้อกำหนดการใช้อื่น ๆ เช่นเดียวกับไกลโฟเซต และฉบับที่ 5 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แก่&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; กำนัน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้มีอานาจตรวจสอบการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ภายในเขตท้องที่รับผิดชอบ ตามมาตรา 54 (1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายเฉลิมชัย ย้ำว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดการใช้ดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติใหม่อย่างไร ก็พร้อมปฏิบัติตาม ในระหว่างนี้ยินดีรับฟังข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่าย ซึ่งวันที่ 21 ตุลาคมจะมีกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดเข้าพบ โดยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภคทั้งประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48149</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, รมว.เกษตรและสหกรณ์, ลงนามแจ้งมติ, อุตสาหกรรม, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, แบน3สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c063f440c661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
