<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วBNK48&#039;ขอโทษแฟนๆ ชาวเน็ตจวกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่เป็นกระแสบนโลกโซเชียลมาหลายวัน สำหรับกรณีของไอดอลสาว &amp;quot;แก้ว BNK48&amp;quot; หรือ ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ ที่ได้โพสต์รูปโดยมีของแบรนด์เนมแบรนด์หนึ่ง แต่ชาวเน็ตเข้าไปจับผิดว่าเธอใช้ของปลอม แถมยังมีภาพที่เจ้าตัวให้ของขวัญเพื่อนร่วมวงเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมแต่ก็ถูกหาว่าปลอมเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทางเพจของ BNK48 ก็ได้ออกมาประกาศพักงาน และกิจกรรมทั้งหมดของเธอเป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงถูกตัดสิทธิไม่ให้ร่วมงานเทศกาลกีฬาบางกอก๔๘ และล่าสุดสาวแก้วก็ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากเหตุการณ์ในกระแสโซเชียลเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแก้วขอถือโอกาสนี้ขอโทษกับทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง เสียความรู้สึกหรือเสียใจ ทั้งผู้บริหาร คุณครู เมมเบอร์ทุกคน ครอบครัว แฟนคลับตลอดจนทุกคนที่รักแก้วและให้การสนับสนุนแก้วมาตลอด การกระทำที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีในครั้งนี้ แก้วยอมรับและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แก้วไม่มีความสุขเลยสักวินาทีเดียวตั้งแต่มีกระแสออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดช่วงระยะเวลาที่ถูกพักงานนี้ แก้วสัญญาว่าแก้วจะนำความผิดพลาดในครั้งนี้เป็นบทเรียนไปปรับปรุงตัว และเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่เตือนตัวแก้วให้ระลึกเสมอว่าให้รอบคอบมากกว่านี้ในทุกๆเรื่อง แก้วเสียใจและขอโอกาสให้แก้วได้พิสูจน์ตัวเอง ความเชื่อมั่นที่อาจหายไปแก้วจะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ให้ได้อีกครั้งค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แก้วขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้แก้ว แก้วรับรู้และขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆค่ะ และแก้วจะเป็นแก้วที่เติบโตขึ้นแข็งแรงขึ้นทั้งด้านความคิดและจิตใจ ตั้งใจทำงานพัฒนาความสามารถพร้อมๆกับก้าวเดินต่อไปโดยมีทุกคนที่รักแก้วอยู่ข้างๆแก้วแบบนี้เสมอและตลอดไปค่ะ ขอบคุณและขอโทษจากใจจริงของแก้วค่ะ Kaew BNK48&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวขอโทษกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้น ก็มีเสียงวิจารณ์ต่างๆมากมาย บ้างก็ให้กำลังใจให้เธอปรับปรุงตัวและสู้ต่อไป บ้างก็แย้งว่าสิ่งที่เธอชี้แจงนั้นไม่ได้เคลียร์ประเด็นการให้ของปลอมเพื่อนและพอถึงคราวเพื่อนให้ เพื่อนก็ให้ของจริงเธอตอบแทน อีกทั้งการใช้ของปลอมยังเหมือนเป็นการสนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43870</URL_LINK>
                <HASHTAG>BNK48, กระเป๋าแบรนด์เนม, ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ, ดราม่า, นักร้อง, ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, แก้วBNK48, แบรนด์เนม, แบรนด์เนมปลอม, ไอดอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bbd147c052.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ของก๊อปแบรนด์เนมทะลักเข้าไทย ยอดจับปี 61 พุ่ง 263%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธ์มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าสินค้าก๊อปปี้แบรนด์เนมผ่านด่านชายแดน และท่าเรือแหลมฉบังและกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ต่างจากเดิมที่มีการลักลอบผลิตในประเทศแล้วจำหน่าย &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสินค้าก๊อปปี้ประเภท แว่นตา น้ำหอม ชุดกีฬา &amp;nbsp;เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา บุหรี่ไฟฟ้า ตุ๊กตาของเล่นเด็ก เป็นต้น เห็นได้จากข้อมูลการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) 2561 ของ 3 หน่วยงาน &amp;nbsp;คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมศุลกากร สามารถจับกุมได้ 10.78 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 263.97% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงพบว่ายอดการจับกุมสินค้าก๊อปปี้นั้น ในปีที่ผ่านมาเป็นสินค้าที่ถูกจับตามด่านชายแดน &amp;nbsp;ท่าเรือกรุงเทพฯ แหลมฉบัง เพิ่มขึ้นในปริมาณจำนวนมาก มีทั้งลักลอบการนำเข้า การสำแดงภาษีเป็นเท็จ &amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าพ่อค้าบางรายพยายามที่จะมีการนำเข้าสินค้าก็อปปี้มาจำหน่ายในไทยมากขึ้น ส่วนหนึ่งคาดว่าหากสามารถลักลอบมาได้ก็จะนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การจำหน่ายสินค้าก๊อปปี้ภายในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว ย่านการค้าและตลาดนัดต่างๆ พบว่ามีปริมาณน้อยลง และยอดการจับกุมสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร มีปริมาณของกลางที่ยึดได้น้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากแหล่งผลิตสินค้าก๊อปปี้ในไทยถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามอย่างหนัก