<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป. ฉุนสื่อโซเชียลใส่ร้าย &#039;เฉลิมชัย&#039; ท้าเปิดชื่อคนเอี่ยวหาผลประโยชน์จากสารเคมีเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีเรื่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า ขณะนี้มีการพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยใช้สื่อสังคมโซเชียลชี้นำด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ กล่าวหาใส่ร้าย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ามีการส่งหนังสือให้มีการยกเลิกการแบน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ ซึ่งไม่เป็นความจริง เหตุเพราะมีผู้ร้องเรียนยื่นหนังสือผ่านนายเฉลิมชัย เพื่อให้ส่งหนังสือต่อไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพราะนายเฉลิมชัยไม่ได้มีอำนาจในการพิจารณา กระบวนการบิดเบือนนี้เลวร้ายที่สุด และได้ชี้แจงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือการโจมตีผ่านบทความของสื่อออนไลน์ ในชื่อบทความเปิดวอร์สารพิษเกษตรยกใหม่ เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ย. ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาในลักษณะว่านายเฉลิมชัยปกป้องผลประโยชน์ให้ทุนข้ามชาติ จะเอาสารพิษกลับคืนมา กำลังคิดจะถอนทุนตุนเสบียงเอาไว้ ถือได้ว่าเป็นการกล่าวหาที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ผู้เขียนควรรู้ว่าอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้เป็นของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และหากผู้เขียนบทความรู้ข้อมูลดีว่ามีใครหาประโยชน์กับเรื่องนี้ ถ้าแน่จริงขอท้าให้ออกมาเปิดเผยชื่อกลุ่มคนที่อ้างว่ามาหาประโยชน์จากการแบนสามสารพิษเกี่ยวข้องกับคนของพรรคประชาธิปัตย์คือใคร ถ้าอยากให้การเมืองสุจริตก็ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าคนที่ชั่วช้าหากินกับเรื่องนี้ชื่อว่าอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;โฆษกปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า นายเฉลิมชัยได้ยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยคิดหาประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว ไม่ต้องถอนทุนใดๆ เพราะไม่ได้ใช้ทุนในการเข้ามาทำงานการเมือง พรรคประชาธิปัตย์อยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยการบริจาค จึงไม่จำเป็นต้องคิดหาทุนด้วยวิธีการที่เลวๆ เหมือนที่ผู้เขียนบทความกล่าวหา ดังที่มีการตั้งคำถามว่าประชาชนมาก่อนหรือบริษัทค้าสารเคมีมาก่อน ในเรื่องนี้ตนขอตอบเลยว่า นายเฉลิมชัยคิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ชัดเจนในเรื่องเกษตรปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76807</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ราเมศ รัตนะเชวง, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, แบนสารเคมีอันตราย, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c142b28f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ยันไม่นำสารเคมีอันตรายกลับมาใช้ ย้ำอย่าคิดถึงต้นทุนผลิต ต้องมองผลกระทบรอบด้านด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีมีจะนำสารเคมีอันตรายที่ถูกแบนกลับมาใช้หรือไม่ว่า ที่ประชุม ครม. ไม่มีการพูดกันเรื่องนี้ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่ต้องกังวล เพราะยังไม่ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการใดๆทั้งสิ้น รวมถึงสารพาราควอต และสารคลอร์ไพริฟอสถูกแบนไปเรียบร้อยแล้ว และเท่าที่ทราบทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศเป็นกฎกระทรวงออกมาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล อย่างไรก็ตาม ตนได้พบกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วโดยบอกว่า มีคนร้องเรียนผ่านท่านมา และท่านก็ผ่านเรื่องเสนอให้เจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่แน่ใจว่าจะมีการทบทวนเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมครม.ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้&amp;nbsp; และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ ครม. หากส่วนในของกระทรวงเกษตรฯจะพิจารณาทบทวน ก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงจุดยืนไปเมื่อวานนี้ (31ส.ค.)​ว่า เรายังคัดค้านการใช้สารเคมีเหล่านี้เพื่อการเกษตร แต่ก็ยังมีความพยายามของผู้ประกอบการ ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหา แต่คิดว่าคงไม่มีใครพิจารณาเข้าๆออกๆ ของอันตรายก็คือของอันตราย ไม่มีทางกลับไปป็นของที่ปลอดอภัยได้ และเชื่อว่า ยุคนี้ สมัยนี้ คงไม่มีใครเอาของอันตรายไปให้ประชาชนและเกษตรกรใช้ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วงสุขภาพของประชาชน จึงต้องจัดเตรียมข้อมูลให้มากที่สุด และคนที่แถลงจุดยืนเมื่อวานก็ไม่ใช่ตัวของรัฐมนตรี แต่เป็นทีมแพทย์ที่กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆซึ่งยืนยันว่าเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า เรื่องนี้ต้องรอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ และเลขานุการว่าจะบรรจุเป็นวาระการประชุมหรือไม่ ซึ่งใครก็สามารถเสนอเรื่องได้ แต่จะโหวตหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีคณะกรรมการร่วมอยู่เพียง 2 คนจากคณะกรรมการทั้งหมด 27 คน และยืนยันว่าเราโหวตโนแน่นอน เพราะยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้สารดังกล่าว ใครจะมาว่าเราไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีการคุยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จบที่คณะกรรมการฯ ไม่ได้จบที่ ครม. ส่วนเรื่องที่ต้องหาสารอื่นมาทดแทนก็เป็นเรื่องของกรมวิชาการการเกษตรที่ต้องไปคิดค้น และหาสิ่งมาทดแทน แต่จะมาบอกว่า การใช้สารพิษจะทำให้ต้นทุนลดลง เช่น เรื่องค่าแรง และการปลูก แต่ตนเชื่อว่าต้นทุนในการรักษาพยาบาลนั้นจะมากกว่าหลายเท่าที่ใช้เงินเป็นแสนเป็นล้านบาท และอวัยวะที่สูญเสียไป จะนำที่ไหนมาคืน อย่าคิดเพียงต้นทุนการผลิตอย่างเดียว ให้คิดถึงต้นทุนทางสังคม และการรักษาพยาบาลด้วย ถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ ส่วนที่มีการยบอกว่า มีคนเสียชีวิตจากสารดังกล่าวไม่กี่คน ตนถามว่า ถ้าเป็นญาติตนเอง คนเดียวก็ถือว่ามากแล้ว ที่ผ่านมาก็มีการพิสูจน์แล้วว่าแม้กระทั่งทารกที่อยู่ในครรภ์ก็ยังได้รับสารพิษจากสารพิษดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., อนุทิน ชาญวีรกูล, แบนสารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4de82f01426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;แบนสารเคมีอันตราย&quot;  โจทย์ท้าทายรบ.ประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อและรอคอยบทสรุป สำหรับข้อเสนอจำกัดการใช้ 3 สารเคมีอันตราย อันประกอบด้วย ไกลโฟเซต สารคลอร์ไพริฟอส และพาราควอต ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุครัฐบาล คสช. จนถึงปัจจุบันที่มีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการขยับครั้งล่าสุดของ 2 รัฐมนตรีค่ายพรรคภูมิใจไทยอย่าง &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; และ &amp;quot;มนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;quot; ถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมีแนวโน้มว่าการแบนสารเคมีอันตรายจะได้รับการผลักดันให้มีความเป็นไปได้ หลังจากล้มลุกคลุกคลานในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การศึกษาผลกระทบของการใช้สารเคมีอันตรายเพื่อการเกษตรนั้น ในวงวิชาการได้ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น ในปี 2552 องค์การอนามัยโลก จัดให้พาราควอตเป็นสารเคมีอันตรายปานกลาง แต่มีข้อสังเกตว่าสารดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวหากถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในปี 2560 กรมควบคุมโรคของไทย รายงานว่าในจำนวนคนฆ่าตัวตายทั่วประเทศ เสียชีวิตด้วยการกิน กรัมม็อกโซนซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของพาราควอต ถึง 111 ราย และหากสัมผัสสารเคมีชนิดนี้มากเกินไป อาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทย การศึกษาเรื่องนี้โดยการริเริ่มจากรัฐบาล ครั้งล่าสุดเกิดในปี 2561 หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในขณะนั้น มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 มกราคม 2561 ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาพาราควอตและผลกระทบของการใช้ยาดังกล่าว เพื่อรายงานต่อนายกฯ โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งต่อมาที่ประชุมดังกล่าวก็มีมติให้ยกเลิกการใช้พาราควอตทางการเกษตร โดยให้เหตุผลว่าเป็นการคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อชีวิตประชาชน หลังพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ประกอบกับงานวิจัยที่กล่าวถึงผลกระทบทางสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวไม่ได้มีผลให้ยกเลิกการใช้พาราควอตทันที แต่จะหาทางเลือกอื่นมาทดแทน เพื่อให้เกษตรกรทราบข้อมูลและมีระยะเวลาปรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าอีกฟากหนึ่ง มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 กลับออกมาสวนทาง เมื่อกรรมการ 16 ต่อ 5 เสียง สนับสนุนการอนุญาตให้ใช้สารเคมีอันตรายสำหรับกำจัดวัชพืช 3 รายการ คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยใช้กับพืช 6 ประเภท คือ ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด และไม้ผลที่ขึ้นทะเบียน เป็นผลให้เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงจำนวน 686 องค์กร แสดงความผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ท่าทีจาก พล.อ.