<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;สั่งกรมวิชาการเกษตรชี้แจงด่วนหลังขอยืด6เดือนจัดเก็บ3สารเคมี อัดตอนประชุมถามซ่้ำ3รอบยืนยัน1เดือนเก็บเรียบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62- น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าวันที่25พ.ย.นี้ตนเองจะสั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ทำหนังสือชี้แจงโดยด่วนถึงข้อเสนอเรื่องการยืดเวลาบังคับใช้ในการจัดเก็บคืนสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 3ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก180วัน หรือ 6เดือน ว่าจริงหรือไม่ ที่เสนอคณะทำงานหามาตรการช่วยเหลือเกษตรให้พิจารณา โดยอ้างว่ามีสตอกเหลือกว่า2.8หมื่นตัน หลังจากที่มีการประกาศแบน3สาร วันที่1ธ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา ระบุว่า ให้กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงมาโดยด่วน &amp;nbsp;ถึงเหตุผลในการยืดเวลาจัดเก็บสาร เพราะที่ผ่านมาได้ประชุมหลายครั้งไม่ได้มีการแจ้งจะยืดเวลาจัดเก็บสารแต่อย่างใด เป็นที่น่าสังเกตในช่วงเช้าเมื่อวันที่22พ.ย. ตนเองได้เรียกประชุมสารวัตรเกษตรทั่วประเทศกว่า300คน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติในทุกขั้นตอนการจัดเก็บ3สารเคมี ซึ่งได้ถามย้ำถึง3รอบและใกล้จบการประชุมยังถามย้ำอีกว่าใครมีปัญหาในการลงพื้นที่จัดเก็บสารเคมีหรือไม่ในเวลา 30และผู้บริหารกรมก็อยู่ ยกเว้นอธิบดี &amp;nbsp;เพราะมีการประกาศแบน3สารให้มีผลวันที่1ธ.ค.ต้องทำทันทีในการแจ้งครอบครองสาร15วันและส่งมอบคืนใน15วัน &amp;nbsp;ทุกคนบอกไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน กรมวิชาการเกษตร มาเสนอที่ประชุมคณะทำงานพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบเกษตรกรหลังเลิกใช้3สาร ที่มีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน กลับมีการเสนอขอยืดเวลาการบังคับใช้แบน3สาร ไปอีก6เดือน อ้างว่า30วันจัดเก็บสารส่งคืนบริษัทไม่ทัน ทั้งนี้ยังมีเรื่องสต็อกสารคงเหลือยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยประชุมวันที่21พ.ย.รายงานเหลือ3.8หมื่นตัน มาอีกวันเหลือ2.8หมื่นตัน ดังนั้นกรมวิชาการเกษตร ต้องทำหนังสือชี้แจงมาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ตนเองจะมีหนังสือถามไปเรื่องเสนอยืดเวลาว่าทำไมตอนประชุมกรมวิชาการเกษตร ไม่มีการคัดค้าน ได้ถามถึง3-4ครั้ง มีปัญหาไหมในการจัดเก็บคืน ซึ่งสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง อยู่ฟังในห้องด้วยกันเป็นพยานได้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ต้องมีหนังสือมาตอบให้ชัดเจน และเป็นกรมที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง อีกทั้งตัวเลขงบเยียวยาเกษตรกรกว่า3.2หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขที่ห่างไกลกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ของบฯในการดำเนินการเรื่องจักรกลการเกษตร มาช่วยลดต้นทุนทำเกษตร และมีความถาวร ซึ่งได้สอบถามความต้องการของเกษตรกรมาทั้งหมดเลย เป็นเกษตรกรแท้จริง มีตัวตน แท้จริง อยู่ที่ไหน ทำเพาะปลูกอะไร มีรายชื่อชัดเจน มีรายชื่อทุกสหกรณ์ ของบแค่200กว่าล้าน เกษตรกรกว่า1แสนคนเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร เป็นผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ติดปัญหาใดๆในการจัดเก็บ เป็นที่ยอมรับในที่ประชุมตอนเช้าวันที่22พ.ย. พอช่วงบ่ายกรมวิชาการเกษตร เปลี่ยนไปได้อย่างไรในเรื่องจัดเก็บสาร ทั้งที่สารวัตรเกษตร กว่า300คนบอกไม่มีปัญหา ในฐานะดูแลกรมวิชการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติทุกพื้นที่ &amp;nbsp;ไม่มีปัญหาใด แต่คณะทำงานที่ปลัดเกษตรฯเป็นประธานไปประชุมกันกลับเป็นอีกอย่าง ซึ่งไม่ทราบเช่นกันทำไมเปลี่ยนไป และยังไม่รู้ว่าจะนำเรื่องยืดเวลา6เดือน เข้าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะประชุมวันที่27พ.ย.