<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละแบรนด์ดีเอ็นเอเหล้า รัฐเกียร์ว่างปล่อยช่องเอื้อทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ11ปี พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ภายในงานได้มีการจัดขบวนจำลองสถานการณ์สะท้อนผลกระทบจากน้ำเมา ทั้ง อุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท ความรุนแรงในครอบครัว โรคภัยไข้เจ็บ และอาชญากรรม เดินรณรงค์แจกสื่อประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ ขอพระประเสริฐ &amp;nbsp;อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกริกกล่าวในเวทีเสวนา &amp;ldquo;หยุดตราเสมือนเลี่ยงกฎหมายควบคุมสุรา&amp;rdquo; โดยเปิดเผยงานวิจัย เรื่องการรับรู้ของประชาชนต่อการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านตราเสมือนหรือแบรนด์DNA และสัญลักษณ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน ปี2561 สำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ15ปีขึ้นไป ใน10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี จันทบุรี ราชบุรี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สงขลา สุรินทร์ ขอนแก่น โดยให้กลุ่มตัวอย่างดูภาพ ทั้ง30ภาพที่เป็นตราสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 80-85%มองว่าทั้ง11ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้70-79% มองว่าทั้ง15ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ60-68% มองว่าทั้ง 4 ภาพ เป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ ระบุว่า &amp;nbsp;ซึ่งสรุป คือเกือบทั้งหมดมองว่าแบรนด์ดีเอ็นเอ คล้ายคลึงกับแบรนด์ของยี่ห้อแอลกอฮอล์ ซึ่งธุรกิจน้ำเมาใช้มาก่อน แล้วนำมาดัดแปลง บางส่วน จดทะเบียน เป็นเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำดื่ม น้ำแร่ ซึ่งในการรับรู้ของประชาชนผู้บริโภคนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับรู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์เดิมนั้นๆ โดยไม่เห็นถึงความแตกต่าง ยังยึดติดของเดิม ในการรับรู้แบรนด์ดีเอ็นเอสินค้านั้น ว่าเป็นของแบรนด์แอลกอฮอล์เดิม ซึ่งคือเจตนาแอบแฝงโฆษณาแอลกอฮอล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.บุญอยู่ กล่าวต่อว่า กฎหมายไทยมีข้อบังคับควบคุมไม่ให้โฆษณาในกรณีของแบรนด์ดีเอ็นเอ เพราะมันชี้ชัดว่ารับรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่แบรนด์เดิม เป็นท็อป ออฟ ไมน์ สิ่งที่อยู่ในใจเชื่อมโยง แบรนด์เดิม ความทรงจำเดิมแรกที่เห็น คืออาศัยช่องทางกฎหมาย ความไม่บูรณาการของหน่วยงานรัฐ กระทรวงพาณิชย์ยอมให้จดทะเบียนได้ เป็นแบรนด์ดีเอ็นเอ ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขก็มีกฎหมายควบคุมการโฆษณา แต่กลับทำงานย้อนแย้งหน่วยงานรัฐไม่ยอมทำความเข้าใจร่วมกันพาณิชย์ก็ไม่ฟังนโยบายสาธารณสุข นี้คือปัญหา มันไม่ใช่กฎหมายตีความไปไม่ถึง เพราะกฎหมายคุมหมดแล้ว ในการสื่อการตลาดเรื่องสัญลักษณ์ แต่นี้คือเจตนาตีความแอบแฝง ซึ่งงานวิจัยชุดนี้ต้องการพิสูจน์ว่าแบรนด์ดีเอ็นเอ กับ แบรนด์แอลกอฮอล์ดั้งเดิม คนยังรับรู้ แม้จะมีการแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างเช่น รถคนคันนี้สีดำ แต่คนไทยไปเขียนติดป้ายไว้หลังรถว่าสีแดง เขียนติดเพราะความเชื่อ ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน แบรนด์แอลกอฮอล์ เดิม กับแบรนด์ดีเอ็นเอ ก็เหมือนกัน เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มองว่าเป็นสีดำ ทั้งที่มันเป็นสีดำ แต่ไปเขียนตามเขาบอกว่าเป็นสีแดง แล้วให้จดทะเบียนซึ่งมันเป็นปัญหาการทำงานของรัฐ ความไม่เข้าใจของหน่วยงานรัฐด้วยกัน ทำงานย้อนแย้งกันเอง ไม่ใช่ว่ากฎหมายควบคุมหรือไปไม่ถึง ซึ่งเป็นการทำเพื่อให้ทุนแอลกอฮอล์ได้ประโยชน์&amp;rdquo; ดร.บุญอยู่ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ กล่าวด้วยว่า งานวิจัยชุดนี้ เพื่อเป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ถึงการรับรู้ของประชาชนที่มีต่อการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านแบรดน์ดีเอ็นเอ โดยการเก็บข้อมูลและทำการศึกษาความคิดเห็นของประชาชน เด็กและเยาวชน ผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการสร้างความรู้เท่าทันการตลาด ของกลุ่มทุนแอลกอฮอล์ ทั้งให้หน่วยงานรัฐ และเครือข่ายเฝ้าระวังการกระทำความผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และจนท.ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงพัฒนาปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทธุรกิจแอลกอฮอล์เก่งในการตลาด และยอมจ่าย เพราะเขาคิดว่ารายได้คุ้ม ถึงแม้จะมีกฎหมายมาบังคับใช้เหมือนในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการทำงานเชิงรุกของ อย.หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะคงไม่มีประชาชนที่ไหนจะไปเรียกร้องหรือ ฟ้องร้อง ได้ทุกวัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานรัฐอย่าง อย. จึงต้องมีหน่วยติดตามตรวจสอบ จริงจัง ไม่ใช่ล่าช้า ถ้าหากเป็นห่วงเป็นใยประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกระบวนการทางกฎหมาย เพราะกว่าที่ อย.จะดำเนินการ ก็ใช้เวลานาน และเราต้องสูญเสียไปจำนวนเท่าไหร่ เพราะการเสพสื่อ ที่สร้างผลเสีย ต่อเด็กเยาวชน อาชญากรรมปัญหาสังคมต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่านี้คือปัญหาโครงสร้างใหญ่ แต่รัฐและประชาชนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว เยาวชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และประเทศชาติ จึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้แบรนด์เสมือนหรือแบรนด์DNA ในโฆษณาเดียวกันได้ &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องระงับ ยกเลิก และที่ผ่านมา อย.มีการเรียกปรับแบบประณีประณอมธุรกิจทุนเหล่า จึงขอเรียกร้องให้ อย.หรือ หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบดูแล ให้บังคับใช้โทษปรับสูงสุด มีการออกกฎหมายเรื่อง แบรนด์ดีเอ็นเอให้ชัดเจน&amp;rdquo; น.ส.สถาพร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าน้ำดื่มต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าลักษณะ ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 &amp;nbsp;มาตรา 8 คนทั่วไปสับสน ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของเครื่องหมายการค้าที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับน้ำดื่มหรือผลิตภัณฑ์ที่มิใช่สุราตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตได้ มาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551เป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ธุรกิจสุราอาศัยช่องว่างของกฎหมายเลี่ยงไม่ใช้เครื่องหมายการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการโฆษณา ใช้เล่ห์กลไปจดทะเบียนน้ำดื่ม โซดาหรือผลิตภัณฑ์อื่นแทน แต่เป้าหมายแท้จริงคือ ต้องการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสื่อต่าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากเรียกร้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่รับจดทะเบียนให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของเครือข่ายธุรกิจสุราที่มีปัญหาลักษณะเดียวกัน ที่เคยจดทะเบียนไว้ &amp;nbsp;เพราะถือเป็นกรณีการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายที่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมาย และถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ในขณะที่มองในมิติผู้บริโภคก็สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายหลอกลวงทำให้สับสน ผลสำรวจที่ออกมาก็ระบุชัดโดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่กลายเป็นเหยื่อ ความสับสนที่โน้มเอียงไปทางตราแอลกอฮอล์ อาจจะเข้าข่ายหลอกลวงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต้องดูตรงนี้ได้ &amp;nbsp;เพราะกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดการปัญหานี้ไม่ได้ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งมีช่องทางในการดำเนินการได้&amp;quot; นายคำรณ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจแอลกอฮอล์, พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, องค์กรผู้บริโภค, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, แบรนด์ดีเอ็นเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6114a072714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
