<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กูรูการตลาดชำแหละ &#039;แบรนด์หน้าไหว้หลังหลอก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีโอกาสได้พูดคุยกับกูรูด้านการตลาดท่านหนึ่ง เกี่ยวกับ #แบรนด์หน้าไหว้หลังหลอก ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในสถานการณ์ปัจจุบันมาก จึงขอความอนุเคราะห์ให้ท่านช่วยเรียบเรียงเป็นบทความมาให้ได้อ่านกันครับ
___________
แบรนด์ &amp;quot;หน้าไหว้-หลังหลอก&amp;quot;
___________
คุณเคยคิดบ้างไหมว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรนด์ก็ &amp;ldquo;หน้าไหว้-หลังหลอก&amp;rdquo; เป็นได้เหมือนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรนด์มีนิยามหรือความหมายในหลากหลายมิติและทฤษฎีที่ต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะนิยามความหมายของแบรนด์ให้เป็นที่เข้าใจได้อย่างง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรนด์คือ &amp;ldquo;ประสบการณ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคุณเดินเข้าไปซื้อกาแฟในร้านสตาร์บัคส์ 1 แก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณไม่ได้เพียงแค่จะได้ลิ้มรสกาแฟที่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คุณยังได้ประสบการณ์ที่รายล้อมตัวคุณในร้านกาแฟสตาร์บัคส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเช่นพนักงานที่ทุ่มเท ดูดีมีมารยาทและใส่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศภายในร้านที่คนมักจะรู้จักในชื่อ THIRD PLACE (สถานที่แห่งที่ 3 นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ของที่ระลึกที่ใครๆก็อดใจไม่ไหวที่จะต้องครอบครองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงเพลงที่มีรสนิยมเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในชีวิตประจำวัน พวกเราคงจะหนีไม่พ้นจากแบรนด์ที่หน้าไหว้-หลังหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ล่าสุดที่เป็นข่าวครึกโครมในหน้าสื่อและ SOCIAL MEDIA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินความจริงแบบเกินเลยไปถึงดาวอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้จะว่าไปก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์หน้าไหว้-หลังหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือแบรนด์ที่ต่อหน้ากลุ่มเป้าหมายหรือผู้บริโภคก็ดูดีมีสกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เต็มเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณยาวเหยียดแน่นเต็มพิกัดจนล้นออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังได้ PRESENTER ที่เป็นผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศออกมาช่วยตอกย้ำคุณงามความดีของสินค้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเบื้องลึกและเบื้องหลังหรือที่มาและที่ไปของสินค้าและ &amp;nbsp;PRESENTER จะเป็นอย่างไร ไม่มีใครที่อาจจะเอื้อมไปรับรู้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ก็ &amp;ldquo;หลังหลอก&amp;rdquo; กันอย่างจงใจด้วยเจตนารมณ์ที่คิดดีแต่หวังร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าตัดสินแบรนด์หรือหลงเชื่อเพียงแค่ภายนอกหรือจากลมปากของตัวแทนแบรนด์ที่เป็น PRESENTER หรือ INFLUENCER&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลานี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในขื่อในแปดั่งวันวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่กันยากมากขึ้นด้วยจริตจิตวิญญาณอันต้อยต่ำของคนบางคนที่จะเอาแต่ได้หรือเพียงแค่ต้องการตอบสนองตัณหาส่วนตัวที่อยู่ลึกๆในใจ
เสียชาติเกิดจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดมาบนผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยความสุข ในน้ำมีปลา-ในนามีข้าวและที่สำคัญ ผืนแผ่นดินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาของกษัตริย์ไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันและบรรพบุรุษของพวกเราที่ช่วยกันกอบกู้ ป้องกัน รักษาและทะนุถนอมผืนแผ่นดินไทยนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างแบรนด์ต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรักษาแบรนด์ให้อยู่ได้อย่างยั้งยืนยงยิ่งต้องใช้เวลามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเหมือนใครบางคนที่ชอบเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือหน้าไหว้-หลังหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อหน้าคนก็สร้างภาพสวยๆงามๆแต่ลับหลัง..เน่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ร้ายไปกว่าคือคอยจ้องทำลายแผ่นดินที่ตัวเองเกิดมา ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนก็คือแบรนด์และแบรนด์ก็คือคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะให้ลองถอดรหัสแบรนด์ (BRAND EQUITY ANALYSIS) ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบนี้คงหนีไม่พ้น BODY SHOP เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าจะให้ถอดรหัสแบรนด์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงจะต้องยกคำตอบนี้ให้กับ APPLE และ TESLA เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าจะถามต่อไปว่าแบรนด์ใดที่มีจริตและจิตวิญญาณแห่งความสนุกและร่าเริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบนี้เราคงจะต้องยกให้ VIRGIN GROUP ของท่าน SIR RICHARD BRANSON หรือ DISNEY เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าจะต้องให้ใครถอดรหัสเกี่ยวกับแบรนด์ที่หน้าไหว้หลังหลอก ปากว่าตาขยิบ น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง น่ารำคาญที่สุดในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อได้ว่าใครๆก็คงจะต้องยกคำตอบนี้ให้กับแบรนด์ที่ได้ชื่อว่า &amp;ldquo;ประธานาธิบดีแห่งโลกโซเชียลของประเทศไทย&amp;rdquo; ที่กำลังเน่าเฟะ หลอกลวงแบบไร้ที่ติ ทรพีที่สุดในปัจจุบัน
-กะทิ-&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว, ธนาธร, แบรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6018d47ea6f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่เมืองไทยมาเกือบ 90ปี &#039;รองเท้าบาจา&#039; ตื่นเร่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บาจา&amp;rdquo; ยกเครื่องครั้งใหญ่ ลุยรีเฟรชแบรนด์ ส่งรองเท้าดีไซน์ทันสมัย เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ควบปรับโฉมสาขาให้มีภาพลักษณ์สดใส หวังดึงคนเข้าร้านเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเปาโล แกรสซี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากตัวเองได้เข้ามาดูแลตลาดของประเทศไทย นับจากนี้เตรียมนำนโยบายจากของบริษัทแม่ เข้ามาขับเคลื่อนให้แบรนด์บาจาในเมืองไทยมีภาพลักษณ์ทันสมัยมากยิ่งขึ้นหรือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่รอบหลายปี โดยบาจาได้อยู่ในไทยมาแล้วกว่า 89 ปี บริษัทเชื่อว่าแม้ภาพรวมตลาดจะมีผู้ประกอบการจำนวนมาก และแข่งขันราคารุนแรง แต่เชื่อว่ากลยุทธ์ของบริษัทจะนำพาให้ธุรกิจเติบโตได้สองหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรีเฟรชแบรนด์เบื้องต้นจะมีความใหม่ด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ถูกออกแบบมาอย่างรวมสมัย ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวและเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น รวมถึงกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเองก็มีฐานลูกค้าเก่าอยู่ไม่น้อย จึงยังคงสินค้ารูปแบบดั้งเดิมเพื่อตอบสอนงรักษากลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว ให้สามารถเติบโตกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามผลักดันด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทแม่มองว่าตลาดเมืองไทยมีศักยภาพมากแห่งหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโต 4% และคาดการณ์ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าเติบโตต่อเนื่องที่ 3.4% ตอนนี้โจทย์ใหญ่คงเป็นการสร้างความเข้าใจกับลูกค้าให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารทุกช่องทางไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ บวกกับการเพิ่มสินค้าที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะหากยังมีเพียงแค่รูปแบบเดิมๆ ลูกค้าจะซื้อเมื่อจำเป็น แต่หากมีดีไซน์เข้ามาเพิ่ม การตัดสินใจซื้อจะเกิดจากการชอบ ส่งผลให้เพิ่มความถี่และดึงลูกค้าเข้ามาเพิ่ม &amp;nbsp;&amp;rdquo; นายเปาโล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการมีสินค้ารูปแบบใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น