นี้ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน หรือไม่ จึงต้องเรียกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงจากกรมวิชาการเกษตร มาถึงตนเองในวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่ทำมาสุดมือทำสุดเอื้อมเพื่อพี่น้องประชาชน รักษาพี่น้องคนไทย รักษาเกษตรกร ทำในฐานะที่ดูแล กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ &amp;nbsp;เพราะต้องการรักษาสุขภาพเกษตรกร รักษาสุขภาพคนไทยให้เป็นของขวัญปีใหม่ ไปเที่ยวกับครอบครัวทุกคนได้กินอาหารที่ปลอดภัยได้สูดอากาศบริสุทธิ์&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191026/image_big_5db3efaf0c22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะเกษตรกรปรับตัวเลิกใช้สารเคมี หันเรียนรู้ประโยชน์ต้นหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความรู้แบ่งปัน​ จากอาจารย์แดง​ บุญรุ้ง​ สีดำ (บุญรุ้ง​ ศรีษะอโศก)​ มีคนถามมามากเหลือเกินว่า หากรัฐบาลจะยกเลิกพาราคอต, ไกลโฟเซต จะมี​สารตัวไหนใช้ฆ่าหญ้า​ทดแทนได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตอบอย่างนี้ครับ 1.โดยสัตย์จริง ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาฆ่าหญ้าไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือแม้แต่สารอินทรีย์&amp;nbsp;เพราะหญ้าก็มีประโยชน์ของมัน อย่างน้อยมันก็คลุมดินไม่ให้ปะทะแดดฝนโดยตรง ลดการชะล้างสูญเสียปุ๋ยหรือแร่ธาตุ แถมที่รากของหญ้ายังมีสารเมือกประเภทคาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อโรค หากเราหาประโยชน์ของหญ้าเจอ เราจะไม่เห็นมันเป็นศัตรู เราจะไม่ไปฆ่าทำลายเขา​ แค่ขยันตัดห่มดินให้เป็นปุ๋ย เราจะได้ประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอซะที กับคำว่ามันจะไปแย่งปุ๋ยพืชที่เราปลูก มันดูดปุ๋ยน่ะใช่ แต่มันก็อยู่ตรงนั้น บังแดดให้ดินให้จุลินทรีย์ตรงนั้น ดินใต้กอหญ้าจะชุ่มชื้นและร่วนซุยอยู่เสมอ ไม่สังเกตบ้างหรือครับ ดินที่ปราศจากหญ้าจะแห้งผากและสูญเสียหน้าดิน​ ได้ง่าย สังเกตไหมครับ ทุกครั้งของการอบรม ผมจะไม่พูดถึงการใช้ยาฆ่าหญ้าเลยไม่ว่าจะเป็นเคมีหรืออินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แม้หากมีพื้นที่กว้าง ตัดหญ้าไม่ไหว ก็ใช้แค่น้ำหมักเข้มข้นฉีดพ่นก็เหลือเฟือครับ ตัวที่ใช้ทดแทนสารพิษพาราควอต,ไกลโฟเซต​ ทำเองได้ ไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากปลอดภัยแล้ว หญ้าที่ตายก็ถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยด้วย น้ำหมักหลังสัมผัสใบหญ้าแล้ว มันก็ถูกฝน, น้ำค้าง เจือจางลงดินกลายเป็นปุ๋ย มีแต่ได้กับได้ครับ&amp;quot; พิจารณากันนะครับว่ายังมีแนวทางอื่นๆอีก ทั้งลดต้นทุน ปลอดภัย (ไม่มีใครช่วยท่านได้ ยกเว้นคนที่อยู่ในกระจก ลุงคิมกล่าวไว้)​ #เป็นทางเลือกอีกหนึ่งแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, บุญรุ้ง สีดำ, ยาฆ่าหญ้า, สารเคมีอันตราย, แบนสารพิษ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039; เดินหน้าแบนสารพิษ ลุย บ.เอกชน ตรวจสต็อกก่อนพบพิรุธอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืช คือ พาราควอต ไกลโฟเซต ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน&amp;nbsp;โดยแห่งแรกคือ บริษัท ไทยเฮอบิไซด์ จำกัด ตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ได้มีการจดทะเบียนเป็นผู้ผลิต นำเข้า และจำหน่าย ซึ่งมีข้อมูลของปี 2561 นำเข้าพาราควอต 5.8 แสน กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนปี 2562 ไม่มีตัวเลขแจ้งการนำเข้าแต่อย่างใด เมื่อขอตรวจดูสต๊อกสินค้า พบว่ามีสารพาราควอต อยู่ 300,000 กิโลกรัม โดยผู้จัดการอ้างว่าเป็นการซื้อมาจากบริษัทอื่น ส่วนปี 2562 ได้มีการนำเข้าไกลโฟเซต 500,000 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลืออยู่ในสต๊อก 2.7 แสน กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ป.เคมีเทค จำกัด ที่ตั้งอยู่ ถนนสิรินธร กล่าวว่า แม้จะอยู่ในเครือเดียวกันกับ บ.ไทยเฮอบิไซด์ จำกัด แต่จดทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ภายใต้ตราสินค้าเดียวกันเท่านั้น ซึ่งมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีสต๊อกสารเคมีดังกล่าว แต่มีการนำสารเคมีเกษตรจากบริษัทแรกส่งออก โดยการดำเนินการส่งออกเหมือนนำเข้าคือไม่ต้องเสียภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการดังกล่าวที่บริษัทหนึ่งมีสินค้า แต่กลับไม่ดำเนินการเป็นผู้ส่งออก ขณะที่อีกบริษัทหนึ่งไม่มีสินค้า แต่เป็นผู้ดำเนินการส่งออก ข้อมูลต่างๆที่ได้เหล่านี้ จะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ทั้งบริษัทและหน่วยงานที่อนุญาต