ทำให้หลายแห่งต้องเลิกการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของการจำหน่ายสินค้าก๊อปี้ผ่านออนไลน์ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกจะร่วมดำเนินการตรวจสอบและจับกุมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะดำเนินการได้ลำบากกว่าการตรวจสอบสินค้าที่จำหน่ายตามหน้าร้านก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมและหน่วยงานต่างได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและจับกุมสินค้าละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ที่มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญารูปแบบต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพฯและพื้นที่ท่องเที่ยวและตามตลาดนัด &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กรมผ่านทีมจรยุทธ์และชุดปราบปราม รวมถึงเจ้าหน้าตำรวจและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบพบร้านค้าในย่านต่างๆ มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดบ้างเล็กน้อย โดยได้ดำเนินการจับและยึดสินค้า รวมทั้งหากผู้ที่ละเมิดเป็นคนไทยจะถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา แต่หากเป็นชาวต่างชาติและเข้ามาขายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็จะถูกส่งต่อให้ทางสถานทูตไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ดังนั้นขอเตือนผู้ที่ขายสินค้าผิดกฎหมายจะต้องระมัดระวัง &amp;nbsp;ซึ่งหน่วยจรยุทธ์มีแผนออกปราบปรามทุกวันและทุกพื้นที่&amp;rdquo; นายทศพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ของก๊อป, ยอดการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธ์, แบรนด์เนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7931172093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามพิวรรธน์ จ่อเปิดห้างเอาท์เล็ตชานกรุง เน้นกลุ่มพรีเมี่ยมชูส่วนลด25-70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้าปลีกแข่งเปิดเอาท์เล็ต &amp;ldquo;สยามพิวรรธน์&amp;rdquo; ร่วมทุน &amp;quot;ไซม่อน&amp;quot; ทุ่มงบกว่า 1 หมื่นล้านบาท เปิด 3 แห่งในประเทศไทย รองรับลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน ,สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งบริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท เพื่อสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตในประเทศไทย เบื้องต้นน่าจะพัฒนาโครงการดังกล่าภายใน 3 ปีจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ จังหวัดตอนใต้ และเหนือของไทย ภายใต้เงินลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท รองรับความต้องการผู้บริโภคชาวไทย และการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมากขึ้นทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทำเลแรกที่หลังจากเซ็นสัญญาร่วมกันจะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ โซนภาคตะวันออก เฟสแรกจะใช้พื้นที่ 150 ไร่ ซึ่งจะมีร้านค้าแบรนด์เนมลักชัวรี่ทั่วทุกมุมโลก และพันธมิตร้านอาหารคอยให้บริการกับผู้บริโภค หลังจากนั้นมีแผนจะสร้างส่วนขยายเป็นรูปแบบของเมือง โดยผู้บริโภคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตลอดทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว จะเริ่มก่อสร้างในอีก 3 เดือนข้างหน้า และสามารถเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความตั้งใจจะสร้างเอาท์เล็ตมานานแล้ว มองว่าตอนนี้ประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และนักเดินทางที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้นทุกปี ขณะเดียวกันยังมีพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีคอนเนคชั่นกับแบรนด์ระดับลักชัวรี่ต่างๆ ทำให้มีความมั่นใจว่าจะผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นางชฎาทิพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไซม่อน เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ครอบคลุมโครงการบันเทิงและมิกซ์ยูส ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รายใหญ่ที่สุดของโลกมีมากกว่า 230 โครงการในพอร์ตโฟลิโอ หรือคิดเป็นพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตจำนวน 96 แห่งทั่วโลก โดยสัญญาร่วมทุนกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของไซม่อนที่เข้าสู่ประเทศไทย และเป็นประเทศที่ 4 ในเอเชีย ต่อจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เอาท์เล็ตแห่งแรกที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะประกอบไปด้วยร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านค้าลักชัวรี่แบรนด์ รวมถึงแบรนด์ของดีไซเนอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบ และได้รับความนิยมมากที่สุด มีสินค้าที่หลากหลายที่มอบส่วนลด 25-70% ทุกวัน ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากดีไซเนอร์ต่างๆ รองเท้า แอคเซสเซอรี่แฟชั่น ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แบรนด์พิเศษต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ที่พบได้ในพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตปัจจุบันของไซม่อนในที่ต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชฎาทิพ จูตระกูล, สยามพิวรรธน์, เอาท์เล็ต, แบรนด์เนม, ไซม่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16bb08de412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