ประยุทธ์ในวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ยังคงยืนยันว่ารัฐบาลจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ภายในปี 2562 โดยมีแผนการลดพื้นที่ ลดใช้ปริมาณสารเคมี และลดการนำเข้าสารเคมีอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากสืบค้นรายละเอียดเกี่ยวกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดที่เห็นชอบให้ใช้สารเคมีความเสี่ยงสูงต่อไป ซึ่งถือเป็นมติที่แตกแถวกับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp; จะพบข้อน่าสังเกตทั้งในแง่ตัวบุคคลที่เป็นกรรมการ ตลอดจนเนื้อหาในเอกสารที่นำเสนอต่อที่ประชุม โดยในส่วนบุคคลนั้น พบว่ามีกรรมการบางคนเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนหรือทุนใหญ่ บางคนเป็นอดีตข้าราชการในกรมวิชาการเกษตรที่หลังออกจากราชการก็ไปทำงานให้กับสมาคมของบริษัทสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และบางคนเป็นผู้จัดการอยู่ในบริษัทที่ขาย 1 ใน 3 สารเคมีอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ส่วนเนื้อหา พบว่าในเอกสารของกรมวิชาการเกษตรที่เสนอต่อคณะกรรมการฯ มีข้อความบางส่วนระบุข้อมูลของพาราควอตในแง่ผลร้ายต่อมนุษย์และสัตว์ทดลองไว้ว่า &amp;quot;พาราควอตไม่มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์หรือตัวอ่อน และไม่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ ไม่มีผลกับการยับยั้งการทำงานของต่อมไร้ท่อ ไม่มีผลต่อระบบประสาท&amp;quot; โดยอ้างข้อมูลขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งอเมริกา หรือ US-EPA (United States Environmental Protection Agency) เมื่อปี 2540 และ 2549 ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นข้อมูลเก่าอายุมากกว่า 10 ปีทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อทราบดังนี้ มติที่ออกมาจึงเป็นเรื่องคาดเดาได้ และยิ่งทำให้เห็นว่าการจะแบนหรือไม่แบนสารเคมีอันตราย อาจไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการถกเถียงข้อมูลข้อเท็จจริงหรือตั้งอยู่บนความห่วงใยในสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนบุคคลและบริษัทเอกชนอย่างแนบแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ช่วงกลางปี 2562 ข้อเสนอแบนสารพิษกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงก็กลับมาอยู่ในกระแสข่าวอีกครั้งหลังจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; แสดงท่าทีสนับสนุนยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด รวมถึงปุ๋ย ยา และสารเคมีชนิดอื่นๆ ให้เร็วที่สุดภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย น.ส.มนัญญา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรทบทวนการใช้ 3 สารเคมีอันตรายที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp; โดยหาข้อมูลอย่างรอบด้าน และเข้าตรวจสอบสต๊อกสินค้าที่เหลืออยู่ เพื่อเร่งรัดหาสารทดแทนโดยเร็วที่สุด ก่อนจะเตรียมเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในเดือนกันยายนปีนี้ พร้อมกันนั้นยังยืนยันว่ารองนายกฯ อนุทินก็ยืนหยัดในนโยบายนี้ จึงมั่นใจได้ว่าเรื่องนี้จะไม่ถูกปล่อยผ่าน จะทำให้เด็ดขาดและรวดเร็วขึ้น เพราะความปลอดภัยของชีวิตคนไม่มีอะไรมาทดแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอถามกลับว่า เห็นคนเจ็บคนป่วยจากสารพิษเหล่านี้แล้ว ยังจะสนับสนุนให้ใช้กันอีกหรือ ส่วนตัวเมื่อเห็นผลลัพธ์แล้ว จะให้ใช้สารพิษดังกล่าวต่อไป ก็ลำบากใจ แต่เรื่องนี้ต้องคุยกันหลายภาคส่วน หวังว่าจะได้คำตอบที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด&amp;rdquo; รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นานนักหลังการแสดงจุดยืนของ 2 รัฐมนตรี ก็มีทั้งภาคประชาชนและองค์กรอิสระออกมาสนับสนุน เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ รวมถึงมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ที่ระบุว่าหากนายอนุทินและ น.ส.มนัญญาสามารถผลักดันให้การแบนสารพิษร้ายแรงเกิดขึ้นได้จริง จะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; ทำให้ผู้คนจดจำในความกล้าหาญของการปกป้องสุขภาพของเกษตรกรรายย่อยและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แม้กระแสตอบรับจากสังคมจะเป็นไปในทางบวก&amp;nbsp; และผู้มีอำนาจหน้าที่จะแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจว่าเอาจริง แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งเหล่านี้จะแข็งแกร่งเพียงพอต่อการต้านทานพลังทุนที่อาจต้องเสียผลประโยชน์ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ และ 2 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ที่สุดท้ายจะกล้าฝ่าแรงต้านทั้งบนดินและใต้ดินได้หรือไม่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45647</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;แบนสารเคมีอันตราย&quot;  โจทย์ท้าทายรบ.ประยุทธ์, กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, แบนสารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a5b8874242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