คือกรมวิชาการเกษตรดำเนินการตามระเบียบ ตามกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังเห็นว่าการส่งออกเป็นรายได้ของบริษัทผู้ค้าสารเคมี แต่ไม่ได้มีการเสียภาษี คงจะต้องมีการทบทวน และเสนอจัดเก็บภาษีการส่งออกสารเคมี เพื่อนำมาเป็นกองทุนส่งเสริมเกษตรกร ลดใช้สารเคมี ทำเกษตรอินทรีย์ แต่อาจจะยังไม่ครอบคลุมเรื่องแนวทางการเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร &amp;nbsp;เพราะจำเป็นที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ และรอบด้านต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าอยากให้มีการยกเลิก แต่ไม่ได้ชี้ชัดถึงระยะเวลาว่าจะยกเลิกให้ได้ภายในสิ้นปี 2562 &amp;nbsp;เพราะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;nbsp;น.ส.มนัญญา กล่าวว่า รัฐมนตรีฯก็ตอบแบบผู้ใหญ่ที่คิดแบบรอบด้าน สำหรับตนเองที่มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปี 2562 ตามที่ได้ประกาศไว้ แต่การจะไปให้ถึงตรงนั้น ข้อมูลต้องพร้อมครบถ้วนทุกด้านด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคมจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่ได้ลงพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47213</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีเกษตร, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, รมช.เกษตรฯ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9566321dd50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง &#039;อนุทิน&#039; ปกป้อง 2 กมธ.แบนสารเคมีเกษตร &#039;หมอธีระวัฒน์&#039; รับถูกขู่ฆ่าจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นกรณี ศาตราจารย์ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา และ รองศาสตราจารย์ ดร.พวงรัตน์&amp;nbsp;ขจิตวิชยานุกูล 2 กมธ.ซึ่งเป็นนักวิชาการที่ทำงานวิจัยภัยของสารเคมีร้ายแรงในภาคเกษตรกรรม ได้ถูกขู่ถึงขั้นเอาชีวิต โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ให้สัมภาษณ์รับว่า ถูกขู่จริงนั้น&amp;nbsp;เห็นว่า นักวิชาการที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนคนไทยด้วยความเสียสละ ควรได้รับการยกย่อง เชิดชู ไม่ใช่มาถูกขู่ฆ่าจากผู้เสียประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ใคร่ขอฝากเป็นพิเศษไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ช่วยเร่งรัด ติดตามดูแลความปลอดภัย กมธ.ที่ถูกข่มขู่ โดยอาจารย์หมอเป็น กมธ.ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามาเป็น กมธ.ผมได้แนะนำให้อาจารย์ทั้งสองท่านไปแจ้งความเป็นหลักฐานเมื่อท่านสะดวก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ควรทำงานเชิงรุก ไม่ต้องรอการแจ้งความ โดยควรปกป้องคุ้มครองผู้ทำประโยชน์ให้กับชาติ บ้านเมืองในทันที รวมทั้งควรดำเนินการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ขู่จะเอาชีวิตนักวิชาการโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47212</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, คณะกรรมาธิการวิสามัญ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, รองศาสตราจารย์พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89bd74b04c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาราควอตทั้งแผ่นดิน&#039;รมว.เกษตรฯ&#039;ปฎิเสธหน้าสั่นเปล่ายื้อแบนสารเคมีอันตราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย​ 3 รายการ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปีจึงจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ว่า กระทรวงเกษตรฯไม่เคยแนะนำคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้มีการขยายการใช้สารเคมีดังกล่าวออกไป​ และกระทรวงเกษตรฯก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีที่มีอันตรายต่อร่างการและชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;แต่เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯไม่ได้เป็นประธานและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตรายจึงไม่ทราบรายละเอียดว่าคณะกรรมการนั้นมีมติอย่างไร ยืนยันว่ามติเมื่อวันที่14 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเพียงให้คงเดิมตามมติเมื่อเดือน​ พ.