<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบนหน้ากากไม่ได้ผล ฮ่องกงขู่เซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกในคณะรัฐมนตรีฮ่องกงเผยเมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอาจพิจารณาประกาศใช้มาตรการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมสถานการณ์ประท้วงรุนแรงที่ยืดเยื้อนานกว่า 4 เดือน ภายหลังกฎห้ามสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไม่ได้ผล อีกด้านทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอทำจีนกริ้วเหตุผู้จัดการทีมทวีตหนุนหลังฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ตัดสินใจบังคับใช้กฎหมายข้อบังคับฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และใช้อำนาจตามกฎหมายออกคำสั่งห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากากชุมนุมในที่สาธารณะ คำสั่งของเธอเผชิญการท้าทายและทำให้สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการประท้วงรุนแรงที่สุดอีกครั้ง สถานีรถไฟใต้ดินและธุรกิจห้างร้านที่เกี่ยวโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่โดนม็อบทำลายข้าวของ ถึงวันจันทร์ระบบรถไฟใต้ดินยังเปิดให้บริการได้ไม่เต็มที่และธุรกิจบางแห่งยังปิดทำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฮ่องกงอ้างว่าการใช้กฎหมายฉุกเฉินครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีมีความจำเป็นเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่สงบ และขู่ว่ารัฐบาลอาจมีมาตรการเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม อิป กว๊อกฮิม นักการเมืองฝ่ายนิยมจีนซึ่งเป็นสมาชิกของคณะผู้บริหารฮ่องกงด้วย เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลอาจใช้มาตรการเซ็นเซอร์หรือปิดกั้นอินเทอร์เน็ต เพื่อหยุดยั้งการก่อจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อผู้ประท้วง ซึ่งไม่มีผู้นำเป็นตัวเป็นตนอย่างเปิดเผย และใช้ห้องสนทนาทางออนไลน์และแอปพลิเคชันส่งข้อความแบบเข้ารหัสเพื่อนัดกันเคลื่อนไหว แต่เขาก็ยอมรับว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าการปิดอินเทอร์เน็ตสามารถส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ เงื่อนไขที่รัฐบาลจะปิดกั้นอินเทอร์เน็ตก็คือต้องไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้บริหารของฮ่องกงทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีที่ให้คำปรึกษาแก่แลม วันศุกร์ที่แล้วแลมประกาศใช้มาตรการห้ามการปิดบังใบหน้าทันทีภายหลังการประชุมของคณะผู้บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันจันทร์ ผู้ประท้วงชุดแรกที่โดนจับกุมฐานขัดคำสั่งภายใต้กฎหมายฉุกเฉินนี้ถูกส่งตัวขึ้นแจ้งข้อกล่าวหาในศาล โดยมีผู้สนับสนุนซึ่งหลายคนปิดบังใบหน้ามาฟังแน่นห้องพิจารณาคดี จำเลยคนหนึ่งเป็นนักศึกษาชายและอีกคนเป็นหญิงวัย 38 ปี ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และข้อหาขัดขืนคำสั่งห้ามสวมหน้ากาก ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ทั้งคู่ได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกศาล ผู้ชุมนุมจำนวนมากเข้าแถวรอเพื่อเข้าไปภายใน บางคนตะโกนว่า &amp;quot;สวมหน้ากากไม่ใช่อาชญากรรม&amp;quot; และ &amp;quot;กฎหมายไม่ยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงหลายคนหวั่นเกรงว่าคำสั่งห้ามสวมหน้ากากปิดบังหน้าเป็นเพียงข้อบังคับแรก และจะมีคำสั่งตามมาอีกมาก ผู้ประท้วงแซ่โลบอกกับเอเอฟพีด้านนอกศาลว่า คำสั่งนี้เป็นแค่ข้ออ้างเพื่อออกกฎหมายเผด็จการเบ็ดเสร็จอื่นๆ ตามมา ถัดจากก็เป็นกฎอัยการศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันจันทร์ ยังคงมีผู้ประท้วงคลุมหน้าชุมนุมประท้วงกันในศูนย์การค้าหลายแห่งทั่วฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผู้ประท้วงที่เดินขบวนผ่านค่ายของกองทหารรักษาการณ์ของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนในฮ่องกง ใช้ปืนเลเซอร์ยิงใส่อาคารในเขตเกาลูน ทำให้ทหารจีนต้องเตือนผู้ประท้วงที่มีกันหลายร้อยคนว่า พวกเขาอาจถูกจับกุม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทหารจีนมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ประท้วงชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จีนแผ่นดินใหญ่ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนประกาศยุติการแพร่ภาพการแข่งขันของทีมฮุสตันร็อกเกตส์ ทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอของสหรัฐ เพื่อตอบโต้ที่ดาริล มอรีย์ ผู้จัดการทีมทวีตเมื่อวันศุกร์ว่า &amp;quot;ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ยืนหยัดข้างฮ่องกง&amp;quot; ขณะที่สปอนเซอร์ที่เป็นของจีน เช่น บริษัทหลี่หนิงและธนาคารเซี่ยงไฮ้ผู่ตงดีเวลลอปเมนต์ รวมถึงสมาคมบาสเกตบอลจีนประกาศตัดสัมพันธ์กับทีมนี้ แม้เจ้าตัวและทีมจะขอโทษแล้วก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วง, อิป กว๊อกฮิม, ฮ่องกง, เซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต, แคร์รี แลม, แบนหน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฮ่องกงปฏิเสธคำร้องเลิกแบนหน้ากาก ม็อบปิดหน้าชุมนุมท้าทาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลสูงของฮ่องกงปฏิเสธคำร้องคัดค้านของฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อระงับการบังคับใช้คำสั่งของผู้นำฮ่องกงที่ไม่อนุญาตให้ผู้ประท้วงสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ขณะม็อบหน้ากากชุมนุมประท้วงท้าทายต่อในวันอาทิตย์ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ตามเคย ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินครึ่งหนึ่งยังปิดบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปิดถนนระหว่างปะทะกับตำรวจในเขตหว่านไจ๋เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศใช้ข้อบัญญัติข้อบังคับฉุกเฉินที่ให้อำนาจเธอออกกฎข้อบังคับใดๆ ก็ได้ในสภาวการณ์ฉุกเฉินหรือมีอันตรายต่อสาธารณะ โดยแลมได้ออกข้อบังคับห้ามการสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันศุกร์ แต่ผู้ประท้วงซึ่งชุมนุมต่อต้านมานานกว่า 4 เดือนไม่ใส่ใจคำสั่งนี้ และ ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า ส.ส.ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยหลายคนที่ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างเหตุผลว่า แลมใช้อำนาจตามข้อบัญญัติข้อบังคับฉุกเฉิน ซึ่งเป็นกฎหมายสมัยอาณานิคมที่ไม่เคยบังคับใช้มานานกว่า 50 ปี โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ ทั้งยังฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญของฮ่องกง&amp;nbsp; แต่ผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลสูงปฏิเสธรับคำร้องคัดค้านนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมกล่าวเตือนไว้ด้วยว่า เธอจะใช้อำนาจนี้ออกกฎข้อบังคับใหม่ๆ อีกหากสถานการณ์ความวุ่นวายยังไม่ทุเลาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปักกิ่งและผู้สนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงพากันเห็นด้วยกับมาตรการนี้ แต่ฝ่ายค้านและผู้ประท้วงชี้ว่า กฎหมายฉุกเฉินนี้กำลังทำให้ฮ่องกงถลำสู่ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ทั้งยังไม่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดหรือหยุดยั้งประชาชนไม่ให้ออกมาชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันอาทิตย์ ชาวฮ่องกงยังคงออกมาชุมนุมประท้วงกันสองฟากฝั่งของอ่าววิกตอเรีย โดยท้าทายสายฝนและคำสั่งห้ามของทางการ รายงานกล่าวว่าเกิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจปราบจลาจลอีกครั้งในอย่างน้อย 3 สถานที่ เมื่อผู้ประท้วงพยายามปิดกั้นถนนและจัดตั้งสิ่งกีดขวางอาคาร แต่ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าแคร์รี แลม ต้องการลดความรุนแรงของสถานการณ์ วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง&amp;quot; ผู้ประท้วงวัย 19 ปีชื่อคอรีย์กล่าวกับเอเอฟพี ขณะร่วมกองทัพร่มที่เคลื่อนขบวนฝ่าสายฝนบนเกาะฮ่องกง ส่วนผู้ประท้วงอีกคนบอกว่าพลเมืองฮ่องกงไม่กลัวเกรงกฎหมายนี้ มีแต่คนจะท้าทายคำสั่งห้ามกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงทุบรถแท็กซี่ที่ขับขึ้นทางเท้าชนผู้ประท้วงบาดเจ็บ 2 คน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เขตซัมซุยโป เกิดเหตุแท็กซี่คันหนึ่งขับฝ่าฝูงชนที่รุมล้อมรถ มีเด็กสาว 2 คนโดนชน ตัวคนขับแท็กซี่โดนม็อบรุมตีเลือดอาบและทุบรถยนต์ของเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงจัดการชุมนุมแบบปุบปับขึ้นทั่วฮ่องกงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เมื่อคืนวันศุกร์ผู้ประท้วงคลุมหน้าออกอาละวาดทำลายทรัพย์สินหลายสิบแห่ง ทั้งสถานีรถไฟใต้ดินและธุรกิจร้านค้าที่มีความเชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่ เหตุการณ์หนึ่งตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งโดนกลุ่มม็อบที่ขว้างปาระเบิดขวดรุมล้อม เขาควักปืนออกมายิง ทำให้เด็กชายวัย 14 ปีรายหนึ่งโดนยิงบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบรถไฟใต้ดินทั่วฮ่องกงซึ่งรองรับผู้โดยสารวันละ 4 ล้านคนปิดให้บริการอย่างสิ้นเชิงเมื่อวันศุกร์และตลอดทั้งวันเสาร์ ทำให้มหานครศูนย์กลางการเงินของเอเชียแห่งนี้หยุดนิ่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าใหญ่ๆ ประกาศปิดบริการชั่วคราว ทำให้ลูกค้าพากันต่อแถวยาวเหยียดและรีบจับจ่ายกันอย่างตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเอ็มทีอาร์ผู้ให้บริการเดินรถไฟใต้ดิน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าได้กลับมาเปิดให้บริการเดินรถแล้ว 45 สถานี แต่ 48 สถานียังปิดบริการอยู่ หลายแห่งเป็นสถานีใจกลางแหล่งท่องเที่ยวและในพื้นที่ที่มีการประท้วงรุนแรงที่สุดหรือถูกผู้ประท้วงทำลายทรัพย์สิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบหน้ากาก, ศาลฮ่องกง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม, แบนหน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99f3bad69ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหารฮ่องกงใช้กฎหมายฉุกเฉิน สั่งแบนหน้ากาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ประกาศใช้กฎหมายข้อบังคับฉุกเฉินเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่ชาวฮ่องกงตั้งท่าท้าทาย อีกด้านนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ระบุแลมควรลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แถลงเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 ว่าแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงในวันเดียวกันว่า เธอใช้อำนาจภายใต้ข้อบัญญัติข้อบังคับฉุกเฉิน ออกคำสั่งห้ามการสวมหน้าการะหว่างการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนของวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉุกเฉินฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม และเคยใช้ครั้งสุดท้ายระหว่างเกิดจลาจลเมื่อปี 2510 การเข่นฆ่าและวางระเบิดโดยพวกฝ่ายซ้ายระหว่างสถานการณ์ไม่สงบยาวนาน 1 ปีคราวนั้น มีคนเสียชีวิตมากกว่า 50 คน รัฐบาลอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมในขณะนั้นใช้กฎหมายฉุกเฉินนี้ให้อำนาจพิเศษแก่ตำรวจในการจับกุม และใช้ควบคุมสื่ออย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อบัญญัติฉบับนี้ให้อำนาจผู้นำฮ่องกงในการออกกฎข้อบังคับใดๆ ก็ได้ในภาวการณ์ฉุกเฉินหรือมีอันตรายต่อสาธารณะ แลมกล่าวว่า กฎหมายใหม่นี้จะส่งผลในการป้องปรามผู้ประท้วงสวมหน้ากากที่ก่อความรุนแรงและพวกก่อจลาจล และจะช่วยเหลือตำรวจในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เธอย้ำว่า การใช้อำนาจตามกฎหมายฉุกเฉินไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลฮ่องกงประกาศภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ก่อนที่แลมจะประกาศใช้กฎหมายนี้ซึ่งมีข่าวล่วงหน้ามาตั้งแต่วันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงนับหมื่นคนที่พากันสวมหน้ากาก และจำนวนมากเป็นพนักงานออฟฟิศ พากันเดินขบวนผ่านย่านการค้าของฮ่องกงเพื่อประกาศท่าทีท้าทายกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานออฟฟิศสาววัย 34 ปีชื่อแมรี บอกกับเอเอฟพีขณะร่วมการประท้วงช่วงบ่ายวันศุกร์ว่า พวกคนหนุ่มสาวยอมเสี่ยงชีวิต ไม่นำพากับการถูกขังคุก 10 ปี ฉะนั้น สำหรับเธอแล้ว การสวมหน้ากากจึงไม่ใช่ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์กล่าวเตือนว่า ข้อบังคับนี้กำลังจะนำฮ่องกงถลำสู่ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม คลอเดีย โม ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยบอกว่า สิ่งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น และเกรงว่าจะมีคำสั่งห้ามที่โหดร้ายภายใต้กฎหมายนี้ตามมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงในฮ่องกงตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา มีชนวนเหตุจากร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน และได้พัฒนาเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพที่ได้รับประกันตามหลัก &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; การประท้วงหลายครั้งเกิดการปะทะรุนแรง ผู้ประท้วงหัวแข็งกร้าวที่สวมหน้ากากอนามัยและหน้ากากป้องกันแก๊สเพื่อปิดบังตัวตน ใช้ก้อนอิฐและระเบิดขวด ตอบโต้ตำรวจปราบจลาจลที่ใช้แก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และน้ำแรงดันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันฉลองครบ 70 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน เกิดการปะทะรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง มีผู้ประท้วงโดนตำรวจยิงด้วยกระสุนจริงเป็นครั้งแรก นักเรียนมัธยมปลายชื่อโทนี จ้าง ที่โดนจ่อยิงรายนี้พยายามใช้ท่อนเหล็กทุบตีตำรวจ เขาบาดเจ็บสาหัสแต่อาการทรงตัวแล้ว เมื่อวันศุกร์อัยการแจ้งข้อหาเขาว่าก่อจลาจล ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี และทำร้ายตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ยังอนุญาตให้ประชาชนสวมหน้ากากในที่สาธารณะได้ แต่ต้องถอดออกหากตำรวจมีคำสั่ง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน โดยยังมีข้อยกเว้นสำหรับเหตุผลด้านการแพทย์และศาสนา รวมถึงอาชีพที่ต้องคลุมหน้า เช่นนักข่าวที่ต้องสวมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย กล่าวถึงสถานการณ์ในฮ่องกงว่า แคร์รี แลม กำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก เธอต้องทำตามคำสั่งของนายใหญ่จากปักกิ่ง ขณะเดียวกันสามัญสำนึกของเธอก็บอกว่า ชาวฮ่องกงมีสิทธิที่จะปฏิเสธกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่เธอก็รู้ว่าผลของการปฏิเสธกฎหมายจะเป็นเช่นไร &amp;quot;สำหรับผู้บริหาร (แลม) ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการลาออก&amp;quot; ผู้นำมาเลเซียวัย 94 ปีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายฉุกเฉิน, ข้อบัญญัติข้อบังคับฉุกเฉิน, ห้ามสวมหน้ากาก, ฮ่องกง, แคร์รี แลม, แบนหน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d9753c2145ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