ที่จะทำให้อนาคสัดส่วนภายในนร้านบาจาอาจมีแบรนด์อื่นเพิ่มกว่าเดิม จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% และที่เหลือเป็นบาจา 90% แล้ว บริษัทยังมีการปรับโฉมร้านใหม่ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแฟล็กชิพสโตร์รูปแบบใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ยังได้รีโนเวทสาขาเดิมให้มีความสดใส และเร่งขยาย 15 สาขาใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าของบาจา และสร้างการเติบโตจากปีก่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันของตลาดจะแข่งขันราคากันอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าตามตลาดนัดหรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีราคาถูก แต่ในส่วนของบริษัทคงไม่เน้นเรื่องดังกล่าว เลือกให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่า โดยการจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา จึงต้องมีการทำตลาดและสำรวจความต้องการ เพื่อให้เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องของคุณภาพที่ดีในราคาจับต้องได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6983</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตลาด, ธุรกิจ, บาจา, รองเท้า, สาขา, เปาโล แกรสซี, แบรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5aceca4597d95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบรนด์ ซันโทรี่ บุกไดเร็คเซลล์เมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรนด์ ซันโทรี่ &amp;nbsp;ปั้นช่องทางขายไดเร็คเซลล์บุกไทย รับอานิสงส์คนยุคใหม่ หันมาซื้อสินค้าผ่านเน็ตมากขึ้น วางเป้าหมายอีก 3 ปี ยอดแตะ 500 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 61 - นายยูอิชิโร่ อาราะ ผู้บริหารแผนกธุรกิจขายตรง บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ที่เรียกว่าขายตรงหรือไดเร็ค บิสซิเนส โดยเป็นการนำสินค้าของแบรนด์ทั้งหมด อาทิ ซุปไก่สกัด รังนก วีต้า มาขายเองผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ เทเลเซลล์หรือคอลเซ็นเตอร์ เว็บไซต์ และไลน์ เพื่อรับกระแสออนไลน์และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกช่องทางมากขึ้น ตั้งเป้าหมายจะมียอดขายในช่องทางดังกล่าว 500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจรูปแบบดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วใน 4 ประเทศ คือ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และในไทยที่ได้นำสินค้ารูปแบบเม็ด แบรนด์แอคทีมูฟ มาทดลองจำหน่ายแล้วระยะหนึ่ง โดยขายตรงจากบริษัทถึงมือลูกค้า เน้นจำหน่ายสินค้าชนิดเม็ดมากถึง 70% และเดือนเม.ย.นี้ มีแผนจะดำเนินการในมาเลเซียต่อด้วย ตั้งเป้าหมายมียอดขายรวมทั้ง 5 ประเทศประมาณ 1,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท ภายใน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สินค้าที่จำหน่ายในช่องทางขายตรงนี้ พบว่าที่ไต้หวันสัดส่วนหลักกว่า 80-90% มาจากผลิตภัณฑ์แบบเม็ด ขณะที่สัดส่วนการขายของผลิตภัณฑ์แบรนด์ทั่วโลก ยังคงมาจากแบบน้ำมากกว่า 90% โดยสัดส่วนรายได้ที่มาจากช่องทางขายตรงประมาณ 5% ตั้งเป้าหมายในปี 2563 จะเพิ่มเป็น 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศวรรยา จันทรสถาพรจิต ผู้จัดการอาวุโส แผนกธุรกิจขายตรง บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่นี้การดำเนินงานจะไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าของแบรนด์ที่ขายผ่านช่องทางร้านค้าที่มีอยู่ปัจจุบัน โดยแบรนด์แอคทีฟมูฟเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ ก็จะจำหน่ายเฉพาะในขายตรงเท่านั้น เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายทั้งหญิงและชายอายุ 25-60 ปี ที่ชอบออกกำลังกาย เป็นคนเมืองที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยใช้ ตูน-บอดี้สแลมหรือ อาทิวราห์ คงมาลัย เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูอิชิโร่ อาราะ, ออนไลน์, เว็บไซต์, แบรนด์, แบรนด์ ซันโทรี่, ไดเร็คเซลล์, ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab21fa78976c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