ค.61 &amp;nbsp;ซึ่งมติดังกล่าวคือ​ การจำกัดการใช้แต่ไม่ได้พูดถึงระยะเวลาเพียงแค่บอกว่าให้จำกัดการใช้และให้เวลากระทรวงเกษตรฯ 60 วัน ร่างขั้นตอนการจำกัดโดยเราได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้สังคมเข้าใจด้วยว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้ขอขยายระยะเวลา​ และมติไม่ได้พูดการขยายระยะเวลาด้วย อยากให้สังคมดูรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะวันนี้สื่อโซเชียลนั้นรวดเร็ว และแรง หากเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจะเป็นปัญหากระทรวงเกษตรฯเป็นแค่เพียง 5 คนจาก 29 คนในคณะกรรมการฯ กระทรวงเกษตรฯไม่สามารถแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดด้วยตนเองได้ หากใครเห็นว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายบางคนมีส่วนได้เสียก็สามารถฟ้องศาลปกครองได้ ผมไม่ได้ท้าทายแต่ในเมื่อสังคมไม่ฟัง ก็เหลือแค่ศาลปกครองที่จะตัดสินหากการประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมติดังกล่าวออกด้วยคนที่ไม่มีคุณสมบัติ&amp;rdquo;นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, คกก.วัตถุอันตราย, พาราควอต, รมว.เกษตรฯ, สารเคมีอันตราย, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8671c15bb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านพาราควอต จ่อบุกทำเนียบสาปแช่งรัฐบาลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.เครือข่ายฯต้านพาราควอต &amp;nbsp;จ่อทำเนียบจี้รัฐบาลยกเลิกสารเคมีฆ่าคนไทย อัดข้าราชการปล่อยผลประโยชน์เหนือชีวิตคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มิ.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่าย นายดิเรก ต้นพยม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงมารับหนังสือเรียกร้องให้ยุติการใช้สารเคมี &amp;nbsp;ของเครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุงและภาคีเครือข่ายต้านสารเคมีวัตถุอันตราย 3 ชนิด พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต &amp;nbsp;ซึ่งเดินทางมาปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯมาตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายฯเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้สารเคมีดังกล่าว หากยังไม่ดำเนินการเตรียมเคลื่อนไปชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันอังคาร ที่ 19 มิ.ย.นี้ พร้อมทำพิธีสาปแช่งและรัฐบาลพิษและข้าราชการที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และปล่อยให้บรรษัทครอบงำของกระทรวงเกษตรฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เครือข่ายฯ ได้เรียกร้องให้ ประขาคมสาธารณสุขแสดงออกถึงการต่อต้านการใช้สารเคมีในระบบการผลิตอาหาร เพราะเรื่องนี้เป็นเหตุแห่งความเจ็บป่วย ของคนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ วันที่ 5 เมษายน 2560 คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งนักวิชาการ โดยทั้ง 6 กระทรวงมีมติร่วมกันว่าให้ยกเลิกการใช้ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ซึ่งถูกกำหนดเป็นวัตถุอันตราย และระหว่างนี้จะไม่อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนเพิ่ม ไม่ต่ออายุทะเบียน &amp;nbsp;และจำกัดการใช้สารไกลโฟเสตอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากนั้น ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติสวนทางอนุญาตให้ใช้สารเคมีเกษตร 3 ตัว ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตต่อไปได้ โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมยังมีเหตุผลไม่มากพอที่จะประกาศยกเลิกการใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตราย จากการเสนอชื่อของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยในจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน มีการแต่งตั้งบุคคลจากสมาคมที่เป็นผู้นำเข้าและค้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชรายใหญ่ของประเทศไทยจำนวน 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ชุมนุมแบนพาราควอต, ต้านพาราควอต, ทำเนียบขาว, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b276033cf18c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
